"ไม่เห็นต้องมารับผมเลยครับ" ชายหนุ่มสวมชุดสูทสีดำได้กล่าวขึ้นอย่างนอบน้อมพร้อมกับลากกระเป๋าเดินทางไปด้วย
"หลานชายกลับมาทั้งทีจะไม่ให้น้ามารับได้ยังไงกันล่ะ~" น้าสาวดีใจมากที่ได้เห็นหน้าหลานในรอบหลายปี "เดินทางมาคงเหนื่อยน่าดู"
"น้าได้เตรียมที่พักให้หลานแล้วนะ"
"จะลำบากทำไมครับ? ผมพักที่โรงแรมก็ได้" ชายหนุ่มค่อนข้างเกรงใจน้าสาวพอสมควร
"ไม่ได้สิ หรือจะไปพักที่บ้านของน้าก็ได้นะ" น้าสาวยิ่งดีใจใหญ่ที่แค่คิดว่าจะได้ใช้ชีวิตร่วมกับหลานชายสุดที่รักก็มีความสุขมากแล้ว "งั้นหลานก็มาพักกับน้าแล้วกันเนอะ~"
ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง
"น้าอยู่คนเดียวเหรอครับ?" ชายหนุ่มกล่าวถามอย่างสงสัยเพราะบ้านหลังนี้เรียกได้ว่าคฤหาสน์อันดับต้นๆของประเทศเลยก็ว่าได้ ขนาดใหญ่ขนาดนี้จะอยู่คนเดียวได้อย่างไร
"ใช่จ๊ะ" น้าสาวตอบ "น้าดีใจมากเลยนะที่หลานจะมาอยู่ด้วยน่ะ" เธอกล่าวอย่างมีความสุข
"จริงๆผมไปอยู่ที่อื่-"
"ไม่ต้องเลย" น้าสาวรีบพูดขัดขึ้นมา "หลายพึ่งกลับมาในรอบสิบปีเชียวนะ คงไม่คุ้นชินสักเท่าไหร่ ถ้าจะให้ไปอยู่คนเดียวคงลำบากน่าดู" "อยู่ที่นี่กับน้าน่ะดีแล้ว~"
"ครับ" เขาตอบโต้ผู้เป็น้าสาวไม่ได้เลย
"จริงสิ หลานคงหิวน่าดูหลังจากการเดินทาง งั้นก่อนดินเนอร์งั้นเราไปทานของหวานกันก่อนดีไหม?" น้าสาวกล่าวถามอย่างเป็ห่วง
"ของหวานเหรอครับ?" ชายหนุ่มผู้แทบที่จะไม่แตะของหวานเลยในชีวิตนี้แต่จะให้ปฏิเสธน้าสาวไปก็คงจะใจร้ายน่าดู "ได้ครับ"
ณ คาเฟ่ชื่อดังแห่งนึง
"เห็นไหมล่ะน้าบอกแล้วว่าร้านนี้คือร้านระกับมิชลินสตาร์เชียวนะ~ ดูจากที่ลูกค้าแน่นแบบนี้ก็รับประกันความอร่อยได้เลยล่ะ" น้าสาวกล่าวอธิบายให้หลานชายได้ฟังด้วยความตื่นเต้น
"ครับ" ถึงแม้ว่าเขาจะพอรู้อยู่บ้างว่าผู้หญิงต้องคู่กับขนมหวานแต่ก็ไม่คิดเลยว่าน้าสาวแท้ๆของเขาจะดูชอบขนมหวานมากขนาดนี้
"รับเมนูอะไรดีครับคุณเพโลน่า?" พนักงานได้กล่าวถามพร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส
ก่อนที่คุณน้าสาวจะสั่งเมนูชุดใหญ่ไฟกระพริบที่ผู้เป็หลานยังอึ้งว่าจะสั่งอะไรเยอะขนาดนั้น
"เ้าของร้านอยู่หรือเปล่าคะ?" น้าสาวถามขึ้น
"ครับ อยู่ครับ แต่ตอนนี้อยู่หลังร้านครับ"
ปึ้งง--
ทันใดนั้นเมนูที่สั่งมาก็เริ่มทยอยมาเสิร์ฟอย่างต่อเนื่องทำเอาโต๊ะที่ว่างเปล่านั้นเต็มไปด้วยเหล่าขนมหวานที่แสนสวยงามวางไว้เต็มเลย
