พาร์ทของไอแลนด์
การแนะนำตัวอย่างเป็ทางการของพวกเรา
“เฮ้ ! เฮียเฮียชื่อโอเชี่ยนป่ะ ?”
ไอ้บื้อใช้นิ้วคลี่เสื้อตัวนอกเผยเห็นอักษรO CE A N ที่ปักตรงคอเสื้อด้านในหลังจากผมแต่งตัวเสร็จแล้วเดินออกมาเพื่อเอาชุดมาส่งคืนเ้าของไซส์เล็กกะทัดรัดเ้าของผิวขาวโอโม่หัวนมสีชมพูพริ้ง
เอ่อใครก็ได้เอาภาพพวกนั้นออกไปจากหัวกูที นม นม โน้มมมมม
<...>
ผมพยักหน้ารับเป็คำตอบอันที่จริงเด็กนั่นไม่ได้ช่างสังเกตหรอก แต่เป็เ้าของเสื้อเองต่างหากที่จงใจวางเสื้อผ้าให้เห็นแบบนั้นเพราะไม่อยากถูกตั้งชื่อใหม่แอบคิดในใจว่าไม่ถูกเรียกว่า “ไอ้เสื่อม” ที่ย่อมาจากความจำเสื่อมหรือไม่ก็เรียกว่า “ไอ้ใบ้” จากการที่ไม่ส่งเสียงพูดออกไปแล้วใครมันจะไปชอบชื่อพวกนี้กันล่ะวะ
เสื้อตัวนี้เป็ตัวโปรดที่ผมโคตรรักมากกกอยู่กับมันมาเกือบสิบปีเฝ้าทะทุถนอมเป็อย่างดีั้แ่สมัยเรียนมหาลัยการพักหอในจำเป็ต้องส่งผ้าซักรวมกับเพื่อนๆชาวหอก็เลยต้องใช้วิธีปักชื่อเพราะกลัวว่ามันจะหาย
ใช่ครับOCEAN คือชื่อของผมเองแต่จะปักเป็ภาษาไทยก็คงลำบากแย่ ไหนจะสระไหนจะวรรณยุกต์เกิด น.หนูหล่นหายจะเกิดอะไรกับชื่อเล่นผมล่ะ
“ผมปื๊ดส่วนโน่นไอแลนด์เรียกมันว่าแลนด์ก็ได้”
ไอ้บื้อแนะนำตัวเองและเพื่อนพร้อมส่งยิ้มน้อยๆ ก่อนอ้าปากกว้างโชว์ฟันเหลืองอ๋อยและรอยอุดอะมัลกัมแล้วหาวออกมา
“ฮ้าววววผมนอนละให้เ้าของบ้านเขาแนะนำสถานที่เองแล้วกัน”
พูดจบแล้วก็นอนเหยียดตัวยาวไปกับโซฟาแบบดื้อๆ คนอะไรจะตัดบทได้ง่ายดายขนาดนั้น แล้วเช้าขนาดนี้จะนอนต่อเลยเหรอ หลับลงได้ไงกันเนี่ย
“ป่ะไปซักผ้ากัน”
เสียงเ้าของบ้านะโมาจากหลังบ้านผมเดินตามเสียงนั้นไปโดยมีเ้าแมวเหมียวเดินตามตูดต้อยๆ
“เครื่องซักผ้าอยู่ตรงนี้ใช้เป็ใช่ไหม ?”
