"พ่อจ๋าแม่จ๋า" เสียงเด็กตัวน้อยที่เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยคราบสกปรก ผมสีทองของเธอเต็มไปด้วยคราบของน้ำเน่า เธอวิ่งอย่างรวดเร็วไปหาพ่อแม่ของเธอที่กำลังยุ่งอยู่กับเอกสารกองโต
"อันนา!!" หญิงวัยกลางคนอายุราวๆ 40 ผมสีทองอร่ามเข้ากับสีผิวที่ซีดเซียวเหมือนคนไม่มีเื เธอดูท่าทางใเมื่อเห็นเนื้อตัวของลูกที่ทั้งเลอะเทอะและมีกลิ่นเหม็น "ลูกไปเล่นอะไรมา"
"ที่นั่นค่ะ" อันนายิ้มตอบและชี้ไปด้านนอกเต้นท์ สายตาของทั้งสามคน พ่อ แม่และอันนาพุ่งตรงไปที่ปากซอยสลัม ทันทีที่คนเป็พ่อเห็นว่าเธอไปที่ไหนมา เขาก็กระโจนเข้าใส่ลูกสาวทันที
"ลูกไม่ควรไปที่นั่น" พ่อของอันนา เขาเป็ชายร่างใหญ่ผิวสีเข้มและหน้าตาดูดุดัน เขากระโจนเข้าใส่และจับแขนอันนาไว้แน่นด้วยความใ "พ่อบอกลูกแล้ว จะเล่นที่ไหนได้หมด ยกเว้นที่นั่น ในนั้นมีแต่คนชั่ว คนชั่วจะถูกส่งไปในนั้น ตอบพ่อสิว่าลูกเป็คนชั่วไหม"
"มะ- ไม่ใช่ค่ะ" อันนาเริ่มน้ำตาซึม "แต่ในนั้นมีคนดี แคทรีนเขาเป็คนดี เขาช่วยหนูไว้"
"ลูกรู้ชื่อคนในนั้นด้วยหรือ" พ่อทำหน้าตาเคร่งเตรียดหนักกว่าเก่า "ไหนบอกพ่อสิ การรู้จักชื่อกันหมายถึงอะไร"
"วะ- ไว้ใจกัน" อันนาเริ่มน้ำตาไหลซึมออกมา เธอยังคงไม่เข้าใจว่าเธอทำอะไรผิด
"เราจะมาคุยกันอีกครั้งหลังจากที่พ่อเสร็จงาน ยังไงลูกก็ต้องโดนลงโทษ" พ่อของอันนาพูดจบ เขาเดินกลับไปที่กองเอกสารและลงมือทำงานต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ไม่เป็ไรจ้ะลูก เดี๋ยวแม่ให้มายาพาไปอาบน้ำ แล้วเราไปเดินซื้อขนมกันดีไหม" แม่ที่ดูจะใจเย็นกว่าพ่อนั้นปลอบใจลูกสาวที่กำลังขวัญเสีย "มายา" เธอเรียกคนใช้ของเธอ
"คะองค์หญิง" หญิงสาวในชุดคนรับใช้ผมสั้นสีดำสนิท อายุราวๆ 17-18 ปีเดินก้มหน้าก้มตาเข้ามา
"พาอันนาไปอาบน้ำและเปลี่ยนชุดทีนะ"
"รับทราบค่ะองค์หญิง" สาวใช้พาอันนาออกไป
"โอลิเวอร์" แม่ของอันนาเริ่มทำหน้าตาเคร่งเครียดและหันไปคุยกับพ่อต่อหลังจากที่อันนาออกไป "คุณจะจริงจังเกินไปแล้วนะ ลูกเราเพิ่งอายุ 10 ปี ลูกก็แค่เล่นซนตามประสาเด็กก็เท่านั้น"
"ยังไงเราก็ต้องลงโทษเธอ" โอลิเวอร์ยังคงนั่งทำงานต่อไปโดยไม่มีท่าทีที่จะสนใจอะไรทั้งนั้น
"โอลิเวอร์..."
