ตอนที่สี่สิบสามอ้าวป้าหม่าผู้เย่อหยิ่งจองหอง
การที่ฝึกวิชานั้ทำให้ผมรู้สึกสมองเยือกเย็นความคิดเฉียบคมและการเดินลมปราณไปตรงจุดตรงขม่อมนั้นทำให้ผม “นิ่ง”มากขึ้นในการทำอะไร
สองมือสองเท้ามั่นคงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ร่างกายและจิตใจก็มีพลังเหมือนกับทุกอย่างจะเป็นไปตามที่เราต้องการ
แต่ผมก็ตัดความกังวลไปไม่ไหมดที่ต้องเดินหน้าต่อไป
เพราะทุกอย่างของแผนการนี้ฝากไว้ที่การตัดสินใจของไป่มู่หลิงคนเดียว
Weakest link ห่วงโซ่ที่อ่อนแอที่สุดในแผนการนี้นั้นเอง
ว่าแผนการของผมจะออกมาอีกอย่างถ้าไป่มู่หลิงไม่ทำตัวอย่างที่ผมคิดว่าเธอจะทำ
หากเธอกลายเป็นคนใจดีมีเมตตา ไม่พูดจาทำร้ายคนกันเช่นนี้
ผมคงไม่สามารถสร้างสถานการณ์เช่นนี้ได้
หากจะพูดว่าผมวางแผนเก่งควรจะเรียกว่าผมวางเดิมพันชนะในการที่จะเดิมพันว่าไป่มู่หลิงจะทำสิ่งที่เคยทำมาซ้ำๆกันจะดีกว่า
ผมไม่เคยชอบแผนการของแบทแมนเลยที่เดิมพันกับรายละเอียดเล็กน้อยหลายอย่างและคำนวณว่าแต่ละคนจะทำอย่างไรต่อไป
แต่นั่นอาจจะเป็นการแสดงความเก่งของแบทแมนที่คำนวณรายละเอียดเล็กน้อยได้
ส่วนผมแค่เดิมพันกับไป่มู่หลิงคนเดียวก็ทำให้ผมเครียดได้พอสมควรแล้ว
และการวางเดิมพันของผมก็ได้ผล
ที่เหลือก็คือเก็บเกี่ยวผลจากชัยชนะของตนเองและนั่งเฉยๆคอยชัยชนะเท่านั้น
คนที่สายป่านยาว มีสถานะทางสังคมสูงขอเพียงรักษาสถานะทางสังคมไว้ได้ ก็ไม่เรียกว่าแพ้แล้ว
แนวคิดของซีอีโอทั้งหลายเลยมีแนวคิดหลีกเลี่ยงความเสี่ยงให้ได้มากที่สุดนั่นเอง
เพราะพวกเขาถูกหล่อหลอมมาเช่นนั้น
จากการที่แผนการสำเร็จทำให้ผมสร้างความมั่นใจในตนเองเพิ่มขึ้นได้พอสมควร
คนที่เกิดมาจากครอบครัวยากจนอย่างผมก็เป็นอย่างนี้ล่ะ
“จิตสำนึกของความขาดแคลน”
ที่บ่มเพาะมาจากความเป็นคนยากจนทำให้ผมเป็นคนกลัวความผิดพลาดเอามากๆ
การเป็นอ้าวป้าหม่า ที่ไม่ต้องกังวลเรื่องชีวิตประจำวันทำให้ผมสามารถใส่ใจกับปัญหาที่ผมสนใจจริงๆอย่างการฝึกวิชาได้มากขึ้น เมื่อขจัดปัญหาไป่มู่หลิงและการเรียนออกไปได้แล้ว
ความกังวลของผมก็จะลดลงอย่างมาก
“ขอโทษด้วยที่ทำให้ลำบาก”
ผมกล่าวกับวินเบนซิน
“อาหู่เจรียมค่าเสียเวสลาให้วินเบนซินด้วย”
“ทราบแล้วขอรับนายน้อย”
อาหู่ก้มศีรษะอย่างนอบน้อม
“ในเมื่อคุณยังเหลือเวลามาทานอาหารกันก่อนกลับดีกว่า”
ผมหันไปหาพวกนักษัตรที่ปล่อยรัศมีสังหารผสมโรงอยู่ในขบวนพาเหรดที่นำโดยวินเบนซิน
หากผมไม่ป้องกันเสี่ยวชุ่ยเอาไว้ก่อนพวกนักษัตรอาจได้หักแขนขาเธอแน่ๆ
“นั่นเป็นงานจ้านายจ๋า”
