หญิงสาวกล่าวโดยพยายามกลั้นเสียงสะอื้นไว้จนสุดความสามารถ เธออยากให้แม่แข็งแรงดี เธอจะได้ระบายความทุกข์ในใจที่มีให้ท่านรับรู้เพื่อแลกกับคำปลอบประโลมที่จะทำให้ใจของเธอเข้มแข็งขึ้น แต่เมื่อแม่กำลังเจ็บป่วยอยู่อย่างนี้เธอก็ไม่กล้าเอาความทุกข์ของตัวเองมาเพิ่มให้แม่ต้องพลอยเป็ทุกข์ตามไปด้วย เธอต้องเข้มแข็งให้ได้ด้วยตัวของตัวเองเท่านั้น
“แม่ไม่เป็ไรจริงๆลูกที่เห็นแม่นอนอยู่นี่แม่ก็แค่นอนเล่นเท่านั้น ความจริงแล้วแม่พอช่วยเหลือตัวเองได้ ก่อนที่ลูกจะกลับมาแม่ยังไปล้างชามและกวาดบ้านอยู่เลย”
แม่ยกมือขึ้นลูบศีรษะของบุตรสาวด้วยความรักและเอ็นดูสุดหัวใจ และนลินญาก็รู้ว่าแม่แข็งใจพูดเพื่อให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้นเท่านั้น
“แม่จ๋าทีหลังแม่ไม่ต้องลุกไปทำอะไรอีกแล้วน่ะ เดี๋ยวจะเป็ลมเป็แล้งไป ไว้หนูจะกลับมาทำเอง”
“นลินร้องไห้หรือลูก”
แม่ถามอย่างใเมื่อรู้สึกได้ว่าร่างที่กอดตนอยู่นั้นกำลังสั่นสะท้านผิดปกติ
“เปล่าจ๊ะแม่หนูไม่ได้ร้อง” หญิงสาวรีบผละลุกขึ้นเพราะกลัวแม่จับได้ “หนูขอตัวไปเก็บของก่อนนะค่ะ”
รีบบอกหลังแอบเช็ดน้ำตา
“ต้องรีบร้อนขนาดนั้นเลยหรือลูก”
ผู้เป็แม่ถาม
“ค่ะแม่เ้านายเขามาด้วย ตอนนี้นั่งรออยู่ในรถข้างนอก”
หญิงสาวตอบ แม่จึงพยักหน้ารับรู้ แต่ลึกๆก็อดใจหายไม่ได้ แม้จะยากจนแต่ลูกของเธอไม่เคยต้องแยกจากอกไปอยู่ที่ไหนมาก่อน
นลินญาลุกเดินเข้าไปในห้องที่เธอใช้นอนอยูกับแม่ทุกคืนหลังจาที่พ่อเสียชีวิตไปเมื่อเจ็ดปีก่อนพ่อทำงานเป็หัวหน้าคนงานก่อสร้างในบริษัทรับเหมาก่อสร้างแห่งหนึ่งแล้วเกิดอุบัติเหตุพลัดตกจากนั่งร้านของตึกห้าชั้นจนถึงแก่ชีวิต และเพราะเป็การเสียชีวิตในระหว่างทำงานเ้านายของพ่อจึงได้ให้เงินชดใช้มาก้อนหนึ่งและแม่ก็เอามาส่งเสียเธอจนได้เรียนจบถึงระดับปริญญาตรีเพราะแม่หวังไม่อยากให้ลูกต้องมาลำบากและมีชะตากรรมอย่างพ่อกับแม่ ในระหว่างนั้นแม่ก็ทำงานสารพัดทั้งรับจ้างซักรีดเสื้อผ้า ทำอาหารและขนมไปขายที่ตลาดกลางคืนก็รับถุงกระดาษมาพับแล้วแม่ก็เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะก่อนจะถึงขั้นทำอะไรไม่ไหวอีกเมื่อสองปีก่อนแม้จะเป็่จังหวะพอดีกับที่เธอเรียนจบออกมามีงานทำแต่เงินเดือนของเธอก็แทบไม่พอใช้เมื่อรวมเอาค่ารักษาพยาบาลแม่เข้าไปด้วยจนเธอต้องเอาบ้านและที่ดินไปจำนองไว้กับคุณนายอรุณี แต่ถึงกระนั้นก็รักษาจนเงินหมดแล้วอาการของแม่ก็ยังไม่ดีขึ้นจนเธอต้องไปขอวงเงินค่าจำนองเพิ่มขึ้นจึงได้พบกับคุณรินฤดี
จัดกระเป๋าเรียบร้อยนลินญาก็หิ้วออกมาวางไว้หน้าห้องแล้วเดินออกไปหาเพื่อนบ้านที่อยู่บ้านหลังติดกันนี้เพื่อจะว่าจ้างให้เขามาคอยดูแลแม่ให้ระหว่างที่เธอไม่อยู่ซึ่งเมื่อตกลงกันเรียบร้อยหญิงสาวก็ย้อนกลับเข้ามาในบ้านเพื่อล่ำลาผู้เป็แม่อีกครั้ง
“แม่จ๋าหนูจะต้องไปทำงานแล้ว แม่ดูแลตัวเองให้ดีน่ะ แล้วหนูหมั่นมาเยี่ยมบ่อยๆ”
หญิงสาวกล่าวขณะเข้าไปนั่งใกล้ๆแม่ที่ลุกขึ้นนั่งขอบตาแดงก่ำด้วยความอาลัยและเป็ห่วงบุตรสาวคนเดียว
“ไปเถอะลูกขอให้คุณพระคุณเ้าคุ้มครอง ตั้งใจทำงานให้ดีน่ะ เ้านายเขาจะได้เอ็นดู”
“แม่ไม่ต้องทำงานอะไรน่ะหนูจ้างน้าจอยให้มาทำงานบ้านและคอยดูแลแม่ระหว่างที่หนูไม่อยู่แล้ว”
“จะไปจ้างเขาให้เสียเงินทำไมลูกแม่ดูแลตัวเองได้”
แม่กล่าวอย่างห่วงว่าลูกจะลำบากมากขึ้นกว่าเดิมหากต้องเจียดเงินอีกส่วนหนึ่งมาเป็ค่าจ้างคนดูแลแม่
“แม่อย่าห่วงเื่เงินเลยนะคะหนูยังพอหาได้”
หญิงสาวเอนตัวเข้าไปกอดผู้เป็แม่ด้วยความรักและห่วงใยสุดซึ้งแล้วน้ำตาก็ไหลออกมาอีกจนได้
“อย่าร้องไห้สิลูกขี้แยเป็เด็กไปได้”