หลายวันต่อมาฉวนลี่ถิงไปเข้าเฝ้าพระมเหสีเก่อซีที่ตำหนักหงส์พิมาน
“เขาชอบตุ๊กตาเสือหรือไม่”
“มากเพคะ” เป็ความจริงที่อาเฉินนอนกอดตุ๊กตาเสือของแม่กับของพระเหสี
“เ้าพูดให้ข้าดีใจอยู่กระมัง”
“มิกล้าเพคะตุ๊กตาตัวนั้นแทบจะไม่ห่างตัวเวลาเล่น และไม่ห่างเตียงเวลานอนอาเฉินชอบตุ๊กตาที่พระองค์ประทานให้จริงๆ”
คนฟังแย้มพระโอษฐ์เล็กน้อยวันนั้นทรงสู้อุตส่าห์นำตุ๊กตาเสือน้อยจะมามอบให้อาเฉินที่ตำหนักของพระสวามีเพราะรู้ว่าถึงกำหนดมาเข้าเฝ้าพระบิดาแต่มิคาดองค์จักรพรรดิเปลี่ยนพระทัยเสด็จไปเยี่ยมพระโอรสที่ตำหนักพระอนุชาเสวี่ยจิ้งจึงได้ฝากตุ๊กตาไปให้อาเฉินแทน
ที่ผ่านมาใช่ว่าไม่ทรงเห็นเค้าลางว่าพระสวามีกำลังสนพระทัย ฉวนลี่ถิง สตรีผู้นี้นับว่ามีความงดงามโดดเด่นกิริยาท่าทางหากได้รับการขัดเกลามากกว่านี้ ก็สามารถเป็นางในวังหลังได้ไม่ยากและคาดว่าต้องได้รับการโปรดปรานไม่ด้อยกว่าสนมนางอื่น
“ผ่านมาแล้วหลายเดือนเ้าเป็อย่างไรบ้าง ยังมีความคิดอยากจะกลับบ้านอยู่อีกหรือ” ชีวิตของนางที่ถูหยางเรียกได้ว่าเทียบเท่าคุณหนูตระกูลสูงการจะหวนกลับบ้านเกิดคงจะทำให้คิดหนักอยู่กระมัง
“อยากสิเพคะครอบครัวหม่อมฉันอยู่ที่ซานเทียน โรงย้อมสกุลฉวนยัง้าคนสืบทอด”
คำตอบของหญิงสาวผิดจากที่ทรงเดานัก
“ไม่ห่วงองค์ชายแล้วหรือ”
“ทูลตามตรงเพคะ ได้เห็นพระเมตตาที่ทรงมีต่ออาเฉินหม่อมฉันก็วางใจ” อย่างน้อยความวางใจตอนนี้ก็มีอยู่เกินครึ่งเสวี่ยอ๋องทรงรับปากแล้วจะดูแลอาเฉิน อีกทั้งพระมเหสีก็ทรงเอ็นดูเขา
“เด็กน่ารักว่านอนสอนง่ายใครๆ ก็เอ็นดู” พระมเหสีตรัส ก่อนทรงหันไปมองโอรสของพระสวามีซึ่งกำลังเล่นอยู่กับนางกำนัลที่มุมหนึ่งของตำหนัก
“เ้าคิดอย่างไรกับเื่ที่ฝ่าาจะหาคนดูแลเขา”
“สุดแล้วแต่พระองค์จะเมตตาเพคะหม่อมฉันไม่มีสิทธิ์ใดๆ เท่าที่เป็อยู่ก็ถือว่าได้รับพระกรุณามากแล้วเพียงแต่หากขอได้ หม่อมฉันคิดอยากให้อาเฉินได้อยู่กับคนที่มีใจรักและเอ็นดูเขาด้วยใจจริงมิใช่มีเขาเพื่อดึงความสนพระทัยของฝ่าา”
นางพญาหงส์เลิกพระขนงเรียวงามเล็กน้อย“เ้าดูออกแล้วสิว่าข้ารู้สึกอย่างไร”
“หม่อมฉันทราบเพคะ”
แม้ชาติกำเนิดสายเืข้างมารดาจะต่ำต้อยแต่เืในกายครึ่งหนึ่งของอาเฉินก็มาจากโอรส์และกรมวังก็บันทึกชื่อพี่สาวนางไว้แล้ว ในฐานะพระโอรสองค์หนึ่งเื่ราววันหน้าไม่แน่ไม่นอน อาเฉินอาจจะมีสิทธิ์ในบรรดาศักดิ์ขั้นสูงด้วยเช่นกัน
พระมเหสีอาจจะทรงคิดอยากได้อาเฉินเป็โอรสเพื่อใช้เขางัดข้อ ปูทางสู่ความเป็ใหญ่ในอนาคต นี่คือเื่ที่นางกริ่งเกรงอยู่
“แต่...”
