นับจากวันที่ข้าอ้างว่าไอโรให้ออกเดินทางสัตว์ป่ามากมายก็แวะเข้ามาหาพร้อมผลไม้แสนอร่อย เซ้าซี้ให้เล่าว่าตอนได้เจอเทพผู้พิทักษ์รู้สึกยังไงบ้างพวกมันเชื่อสนิทใจเพราะแม้แต่ผู้เฒ่าลิงก็ตามน้ำด้วยการบอกว่า ‘เราจะทำตามประสงค์ของท่านเทพผู้พิทักษ์เมื่อทุกอย่างพร้อม’ ซึ่งหมายถึงตอนที่ข้าหย่านมแล้ว
ตอนข้าแกะรอยเข้าไปในเวทมนตร์ที่สร้างมิติก้อนเมฆนั่นข้าพบว่ามีบางอย่างที่ผิดปกติรหัสเวทถูกเขียนทับอย่างเห็นได้ชัดแปลว่าในตอนแรกรูปปั้นถูกสร้างเพื่อจุดประสงค์อย่างอื่นแต่ตอนนี้มันคือตัวกลางส่งมานาขึ้นสู่กำแพงแก้วและที่สถิตของหุ่นเชิดไอโรซึ่งทำหน้าที่เป็พนักงานคัดสรรมันรอดูสัตว์ที่มีความเฉลียวฉลาดเกินไปจนอาจสามารถเปิดโปงความลับของมันจากนั้นก็ส่งสัญญาณให้ผู้เฒ่าจัดการต่อ
มีสิ่งมีชีวิตบางกลุ่มพยายามจะครองโลกนี้ในวันที่ไม่มีข้าคอยดูแลจากเบื้องบน
ต่อมาก็เื่พลังมานาที่ข้าดูดจากรูปปั้นมันทำให้ข้าโตขึ้นมาก จากลูกกวางหนึ่งวันเป็หนึ่งขวบได้ในพริบตาแต่นอกนั้นก็ไม่มีอะไรเปลี่ยน เขาข้ายังไม่งอกทำให้ใช้สกิลไม่ได้แต่แค่ทักษะควบคุมมานาระดับสูงก็ทำให้ข้าแข็งแกร่งที่สุดบนดาวนี้แล้วล่ะมั้งปัญหาคือข้าเพิ่งรู้ตัวว่าสมองกวางนี้จุความทรงจำทั้งหมดสมัยเป็เ้าหน้าที่พิเศษไม่ได้หลายอย่างขาดหายไปในแบบที่นึกเท่าไรก็ไม่ออก แถมยังมีปัญหาเื่สัญชาตญาณสัตว์ป่าอีก...
ข้าชอบนอนซุกตัวเงียบๆ ในพุ่มไม้ เป็พฤติกรรมปกติของลูกกวางที่พยายามเรียนวิชาพรางตัวนอกนั้นก็คือรู้สึกว่าทุกอย่างน่าสนใจไปหมดบางทีก็ดมตามก้อนหินที่มีขี้นกกองอยู่โดยไม่รู้เหตุผลบางทีก็นึกสนุกอยากจะวิ่งไล่จับผีเสื้อขึ้นมา พอรู้ตัวอีกทีก็หลงมาไกลจากแม่มากยังดีที่พวกสัตว์แถวนั้นช่วยนำทางกลับมาที่อยู่ได้ ไม่งั้นข้าต้องร้องไห้เพราะหิวนมแน่ฮึก! ทำไมจิตใจมันไม่โตขึ้นตามร่างกายนะ
ออซที่บอกว่าให้ข้าเป็ลูกศิษย์เงียบไปสี่วันแล้วข้าได้ยินเื่ซุบซิบว่ามันเป็กระต่ายคาสโนว่า ชอบนอนกกกับพวกสาว ๆโดยเฉพาะสัตว์ต่างพันธุ์เพราะไม่ท้องแน่นอน...แค่ก ๆ! พูดถึงก็โผล่มาเลยแฮะ
“สวัสดีท่านออซ”แม่กวางทักทาย เมื่อเห็นไอ้กระต่ายอ้วนนั่นโดดมาหาถึงใต้ร่มไม้ที่กำลังนอนเล่นอยู่
“สวัสดีลิมุนล่ะ” มันมองซ้ายมองขวาเพื่อหาข้า แต่ดูท่าจะไม่เห็น “ข้าได้ยินข่าวว่าไอ้เด็กนั่นหลงทางบ่อยวันนี้ก็ด้วยงั้นเหรอ”
