บทที่23
ป่าอสูรอวี้หยาง
วันที่สิบหลังที่มาที่โลกใบนี้
หยุนโม่ออกเดินทางั้แ่่ยามเช้าเพื่อเดินทางไปยังป่าอสูรอวี้หยาง
อาณาเขตแห่งนั้นมันตั้งอยู่ทางตะวันออกของเมืองอวี้หยางโดยเป็ป่ากว้างใหญ่มีขนาดเขตบริเวณหลายร้อยลี้
สถานที่แห่งนั้นถือว่าเป็อาณาเขตที่อันตรายสำหรับผู้ฝึกตนมากแต่ในขณะเดียวกันก็เป็สถานที่ที่ผู้ฝึกตนเข้าไปรวมตัวกันมากที่สุดเช่นเดียวกัน
มันตั้งห่างออกไปทางทิศตะวันออกอยู่ประมาณร้อยลี้หยุนโม่จึงออกเดินทางั้แ่ใน่ยามเช้า มุ่งตรงไปยังป่าอสูรอวี้หยาง
การเดินทางไปที่สถานที่ที่อันตรายแบบนั้นหยุนโม่ที่เป็คนที่ไม่มีประสบการณ์ควรจะกังวล
แต่ว่าที่จริงแล้วมันไม่ได้เป็แบบนั้นเลยแม้แต่น้อยไม่เพียงแค่ไม่กังวลเท่านั้นแต่ว่าหยุนโม่ยังสงบนิ่งจนน่าประหลาดอีกด้วย
อาจจะเป็เพราะว่าเขามีประสบการณ์การต่อสู้มากมายอยู่แล้วผ่านสนามรบแล้วก็สมรภูมิฆ่าฟันมามากมาย
แล้วก็เป็เพราะว่าเขานั้นได้รับข้อมูล เกี่ยวกับเื่ของป่าอสูรแห่งนั้นมาพอสมควรแล้วจากความทรงจำที่สามารถกู้คืนได้
อย่างสุดท้ายก็คงจะเป็อาวุธที่เขาพกติดตัวมาอาวุธที่พกติดตัวมาด้วยไม่ว่าจะเป็ะเิหรือแม้กระทั่งปืนพกสั้นพวกมันเองก็มีอานุภาพคุกคามได้แม้กระทั่งผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมกายา
และด้วยปัจจัยสามอย่างนี้รวมกันมันจึงทำให้หยุนโม่สงบได้เช่นนี้
ใช้เวลาเดินทางอยู่นานพอสมควรแต่สุดท้ายก็สามารถเดินทางไปถึงเขตป่าอสูรได้สำเร็จ
ด้านหน้าคือผืนป่ากว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาบริเวณอาณาเขตทางอสูรต้นไม้ที่อยู่ภายในป่าแถบนี้มีความสูงและความใหญ่มากกว่าต้นไม้ทั่วไป
ไม่เพียงแค่นั้นบรรยากาศของป่าแห่งนี้ยังแผ่ซ่านบรรยากาศที่กดดันหน้าอึดอัดออกมาอยู่ตลอดเวลา
ถ้าเกิดว่าผู้ใดย่างกายเข้ามาภายในกายต่อให้เป็มนุษย์ธรรมดาทั่วไปก็จะสามารถััได้ถึงแรงกดดันที่น่าอึดอัดพวกนี้ได้ในทันที
หยุนโม่ที่ในตอนนี้สวมใส่อาภรณ์ชุดจีนโบราณกะทัดรัดสีน้ำเงินเข้ม
เพิ่งเดินทางมาถึงอาณาเขตป่าอสูรดวงตาของหยุนโม่ก็กวาดมองแล้วประเมินรอบๆยังถี่ถ้วน
‘ป่าแห่งนี้ไม่ธรรมดา แรงกดดันเกิดจากการควบแน่นของปราณิญญาของสัตว์อสูรที่หนาแน่นกว่าปกติ’
‘แต่ว่ามันเองก็ไม่ได้แย่เกินไปพื้นที่บริเวณแถบนี้มีต้นไม้สูงใหญ่มากมายเหมาะกับการหลบซ่อนแล้วก็ลงมือเป็อย่างมาก’ หยุนโม่ประเมินพื้นที่จากที่ตนเองเห็นอยู่ภายในใจ
อาณาเขตพื้นที่ภายในป่าอสูรแห่งนี้ต้นไม้สูงใหญ่มากมายเป็ประโยชน์กับเขามาก
