ไม่เคยถาม
“ทำอะไรกันอยู่เหรอคะคุณหนู?” พรวลัยเดินลงมาจากรถพร้อมกับพาสุนัขสายพันธุ์เซนต์ เบอร์นาร์ดที่มีอายุประมาณหนึ่งขวบมาด้วยสามตัว “ป้าพรพึ่งไปรับพวกเด็กดื้อมาจากคลินิกเหรอครับ?” ชัยกรถามพร้อมกับเดินเข้าไปลูบหัวสุนัขทั้งสามตัว ส่วนภาวิดาไม่กล้าเดินตามไปด้วย เธอได้แต่ยืนเฉยๆอยู่ที่เดิม “ใช่ค่ะ ว่าแต่มายืนทำอะไรกันตรงนี้เหรอคะ?” พรวลัยถามพร้อมกับเหลือบมองไปที่ผู้หญิงคนหนึ่งที่เธอไม่คุ้นหน้าซึ่งยืนสวมชุดคลุมอาบน้ำอยู่ด้านหลังของชัยกร “เอ่อ ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่รถของผู้หญิงคนนั้นเสียนิดหน่อย” ชัยกรพูดพร้อมกับหันไปมองที่ภาวิดา “เธอเป็นเพื่อนของคุณหนูเหรอคะ?” “เปล่าครับ ผมบังเอิญไปเจอเธอตอนที่กำลังขี่ม้ากลับมาที่บ้านน่ะครับ เห็นว่าเธอรถเสีย ผมเลยช่วยเธอไว้” พรวลัยพยักหน้าเป็นสัญญาณว่าเธอเข้าใจที่ชัยกรพูด “เอ่อ แล้วก็มีอีกเรื่องครับ” ชัยกรพูดจบเขาก็หันไปหาภาวิดาแล้วกวักมือเรียกให้เธอเดินไปหาเขา ภาวิดาเห็นดังนั้น เธอจึงเดินเข้าไปหาเขา เมื่อภาวิดาเดินมาถึง ชัยกรก็เริ่มพูดต่อทันที “ป้าพรครับ เด็กคนนี้จะพักอยู่ที่บ้านของผมจนกว่ารถของเธอจะซ่อมเสร็จนะครับ!” พรวลัยได้ยินแบบนั้นเธอก็สงสัยนิดหน่อยแต่ไม่ได้สอบถามอะไรต่อ ส่วนภาวิดาก็ตกใจกับคำพูดของเขาเช่นกัน “นี่คือป้าพรนะ ป้าพรเป็นผู้จัดการของที่นี่ ถ้าเธอต้องการอะไรก็บอกป้าพรได้นะ” ชัยกรแนะนำพรวลัยให้กับภาวิดาได้รู้จัก แต่เขาไม่ได้แนะนำชื่อของภาวิดาให้กับพรวลัยได้รู้จัก เพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าภาวิดาชื่ออะไรและเขาก็ไม่เคยถามถึงชื่อของเธอเลย “สวัสดีค่ะ” ภาวิดากล่าวทักทายด้วยรอยยิ้มพร้อมกับยกมือไหว้ “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวกลับเข้าไปในบ้านก่อนนะครับป้า ส่วนเธอถ้าอยากจะเดินเล่นรอบๆก็ตามสบายเลยนะ” ชัยกรพูดกับทั้งสองคนก่อนจะเดินกลับบ้านไปพร้อมกับสุนัขทั้งสามตัว ภาวิดาเห็นชัยกรเดินกลับไปที่บ้าน เธอก็ยืนเงอะๆงะๆว่าจะทำอะไรต่อดี ก่อนที่จะหันมายิ้มแบบเขินๆให้กับพรวลัยและตัดสินใจเดินตามชัยกรกลับไปที่บ้าน ปล่อยให้พรวลัยยืนงงและสงสัยถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ว่ามันเป็นยังไงกันแน่ เมื่อมาถึงที่บ้านชัยกรก็เดินขึ้นไปข้างบนเพื่อทำงานต่อ ส่วนภาวิดาที่รู้สึกเพลียๆจากการตากฝนและยังเจ็บที่แผลอยู่ เธอจึงกลับไปที่ห้องและนอนพักผ่อนชัยกรใช้เวลาไปกับการทำงานของเขาหลายชั่วโมงจนเวลาล่วงเลยมาถึงตอนประมาณหกโมงเย็น เขาจึงเดินลงไปที่ห้องครัวเพื่อเตรียมตัวสำหรับการทำอาหารเย็นด้วยตัวเอง การทำอาหารของเขานั้นดูคล่องแคล่วรวดเร็วบ่งบอกได้ถึงความชำนาญและการได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ซึ่งมันก็ใช้เวลาไม่นาน และในที่สุดอาหารเย็นก็เสร็จพร้อมที่จะรับประทานแล้วหลังจากเตรียมอาหารและจัดโต๊ะเรียบร้อยแล้ว ชัยกรจึงเดินไปเคาะประตูเพื่อเรียกให้ภาวิดามากินข้าว“ก๊อกๆ”เมื่อได้ยินเสียงคนมาเคาะที่ประตูห้อง ภาวิดาจึงลุกจากเตียงเพื่อไปเปิดประตู“มีอะไรเหรอคะ?” ภาวิดาแง้มประตูออกมาถาม“ได้กินอะไรบ้างรึยัง? พอดีผมทำอาหารเย็นเสร็จแล้วนะ มากินด้วยกันซิ” ชัยกรพูดพร้อมกับมองดูที่แผลของเธอว่าเรียบร้อยดีหรือไม่ ซึ่งมันก็ดูยังไม่เรียบร้อยเลยสักนิดเดียว พอพูดเสร็จเขาก็เดินกลับไปที่โต๊ะอาหาร“เขาทำอาหารเองเป็นด้วยเหรอ?” ภาวิดาคิดในใจและก็รีบเดินตามไปห่างๆ เธอรู้สึกดีใจที่จะได้กินข้าวเพราะเธอเองก็เริ่มที่จะหิวแล้ว แต่เธอก็ยังรู้สึกเขินเช่นเดียวกัน เพราะว่าเธอนั้นไม่ได้ใส่ชุดชั้นในออกมาด้วยแต่ในระหว่างที่กำลังเดินไปที่โต๊ะอาหาร ภาวิดาก็พยายามมองดูภายในบ้านของชัยกรที่ใหญ่โตและสวยงามโดยที่เธอไม่ทันได้สังเกตว่ามีแมวตัวหนึ่งได้วิ่งตามเธอมาข้างหลัง แมวตัวนั้นเดินเข้าไปพัวพันที่ขาของเธอ นั่นทำให้เธอตกใจและสะดุดล้มเสียหลักไปกอดเข้ากับด้านหลังของชัยกรที่เดินอยู่ข้างหน้าเธอ!!ชัยกรสะดุ้งที่อยู่ดีๆภาวิดาก็เข้าไปกอดเขาที่ด้านหลัง เขาหันไปมองเธอด้วยความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น และเขาก็สังเกตเห็นว่ามีแมวยืนอยู่ข้างหลังเธอ ส่วนภาวิดาก็ค่อยๆคลายมือที่กอดชัยกรออกและเดินถอยห่างออกมาหนึ่งก้าว“ขอโทษค่ะ พอดีแมวมันเดินตัดหน้า” ภาวิดาพูดพร้อมกับชี้ไปที่แมวซึ่งกำลังนั่งเลียเท้าของมันอยู่“ว่าแต่ หนูขอยืมมือถือพี่โทรหาที่บ้านได้มั้ยคะ?” ภาวิดายิ้มและถามแก้เขิน“ได้ครับ...แต่ต้องรอหลังกินอาหารเสร็จก่อนนะ” ชัยกรตอบรับด้วยท่าทีที่เรียบเฉยและหันหลังเดินต่อไปที่โต๊ะอาหาร บรรยากาศในการทานมื้อค่ำนี้เต็มไปด้วยความเงียบงัน ไม่มีเสียงของการสนทนา มีเพียงแค่เสียงช้อนซ้อมที่กระทบจานไปมาอย่างเบาบาง ชัยกรนั่งกินอย่างเงียบๆและเรียบร้อย เขาไม่พูดไม่จา เธอรู้สึกเกร็งๆแต่ก็ก้มหน้าก้มตากินไปเรื่อยๆ เพราะจากคนที่เคยพูดคุยสนุกสนานกับเพื่อนๆและคนในครอบครัวตอนทานข้าวต้องมานั่งกินอย่างเงียบๆแบบนี้เธอจึงรู้สึกแปลกๆและอึดอัดแต่ก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไร “เคร้ง!” เสียงช้อนหล่นกระทบกับจานของภาวิดาดังสนั่นเพราะมือขวาที่เจ็บทำให้เธอจับช้อนได้ไม่ถนัดนัก “ขอโทษค่ะ” เธอยิ้มแหยๆ และเดินขากระเผลกไปเอากระดาษทิชชู่มาเก็บเศษข้าวที่กระเด็นหกเลอะเทอะ ชัยกรมองไปที่ภาวิดา เขาก็เห็นว่าการทำแผลของเธอนั้นดูไม่เรียบร้อยเลย หลังจากที่ทั้งคู่กินอาหารเสร็จ ชัยกรบอกให้ภาวิดาไปนั่งรอเขาที่โซฟาและเขาก็ลุกไปเอาโทรศัพท์มือถือของเขามา แล้วก็เดินเข้าไปในห้องของภาวิดาเพื่อหยิบเอากล่องปฐมพยาบาลออกมาด้วย พอเข้าไปในห้องเขาเห็นว่าภาวิดาเอาชุดชั้นในตากพัดลมอยู่ในห้อง แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร ส่วนภาวิดาก็ตกใจที่ชัยกรเดินเข้าไปในห้องแบบที่เธอก็ไม่ได้ทันตั้งตัว ชัยกรเอากล่องปฐมพยาบาลเพื่อมาทำแผลให้ภาวิดาใหม่อีกรอบ เขานั่งคุกเข่าลงต่อหน้าเธอ และบอกให้เธอเอาหัวเข่าและฝ่ามือที่เป็นแผลให้เขาดู“ไม่เป็นไรค่ะ” ภาวิดาพยายามปฏิเสธอย่างสุภาพ“อย่าดื้อได้มั้ย?” เขาพูดออกมาด้วยท่าทางที่หงุดหงิด ภาวิดาจึงยอมให้เขาทำแผลให้“โตขนาดนี้แล้วยังทำแผลเองให้มันดีๆไม่เป็นอีกเหรอ?” เขาเงยหน้าขึ้นมาถามภาวิดาในขณะที่กำลังล้างแผลให้เธอ ในตอนนี้ภาวิดารู้สึกซาบซึ้งที่เขาทำแผลให้อย่างทะนุถนอมแต่อีกใจก็รู้สึกหมั่นไส้ที่เขาดุเธอ