"ดอร่า เราต้องทำงานนี่ให้เสร็จ แล้วค่อยคุยกัน" โอลิเวอร์พูดพร้อมเลื่อนสายตาขึ้นมามองภรรยาของเธออย่างช้าๆ
ปั้ง ตึกกก ปั้ง ในขณะที่ทั้งสองกำลังทำงานอยู่นั้น จู่ๆก็เกิดพายุลมแรงอย่างที่ไม่เคยเกิดมาก่อนในบริเวณที่พวกเขาอยู่
"เกิดอะไรขึ้น" ดอร่าพูดด้วยความใพร้อมลุกออกไปดูที่บริเวณหน้าเต้นท์ เธอสังเกตไปรอบๆ ข้าวของกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นถนน ผู้คนต่างวิ่งกันวุ่นวายเพื่อหลบพายุที่รุนแรง
"ก็แค่พายุน่ะ กลับมาทำงานต่อเถอะดอร่า" โอลิเวอร์ผู้ไม่สนใจใดๆยังคงทำงานต่อทั้งที่ภายนอกเต้นท์นั้นกำลังเกิดพายุรุนแรง
เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง เสียงฟ้าผ่าลงมาสามครั้งตรงบริเวณสลัมที่อยู่ถัดไปจากลานน้ำพุที่พวกเขาทำงานอยู่
"ฉันว่าไม่ใช่พายุธรรมดาแล้วล่ะ" ดอร่าหันมาบอกโอลิเวอร์ที่ดูจะใกับเสียงฟ้าผ่าไม่ต่างกัน
"ฝ่าา" ทหารนายหนึ่งวิ่งเข้ามาในเต้นท์ "ตรวจพบพลังงานมานาจำนวนมากจากบริเวณสลัมการ์กอนครับ!!" เมื่อทหารรายงานเสร็จ ดอร่าและโอลิเวอร์มองตากันด้วยความใ
"เป็ไปได้ยังไงกัน" โอลิเวอร์พูด
----------------------------------------------------------------------------------------------------------
หลังจากที่แคทรีนขโมยปลาแมงป่องมาเรียบร้อย เธอก็รีบวิ่งหนีอย่างสุดชีวิตจนไปถึงหน้าร้านขายยาเมอร์ลิน เธอใช้เท่าดันประตูเข้าไปอย่างเบาๆ เพียงแค่เพราะว่ากลัวประตูเก่าๆนั่นจะพงลงมาทับตัวเธอเอง
"แอ๊บบี้ ชั้นได้ปลาแมงป่องมาแล้ว" สิ่งที่เธอเห็นต่างจากที่คิดไว้ ห้องที่มืดทึบมีเพียงแสงอ่อนๆจากเทียนเพียงเล่มเดียว บวกกับสีหน้าของแอ๊บบี้และเมอร์ลินที่ดูไม่สู้ดีนัก นั่นคือสิ่งที่กำลังบอกเธอว่ากำลังจะมีเื่แย่ๆเกิดขึ้น
"เข้ามานี่ มาหาชั้นเร็วเข้า" เมอร์ลินขวักมือเรียกแคทรีน แคทรีนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เธอรู้เพียงว่าเธอควรเดินไปหาเมอร์ลินอย่างรวดเร็ว เธอวางกล่องปลาแมงป่องลงบนโต๊ะด้านหน้าเมอร์ลิน
"ชั้นขอโทษแคทรีน ชั้นลืมคิดเื่ของการ์กอนไปเื่หนึ่ง" แอ๊บบี้ลอยมาบริเวณที่ทุกคนอยู่ "เธอต้องเอามันไปคือการ์กอน"
"ไม่ทันแล้วแอ๊บบี้" เมอร์ลินตอบ พร้อมมองหน้าของทั้งสองคนสลับไปมา
"ใช่ไม่ทันแล้ว" แคทรีนเสริม "ถ้าชั้นกลับไปตอนนี้ชั้นตายแน่ๆแอ๊บบี้"
"อย่าบอกนะว่า" แอ๊บบี้ทำหน้าตาเป็กังวล
"ชั้น... เอ่อ... ทำร้ายั์พวกนั้น"
