[FanFic Percy Jackson รุ่นลูก] สายเลือดแห่งโพไซดอนที่หายสาบสูญ [รีไลฟ์]

    ตอนที่ 126 แรงดึงดูดที่ไม่เห็น

    ตอนที่ 126 แรงดึงดูดที่ไม่เห็น

            เซียธิดาของเทพแห่งนรก นางเป็นบุคคลหนึ่งที่โพรทาเลียไม่คิดว่าจะมาเจอในสถานที่แห่งนี้ตอนแรกที่เธอเจออีกฝ่ายก็ยังจำไม่ได้เลยว่าอีกฝ่ายเป็นใคร แต่พอจำได้แล้วนั้นเธอโคตรอยากหนีออกจากที่นี่ไปอยากรวดเร็วพอมานึกถึงอดีตที่เธอเคยเห็นของหนึ่งในอดีตชาติของเธอนั้นก็คือลักซ์ในความทรงจำของหมอนี้เคยมีความสุขกับหญิงคนหนึ่งจนกระทั่งเขานั้นต้องตายจากโลกนั้นไปหลังจากนั้นเขาก็ไม่รู้ว่าเธอตรงหน้าเป็นไงมั้งแต่แค่เห็นสีหน้าอีกฝ่ายที่กำลังยิ้มให้เธอมันก็น่ากลัวชอบกลแต่ตอนนี้เธอกำลังทำท่าทางเหมือนอยากโดนชมก่อนที่โพรทาเลียจะเอ่ยบางอย่างออกไป

             

            “เอ่อ...ขอบใจที่มาช่วย-”

            โพรทาเลียพยายามที่จะลุกขึ้นมาแต่เธอยังกล่าวไม่ทันจบอีกฝ่ายก็มานั่งคร่อมตัวเธอพร้อมกับจับใบหน้าของเธอแล้วก็ยื่นหน้าเข้ามาจนริมฝีปากทั้งสองประกบเข้าหากันจนโพรทาเลียตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

            “อื้ม!!!!”

            ทุกคนต่างมองอย่างตกใจไม่ได้ดูเลยว่าอีกฝ่ายกำลังจูบอย่างดูดดื่มกับโพรทาเลียจนเจ้าตัวยกมือขอความช่วยเหลือโฟกัสที่อยู่ภายในร่างของตัวเองถึงกับตะลึงจนเรียกสติกลับมาได้เธอก็ดันตัวเองออกมาจากร่างได้ก็ตะโกนเสียงดังทันที

            “เซียยยยยยยยยยยยยย!!เธอทำบ้าอะไร!!”

            เซียไม่สนใจเสียงอีกฝ่ายแต่เธอก็เสร็จกิจของเธอพอดีจนเธอนั้นผละจูบออกจนริมฝีปากนั้นมีน้ำลายไหลติดมาจนยืดโพรทาเลียที่โดนจูบถึงกับน็อคสลบไปเลย ก่อนที่เซียจะหันไปตอบ

            “หือ...? ก็ช่วยพี่สาวเจ้าไงล่ะ~”

            “ช่วยบ้าอะไร!? จูบมันช่วยอะไรได้กัน!! พี่ค่ะ!!” โฟกัสรีบวิ่งเข้าไปประคองพี่สาวทันที “พี่ค่ะ!! ทำใจดี ๆ ไว้นะ!!”

            เซียมองอีกฝ่ายกำลังปลุกพี่สาวที่สลบก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ “ฮ่า ๆอะไรกัน~ แค่จูบเองนะ มันไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใดเลยนะ”

            “ไม่แปลกสำหรับเธอแต่สำหรับเรามันแปลกในสถานการณ์อันตรายแบบนี้ เซีย!!”

            “โธ่! ตอนนี้ก็ปกติแล้วนี่น่าแล้วอีกอย่างฉันช่วยบรรเทาอาการที่พี่เจ้าเป็นให้ก็เท่านั้นเอง~”

            “บรรเทาบ้าอะไรกัน!? เธอช่วยพี่ฉันได้หรือไงกัน!?”