แม่กวางส่ายหน้า“เปล่าหรอกท่านออซ ข้างบนต่างหาก”นางเงยหน้าสบสายตากับข้าที่นอนมองเหตุการณ์อยู่บนกิ่งไม้ใหญ่อย่างสบายอารมณ์อันนี้ไม่ใช่นิสัยกวางหรอก นิสัยข้าเองล่ะที่ชอบมองอะไร ๆ จากมุมสูงลงมา
“เฮ้! เ้าขึ้นไปได้ยังไงน่ะลิมุน” ออซร้องถาม
“ข้าขอขึ้นหลังกระทิงป่าแล้วโดดขึ้นมาบนนี้น่ะ” ข้าตอบก่อนจะยันตัวลุกขึ้น ต้นไม้ที่ข้าใช้เป็รังนี่กิ่งใหญ่และใบหนามากแค่กิ่งที่เล็กที่สุดก็ใหญ่พอจะให้ข้าเดินกลับตัวได้สบาย ๆ “ท่านออซเปิดมิติขึ้นมาพาข้าลงหน่อยสิ”
“แล้วเ้าเพิ่งขึ้นไปครั้งแรกเหรอทำไมลงเองไม่ได้”
“เวลาจะลงข้าก็รอให้สัตว์ใหญ่ตัวอื่นผ่านมาอีกทีค่อยโดดลงไปน่ะ”ข้าตอบพลางบิดี้เี “เอ้า! เร็วสิ มีเื่จะคุยไม่ใช่เหรอ”
“ไอ้เด็กพ่อแม่ไม่สั่ง...โอ๊ะ! ขอโทษด้วยแม่กวาง มันหลุดปาก...ไอ้เด็กไม่มีมารยาท ใครให้เ้าพูดกับผู้ใหญ่แบบนั้น”ออซะโด่า “รออยู่บนนั้นล่ะ ข้าจะขึ้นไปตีก้นเ้า”
ออซผลุบหายเข้าไปในโพรงมิติก่อนจะโผล่ออกมาจากเงาใบไม้ใกล้ ๆ ข้า มันพยายามใช้หูยาวใหญ่ฟาดลงมาแต่ก็พลาดถึงสองครั้ง
“ข้ายังไม่ได้ขัดขืนเลยท่านออซเมาแครอตหรือไงถึงฟาดไม่โดน” ข้าหลิ่วตาเยาะเย้ยแต่แล้วก็โดนฟาดเข้าเต็มสะโพกในรอบที่สาม “โอ๊ย!!”
“เหอะให้มันรู้ซะบ้าง” ออซกอดอกยิ้มพอใจ ก่อนจะจิกหูข้าลากเข้ามิติลงมาโผล่ใต้ต้นไม้ “วันนี้ข้าจะพาเ้าไปเรียนหลักสูตรเร่งรัดสำหรับออกสู่โลกภายนอกพร้อมมั้ย?”
“อืม...เรียนดูก็ไม่เสียหาย”ข้ากระพริบตาใส่
“หมั่นไส้นัก!” ออซฟาดข้าอีกรอบโดยใช้อุ้งเท้าหน้าแต่ก็พลาดโดยไม่มีสาเหตุ “อ อ้าว...ช่างมันก่อนละกันก่อนเริ่มเรียนเราจะฝึกฝนร่างกายกัน เตรียมพร้อมนะไอ้กวางเผือก” มันว่าก่อนจะะโขึ้นหลังข้า น้ำหนักของกระต่ายอ้วนทำข้าถึงกับทรุดร่างลงเกือบถึงพื้น“ไปที่น้ำตกทิศใต้ เตรียมตัว...ระวัง...วิ่ง!”
“วิ่งอะไรเล่าจะเดินปกติยังไม่ได้เลยไอ้อ้วนเอ๊ย ทำไมตอนร่างมนุษย์เ้าไม่เห็นตุ๊ต๊ะแบบนี้เลย”ข้าบ่นอิดออดแต่ก็ต้องพยายามฝืนเคลื่อนตัวไปด้านหน้าเมื่อออซหยิบกิ่งไม้ขึ้นมาตีแป๊ะตามลำตัว
“อย่าบ่นมากไป! อนาคตที่สดใสรอเราอยู่!” มันร้องอย่างร่าเริงไม่เห็นใจข้าที่เดินเซเพราะรับน้ำหนักมากสักนิด
“อย่าดื้อกับท่านออซแล้วก็ตั้งใจเรียนนะจ๊ะลิมุน” แม่กวางให้กำลังใจจากทางด้านหลัง
“ข้าจะดูแลเขาอย่างดีเลยจ้าแม่กวางมั๊ว!” เ้ากระต่ายส่งจูบให้แม่ข้า
เดี๋ยวเถอะ! ไอ้สัตว์หน้าขนจอมผสมพันธุ์ แม้แต่แม่ข้าก็ไม่เว้นหรือไงฮะ!!