"ให้ตายเถอะ แคทรีน เธอควรฉลาดกว่านี้" แอ๊บบี้พูดพร้อมทำขนพองขึ้นมาทันที
"มันคือเหตุจำเป็น่าแอ๊บ" แคทรีนเล่าและอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แคทรีนและแอ๊บบี้ ทั้งคู่ทะเลาะกันยกใหญ่เกี่ยวกับเื่ที่เกิดขึ้น ในขณะที่เมอร์ลินก็กำลังตรวจเช็คพวกปลาแมงป่องอย่างละเอียด
"แคทรีน ขอน้ำลายฮายีน่าสองหลอด เืปลาไหลทะเล หนอนทรายไซบีเรีย และดอกเดซี่พิษ" เมอร์ลินบอกด้วยน้ำเสียงที่ใจเย็น ขัดกับสองคนที่กำลังทะเลาะกัน
"เธอจะทำอะไรเมอร์ลิน" แอ๊บบี้ถามด้วยความสงสัย
"ก็ทำแบบที่เธอ้ายังไงล่ะ" เมอร์ลินตอบ "เผื่อพวกเธอลืมนะ" เธอหยิบปลาแมงป่องขึ้นมาพร้อมกับหักหนามของพวกมันออกทีละอันอย่างช้าๆ "การ์กอนเคยเป็หน่วยสืบสวนของราชสำนัก เ้านั้นมีจมูกที่ดีมากๆ ถึงขั้นที่ใช้จมูกนั่นในการแยกความแตกต่างกลิ่นของคนร้อยคนได้ง่ายๆ"เมอร์ลินพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ "ป่านนี้คงใกล้ถึงร้านเราแล้วแหละ"
เมื่อจบประโยคที่เมอร์ลินพูด ทั้งแอ๊บบี้และแคทรีนต่างใและกลัวไม่แพ้กัน ทั้งคู่วิ่งกันทั่วร้านเพื่อหาวัตถุดิบตามที่เมอร์ลินสั่ง ในขณะที่เมอร์ลินก็วุ่นอยู่กับการบดหนามของปลาแมงป่อง
ส่วนผสมทั้งหมดถูกเทผสมลงไปในหม้อที่เต็มไปด้วยเืของปลาไหลทะเล เมอร์ลินใช้ด้ามไม้ยาวๆคนส่วนผสมทั้งหมดจนเข้ากันและนำไปตั้งไฟจนมันเดือด กลิ่นที่โชยออกมาจากยาพวกนั้น ทำให้ทั้งสามคนแทบจะเป็ลม มันเป็เหมือนกลิ่นเน่าชองซากสัตว์ ที่ทำให้แสบไปทั้งโพรงจมูก
"เธอต้องดื่มมันแคทรีน" เมอร์ลินเทน้ำยาลงในแก้วที่ทำจากหินใบใหญ่ที่วางไว้
"ทำไมต้องเป็หนูล่ะเมอร์ลิน" แคทรีนรับแก้วไว้อย่างไม่เต็มใจ เพียงเพราะเธอโดนเมอร์ลินยัดแก้วนั่นใส่มือ "ถ้าหนูตายล่ะ"
"ไม่เคยมีใครตายเพราะยาฉัน" เมอร์ลินบอกเพื่อให้แคทรีนสบายใจ
"แต่ฉันตายเมื่อเดือนที่แล้ว" แอ๊บบี้ย้ำความทรงจำของเมอร์ลิน
"แต่เ้าก็ยังอยู่นี่ไม่ใช่หรอแอ๊บบี้!" เมอร์ลินหันไปเอ็ด แอ๊บบี้รู้ตัวว่าไม่ใช่จังหวะที่ควรพูดสักเท่าไร มันจึงเงียบไป "ยานี่จะลบ.." เมอร์ลินชี้ไปที่รอยสักบริเวณแขนของแคทรีน "และเธอก็..." เมอร์ลินชี้ไปที่ประตู
"ทำไมไม่พูดให้จบนะ ชั้นไม่เข้าใจ" แอ๊บบี้ถาม
"มีคนฟังชั้นพูดอยู่ มากกว่าเธอสองคนยังไงล่ะ" เมอร์ลินบอกพร้อมกับมองไปที่ประตูของร้าน
ปั้งงง เสียงประตูเปิดอย่างรุนแรง ประตูบานเล็กๆนั่นดูเหมือนจะไม่ได้ทำไว้ต้อนรับพวกั์สักเท่าไร เพราะสิ่งที่อยู่ด้านหลังประตูที่เปิดนั่น ทั้งสามคนเห็นเป็เพียงขาของั์ที่เต็มไปด้วยขนที่น่าขยะแขยง