            “ก็รอดู~” เซียยกยิ้มอย่างสนุก

            โฟกัสมองจ้องมองอย่างงุนงงว่าอีกฝ่ายหมายความว่าไงก่อนที่ตัวของโพรทาเลียจะเริ่มรู้สึกถึงบางอย่างกำลังจะไหลออกมาจากปากเธอก็ลืมตาขึ้นมาพร้อมอาเจียนบางอย่างที่มีสีแดงออกมาทุกคนเห็นก็ตกใจที่จู่ ๆ อีกฝ่ายอาเจียนสิ่งบางอย่างออกมาจนโฟกัสลูบหลังอีกฝ่ายที่อาเจียนบางอย่างออกมาจนเธอหันไปหาอีกฝ่ายที่กำลังยืนมองอยู่

            “เธอทำอะไรพี่สาวฉัน!?”

            “ก็บอกแล้วนี่ว่าข้าช่วยบรรเทาอาการพี่เจ้าที่โดนพิษจากสิ่งที่นางกินก็เท่านั้น”

            “ห๊า!!”

             

            โพรทาเลียอาเจียนสิ่งที่ตนเองกินออกมาหมดจนตอนนี้ท้องเธอโล่งไปหมดเธอเช็ดปากของตนเอง ตอนนี้เธอเงยหน้ามองหญิงสาวที่กำลังยกยิ้มให้เธออย่างชอบใจแต่เธอไม่ชอบท่าทางอีกฝ่ายเลยจริง ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นอดีตชาติของน้องสาวเธอคงเล่นงานอีกฝ่ายจมดินไปแล้วแถมยังเป็นอดีตคู่นอนของลักซ์อีกทำเอาเธอประมาทไปหมดยิ่งภายในลึก ๆ กับรู้สึกคิดถึงและโหยหาสิ่งที่ขาดหายไปเธอส่ายหน้าเบา ๆเพื่อเรียกสติกลับมาคงเพราะความทรงจำของลักซ์ทำให้เธอมีท่าทีกับอีกฝ่ายแบบนี้

             

            “ขอบใจที่ช่วย...แต่...หาวิธีอื่นนอกจากวิธีนั้นไม่ได้หรือไง?”โพรทาเลียเงยหน้าขึ้นมาลองขยับมือตัวเองว่ามันก็รู้สึกสบายตัวมากกว่าเมื่อกี้

            “เอ๋~ มีวิธีอื่นด้วยเหรอ? เจ้าน่าจะรู้นะวิธีอื่นของข้านั้น มันอาจจะมากกว่าจูบก็เป็นได้นะ ลักซ์~”

            โพรทาเลียได้ยินก็หน้าแดงขึ้นมาเธออยากให้ลักซ์ลากผู้หญิงคนนี้ออกไปจากตรงนี้จริง ๆ “แค่วิธีนี้พอล่ะ...อย่าเอาอย่างอื่นเลย...แล้วอีกอย่างฉันไม่ใช่ลักซ์ของเธอ”

            “เอ๋~? ข้าสนใจเหรอ? ยังไงข้างในนั้นก็มีลักซ์อยู่ไม่ใช่หรือไง~ ยอดรัก~”

            คำพูดนั้นและใบหน้าที่ดูโรคจิตทำเอาโพรทาเลียรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะตกหลุมรักอีกฝ่ายเพราะความรู้สึกของลักซ์แต่ทว่าก็มีคนมาขัดขวางนั้นก็คือโฟกัสที่ไม่พอใจที่อดีตชาติของตนเองกำลังล่อลวงพี่สาวของเธอ

            “หยุดใช้พลังสว่านเสน่ห์ใส่พี่สาวฉันเลยนะ!! เซีย”

            “โธ่~ อะไรของเจ้ากัน? ข้ากำลังสว่านเสน่ห์ใส่ยอดรักของข้าต่างหาก” เซียส่งจุ๊บให้โพรทาเลีย

            โฟกัสรีบจับอากาศแล้วขยี้ลงในมือทันทีเธอรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่น่าเป็นอดีตชาติของเธอจริง “หยุดทำเรื่องบ้า ๆ เลยแล้วเอาร่างฉันคืนมาเดี๋ยวนี้!!!”

            “แล้วถ้าข้าไม่คืนล่ะ~”

            “ว่าไงนะ!!”

            โฟกัสเลือดขึ้นหน้าทันทีเธอพลาดแล้วที่ยอมให้อีกฝ่ายใช้งานของเธอก่อนที่เธอจะยืนประจันหน้ากับอีกฝ่ายโพรทาเลียเลียแบบนั้นก็เดินหนีถอนออกมาอยู่ข้าง ๆเจสันที่กำลังยืนหลบมุมอย่างไม่อยากยุ่งกับใครจริง ๆยิ่งมาเจอสถานการณ์อันน่าอายก่อนหน้านั้นอีก ก่อนที่เขาจะมองอีกฝ่ายที่มายืนใกล้ ๆก่อนจะแซวอีกฝ่าย

            “ดูเหมือนว่า...เธอจะเนื้อหอมจังนะ...”