ผมแกล้งทำหน้าเหม่อไม่ได้พยักหน้าหรือส่ายหัวรับรู้ใดๆจนเ้าปากนิ่มหรือแลนด์ก็ชักไม่แน่ใจว่าจะเข้าใจหรือใช้เป็หรือเปล่า ถึงขึ้นต้องมาช่วยอธิบายวิธีการใช้งานประหนึ่งว่ากำลังสวมบทเซลล์แมนแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่อธิบายละเอียดยิบั้แ่กลไกการทำงานวิธี การใช้งานตลอดจนวิธีการบำรุงรักษาให้ใช้งานได้นานๆ ถ้าจะแนะนำไปมากกว่านี้อีกผมคงเปิดร้านซ่อมเครื่องซักผ้าได้แล้วมั๊ง
“เข้าใจแล้วเนาะงั้นเดี๋ยวแลนด์ทำให้ดูก่อนนะครับ”
พูดจบก็รับผ้าที่อยู่ในมือของผมใส่ลงไปในเครื่องก่อนจะกดฟังชั่นการทำงานอย่างตั้งอกตั้งใจ
“อยู่คนเดียวก็ต้องทำทุกอย่างเองซักผ้ารีดผ้า ทำงานบ้าน แต่ก็ดีนะไม่ต้องวุ่นวายกับใคร”
แลนด์พูดเสียงใสด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแต่ทำไมถึงััได้ว่าน้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความเหงาที่แทรกซึมอยู่ในประโยคนั้นก็ไม่รู้
“ช..ช..ช่ะ..”
ผมพยายามออกเสียงให้ออกมาเป็คำพูดเพื่อให้อีกฝ่ายเข้าใจ
“ช..ช่ะอะไร”
แลนด์ทวนคำพูดพร้อมกับทำหน้างงแต่เป็ภาพน่าดูมากครับควรจะทำหน้าแบบนี้บ่อยๆ จะดีต่อใจไอ้เชี่ยนมาก
“อ๋อ! เชี่ยน โอเชี่ยนนายแทนตัวเองว่าเชี่ยนหรอ”
ให้ตายเถอะน้องเขานึกออกภายในระยะเวลาไม่ถึงห้าวินาทีด้วยซ้ำ
<....>
ผมพยักหน้าให้รับรู้ว่าเออมึงเข้าใจถูกแล้วไอ้หนู
“ก็ได้ครับแลนด์กับ .... เชี่ยนป่ะ ?”
คนตัวเล็กพูดออกมาเพื่อถามในสิ่งที่ผม้าสื่อสารเดาว่าคงเพราะไม่อยากให้ต้องเหนื่อยจากการพยายามเปล่งเสียงหรือไม่ก็กลัวว่าจะเดากันไปคนละเื่คนละทางซึ่งมันก็ต้องใช้เวลานานกว่าจะเข้าใจกันแต่ก็คงไม่ต้องรบกวนคุณริวจิตััหรือคุณเจนญาณทิพย์เพราะร่างถึกๆของไอ้เชี่ยนมันยังมีลมหายใจอยู่ กูไม่ใช่ผี !
<...> ผมส่ายหัวโชว์ผมยาวสลวยที่เพิ่งผ่านกระบวนการสระด้วยแชมพูฟอร์ลองแฮร์ของเ้าของบ้านพร้อมทั้งยกมือขึ้นบนหัวตัวเองแล้วลากไปที่หัวของอีกฝ่าย
“อ๋อตัวโตกว่าไม่ใช่สิอายุมากกว่าใช่ป่ะ จะให้เรียกพี่ว่างั้น ?”