"จะดีเหรอครับ?" ชายหนุ่มกล่าวถามขึ้น
"โตขึ้นแล้วสินะหลานน้าถึงได้เป็ห่วงกันด้วย~ แต่ว่าที่สั่งมาทั้งหมดนี่คือของหลานนะ" น้าสาวกล่าวด้วยความภูมิใจ
"ครับ?" เขาไม่อยากจะเชื่อ
"ฮ่าๆ หลานก็รู้ว่าน้าต้องรักษาหุ่นอยู่ตลอดคงจะกินของหวานแบบนี้ไม่ได้มากอยู่แล้ว" น้าสาวกล่าวอย่างเศร้าสร้อย "แต่ที่นี่มันอร่อยมากเลยนะน้าจึงอยากให้หลานได้ทานเยอะๆเลย~"
"จริงๆน้าควรเลิกทำอาชีพนั้นได้แล้วนะครับถ้ามันทำให้น้าต้องลำบากขนาดนี้" ผู้เป็หลานกล่าวด้วยความเป็ห่วง
"เคนหลานน้า~ เป็ห่วงน้าขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?" น้าสาวดีใจมากที่หลานโตขึ้นมากขนาดนี้ "แต่จะทำยังไงได้ล่ะน้าชอบอาชีพนี้นี่นา ที่สำคัญไม่ใช่ว่าใครก็ทำได้นี่อาชีพนี้น่ะ ใช่ไหม?"
"จริงครับ" เคนยิัมตอบอย่างปฏิเสธไม่ได้เลย
"คุณน้าเพโลน่า! สวัสดีค่ะ" ทันใดนั้นก็ได้มีหญิงสาวคนนึงเดินเข้ามาทักทายน้าสาวด้วยความดีใจ "ไม่คิดเลยว่าน้าจะมาร้าน..ของหนู.."
ในขณะที่หญิงสาวกำลังตื่นเต้นกับการได้พบกับคุณน้าสาวแล้วนั้นเธอก็ได้หันไปมองชายหนุ่มที่มาด้วยอย่างไม่ได้ตั้งใจแต่..
"พี่เคน!?"
"จริงสิเคน น้าลืมบอกไปว่าที่นี่คือร้านของเรเชล ว่าแต่หลานยังจำน้องได้ใช่ไหม?" น้าสาวได้ถามขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าอันนิ่งเฉยของผู้เป็หลาน
"ครับ" เคนตอบกลับอย่างสั้นๆ
"นี่พี่เคน! จำหนูได้จริงๆใช่ไหม? ทำไมพี่ดูไม่ตื่นเต้นเลยล่ะที่ได้เจอหนูแบบนี้?" เรเชลทั้งตื่นเต้นและเศร้าที่ได้เห็นอีกฝ่ายนิ่งเฉยแบบนี้
"หรือว่าพี่จะจำหนูไม่ได้งั้นเหรอ? นั่นสินะก็พี่ขาดการติดต่อไปเลยหลังจากพี่บินไปต่างประเทศนี่!" เรเชลไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่
"ฮ่าๆ งั้นก็คุยกันไปนะ น้ามีธุระด่วนพอดีเลย" น้าสาวแกล้งยกโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อที่จะทิ้งให้ทั้งสองค่อยๆรื่อฟื้นความทรงจำกันไปก่อน
"ผมไปด้วยครับ" เคนลุกขึ้นตามน้าของเขา
"ไม่สิ หลานอยู่คุยกับน้องเรเชลไปเถอะ" สิ้นสุดคำพูดน้าสาวก็ไม่รอช้ารีบเดินออกจากร้านไป
"นี่พี่เคน คงจะจำหนูไม่ได้สินะ" เรเชลเศร้ามาก
เคนถอยหายใจเล็กน้อย "จำได้สิ"
"ทั้งๆที่จำได้พี่ยังเ็าใส่หนูไม่เปลี่ยนเลยนะ" แต่ถึงอย่างนั้นเรเชลก็ดีใจที่อีกฝ่ายยังเหมือนเดิม "ดูพี่สิ ทั้งๆที่สบายดีแบบนี้แท้ๆ แต่กลับไม่ติดต่อกลับมาหาหนูบ้างเลย!"