พอมาถึงลำธารข้าก็หน้ามืดจนต้องทรุดนั่งข้างโขดหิน หอบหายใจจนความเหนื่อยเบาลงถึงเงยหน้าส่งสายตาคาดโทษไปยังเ้ากระต่ายทว่ามันกลับลงว่ายน้ำตีกรรเชียงสบายใจเฉิบ ไม่สนใจข้าเลย
“ออซซซ”ข้าลากเสียง “ถ้าวันนี้สอนน่าเบื่อข้าจะไล่กัดเ้า!”
“เ้าทำร้ายข้าโดยตรงไม่ได้ถ้าข้าไม่อาฆาตเ้าก่อนว่าที่ผู้พิทักษ์รวมถึงผู้พิทักษ์ตัวจริงจะอยู่ภายใต้กฎแห่งพงไพรั้แ่วันแรกที่รับตำแหน่ง”ออซะโจากในน้ำ “ข้อหนึ่งคือผู้พิทักษ์ฆ่าผู้อื่นไม่ได้ หากเป็สัตว์กินเนื้อก็ต้องกินเฉพาะสัตว์ที่ตายตามธรรมชาติข้อสอง ผู้พิทักษ์ไม่มีสิทธิ์แทรกแซงวัฏจักรห่วงโซ่อาหารภายในป่าตนเอง ข้อสาม...”
“ปกป้องระบบนิเวศน์ในป่าให้เป็ไปอย่างสมดุลและข้อสี่ สานต่อความศักดิ์สิทธิ์ของท่านเทพผู้พิทักษ์ตราบนานเท่านาน”ข้าช่วยท่องจนจบ แอบขนลุกเพราะข้อสี่ที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาไม่ถูกจริตข้าเท่าไหร่นัก“ข้าเพิ่มข้อห้าให้เลยว่า ‘งดเว้นการกลั่นแกล้งว่าที่ผู้พิทักษ์’ ไปหัดท่องซะนะไอ้กระต่ายอ้วน”
“ปีนเกลียวเก่งจริงนะลิมุนเ้าลองมาสู้กับข้าดูสักทีมั้ย” ออซถามขณะดำผุดดำว่าย ผิดวิสัยกระต่ายที่มักกลัวน้ำ“ถือเป็การทดสอบก่อนเริ่มเรียนว่าพาสซีฟเ้าใช่ปราชญ์แห่งพงไพรอย่างที่ข้าคิดจริงหรือเปล่า”
ข้าเอียงคอจะว่าไปเกือบลืมเื่นี้ไปเลย “พาสซีฟคืออะไร”
ออซเบิกตาโพลงมันรีบตีขากลับขึ้นมาบนบกแล้วสะบัดขนจนข้าเปียกไปด้วย “ฮะฮ่า! นั่นไง มีสิ่งที่เ้าไม่รู้”
“ข้าจำไม่เห็นได้ว่ายื่นคำร้องให้พวกเ้ามีพาสซีฟอะไรนั่นด้วยเป็ศัพท์ที่คิดขึ้นเองเหรอ”
“มนุษย์ผู้หนึ่งคิดคำนี้ขึ้นมา”กระต่ายว่าพลางเดินวนรอบข้า “พาสซีฟคือความสามารถ ‘วิเศษ’ ที่ติดตัวมาแต่กำเนิดพาสซีฟจะทำงานทันทีเมื่อปฏิบัติตามเงื่อนไข ที่สำคัญคือไม่ใช้มานาเพราะฉะนั้นเมื่อยามวิกฤติ พาสซีฟจะช่วยให้เ้ารอดชีวิต”
“พูดอะไรงงจัง”ข้าเหลือบมองบน
“ย่าห์!” กระต่ายฟาดสันอุ้งเท้าใส่ข้า ทว่าก็พลาด“อย่าหลบสิลิมุน ข้ากำลังจะทดสอบให้ดูว่าพาสซีฟเป็ยังไง”
“ไม่ได้หลบเ้าอ่อนหัดจนตีไม่โดนเอง” ข้าหัวเราะคิกคัก
ผัวะ!
