ทางฝั่งของสำนักดาราทมิฬ
ฉีิ ที่กำลังนั่งฟังเหล่าผู้าุโกำลังรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดการสอนและแนะนำชาวเมืองเกี่ยวกับเื่พืชผักผลไม้ที่ได้เรียนรู้มาจากไป๋ชิง
ตอนนี้ข่าวลือเื่ที่คนแคว้นฉู่ สามารถนำลูกไม้มากินได้เพราะคำแนะนำของท่านเซียนที่อยู่ในป่าเทวะทมิฬก็ได้กระจายไปยังหลายๆ แคว้นรอบข้างแล้ว และข่าวลือนี้ก็เป็ที่สนใจเป็อย่างมากของบรรดาผู้ครองแคว้นทั้ง4ที่อยู่โดยรอบ
ถึงขนาดส่งคนเข้ามาเพื่อสืบเื่ราวของเซียนที่อยู่ในป่าเทวะทมิฬและยังได้ส่งคนมาเพื่อขอเรียนรู้อีกด้วย ซึ่ง ฉู่ไท่หลง ฮ่องเต้แห่งแคว้น ก็ไม่ได้ขัดอะไร และยินยอมให้คนเ่าั้เข้ามาเรียนรู้เื่ลูกวัชพืชที่กินได้กับคนของสำนักดาราทมิฬได้ เพราะเห็นประโยชน์ในเื่การสร้างสัมพันธไมตรีกับต่างแคว้น
ในความคิดของฉีินั้น ชิงเอ๋อของเขานั้นมีความสามารถมากกว่าคนที่ฝึกฝนอยู่ในระดับเซียนมากนักขนาดเขาที่อยู่ในระดับเซียนยังรู้สึกได้ถึงความห่างชั้นแม้ว่าชิงเอ๋อจะไม่ได้ปลดปล่อยระดับพลังออกมาก็ตาม
" ท่านประมุขขอรับวันนี้คนของสำนักเราได้ทำการให้ความรู้แล้วก็แนะนำชาวเมืองให้รู้จักกับผลไม้นั้นได้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีขอรับ "
" ตอนนี้ในแคว้นของเราล้วนแต่เต็มไปด้วยอาหารการกินที่หลากหลายมากกว่าแต่ก่อนมากขอรับท่านประมุข "
" ป่านนี้ทางด้านชิงเอ๋อจะเป็ยังไงบ้างนะ "ฉีิยังคงนั่งคิดถึงร่างบางจนไม่ได้ฟังคำรายงานของเหล่าผู้าุโเลยแม้แต่น้อย
" ท่านประมุข ท่านประมุข ประมุข! "
เสียงของเหล่าผู้าุโดังขึ้นจนทำให้ฉีิถึงกับสะดุ้งใ
" พวกท่านจะะโเสียงดังกันทำไมข้าก็นั่งอยู่แค่นี้ "
ฉีิพูดขึ้นอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย
" พวกข้าเรียกท่านหลายครั้งแล้วท่านประมุข แต่ท่านกลับเอาแต่นั่งเหม่อ พวกข้าแค่จะมารายงานว่า งานเผยแผ่และให้ความรู้เกี่ยวกับเื่ผลไม้ให้แก่ชาวบ้านนั้นสำเร็จไปได้ด้วยดี "
ผู้าุโสูงสุดพูดขึ้น
" อะ อ๋อ ตอนนี้พวกท่านสามารถจัดการทุกอย่างได้เรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ "
" ใช่แล้วขอรับท่านประมุข " ทุกคนตอบขึ้นพร้อมกัน
" งั้นข้าก็จะฝากสำนักไว้กับพวกท่านก็แล้วกันข้าจะไปหาชิงเอ๋อ "
ท่านอ๋องพูดขึ้นด้วยความยินดี จะได้ออกไปหาชิงเอ๋อของเขาแล้วในขณะที่เขากำลังดีใจอยู่นั้นก็ได้มีเสียงขององครักษ์เงาดังขึ้นมาว่า
" ทูลท่านอ๋องพะยะค่ะฮ่องเต้มีรับสั่งให้พระองค์เข้าเฝ้าพะยะค่ะ "
เพียงเท่านั้นแหละบรรยากาศภายในห้องโถงก็เย็นะเืลงมาทันที
" ฮ่องเต้! " ฉีิคำรามออกมาดังลั่น
คนในห้องโถงนั้นต่างถึงกับพากันสะดุ้งและสงสารท่านประมุขจับใจและได้ไว้อาลัยให้กับฮ่องเต้ไปในคราวเดียวกัน
ภายในวังหลวงแคว้นฉู่
ภายในห้องทรงอักษร มีฮ่องเต้แห่งแคว้น กำลังนั่งตัวสั่นอยู่เพราะการจ้องมองของบุรุษตรงหน้า บุรุษผู้นั้นไม่ใช่ใครที่ไหนนั่นก็คือน้องชายของตนเองนั่นแหละ
" จะ เ้า อย่าได้มองข้าแบบนั้นสิ ขะ ข้า เป็ถึงฮ่องเต้นะ "
ฉู่ไท่หลงพูดขึ้นด้วยความหวาดกลัว ใครใช้ให้น้องชายของเขาตัวใหญ่กว่าเขากันล่ะ ชิ
" ท่านเรียกข้าเข้าวังมีเื่อะไรไม่ทราบ "
ฉีิ ถามขึ้นมาเสียงเย็น
ตัวเขาอุตส่าห์รีบทำงานของสำนักให้เสร็จโดยเร็วเพื่อจะได้รีบตามชิงเอ๋อไป แต่พอจัดการงานในสำนักเสร็จกำลังจะไปหาชิงเอ๋อแต่เ้าพี่ชายตัวดีนี่กับเรียกเขาเข้าวัง มันน่านัก
" ขะ ข้า แค่จะเรียกเ้ามาแจ้งเื่ที่ข้ารู้มาเท่านั้น ข้ารู้มาว่าสำนักเทพกระบี่แห่งแคว้นฉี จะเปิดรับสมัครลูกศิษย์ในเมืองหลวงของแคว้นฉี ในอีก 3 วันข้างหน้า ก็แค่นั้น "
" และข้ายังรู้มาอีกว่าหลังจากข่าวสำนักเทพกระบี่เปิดรับลูกศิษย์แพร่กระจายออกไปพวกพรรคมารเองก็เริ่มเคลื่อนไหวเช่นเดียวกันข้าคิดว่าพวกมันอาจจะไปก่อกวนในวันรับลูกศิษย์ของสำนักเทพกระบี่ก็ได้ "
เมื่อฉีิได้ยิน เช่นนั้นจึงได้รีบเดินออกไปทันทีโดยไม่ได้สนใจฮ่องเต้อีก ด้วยเพราะว่าเขาเป็ห่วงร่างบางที่เดินทางไปแคว้นฉี เพราะเขาคิดว่าร่างบางคงจะไปที่งานเลือกรับศิษย์นั้นเช่นกัน แม้เขาจะรู้ว่าชิงเอ๋อของเขาเก่งกาจแค่ไหนแต่เขาก็อดเป็ห่วงไม่ได้
" นี่เ้ายังเห็นข้าเป็ฮ่องเต้อยู่หรือไม่ "
ฉู่ไท่หลง ได้แต่เอ่ยตามหลังน้องชายด้วยสีหน้าที่บอบช้ำ?