"เดี๋ยวนะ ไม่ใช่ว่าเธอยืนกรานว่าเป็พี่ของฉันนี่ แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้เรียกฉันว่าพี่แบบนี้ล่ะ?" เคนแอบสงสัยเล็กน้อยเพราะทั้งสองอายุเท่ากัน เธอเลยไม่เคยจะเรียกเขาว่าพี่แต่กลับอยากเป็พี่สาวจึงปฏิบัติกับเขาอย่างนั้นเสมอ
"เชอะ! ช่างเถอะ" เรเชลนั่งจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยความขุ่นเคือง "ถึงพี่จะจำฉันได้ก็จริงแต่พี่คงจำความทรงจำระหว่างเราไปแล้วสินะ"
ในขณะนั้นเองความเงียบก็ได้มาเยือน..
"คุณลุงเป็ยังไงบ้างล่ะ?" เคนรีบเปลี่ยนเื่
"ก็ดีนะ" เรเชลตอบ "ว่าแต่พี่เป็ไงมาไงถึงได้กลับมาล่ะ? นี่มันก็ผ่านไปตั้งสิบปีเชียวนะ"
"หวังว่าพี่จะกลับมาอยู่อย่างถาวรนะ"
"ไม่เกี่ยวกับเธอสักหน่อย" สิ้นสุดคำพูดเคนก็ได้เดินออกไปจากร้านทันทีด้วยความหงุดหงิด
"ให้ตายสิ! มารยาทแย่เหมือนเดิม" เรเชลอดที่จะต่อว่าผู้เปรียบเสมือนพี่ชายที่เคยอาศัยอยู่ด้วยกันเกือบสิบปีด้วยความผิดหวัง
"พี่มีธุระด่วนน่ะ ฝากดูแลร้านกันด้วยนะ" เรเชลหันไปบอกพนักงานของตัวเองที่กำลังยืนมองเธออยู่ "ไม่ตอบงั้นเหรอ?!"
"ครับบ/ค่ะะ"
"นี่พี่เคน!" เรเชลรีบวิ่งออกมาตามเคน "พี่จะไปไหนงั้นเหรอ? ทำอย่างกับรู้เส้นทางงั้นสิ นี่มันผ่านมาสิบปีแล้วนะ หลงขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ?"
เคนถึงกับถอนหายใจด้วยความเหนื่อยใจก่อนที่เขาจะโบกแท็กซี่และจากไปจนในที่สุด
"เชอะ! ไม่รู้ด้วยแล้ว"
"ไม่คิดว่าจะได้เจอกันเร็วขนาดนี้" เคนได้แต่ถอนหายใจด้วยความโล่งอกก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา "โอเคได้"
ณ บาร์แห่งหนึ่ง
"ไม่ได้เจอตั้งนานเลยนะเพื่อน!" ทันใดนั้นก็ได้มีชายหนุ่มคนนึงเดินเข้ามาทักทายเคนด้วยความสนิทสนม "กลับมารอบนี้อยู่ยาวใช่ไหมวะ?"