            “เหอะ ๆ ก็งั้น...” โพรทาเลียกอดอกอย่างไม่ชอบใจ

            เจสันมองอีกฝ่ายก่อนจะเอ่ยพูดต่อ "เอ่อ...ชื่อโพรทาเลียสินะ”

            “อ๊ะ...ใช่...”

            “เอ่อ...สิ่งที่ฉันเห็น...เมื่อกี้ผู้หญิงสายเลือดฮาเดสเข้าร่างน้องเธอ...”

            “พวกเขาเป็นอดีตชาตินะ...”

            “อดีตชาติ?”

            “ใช่...พวกเราสองคนเกิดจากเทพเจ้ากรีกทั้ง 13 ตน”

            “ห๊า!? จะบอกว่าพวกเธอกลับมาเกิดใหม่ถึง13 ครั้งเหรอ?”

            “เปล่านะ...ฉันคือฉัน เราแค่มีอดีตชาติติดตัวมากันคนละ 7ถึง 6 คน ไม่ใช่การเกิดใหม่หลาย ๆ รอบถึงพวกเราจะสามารถดูความทรงจำของพวกเขาได้ก็ตามทีและก็อดีตชาติของฉันพวกเขาแค่ตายไปแล้วถูกรวบรวมให้รอเวลามาเกิดใหม่พร้อมพวกเราพวกเขาถึงเรียกเราว่าเป็นร่างจุติที่สามารถให้พวกเขายืมร่างได้นะ”

            โพรทาเลียอธิบายถึงกลไกการเกิดใหม่ของพวกเธอที่มันเป็นมายังไงก่อนที่เขาจะหันไปมองอีกฝ่ายก็เห็นอีกฝ่ายที่ยืนนิ่งด้วยสีหน้างุนงงเพราะข้อมูลที่อีกฝ่ายพูดไม่ได้เข้าหัวเขาสักนิด

            “เอ่อ...คุณเจสัน...คุณเจสัน...” โพรทาเลียยกนิ้วขึ้นพร้อมกับดีดนิ้วหนึ่งครั้ง“คุณเจสัน!!”

            “อ๊ะ!! ขอโทษที...ฉัน...สับสนไปหมดกับคำพูดเธอ...”

            “ขอโทษด้วยนะ...เอ่อ...เอาง่าย ๆ ก็ฉันคือฉันไม่ได้มีชีวิตอยู่มานานค่ะ...แต่ว่าตอนนี้เรารีบไปดีกว่าเหลือเวลาอีกไม่มาที่จะพาคุณเข้าร่างของคุณ”

            “ร่างฉัน? เธอเจอร่างฉันเหรอ?”

            “ใช่...แต่ตอนนี้ยังอธิบายมากกว่านี้ไม่ได้ นาย...อ๊ะคุณเจสันต้องไปกับฉันก่อนนะ”

            “อ๊ะ...โอเค...แต่ฉันสงสัยนิดหน่อย...เธอรู้สึกว่าจะเรียกฉันลำบากนะก่อนหน้าก็นายตอนนี้ก็คุณนะ”

            “อ๊ะ...ก็...ช่างเถอะค่ะ!!” โพรทาเลียขี้เกียจอธิบายเธอหันไปทางสองสาวที่กำลังทะเลาะกันอยู่“นี่เลิกทะเลาะกันได้แล้ว!! เซียหาทางไปยังอาณาจักรเอราเซียนให้หน่อยสิ!!”

            “หือ? ประตูของพวกตัวสีฟ้าเหรอ?”เซียมองอีกฝ่ายพร้อมกับยกยิ้มแบบเจ้าเล่ห์"อืมมมมม จะบอกดีไหมนะ?”