ออซะโถีบเข้ากลางลำตัวร่างบอบบางขาวนวลของข้ากระเด็นจากจุดที่ยืนอยู่ไปหลายเมตร ก่อนจะตกลงไปในน้ำตื้น
“อ้อก! อย่ารุนแรงกับเด็กสิออซ แล้วไหนพาสซีฟเ้าก็แค่ลูกถีบทั่วไป” ข้าร้องพลางพยายามยันตัวทั้งที่เจ็บระบม ไม่แปลกใจเท่าไรเพราะสัตว์วิเศษมีกำลังมหาศาลอยู่แล้ว
“เงยหน้ามอง้าสิไอ้กวางโง่”ออซกอดอกบอกด้วยสีหน้าภูมิใจ
ข้าทำตามและก็พบสิ่งประหลาด...สัญลักษณ์ใบหน้ากระต่ายสีน้ำตาลเรืองแสงลอยอยู่้าข้าพยายามเพ่งมองว่าเป็เวทมนตร์ประเภทไหน แต่ก็ถอดรหัสไม่ได้ในขณะที่ทุกสิ่งแม้แต่ก้อนหินยังมีมานาจากท่านประธานเป็ส่วนประกอบแต่เ้านี่เหมือนหลุดออกจากสารบบเอกภพนี้ไปเลย
“นั่นล่ะคือพาสซีฟของข้า‘แรบบิต มาร์ก’ เมื่อข้าโจมตีโดนเป้าหมายสัญลักษณ์นั้นจะปรากฏขึ้นมันช่วยให้ข้าอึด ถึก ทน แถมยังประยุกต์ได้หลากหลาย สาว ๆ ชอบกันใหญ่เลยรู้ไหมอุวะฮะฮะฮ่า” ออซหัวเราะชั่วร้าย
“เหอะไอ้กระต่ายบ้ากาม” ข้าพึมพำในลำคอ “เงื่อนไขการทำงานของมันเป็ยังไงแค่สัญลักษณ์นี้ติดเ้าก็จะอึด ถึก ทน อย่างที่ว่าเลยเหรอ”
เมื่อสิ้นคำถามออซก็พุ่งตัวเข้ามาชกใส่ข้าถึงในน้ำ แต่เหมือนข้าจะหลบได้ หมัดของกระต่ายั์เฉียดจมูกไปเล็กน้อยแต่ก็ไม่พ้นหูที่ถูกฟาดลงมาใส่ตัวไม่ยั้ง มันไม่เจ็บเท่าไรเพราะออซออมแรงไว้แต่ยิ่งโดนโจมตีข้ายิ่งรู้สึกอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด เข่าอ่อนจนแทบจะล้มลงไปในน้ำ
วืด
ออซฟาดพลาดข้าอาศัยจังหวะที่มันลื่นวิ่งหนีขึ้นบกแล้วกระโจนเข้าไปในพุ่มไม้
ข้ายื่นหัวออกมา“ทำไมต้องฟาดรัวขนาดนั้น คิดจะฆ่าข้าหรือไง!”
“ไม่มีใครรู้รูปแบบพาสซีฟของตัวเองแน่ชัดมันเป็เหมือนความสามารถลับที่พระเ้าแอบใส่ให้บางทีต้องรอให้ฮึดสู้ถึงที่สุดหรือผ่านเื่เสี่ยงตายถึงจะรู้ว่าพาสซีฟคืออะไร”ออซเอ่ยขณะกลายร่างเป็ครึ่งมนุษย์แล้วเดินสองขาขึ้นบก
“เหอะถ้าเขาแอบใส่มาจริงข้าก็ต้องรู้สิ การอัปเดตแพทช์ให้สิ่งมีชีวิตต้องใช้เวลาติดตั้งหมื่นปีเลยโน่น”ข้าพึมพำกับตัวเอง “ว่าแต่...พาสซีฟของเ้าแค่สร้างไอ้หัวกระต่ายนั้นขึ้นเหนือเป้าหมายเหรอแล้วมันช่วยอะไรล่ะ ระบุตำแหน่งให้มองเห็นในความมืดเหรอ”
ออซนอนแผ่ลงบนพื้นดินข้างลำธารหยดน้ำบนร่างกายเขาส่องแสงสะท้อนล้อกับแสงแดดเป็กระกายสวยงามนี่ล่ะหนึ่งในงานศิลปะชิ้นโบว์แดงของท่านประธาน...Six Packs
อุ้ว ท่านอาจารย์