ใบหน้านั้นยกคิ้วอย่างลังเลให้ตายเถอะเ้าเด็กนี่เข้าใจอะไรง่ายชะมัดผิดกับไอ้เ้าเพื่อนที่นอนอยู่บนโซฟาโคตรบื้อจนไม่รู้ว่าจะสรรหาสิ่งมีชีวิตใดในโลกมาเทียบได้
“ครับพี่เชี่ยนยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”
แลนด์ส่งรอยยิ้มสดใสหมือนเด็กตัวเล็กๆมาให้ อีกแล้วเหรอเนี่ยรู้บ้างไหมไอ้เชี่ยนมันใจคอไม่ค่อยดีเลยเมื่อเจอรอยยิ้มกระชากใจแบบนี้
ตึกๆ ตึก ๆ ตึก ๆ
มือใหญ่ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงบอลพร้อมควักหยิบธนบัตรเป็ตั้งที่ได้เตรียมไว้ออกมาจำได้ว่าเพิ่งกดมันออกมาจากเครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติเมื่อไม่กี่วัน เพราะี้เีพกบัตรติดตัวไปไหนมาไหนและอีกอย่างก็กลัวมันจะเปียกแล้วเสียหายหากเล่นน้ำทะเลผมจ้องมองดวงตากลมโตแล้วยื่นให้
“ให้แลนด์เหรอไม่เอาหรอกพี่เชี่ยนเก็บไว้เถอะ”
เด็กนี่รีบปฏิเสธทั้งคำพูดและท่าทางด้วยการส่ายหัวไปมาเป็อย่างที่คิดเอาไว้ั้แ่แรกไม่มีผิดมันไม่ใช่เงินฟาดหัวแต่เป็สินน้ำใจเพียงเล็กน้อยที่อยากตอบแทนในสิ่งที่พวกเขาทำต่างหากล่ะ
<...>ผมส่ายหัวพร้อมทั้งทำท่ากินและนอนอย่างตั้งอกตั้งใจเพื่อให้อีกฝ่ายได้เข้าใจเหตุผลมันเป็เพราะเพราะต้องมากินมานอนและอาศัยที่นี่ไง ใครจะอยากมาอยู่ฟรีกันล่ะไอ้เชี่ยนมันไม่ใช่คนแบบนั้นซะหน่อย เห็นหน้าแบบนี้ก็ไม่ชอบเอาเปรียบใครเลยสักครั้งนะบอกไว้ก่อนรับไปเถอะได้หนู อย่าคิดมากเลย
“ไม่แลนด์รับไว้ไม่ได้จริง ๆ ครับ”
<...>
ผมแกล้งทำหน้าบึ้งตึงโดยใช้ริมฝีปากล่างดันริมฝีปากบนขึ้น บ่งบอกว่าไม่พอใจกับการปฏิเสธของอีกฝ่ายบอกตรงๆ ว่าไอ้ท่าทางแบบนี้แม่งโคตรจะไม่เข้ากับหนังหน้าอย่างหนัก แถมตัดสินใจดึงอีกฝ่ายเข้ามาสวมกอดแล้วหยิบธนบัตรปึกดังกล่าวยัดใส่กระเป๋ากางเกงบอลด้านหลังเ้าเด็กในอ้อมแขนมัวแต่ยืนนิ่งไม่รู้ว่าใหรือเขินจนไม่ได้ทันสังเกตจึงยอมแต่โดยดีถึงรู้จะก็คงไม่กล้าเอ่ยปากปฏิเสธอีกครั้งถ้าขืนยังทำแบบเดิมอีก ผมแม่งก็จะกอดอีกรับรองสนุกแน่กอดวนไปครับไม่เชื่อก็ลองดิ
ร่างสูงใหญ่ของผมค่อยๆคลายอ้อมกอด ก้มมองใบหน้าแดงระเรื่อสักพักก่อนส่งยิ้มมุมปากเมื่อทำสำเร็จ
“แบบนี้ก็มีด้วยเหรอวะแต่ก็แฟร์ดีนะเฮีย”
ไอ้บื้อหรือปื๊ดโผล่มาในระยะประชิดแบบเงียบเชียบจนทั้งผมและแลนด์ใไหนว่ามึงจะนอนไงวะ ไอ้นี่เป็ผีหรือไงวะถึงได้โผล่มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยได้ตลอด ประเดี๋ยวหาข้าวสารเสกมาซัดซะนี่
“กะกูลืมไปว่าเสื้อเปียกน้ำทะเล ตะ ต้องเอาไปล้างน้ำเปล่าก่อนเดี๋ยวเครื่องซักผ้าจะพังกูเอาไปล้างน้ำเปล่าก่อนนะ”
แลนด์รีบจ้ำอ้าวไปยังเครื่องซักผ้าแล้วก็หยิบเอาเสื้อผ้าตรงดิ่งไปหลังบ้านเดี๋ยวๆ มันยังเปียกอยู่นะนั่น รอยน้ำงี้หยดแหมะไปตลอดทาง
“เฮียนี่ก็หูแดงนะคิดไรกับมันป่ะเนี่ย...ย ?”