กลับมาทางด้านของไป๋ชิง
ในวันรุ่งเช้าขึ้นมาอีกวันเมื่อผมได้จัดแจงตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงได้เดินออกจากเรือนรับรอง ก็เห็นบ่าวที่หลิงฟงชิง สั่งให้มาดูแลเขายืนอยู่ด้านนอก
" ท่านไป๋ชิงจะไปที่ใดหรือเ้าคะ "
" ข้าว่าจะไปเดินเล่นสักหน่อยน่ะไม่ต้องตามเข้ามานะ "
ผมพูดตอบออกไป เมื่อผมพูดจบก็เดินออกมาทันที
ในระหว่างทางที่ผมเดินออกมานั้นก็ได้ยินเสียงเหมือนกับการฝึกซ้อมอะไรบางอย่างจึงได้เดินเข้าไปดูแล้วก็พบว่าซ่งเทียนและลี่อิงกำลังฝึกซ้อมเพลงกระบี่กันอยู่ผมจึงได้ไปยืนแอบดู หลังจากที่แอบดูได้สักพักทำให้ผมรู้สึกว่าเพลงกระบี่ของสำนักเทพกระบี่ก็ไม่เท่าไหร่
" หรือว่าเราจะลองโชว์เพลงกระบี่ที่มีในนิยายัหยกให้ทั้งสองคนนั้นได้ดูกัน "
อยู่ๆ ผมก็คิดขึ้นมาในใจเพราะนอกจากอนิเมะเื่ถังซานแล้วยังมีนิยายัหยกที่เป็อีกเื่ที่ผมชื่นชอบเป็อย่างมาก
เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงได้เดินเข้าไปหาทั้งสองคนกำลังซ้อมอยู่ทันที
" ท่านไป๋ชิงอรุณสวัสดิ์ ขอรับ /เ้าค่ะ "
ทั้งสองคนที่กำลังซ้อมกระบี่อยู่เห็นไป๋ชิงเดินเข้ามาจึงได้กล่าวทักทายขึ้น
" อื่ม อรุณสวัสดิ์เช่นกัน " ผมตอบออกไป
" พวกเ้ากำลังทำอะไรกันอยู่หรือ " ผมถามออกไปอีก
" พวกข้ากำลังซ้อมกระบี่อยู่ขอรับ " ซ่งเทียนตอบแทนน้องสาว
" ซ้อมกระบี่งั้นรึข้าขอซ้อมด้วยได้หรือไม่ ข้าเองก็มีเพลงกระบี่ที่ข้าคิดค้นขึ้นและอยากจะทดสอบอยู่เหมือนกันว่ามันจะเป็ยังไง "
ผมพูดแสดงความ้าออกไป
"เพลงกระบี่ที่ท่านคิดค้นขึ้นเองหรือขอรับ "
ซ่งเทียนถามออกไปยังไม่อยากเชื่อ เขายอมรับว่าเขาไม่ค่อยเชื่อว่าคนตรงหน้าคือคนที่ช่วยท่านพ่อท่านแม่และน้องๆ ของเขา ในเมื่อท่านพ่อท่านแม่เขาพูดเขาก็ต้องยอมรับฟัง แล้วมาตอนนี้คนผู้นี้กลับมาบอกว่ามีวิชากระบี่ที่คิดค้นขึ้นเองอยากจะมาทดสอบกับพวกเราสองพี่น้อง ทั้งที่ดูอายุแล้วก็น่าจะไม่ต่างอะไรกับพวกเราน่าจะเท่ากันด้วยซ้ำ
" เ้าคงกำลังคิดว่าค่ากำลังพูดโอ้อวดอยู่สินะเพราะดูจากภายนอกแล้วข้าก็อายุเท่ากันกับเ้า "
ผมพูดออกไปอย่างรู้ความคิดของคนตรงหน้า
" งั้นเ้าอยากเป็คนที่จะได้ทดสอบวิชากระบี่ที่ข้าคิดค้นขึ้นเองหรือไม่เล่า ข้าก็อยากรู้เช่นกันว่าเ้าที่เป็ถึงลูกศิษย์ฝ่ายในของสำนักเทพกระบี่จะเรียนรู้อะไรมาบ้าง "
ผมพูดออกไปอย่างยีญวน
" ได้พวกเราสองคนรับคำท่านแต่อย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน "
ซ่งเทียนพูดขึ้นด้วยสีหน้าเ็าที่ได้ยินคนท้าทายสำนักเทพกระบี่ของตน
เมื่อผมได้ยินดังนั้นจึงเรียกกระบี่ธรรมดาออกมาจากในมิติทันที จากนั้นก็ะโเข้าไปหาทั้งสองคนพร้อมกับใช้ออกด้วยเพลงกระบี่ง้อไบ๊เป็อันดับแรกผมจึงเอาท่าทางของเพลงกระบี่ของเ้าสำนักง้อไบ๊แต่ละรุ่นมารวมกันแล้วใช้ออกรวมเป็วิชาเดียว โดยไม่ได้ใช้พลังิญญายุทธอะไรเลย
ฟิ้วว ชิ้งง ชิง ชิ้ง ชิง พรึบ พรึบ
ชิ้ง พรึ่บ ชิงง ชิ้งง เคร็ง!