"อลันมึงไม่ต้องมาเปลี่ยนเื่" เคนกล่าวขึ้นด้วยความจริงจัง "มีอะไรก็รีบพูดมา" ก่อนที่เขาจะยกเครื่องดื่มขึ้นมาดื่ม
"อะแฮ่ม! มึงนี่รู้มากจริงๆ ในๆมึงก็กลับมาเพื่อบริหารบริษัทอันใหญ่โตของมึงแล้ว มึงก็ร่วมหุ้นกับกูบริหารร้านแห่งนี้ด้วยเป็ไง?" อลันรีบเข้าเื่ชักชวนเคนจับมือทางธุรกิจด้วยกัน
เคนมองหน้าเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันตั้งนานเล็กน้อยก่อนที่จะมองไปที่รอบๆบริเวณร้าน
"ไม่" ก่อนที่เขาจะตอบออกมาอย่างสั้นๆ
"เห้ย! มึงคิดดีๆให้รอบคอบสิวะ ถึงแม้ว่าร้านนี้อาจจะไม่ได้ใหญ่มากแต่กำไรในแต่ละเดือนนั้นได้มากกว่าที่มึงคิดอีกนะ" อลันรีบชี้แจง
"ถ้าเป็อย่างนั้นก็ขอแสดงความยินดีด้วย" เคนกล่าวปฏิเสธอย่างต่อเนื่อง "แต่กูไม่เอาด้วย มึงคิดเหรอว่ากูไม่รู้ว่าคนอย่างมึงถ้ามันได้กำไรมากมายขนาดนั้นมึงจะชวนกูมาร่วมหุ้นด้วย?"
"มึงนี่แสนรู้ดีจริงๆ!" อลันยอมใจในความรู้ทัน "ยังไงก็เถอะเอาเป็ว่าตอนนี้ร้านค่อนข้างขาดทุน กู้าเงินทุนจำนวนหนึ่งเพื่อให้ร้านได้ไปต่อ ซึ่งกูก็กำลังขอความช่วยเหลือจากมึง"
"มึงนี่มัน.. เงินก็มีออกจะเยอะแยะ ทำไมไม่ใช้เงินตัวเองเป็ทุนเพื่อต่อยอดร้านของตัวเองล่ะ?" เคนสงสัยเพราะเพื่อนคนนี้ใช่ว่าจะจนและลำบากกลับกันกลับร่ำรวยด้วยซ้ำไป
"มึงก็รู้ว่ากูกำลังพิสูจน์ตัวเองกับพ่ออยู่ว่าสามารถทำธุรกิจด้วยตัวเองได้ ถ้ากูขอเงินพ่อก็จบกันภาพลักษ์ที่สั่งสมมา ไม่เอาด้วยหรอก!"
"ภาพลักษณ์บ้าภาพลักษณ์บออะไรกัน?" เคนยอมใจในความบ้าของเพื่อนคนนี้เลย
"สรุปแล้วมึงจะช่วยกูใช่ไหมเพื่อน?" อลันพยายามอ้อนวอนเคนสุดกำลัง "ถ้ามึงไม่ช่วยกูก็คงต้องปิดร้าน ไม่สงสารกูคนนี้ก็สงสารพนักงานตำดำๆทั้งหลายที่ต้องตกงานด้วยเถอะเพื่อน~"
"และที่สำคัญกว่านั้นกูมีข่าวเื่น้องสาวมึงเรเชลมาบอกด้วยว่ะ" อลันเห็นท่าไม่ดีจึงต้องใช้ไม้ตายเพราะรู้ว่าเคนจะต้องสนใจ
"เื่อะไร?" เคนถามกลับทันที
"แหมเพื่อน~ มีเื่น้องสาวล่ะก็ไวจังนะ" อลันแอบแซวเล็กน้อย "มึงสัญญามาก่อนว่าถ้ากูเล่ามึงจะมาร่วมหุ้นกับกู แล้วไม่ต้องกังวลว่ามันจะเป็เื่ไร้สาระเพราะสำหรับมึงแล้วเื่นี้สำคัญที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้"
"เออ เล่ามา" เคนยอมรับข้อเสนอแต่โดยดี
"ฮ่าๆ ดีมาก!" อลันหัวเราะชอบใจ "ขอบอกเอาไว้ก่อนเลยนะว่าห้ามคืนคำเด็ดขาดเลยนะเว้ย!"
"รีบเล่าสักทีก่อนที่กูจะเปลี่ยนใจ!" เคนเหนื่อยใจเต็มทน
"ชิ! ก็น้องสาวมึงมันมีแฟนแล้วนะเว้ย" อลันรีบบอกข่าวด่วนกับเคนไปแต่ปฏิกิริยาตอบรับของอีกฝ่ายกลับนิ่งเฉย "ไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไง? ก็มึงแอบรักน้องสาวข้างเดียวเป็สิบปีเลยนี่หว่า"
"มันเป็ใคร?"