ตอนที่ 12 สะกดรอย
เช้าตรู่ ค่ำคืนอันหนักหน่วงสีน้ำเงินเข้มค่อยๆถอนตัวกลับไปด้านหลังทีละนิดๆ เผยให้เห็นแสงอาทิตย์แรกอรุณสีเงิน…
“ลุงเจียง นี่ครับ เบี้ยำาญและเงินเกษียณใน่หลายปีมานี้ของลุงจัดการเรียบร้อยแล้วรับไปได้เลยครับ” หน้าประตูมีชายวัยกลางคนคนหนึ่งยื่นของในมือส่งให้ผู้เฒ่าเจียง
“รบกวนนายแล้ว อู๋กัง” ผู้เฒ่าเจียงเอ่ยอย่างขอบคุณ
“ปู่ครับ”
เจียงฉือที่สะพายกระเป๋านักเรียนเดินออกมาจากบ้านเห็นผู้ใหญ่บ้านกับปู่กำลังคุยอะไรกันอยู่ ในมือยังถือบัตรเอทีเอ็มไว้ใบหนึ่ง เจียงฉือถือโอกาสมองมันแต่ชำเลืองแค่แวบเดียวก็จำได้ว่ามันคือสิ่งที่ปู่ทิ้งไว้ให้เขาเมื่อชาติก่อน
ดวงตาของเจียงฉือสั่นไหว น้ำตาแทบเอ่อออกมาจากั์ตาอยู่รอมร่อ
“ลุงอู๋ ปู่ ผมไปเรียนก่อนนะครับ” เขาทักทายอย่างสุภาพก่อนจะวิ่งออกไปโดยไม่รอให้ทั้งสองคนตอบ
…
หลายวันที่ผ่านมาเจียงฉือเข้าเรียนและเลิกเรียนตามปกติกู้ชวนเองก็ไม่ได้โดดเรียนอีก ถึงแม้เขาจะยังคงนอนฟุบกับโต๊ะเหมือนเดิมก็ตาม แต่เท่านี้ก็ทำให้เขาดีใจมากแล้ว
และั้แ่ครั้งก่อน เจียงฉือก็คอยหลบเลี่ยงสวี่กู้ตลอดบางครั้งเขาก็เมินเวลาที่อีกฝ่ายเข้ามาคุยด้วย ชีวิตผ่านไปอย่างสงบสุขมาก
ความผิดปกติเพียงอย่างเดียวก็คือเจียงฉือพบว่าสองวันมานี้หวังฉิงค่อนข้างเงียบไป และมักจะชอบเข้าไปพูดคุยกับสวี่กู้บางทีเข้าเรียนแล้วก็ยังลอบหันไปมองเขาด้วยใบหน้าเขินอาย
เจียงฉือรู้สึกว่าหวังฉิงอาจจะหวั่นไหวกับสวี่กู้ทว่าตัวเองก็ไม่อาจบอกเธอได้ตรงๆ ว่าสวี่กู้นั้นเป็คนไม่ดี ถึงอย่างไรในสายตาคนอื่นๆดูอย่างไรสวี่กู้ก็เป็เด็กหนุ่มที่มีภาพลักษณ์ร่าเริงสดใสเหมือนแสงอาทิตย์
เขาจนปัญญาจริงๆ ทำได้เพียงเอ่ยเตือนอย่างนิ่มนวลอ้อมๆแต่หวังฉิงก็ฟังไม่เข้าหัวเลยสักนิด
วันนี้เจียงฉือทำงานอยู่ที่ร้านอาหารตามปกติแต่สายตาก็บังเอิญไปเห็นหวังฉิงเดินผ่านหน้าร้านไปด้วยสีหน้าร้อนใจ เขาสังเกตว่ามันมีอะไรผิดปกติจึงรีบไปขอลางานกับเถ้าแก่เนี้ยทันที
เจียงฉือแอบตามหลังหวังฉิงมาจนกระทั่งถึงหน้าประตูบาร์สุดหรูหราแห่งหนึ่งเขาขมวดคิ้วมองสถานที่ที่เหมือนกันกับชาติก่อน และเดินตามเข้าไป…
ขณะเดียวกัน ภายในห้องรับรองพิเศษห้องหนึ่งในบาร์ก็มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่สวมชุดดำทั้งชุดและสวมหมวกแก๊ปกำลังเอนกายพิงอยู่บนโซฟา นั่งฟังคำพูดของชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามอย่างเฉยเมย
“คุณคือคุณกู้เหรอครับ” ชายที่อยู่ตรงข้ามมองเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อคนในวงการต่างรู้กันหมดว่ามีคนคนหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า GU แบบแปลนสถาปัตยกรรมของเขานั้นขอเพียงแค่ถูกเผยแพร่ออกมา ก็ทำให้ผู้คนบ้าคลั่งได้แล้ว ดังนั้นขอเพียงมีใครขุดอัจฉริยะคนนี้ออกมาได้คนคนนั้นก็จะสามารถยืนอยู่ในวงการธุรกิจนี้ได้โดยไม่สั่นคลอน แต่เด็กหนุ่มตรงหน้านี้ดูอย่างไรก็น่าจะอายุเพียงแค่สิบสี่สิบห้าปีเท่านั้นจะเป็เขาไปได้อย่างไรกัน