ปื๊ดลากเสียงยาวก่อนยิ้มโดยไม่มองหน้าแน่จริงมึงไปเล่นตี่จับทีมชาติเลยไหมถ้าจะชอบลากเสียงยาวแบบนี้
“ผมไปนอนจริงๆแล้วนะ เมื่อคืนดึกไปหน่อย อ้อ ! ขอบคุณเบียร์สองกระป๋องตอนเที่ยงคืนด้วยนะเฮีย”
มันหันหน้ามาพูดขอบคุณแล้วโค้งอย่างสุภาพจนหัวฟูๆของมันจะจรดพื้นเป็การทิ้งท้ายก่อนไปทำอย่างที่มันบอก
....เที่ยงคืนงั้นเหรอ ? ...
อ๋อ! นึกออกแล้วไอ้เด็กที่ไปซื้อเบียร์ไม่ทันนี่เอง อะไรจะมันบังเอิญขนาดนั้นแล้วผมหูแดงจริงๆ เหรอวะ ผู้ชายอย่างไอ้เชี่ยนเนี่ยนะจะมาแสดงอาการแบบนี้กับการเข้าไปสวมกอดคนอื่นกอดคนมาตั้งเท่าไหร่ก็ไม่เห็นจะเคยเป็แบบนี้นอกจากกอด...แฟน
ไอ้เหี้ยแล้วมันจะไปนึกถึงคนแบบนั้นทำไมวะ!
ผมเลื่อนมือขึ้นมาจับใบหูตัวเองอย่างชั่งใจหรือจะเกิดรู้สึกหวั่นไหวกับเด็กคนนี้จริง ๆคงไม่มั้งก็แค่ห่างหายจากการกอดใครสักคนไปแค่ไม่กี่ปีเอง เ้านี่มันก็แค่เด็กคนนึงคงแค่นั้นจริง ๆ นั่นแหละ
“จะกินอะไรเปิดตู้เย็นได้เลยนะครับ”
ร่างเล็กถือถุงบางอย่างพร้อมกับเคี้ยวไม่หยุดเดินเข้ามานั่นแก้มหรืออะไรถึงได้ป่องได้ขนาดนั้น สายตาผมมองไปยังขนมแล้วสบตากับอีกฝ่าย
“อ่ะ”คนตัวเล็กยื่นหยิบขนมมาข้างหน้าแล้วผมก็ดันอ้าปากด้วยอัตโนมัติ อ้าว ไหงกูเป็งั้นไปได้วะปกตินอกจากครอบครัวแล้วผมแทบจะไม่เคยทำแบบนี้กับใครเลยหรือสำลักน้ำทะเลจนเพี้ยนกันล่ะเนี่ย
“เอ๊า! อย่างกะเด็กเลย”
คนป้อนยิ้มกว้างพร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาใกล้แต่ก็เหมือนนึกอะไรได้เลยเป็ฝ่ายถอยกลับไปซะเองคงเพราะรู้สึกเขินเมื่อนึกถึงเื่เมื่อตอนเช้าที่ริมหาด เอ่อน้องเขาไม่ได้พูดอะไรออกมาหรอกผมใช้ศาสตร์การเดาล้วนๆ แต่ถ้าไม่เขินเื่นั้นเด็กนี่คงรังเกียจสารรูปโจรห้าร้อยหนวดเครารุงรังของไอ้คนข้างหน้าก็เป็ได้แต่เอาจริงๆ ผมค่อนข้างมั่นใจว่าน่าจะเป็อย่างหลังซะมากกว่า
ผมเคี้ยวไปยิ้มไปถือวิสาสะจับมือเล็กนุ่มหย่อนลงไปในถุงเพื่อให้ทำแบบเดิมอีกครั้งแต่เ้าตัวกลับยื่นมันมาทั้งถุงแล้วเดินออกไป มันเป็ขนมก้อนกลมๆ เล็กๆ ขนาดใหญ่กว่าหัวแม่มือเล็กน้อยถูกบรรจุลงในกระดาษสีขาวแล้วใส่ลงถุงหูหิ้วใสอีกที
... อารมณ์ค้างเลยกู กลับมาก่อนสิครับนี่กำลังฟินเลยยยย
ยอมรับว่าไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาอารมณ์ผมแม่งเปลี่ยนแปลงไปเยอะมากไม่รู้ว่ามันเป็เพราะอะไรจากซึมกลายเป็เฉย จากเฉยกลายเป็ยิ้มคาดว่าอีกไม่นานน่าจะบ้า
“อยากกินก็หยิบกินเองแล้วกันจะตากผ้า!”