ผู้เป็ใหญ่ด้วยศักดิ์ฐานะยื่นพระหัตถ์มากุมมือของฉวนลี่ถิงไว้
“ข้ารับปากเ้าอาเฉินจะเป็สิทธิ์ของข้าแต่เพียงผู้เดียว ครอบครัวข้าจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับชีวิตเขา แต่งเข้าราชวงศ์เจ็ดปีแล้วก็ยังไร้วาสนา เ้าพอจะเข้าใจหัวอกข้าอยู่กระมัง”
ในน้ำเสียงแฝงความน้อยเนื้อต่ำใจเต็มเปี่ยมแววพระเนตรทอความขมขื่นไม่มีปิดบัง ทำให้ฉวนลี่ถิงรีบเอ่ยออกมา “ยังทรงเยาว์ชันษาอยู่นะเพคะ”
“ข้ายี่สิบสามแล้วจะยังมีหวังอันใดอีกเล่า ในเมื่อครึ่งเดือนก็แล้วหนึ่งเดือนก็แล้วที่ฝ่าาไม่เสด็จมาค้างตำหนักของข้า” นางกลายเป็ตัวตลกของเหล่าสนมสวมมงกุฎนางหงส์ แต่ชะตาชีวิตเป็ได้แค่นกน้อยปีกหัก ไร้เรี่ยวแรงสู้รบตบมือกับใครได้แต่ปล่อยชีวิตติดอยู่ในกรงสวยงาม
ฉวนลี่ถิงถึงกับอึ้งงันที่ตนเองได้ร่วมรับรู้ชะตากรรมของหญิงสาวซึ่งคนภายนอกต่างริษยากับลาภยศความเป็อยู่
“พูดแล้วก็คงเข้าใจว่าข้าชอบปดมดเท็จแต่ด้วยสัตย์จริง ความรักความเอาพระทัยใส่จากฝ่าา ข้าไม่้าก็ได้ขอแค่มีลูกน้อยอยู่เป็เพื่อนใน่หนึ่งของชีวิตก่อนข้าตายนับเป็ความปรารถนาสูงสุดแล้ว”
หากทรงมีโอกาสได้มอบความรักของแม่ได้ถูกเด็กคนหนึ่งรักและหวังพึ่งพิง จะทรงรักษาโอกาสนี้ไว้ด้วยชีวิตและจะไม่ให้สกุลอู๋หรือใครหน้าไหนมายุ่มย่ามกับอาเฉินในเื่อำนาจราชบัลลังก์เป็อันขาดสองแม่ลูกขอหลีกให้พ้นให้ห่างการแก่งแย่งชิงดี ชีวิตนางเคยเรียบง่ายมาก่อนแม้จะเปลี่ยนฐานะไปเพราะสามีขึ้นครองบัลลังก์ แต่จิตใจใฝ่แสวงความสงบของนางมีเพียงคนใกล้ชิดที่รู้ว่ายังคงเดิม
‘พี่สะใภ้ข้ามิใช่คนมากเล่ห์เพทุบายเื่มักใหญ่กุมขุมกำลังนั้น ข้าไม่คิดว่าคนอย่างนางจะทำได้ แต่ถ้านางกล้า รับรองว่าข้าจะจับตาเฝ้ามองทุกฝีก้าวจะไม่ให้มีเื่ร้ายเกิดขึ้นกับอาเฉินแม้เพียงปลายก้อย’