ชิ้งง
ทางด้านของซ่งเทียนและลี่อิง
" นะ นี้มันเพลงกระบี่อะไรกัน เหตุใดถึงได้ร้ายกาจนักแทบจะไม่มีโอกาสตอบโต้เลย " ทั้งสองคนคิดขึ้นในใจ
ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังคิดอยู่นั้นจึงทำให้ ทั้งสองคนไม่มีสมาธิจึงได้ถูกไป๋ชิงตีกระบี่จนหลุดออกจากมือ คุณทั้งสองคนใ
ชิ้วว เพลิง เคร้งง
" มือถือกระบี่ใจห้ามวอกแวก " ผมพูดขึ้นมาเสียงเรียบ
" ดูเหมือนพวกเ้าไม่ค่อยมีสมาธินะ " ผมพูดออกไปอีก
" นี่มันเพลงกระบี่อะไรกันทำไมถึงได้ร้ายกาจเช่นนี้ "
เป็ซ่งเทียนที่ถามออกมา
" เพลงกระบี่นี้ข้ายังไม่ได้คิดชื่อพวกเ้าคิดว่าควรใช้ชื่อว่าอะไรดี แต่ก่อนที่พวกเ้าจะตั้งชื่อเพลงกระบี่ชุดนี้ดูสิ่งนี้ซะก่อน "
ว่าแล้วผมก็ออกกระบวนท่าเพลงกระบี่ง้อไบ๊อีกส่วนหนึ่งทันทีพร้อมกับพูดชื่อกระบวนท่าออกมา แล้วฟันกระบี่ลงไปที่หุ่นฝึกซ้อมแต่ละตัวทันทีจนหุ่นฝึกซ้อมทุกตัวขาดเป็ 2 ท่อน
" พริ้วไหวดั่งขมิ้นบินผ่านหลิว
ดาบตามติดแต่ิญญาไม่ห่างคน
หน้าศัตรูเพียงแค่เอื้อมมาครึ่งมือ
กระบี่นางพญายังสิ้นลม "
" พวกเ้าคิดว่าเป็ไงบ้าง "
ผมหันไปถามทั้งสองคนหลังจากที่แสดงกระบวนท่าของเพลงกระบี่จบ
" เพลงกระบี่ที่ร้ายกาจมากสามารถฆ่าคนได้ภายในดาบเดียว " ลี่อิงรองอุทานขึ้นด้วยความใ
ั้แ่ตอนแรกที่มีเสียงการประลองฝีมือดังขึ้นทำให้ทุกคนในบ้านมารวมตัวกันที่ลานฝึกซ้อม เมื่อมาถึงแล้วเห็นว่าไป๋ชิงกำลังต่อสู้กับเด็กทั้งสองคนอยู่หลิงฟ่งชิงก็ถึงกับใเพราะคิดว่าเด็กทั้งสองคนไปยั่วโทสะของไป๋ชิงแต่พอดูๆ ไปก็รู้ว่าเป็เพียงแค่การประลองเท่านั้นจึงได้วางใจ
แต่เมื่อเขาได้เห็นกระบวนท่าเพลงกระบี่ที่ไป๋ชิงได้แสดงออกมาก็ถึงกับใจนอ้าปากค้าง
นี่มันเพลงกระบี่อันใดกัน!