ปั้งงงงงง -- พวกั์พังกำแพงเข้ามา เผยให้เห็นั์สองตัวที่น่าตามีแต่รอยแผลเป็ พวกมันหายใจแรงจนหนังสือที่อยู่ตามชั้นสั่นระริกตามจังหวะลมหายใจพวกมัน
"ดูสิว่าข้าตามกลิ่นพวกนั้นมาที่ไหนกัน" เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลังของพวกั์ เ้าของเสียงเดินแทรกตัวออกมาจากตรงกลางระหว่างั์ทั้งสองตัว เผยให้เห็นคนคนหนึ่งที่มีร่างกายเป็มนุษย์ที่ใหญ่โตกว่ามนุษย์ทั่วไปและมีหัว มือ เท้า และผิวเหมือนกับเสือ
"การ์กอน คนของพวกแกต้องจ่ายค่าซ่อมกำแพงพวกนั้นนะ" แอ๊บบี้ะโใส่เสือนั่น
"เ้าแมวน้อย ค่าประตูพวกนี้คงเทียบไม่ได้กับค่าปลาแมงป่องที่พวกแกขโมยมาหรอกนะ" การ์กอนเอามือลูบหนวดเบาๆและพูด "ว่าไงล่ะแม่มดผู้ทรงปัญญา จะแก้ตัวให้กับความซุกซนของเด็กๆพวกนี้ยังไง"
"ชั้นมีสิทธิ์พูดงั้นหรอ" เมอร์ลินตอบด้วยอารมณ์โกรธ
"ไม่มีหรอกเมอร์ลิน เผอิญว่าชั้นเป็พวกคลั่งความรุนแรงและไม่มีเหตุผลน่ะ" เ้าเสือการ์กอนพูดพร้อมกับหยิบกระบองขนาดมหึมาจากด้านหลัง มันฟาดเข้าไปที่ชั้นวางยาเต็มแรง ยามากมายกระจัดกระจายลงพื้น ผสมกันจนกลิ่นเหม็นไปทั่วทั้งห้อง
"ทั้งคู่หนีไป" เมอร์ลินหยิบดาบที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะออกมา
"แล้วยานี่ล่ะเมอร์ลิน" แคทรีนมองลงไปที่แก้วหินขนาดใหญ่ในมือ
"วางมันลงแคทรีน" เมอร์ลินบอก
"ดูเหมือนว่าเราจะไม่ได้ทำทางออกสำรองไว้นะเมอร์ลิน" แอ๊บบี้พูดพร้อมมองไปที่ประตูที่ถูกขวางไว้ด้วยพวกั์ ในขณะนั้น การ์กอนก็กระโจนเข้ามาตรงเมอร์ลิน มันง้างมือสุดแรงพร้อมที่จะเอากระบองั์ฟาดลงที่กลางหัวของเมอร์ลิน
"ช้าไปนะการ์กอน" เมอร์ลินเอามืออีกข้างที่ไม่ได้ถือดาบ หยิบขวดน้ำยาสีดำที่มีควันขึ้นอยู่ตลอดเวลา ปาใส่เข้าไปที่หน้าของการ์กอน "ดูเหมือนจะมีคนทดลองยาแทนเ้าแล้วนะแอ๊บบี้" แอ๊บบี้มองและจำได้ทันทีว่านั่นคือยาที่เมอร์ลินตั้งใจจะเอามาราดตัวมัน
"โชคดีแค่ไหนที่ไม่ใช่ฉัน" แอ๊บบี้ตอบพร้อมกลายเป็หมอกลอยขึ้นไปเหนือจนสดเพดาน ทั้งสามมองหน้าของการ์กอนที่กำลังพุพองจากน้ำยา
"พวกแก!!" การ์กอนดูจะโมโหเอามากๆ "เ้าพวกโง่ ยืนดูอะไรกัน" การ์กอนหันไปเอ็ดั์สองตัวที่ยืนอยู่ด้านหลัง
"ให้ทำไงดีลูกพี่" ั์ตัวหนึ่งถามด้วยหน้าตาที่ดูซื่อบื้อ
"ก็ไปฆ่ามันสิวะ!!" การ์กอนถอยหลังไปนั่งพิงกำแพง มันร้องโอดครวญและเกาแผลบนใบหน้าตัวเองไม่หยุด