สำหรับคนที่ไม่ใช่ผู้ฝึกตนเขาสามารถใช้พื้นที่ที่ได้เปรียบพวกนี้ในการซุ่มโจมตี
เพราะแบบนั้นทันทีที่เห็นป่าอสูรหยุนโม่จึงรู้สึกภายในใจทันทีว่ามันไม่ได้แย่เลย
หยุนโม่เริ่มทำการเตรียมตัวเขาหยิบปืนพกสั้นออกมาเถอะในมือขวาแล้วก็นำดาบพลังงานที่ถูกปรับแต่งแล้วมาถือในมือซ้าย
ดาบพลังงานในมือของเขาเป็อาวุธชิ้นเดียวที่ติดตัวเขามาที่โลกใบนี้
ในตอนนี้ไม่ได้ปรับแต่งให้มันทรงพลังขึ้นแต่สิ่งที่ปรับแต่งก็คือปรับแต่งให้มันเปลี่ยนมาใช้พลังงานของปราณิญญาแทน
เพราะแบบนั้นมันจึงไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเื่พลังงานแล้วสามารถใช้มันได้อย่างตามใจโดยที่ไม่ต้องกังวลว่าพลังงานจะหมด
หยุนโม่ถืออาวุธในมือแล้วจากนั้นก็ย่างเท้าเดินเข้าไปภายในป่าอสูรทันที
โชคดีว่าที่หยางไห่ผู้นั้นเคยเข้ามาภายในป่าอสูรแห่งนี้มาก่อน
เพราะแบบนั้นโนวาที่กู้คืนความทรงจำของอีกฝ่ายก็เลยพอจะมีแผนที่บางส่วนของป่าอสูรแห่งนี้
ทำให้การ่เวลาเริ่มต้นเดินทางในครั้งนี้ไม่ได้เป็เื่ที่ยากลำบากมากนัก
ย่างเท้าเดินเข้ามาภายในปากลึกประมาณนึงแล้ว
หยุนโม่ก็ยังไม่พบเจอสัตว์อสูรแต่ว่านี่ไม่ใช่เื่ที่มันแปลกอะไร
เหตุผลมันก็ง่ายมากตรงจุดที่เขากำลังอยู่ในตอนนี้มันคืออาณาเขตรอบนอกของป่าอสูรอวี้หยาง
อาณาเขตของป่าอสูรแห่งนี้แบ่งออกเป็หลายอาณาเขตโดยที่จะยึดจากศูนย์กลางของป่าอสูรแห่งนี้เป็ตัวเริ่มต้น
บริเวณศูนย์กลางของป่าอสูรที่มีความกว้างหลายร้อยลี้บริเวณด้านในสุดมันคืออาณาเขตลึกสุดของป่าอสูรแน่นอนว่าอาณาเขตนั้นต้องอันตราย
เพราะว่ามันมีพวกสัตว์อสูรที่มีระดับสูงมากอยู่ตัวตนที่มีความสามารถสูงที่สุดภายในเมืองอวี้หยางยังไม่กล้าย่างกายเข้าไปภายในส่วนลึกสุดของป่าอสูรแห่งนี้เลย
เพราะว่าบริเวณส่วนลึกสุดของป๋าอสูรมีผู้ฝึกตนบอกว่าด้านในสุดมีสัตว์อสูรระดับสามอยู่
ถ้าสัตว์อสูรระดับสามเทียบกับผู้ฝึกตนมันเองก็เป็ตัวตนระดับหลอมพลัง
ซึ่งพื้นฐานของสัตว์อสูรพวกมันมีความดุร้ายแล้วก็มีร่างกายที่แข็งแกร่งของมนุษย์เพราะแบบนั้นสัตว์อสูรระดับสามจึงอันตรายกว่าผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมพลังมาก
บริเวณเขตรอบนอกสุดของป่าอสูรพบเจออสูรได้ยากเพราะว่า เป็อาณาเขตล่าของผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ในเมืองอวี้หยาง
หยุนโม่เองก็ไม่ย่อท้อเดินค้นหาอย่างต่อเนื่อง