...ฉวนลี่ถิงหวนทบทวนพระดำรัสที่เสวี่ยอ๋องมีกับนาง
นางเชื่อใจเสวี่ยอ๋องหนนี้ขอวางเดิมพันกับพระมเหสีเก่อซีด้วยอีกคนหญิงสาวประสานฝ่ามือพร้อมน้อมกายจรดศีรษะลงกับพื้น
“หม่อมฉันน้อมรับพระเมตตาน้ำพระทัยที่มีให้ จะขอจดจำไว้ตราบสิ้นชีวิต”
“ข้าต่างหากที่ต้องขอบใจเ้าหลังจากอาเฉินเข้ามาอยู่ในวัง เ้าเต็มใจจะเข้ามาช่วยข้าดูแลเขาหรือไม่เ้าไม่จำเป็ต้องรีบกลับบ้านก็ได้นี่”
“เอ่อ...” ฉวนลี่ถิงเงยหน้าขึ้น จะให้นางเข้ามาอยู่ในวังหลวงฐานะใดเล่าหากส่งตัวอาเฉินเข้าวังแล้วตัวนางยังตามมาอีก ถ้าหากองค์จักรพรรดิเข้าพระทัยว่านางหวังไต่เต้าด้วยตำแหน่งสนมทีนี้นึกอยากจะปฏิเสธก็คงยากแล้ว
“เ้าเป็น้าสาวขององค์ชายตำแหน่งท่านหญิงคงทำให้อยู่ในวังได้ไม่มีคำครหา” ดำริมาพักหนึ่งแล้วว่าตำแหน่งนี้จะสามารถกันจักรพรรดิหนุ่มออกห่างฉวนลี่ถิงได้เพราะถ้าหญิงสาวได้เป็สนม นั่นเท่ากับว่า อาเฉินต้องถูกพรากไปอีกอยู่ดี คราวนี้คงถูกแบ่งปันทั้งสามีไม่ได้ทั้งโอรสมาดูแล
ครั้นตรัสแล้วก็เห็นประกายความยินดีแวบหนึ่งในดวงตาของหญิงสาวพระมเหสีเก่อซีจึงตรัสต่อ “เข้ามาอยู่ในวังเ้าก็มีฐานะเป็น้องสาวคนหนึ่งของข้า”
“ลี่ถิงไม่บังอาจหรอกเพคะ”นางปรารถนาเพียงอาเฉินได้อยู่ดีมีสุขเื่จะฉกฉวยผลพลอยได้ใส่ตนนั้นไม่เคยคิดแม้แต่น้อย
“เอาเถอะ...นั่นก็คงแล้วแต่เ้ายังมีเวลาคิด กลับไปไตร่ตรองให้ดีเื่นี้ถือว่าเป็ความลับระหว่างเราสองคนจะได้ไหม” ถึงคราวหงส์ฟ้าจำเป็ต้องพึ่งพานกกาต่างถ้อยทีถ้อยอาศัย
“หม่อมฉันทราบเพคะ”
“ขอบใจเ้ามาก” พระโอษฐ์บางแย้มยิ้มแช่มชื่นเข้าถึงในหฤทัยทอดพระเนตรแลไปยังองค์ชายน้อยที่ทรงหมายพระทัยอยากได้มาดูแล
ฉวนลี่ถิงลอบมองพระมเหสีเก่อซี...
ฟ้าดินโปรดจงเป็ใจให้นางเชื่อใจคนไม่ผิดด้วยเถิด