"เอาล่ะ ไม่มียาพิษอะไรนั่นแล้วจะทำไงล่ะเมอร์ลิน" แอ๊บบี้ถามเมอร์ลินที่ยืนโอบกอดแคทรีนที่กำลังตัวสั่นด้วยความกลัว
"แต่เรามียาล้างพิษ" เมอร์ลินพุ่งพรวดเข้าไปที่โต๊ะอย่างรวดเร็ว เธอหยิบแก้วหินขนาดใหญ่ที่ใส่ยาที่เพิ่งผสมเสร็จใหม่ๆ เธอกระดกมันทีเดียวจนหมดแก้ว พวกั์ที่ไม่รู้อะไรยังคงวิ่งเข้ามาตรงเมอร์ลิน เพื่อหวังจะชำแหละให้หล่อนขาดเป็ชิ้นๆ
เมอร์ลินที่ดื่มน้ำยาเข้าไปยืนนิ่งเหมือนโดนคำสาบ แขนขาของเธอมีอาการชักกระตุกและเกร็งจนเส้นเืขึ้น ผมที่เคยฟูของเธอนั้นตรงขึ้นเรื่อยๆ ผมพวกนั้นแยกตัวเองออกเป็สามส่วนและถักทอจนเป็เปียที่สวยงามยาวจนแทบลากพื้น กลิ่นหอมบางอย่างโชยออกมาจากตัวของเมอร์ลินอย่างรุนแรง อีกทั้งยังมีแสงอ่อนๆส่องประกายออกมาจากตัวของเธอ
เมอร์ลินเริ่มหายจากอาการชักกระตุก เธอยืนนิ่งและมองไปที่ั์ที่หยุดนิ่งด้วยความใเหมือนกัน เสื้อของเมอร์ลินขาดรุ่ยจนเผยให้เห็นรอยสักรูปดาวที่แขน ซึ่งมันกำลังจางลงเรื่อยๆ
"เกิดอะไรขึ้น" การ์กอนมองเมอร์ลินด้วยความประหลาดใจ
"อื้มมมมมม" เมอร์ลินยิ้มพร้อมสูดหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด "ไม่ได้กลิ่นมานาในอากาศแบบนี้มานานเท่าไรแล้วนะ"
"เกิดอะไรขึ้นน่ะแอ๊บบี้" แคทรีนถามแอ๊บบี้ด้วยความสงสัย
"การกำเนิดใหม่ของแม่มดยังไงล่ะแคทรีน" แอ๊บบี้ตาเป็ประกาย มันยังคงมองค้างอยู่ที่เมอร์ลินด้วยความชื่นชม
"ดูซิว่าใครมาหาเื่เรา" เมอร์ลินมองด้วยสายตาอาฆาตไปที่ั์สองตัว "โชคร้ายนะที่ว่าชั้นเป็พวกคลั่งความรุนแรงและไม่มีเหตุผล"
"แกกกก!!!" การ์กอนลุกขึ้นยืนและวิ่งสี่เท้าเข้ามาอย่างรวดเร็วตรงไปที่เมอร์ลิน
"บิส ติง โต มิ ลิ อา ออส เตียม" เมอร์ลินพูดภาษาแปลกๆออกมา แอ๊บบี้เข้าใจทันทีว่านั่นคือการร่ายคาถาอย่างแน่นอน เส้นด้ายหลายพันเส้นออกมาจากมือของเมอร์ลินพุ่งตรงไปพันตัวของการ์กอน มันพันอยู่แบบนั้นจนการ์กอนไม่สามารถที่จะขยับได้ เมอร์ลินพึมพำอะไรบางอย่างต่ออีก
"อะไรน่ะ" แคทรีนเริ่มได้ยินเสียงแปลกๆจากด้านนอกของตัวตึก
"พายุ?" แอ๊บบี้ตอบ ทั้งคู่มองลอดไปที่กำแพงที่เป็โพรงขนาดใหญ่จากการที่ถูกพวกั์โจมตี ลมมากมายพัดผ่านเข้ามาในตัวห้องจนของลอยปลิวไปทั่ว หลังคาของตึกที่ปกติก็แทบจะพังอยู่แล้วนั้น ปลิวหายไปกับสายลม
"ฟู กู เพอ รา คูส อิ นิส มี คอส" เมอร์ลินร่ายคาถาจบ สายฟ้าสามเส้นผ่าลงมาที่การ์กอนและั์ทั้งสอง สายฟ้าพวกนั้นทำให้ทั้งสามตัวสลบแน่นิ่งลงไป
"นังแม่มด!!!" การ์กอนพูดและสลบไป