สุดท้ายแล้วเขาเองก็พบสัตว์อสูรเข้าจนได้มันเป็อสูรระดับหนึ่ง ซึ่งมีรูปลักษณ์คล้ายคลึงกับหมีตัวใหญ่ที่ทั่วทั้งร่างกายมีผลึกหินเป็ิั
แน่นอนว่าเมื่อเป็สัตว์อสูรระดับหนึ่งหยุนโม่เองก็ลั่นไกเพียงแค่ครั้งเดียวศีรษะของมันเองก็ถูกะเิแตกอย่างง่ายดาย
หลังจากที่สังหารจากสัตว์อสูรระดับหนึ่งได้อย่างง่ายดายแล้วก็ทำการเก็บซากร่างของมันมา
ในการเดินทางมาที่ป่าอสูรอวี้หยางในครั้งนี้เป้าหมายของเค้าย่อมเป็การเก็บเกี่ยวพวกร่างของพวกสัตว์อสูร
ชิ้นส่วนร่างกายของพวกสัตว์อสูรพวกนี้พวกมันสามารถนำไปสร้างกลายเป็สิ่งประดิษฐ์หรืออาวุธทรงพลังได้
ในตอนนี้หยุนโม่มีมิติเก็บของส่วนตัวเพราะแบบนั้นเขาจึงสามารถเก็บร่างของพวกสัตว์อสูรพวกนี้ได้อย่างง่ายดาย
หลังจากเก็บซากร่างของมันแล้วก็ได้เร่งเดินทางต่อภายในป่าแห่งนี้มีความสลับซับซ้อนเป็อย่างยิ่งอย่าง
ต้องเรียกได้ว่าถ้าเกิดหยุนโม่ไม่มีแผนที่บางส่วนที่ได้มาจากความทรงจำของคนพวกนั้นการเดินทางในครั้งนี้จะต้องเสียเวลากับการเดินสำรวจพื้นที่ไปอีกไม่น้อย
ในระหว่างที่เดินทางหรือเข้าไปเรื่อยๆหยุนโม่พบเจอสัตว์อสูรหลากหลายประเภทแต่แน่นอนว่าไม่ใช่สัตว์อสูรทุกตัวที่เขาจะลงมือสังหาร
หยุนโม่รู้ดีที่สุดว่าทรัพยากรของเขานั้นมีจำกัดไม่ว่าจะเป็ะุหรือว่าะเิ อาวุธพวกนี้คือพลังภายนอกที่ไม่ใช่พละกำลังของเขามันไม่ใช่สิ่งที่สามารถฟื้นฟูได้ตามธรรมชาติถ้าเกิดว่าใช้มากไปมันเองก็สามารถหมดลงได้
ถึงแม้ว่าพวกทรัพยากรในด้านอาวุธที่พกมาในครั้งนี้จะมีมากพอที่ทำให้หยุนโม่มั่นใจว่ามันจะไม่หมดกับการเดินทางเข้ามาในป่าอสูรครั้งนี้
แต่ว่าไม่สามารถใช้ความมั่นใจพวกนั้นมาบ่งชี้วัดได้เพราะถ้าเกิดว่าเกิดเหตุที่เขาต้องใช้อาวุธมากขึ้นมันก็จะทำให้เขานั้นอยู่ในสถานะการณ์ยากลำบาก
เพราะถึงอย่างไรเขาเองก็เป็มนุษย์ไม่ใช่ผู้ฝึกตนสำหรับสถานที่ที่อันตรายแบบนี้มีเพียงแค่อาวุธเท่านั้นที่เขาพึ่งพาได้
นี่คือเหตุผลว่าทำไมหยุนโม่แม้ว่าจะมีอาวุธที่ทรงพลังในมือแต่เข้ามาภายในป่าแห่งนี้ก็ไม่ได้ถึงขนาดที่อาละวาดแล้วก็สังหารสัตว์อสูรทุกตัวที่เจอเพราะว่าเสบียงอาวุธของเขานั้นมีขีดจำกัด
เพราะแบบนั้นการสังหารสัตว์อสูรก็เลือกแต่พวกสัตว์อสูรที่ดูเข้าท่าเข้าที
พวกสัตว์ที่สามารถใช้ร่างกายของพวกมันมาสร้างเป็อาวุธได้
…
หลายชั่วยามผ่านไป
ดวงอาทิตย์ที่ลอยเด่นอยู่กลางฟากฟ้าค่อยค่อยคล้อยต่ำลงแสงอาทิตย์สีส้มที่สาดส่องโลกหล้าเองก็ค่อยค่อยเปลี่ยนสี มันเปลี่ยนกายเป็สีส้มอมแดงของพระอาทิตย์ยามอัสดงที่งดงามตระการตาปกคลุมอยู่บนม่านฟ้า