“อืม!”กู้ชวนตอบด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
ชายคนนั้นยังไม่ค่อยเชื่อเท่าไรนักเขาหยิบเอกสารสัญญาออกมาอย่างไม่เต็มใจ พลางเอ่ยว่า “นี่คือสัญญาการโอนแบบแปลนสถาปัตยกรรมรบกวนคุณลงชื่อลงไปด้วยครับ”
กู้ชวนยังคงแสดงท่าทีเ็าเฉยเมยเขาลงชื่อโดยใช้นามปากกาของตัวเองว่า ‘GU’
เมื่อชายคนนั้นเห็นลายมือก็ยิ่งใ ไม่ผิดแน่ เด็กหนุ่มตรงหน้าก็คืออัจฉริยะที่เขาพยายามอย่างยากลำบากเพื่อจะดึงตัวมาร่วมงานด้วย
ท่าทางของชายคนนั้นนอบน้อมขึ้นทันที“คุณกู้ แบบแปลนสถาปัตยกรรมครั้งก่อนที่คุณส่งมาทางเราได้รับแล้ว ท่านผู้เฒ่าเซียวรู้สึกขอบคุณคุณมากนี่คือสิ่งตอบแทนครับ” เขายิ้มและดันการ์ดสีทองไปตรงหน้ากู้ชวน ก่อนจะพูดต่อว่า“บอสให้ถามคุณว่า ไม่ทราบว่าคุณยินดีจะเข้าร่วมกับบริษัทเราไหมครับ”น้ำเสียงของชายคนนั้นเต็มไปด้วยความจริงใจ
อีกด้าน เจียงฉือเห็นหวังฉิงเข้าไปในห้องรับรองห้องหนึ่งและไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆจึงแนบหูเข้ากับประตูเพื่อแอบฟังอย่างระมัดระวัง
“หวังฉิงสินะ!”เสียงเยาะหยันของผู้หญิงดังขึ้น หวังฉิงมองหญิงสาวตรงหน้า ข้างๆ ยังมีพวกอันธพาลยืนอยู่ด้วยอีกหลายคนความรู้สึกหวาดกลัวก็จู่โจมเข้ามาในใจ
เธอได้รับโทรศัพท์สายหนึ่งและได้ทราบมาว่าสวี่กู้กำลังเมาอยู่ที่นี่ตอนแรกก็ยังสงสัยอยู่ว่าในโทรศัพท์ของสวี่กู้นั้นมีเบอร์ของเธอได้อย่างไร พอตอนนี้ได้พบกับสาวผมแดงที่หน้าตาคุ้นๆตรงหน้า จึงได้เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น
“เหอะ นังตัวดี เธอรู้ไหมว่าสวี่กู้น่ะเล่นๆ กับผู้หญิงมากี่คนแล้ว กล้าแย่งผู้ชายของฉันเธอรู้ไหมว่าผลลัพธ์มันจะเป็ยังไง” หญิงสาวถลึงตาใส่หวังฉิงอย่างเหี้ยมโหด
“ยกให้พวกนายแล้วกัน” สาวผมแดงเอ่ยสั่ง
“อ๊ะ! ปล่อยฉันนะ พวกนายจะทำอะไร” หวังฉิงที่ถูกกลุ่มผู้ชายกดลงบนโซฟากรีดร้องเสียงแหลม
เจียงฉือที่อยู่ด้านนอกตื่นตระหนกเหตุการณ์เกิดขึ้นเหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน ชาติก่อนเขาวิ่งหนีไปอย่างขี้ขลาดตาขาวทำให้หวังฉิงสูญเสียความบริสุทธิ์ไป กอปรกับคำพูดกระทบกระเทียบจากคนรอบข้าง สุดท้ายเธอก็เสียสติลาออกจากโรงเรียนไปครั้งนี้เขาสาบานได้เลยว่าจะไม่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นอีกเด็ดขาด
เจียงฉือมองไปรอบๆ ก่อนจะหยิบไม้ท่อนหนึ่งจากแถวๆนั้นขึ้นมาถือไว้ในมือ เคาะประตูพลางเอ่ย “สวัสดีครับเครื่องดื่มของคุณได้แล้วครับ”
สาวผมแดงในห้องได้ยินเสียงเคาะประตูไม่หยุดก็มองคนที่อยู่รอบๆ ตัวอย่างหงุดหงิด แล้วออกคำสั่ง “ไปเปิดประตู”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/2950e7d742c903d7a687d9b0ce2dfde8