เสียงนั้นะโมาจากหลังบ้านผมก้มมองขนมในมือก่อนหยิบใส่ปากไอ้ที่เคี้ยวอยู่ตอนนี้มันคืออะไรกัน รสชาติคล้ายมันแต่พอเคี้ยวไปก็เหมือนเป็เม็ดข้าวโพดไม่ได้หวานมากยิ่งเคี้ยวก็ยิ่งชอบจนต้องหยิบขึ้นมาอีกชิ้นคราวนี้มีสีม่วงรสชาติเหมือนจะเป็เผือกเอาจริง ๆ ไม่เคยกินมาก่อนแต่ก็ต้องยอมรับว่ามันก็อร่อยดีนี่หว่า ตอนแรกเข้าใจว่าเผือกหรือมันพวกนี้คงจะติดตามซอกเหงือกแล้วรสชาติห่วยแตกมาตลอดอย่าว่าแต่หยิบขึ้นมากินเลยขนาดเดินผ่านผมยังไม่คิดจะปรายตามองด้วยซ้ำ
ผมเดินตามไปยังหลังบ้านนั่งดูอีกฝ่ายตากผ้าหนึ่งในนั้นก็มีของผมรวมอยู่ด้วย แขนทั้งสองข้างเล็กเรียวไม่ต่างจากแขนผู้หญิงสลัดผ้าแล้วทำท่าทางให้เข้าไปช่วยแต่ผู้อาศัยหน้าหนวดกลับหย่อนก้นลงที่เก้าอี้แล้วส่ายหัวปฏิเสธ ชี้นิ้วมายังถุงขนมเพื่อให้รู้ว่ากำลังแดกอยู่ถ้าดึงดันจะไปช่วยเดี๋ยวเสื้อผ้าจะเลอะเทอะไปด้วย
คนเล็กมัวแต่ตั้งอกตั้งใจตากผ้าเลยไม่รู้ตัวว่าสายตาคู่ที่มองไปนั้นแฝงด้วยความรู้สึกดีๆ โดยที่ไอ้เ้าคนมองอย่างผมเองก็ไม่รู้ตัวเหมือนกัน เชื่อไหมว่าไอ้เชี่ยนนั่งมองคนตากผ้าจนเสร็จหันมามองอีกทีชิบหายกูแดกของน้องเขาจนเกลี้ยง !
“ป่ะทานข้าวกัน” หลังจากตากผ้าเสร็จแลนด์เดินนำผมไปยังห้องครัวซึ่งอยู่ไม่ไกลชวนทานข้าวเหรอขอเปลี่ยนเป็ยอดข้าวได้ไหมนี่กี่ชั่วโมงแล้วที่ไม่ได้ััสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่าแอลกอฮอล์ กูจะลงแดงไหมวะเนี่ย?