วินเบนซินบอกกล่าวและท่าทางจะเป็นพวก method acting ที่พยายามสวมวิญญาณของตัวละครในการแสดงจนถึงที่สุดThe show must go on
สมกับเป็นมืออาชีพจริงๆพับผ่าสิ
“รีบไปห้องผู้อำนวยการยืนหนังสือลาออกให้กับผม”
ผมกล่าวกับอาหู่
เพราะผมไม่คิดจะเสี่ยงไปใกล้ๆกับคนที่มาจากโลกเซียนในรัศมีห้าร้อยเมตรแน่ๆ
พออาหู่มองหน้าอย่างสงสัย
“ชั้นไม่อาจผิดคำพูดกับไป่มู่หลิงได้ว่าจะไม่เห็นหน้าเธออีก”
ผมเอาเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้าง
“และไม่ต้องตัดเงินทุนการศึกษาของปีนี้หรือที่ให้การศึกษาไปแล้วนะของโรงเรียนนี้”
ผมหันไปกล่าวกับอาหู่
“เด็กนักเรียนที่ได้ทุนไปแล้วไม่ควรต้องมาลำบากระหว่างเรื่องของผมกับไป่มู่หลิงสกุลอ้าว รักษาคำพูดเสมอ”
พวกเด็กนักเรียนทำหน้าโล่งใจ
แต่ก็เกิดความกังวลมากขึ้นที่ในวันหน้าคนได้ทุนการศึกษาจากสกุลอ้าวก็ไม่มีแล้ว
ความโล่งอกที่มาพร้อมกับความกังวลที่ทำให้เกิดความไม่พอใจไป่มู่หลิงขึ้นมา
“ให้เงินค่าเหนื่อยและสนับสนุนท่านผู้ตรวจการมณฑลกับตำรวจในท้องที่เหมือนเดิมขอบคุณที่เขาสนับสนุนสกุลอ้าวของเรามาโดยตลอด อย่าแตะต้องเงินในส่วนนี้”
ผมรีบสั่งอาหู่
ด้วยเหตุผลบางประการ
คนกลับมาจากโลกเซียนสามารถฆ่าล้างแก๊งมาเฟียได้แบบไม่เกรงใจใครแต่เคารพรักเจ้าหน้าที่ตำรวจและรัฐบาลเอามากๆ
ผมต้องกอดขาเจ้าหน้าที่รัฐบาลเอาไว้ให้แน่นเพราะอาจจะเป็นทางรอดทางเดียวของผมที่จะไม่ทำให้รัฐบาลโกรธเคือง และรัฐบาลจะยังคงปกป้องผมคนที่ให้เงินเจ้าหน้าที่ของรัฐเสมอมาได้..อย่างน้อยก็จนกว่าผมจะบรรลุขั้นกลั่นวิญญาณล่ะนะ
“ Fire sale ขายกิจการทุกอย่างที่อยู่ในเมืองนี้ ราคาขาดทุนเท่าไรไม่ใช่ปัญหาแค่ต้องการความเร็วมากที่สุด ผมอ้าวป้าหม่าพูดคำไหนคำนั้น คุณวินเบนซินพวกเรากลับไปทานอาหารในคฤหาสน์กันเถอะ”
อ้าวป้าหม่ากล่าวอย่างเย่อหยิ่งจองหองที่ทำให้คนทั้งถนนรู้สึกตื่นตะลึงกับการตัดสินใจที่เฉียบขาดของเขา
ช่างเป็นคนเย่อหยิ่งและรักษาคำพูดอะไรเช่นนี้
ส่วนอ้าวป้าหม่านั้นแทบอยากจะแบกช้างและหนีให้ห่างจากโรงเรียนนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
รู้สึกขอบคุณบรรดาคุณตำรวจที่กั้นถนนหนทางให้จนสามารถไปถึงสนามบินส่วนตัวของสกุลอ้าวด้วยความรวดเร็ว
ผมจิบไวน์กับวินเบนซิน และฟังเขาร้องเพลงแร็ปให้ผมฟังระหว่างทางกลับคฤหาสน์
“และเขาไม่เคยเยื้องย่างเดินไปในทางบุ่มบ่าม โย่ว โย่ว”
วิน เบนซินนี่เก่งในการร้องเพลงและการแสดงจริงๆ
ผมจิบไวน์บนเครื่องบินส่วนตัว ทิ้งโรงเรียนและเมืองสยองขวัญนี้ไว้ด้านหลัง
Mission Accomplished