ผมเดินตามไปนั่งรอที่โต๊ะกินข้าวอย่างว่าง่ายนั่งมองเ้าของบ้านซึ่งเปลี่ยนหน้าที่จากแจ๋วซักผ้ามาเป็เชฟกระทะเหล็กลืมบอกว่าผมเป็โรคจิตชนิดหนึ่งซึ่งอาการของมันก็คือชอบมองคนทำอาหารไม่ว่าจะเป็ผู้หญิงหรือผู้ชาย ทอม เกย์ ตุ๊ด เด็ก ชะนีหรือสตรีข้ามเพศ ต่อให้จะเป็เพียงแค่การเทแกงจากถุงใส่ชามหรือแม้กระทั่งการอุ่นอาหารก็เถอะยังไงมันก็ดูมีเสน่ห์ในสายตาเสมอ ผมชอบแววตาที่มีความมุ่งมั่นและจริงจังในการที่จะทำอะไรให้สำเร็จแบบนั้นยิ่งทำไปยิ้มไปนะไอ้เชี่ยนแม่งนั่งเคลิ้มน้ำลายยืดเลยล่ะ
ร่างเล็กดูคล่องแคล่วกับการทำอาหารมากถ้าให้เดาคงเพราะเป็คนชอบทำอาหารมาั้แ่เด็กแหง แววตาคู่นั้นมีความตั้งใจและจริงจังกับสิ่งที่กำลังทำต่อหน้ามากผิดกับตัวผมที่ทอดไข่ก็ยังไหม้ต้มไข่ยังแทบจะกะเวลาไม่ได้เลยด้วยซ้ำว่าต้องต้มนานแค่ไหนถึงจะสุกและเอามาแดกได้โดยไม่เป็ไข้หวัดนกตายซะก่อน
“หิวยังรอแป๊บนึงนะครับ”
เ้าของบ้านหันมาถามก่อนจะก้มหน้าก้มตาลงมือปฏิบัติหน้าที่ต่ออย่างขะมักเขม้น ในขณะที่ผู้อาศัยอย่างผมมองแทบไม่ละสายตามันไม่ได้หิวอะไรนักหนาหรอกแค่ชอบมองเท่านั้นเอง
<...>ผมส่งยิ้มแล้วส่ายหัว ถ้าทำไปพร้อม ๆกันอีกฝ่ายคงหาว่าบ้าแต่ไอ้ที่จ้องมองไปยิ้มไปมันก็ไม่ต่างจากอาการนั้นเท่าไหร่สักพักก็มีกลิ่นอะไรสักอย่างก็ลอยมาแตะจมูกสงสัยผมจะเริ่มหิวจริงๆ แล้วสิเนี่ย
“มีเกี๊ยวกุ้งกับข้าวผัดนะครับ”พูดจบมือเล็กก็ยื่นจานข้าวผัดมาให้ตรงหน้าบริการทุกระดับประทับใจจริงๆ พ่อคุณ
<...> ผมพยักหน้ารับ ด้วยความเหม่อที่มัวแต่คิดเื่ของแลนด์จึงทำให้รีบตักข้าวเข้าปากถึงกับต้องรีบห่อปากและเป่าลมเพราะความร้อนแต่ก็ไม่กล้าคายออกมาเพราะยังห่วงลุคของตัวเองกับคนข้างหน้าเ้าคนตัวเล็กหัวเราะร่าก่อนรีบไปหยิบทิชชู่และน้ำมาให้
“ขอโทษนะที่ไม่บอกว่ามันยังร้อนอยู่”
ใช่ครับความผิดของแลนด์เต็มๆผิดที่ทำให้ผมมัวแต่สนใจจนไม่ได้คิดอะไรเลยไงล่ะ แต่จะว่ามันนานแค่ไหนแล้วที่ไอ้ขี้เมาไม่ได้กินข้าวร่วมโต๊ะกับคนอื่นแบบนี้ก็คงนานพอๆ กับรอยยิ้มและความสุขในชีวิตที่มันหายไปล่ะมั้ง