            “อย่าลีลา!!” โฟกัสดักทางอีกฝ่ายที่กำลังลีลาใส่พี่สาวของเธอ

            “ก็ได้ยะ!” เซียพองแก้มอย่างไม่พอใจก่อนจะเข้าไปกอดแขนของโพรทาเลีย“นี่~ ข้ายอมบอกเจ้าก็ได้นะแต่ว่า~ หลังจากนี้กลับเป็นลักซ์แล้ว...มาคุยกับข้าหน่อยสิมาย้อนวันวานของเราหน่อยน๊า~”

             

            ‘ลักซ์!!’ โพรทาเลียคิด ‘เอาเมียเอ็งไปเก็บเดี๋ยวนี้!!’

             

            เสียงแหลมของโพรทาเลียที่ตะโกนภายในใจกำลังดังก้องไปทั้งห้วงแห่งจิตใจที่พวกเฟอร์ร่าอยู่ทุกคนกำลังอยู่ในทิศทางของตนเองกันแต่ก็มีความสนใจต่อสิ่งภายนอกที่กำลังถ่ายทอดให้พวกเขาดูกันตั้งแต่ฝั่งของโพรทาเลียกับฝั่งของโฟกัสทุกคนอยู่รวมตัวกันอย่างสบายเหมือนบ้านตัวเองกัน แต่พอจอฉายไปที่หญิงสาวคนหนึ่งก็ทำให้ทุกคนรู้เลยว่าได้เจอกับอดีตชาติคนสุดท้ายของโฟกัสแล้วแต่ว่าพวกเขานั้นคิดว่าทำไมคนสุดท้ายต้องเป็นบุตรแห่งซุสกันด้วยแต่ระหว่างที่ทุกคนกำลังหารือเรื่องนี้อยู่นั้นก็มีเสียงบางคนกำลังพรรณนาถึงหญิงสาวในจอภาพ

             

            “เซีย...ยอดรัก~ เจ้าเป็นสาวงามอันดับหนึ่งของข้าจริงๆ”

            ทุกคนหันไปมองอีกฝ่ายที่กำลังพรรณนาถึงหญิงสาวจนพวกเฟอร์ร่าเห็นแล้วเหนื่อยใจกับอีกฝ่ายที่เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วแต่พวกเขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะไปเล่นหูเล่นตากับธิดาแห่งฮาเดสแบบนี้ก่อนที่จะมีคนหนึ่งพูด

            “เจ้านี้มันสติดีใช่ไหม? ถึงไปรักกับธิดาฮาเดสนะ?”

            “ข้าว่าไม่นะ”

            “แหม ๆถ้าเจ้านั้นสติดีคงไม่คบกับสายพันธุ์เดียวกันหรอกนะ~” รัลเอ่ยพร้อมกับกินธัญพืชไปด้วยอย่างอร่อย

            “เหรอ? รัลข้าว่าเจ้านั้นคงได้เชื้อจากเจ้ามานั้นล่ะเพราะเจ้าก็เคยคบหากับสายเลือดแอรีสไม่ใช่หรือไง?” เซเรน่าแซวอีกฝ่ายที่ประชดลักซ์แต่มันสะเทือนตัวเองมากกว่า

            “พรวด!!” รัลถึงกับสำลักของที่กินเข้าไปทันทีน้ำก่อนจะมองสาวๆ “ฉันไม่ได้คบกับเจ้านั้นซะหน่อย...ข้าแค่โดนเจ้านั้นหลอกฟันเท่านั้น!!”

            สิ่งที่รัลพูดนั้นกระทบถึงชายอีกคนที่โดนพูดเขากำลังออกกำลังกายอยู่ก็เดินตรงมาหาอีกฝ่ายพร้อมกับกอดเอวอีกฝ่ายพร้อมกับกระซิบข้างหูทันที

            “ยอดรักพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกนะไม่งั้นข้าก็เป็นชายฉกรรจ์ที่ข่มเหงคนอื่นกันพอดี”

            “ก็มันควรเป็นไหมล่ะ!? เจ้ามันชายที่ไร้ยางอายท่านเจ้าเมืองจอมลามก!!”

            “ข้าชอบคำนี้นะเนี่ย~ งั้นเจ้ามาเป็นศรีภรรยาให้ข้าหน่อยสิ”

            “ไม่!!”

            “ปฏิเสธข้าจังนะ~”

            ทุกคนต่างมองทั้งสองที่กำลังทะเลาะกันอยู่ต่อหน้าพวกเขาแต่ท่าทางของชายร่างใหญ่ไม่ได้ทะเลาะแต่เป็นการจู้จี้ในแบบที่เขาทำเป็นประจำกับอีกฝ่ายก่อนที่หญิงสาวในกลุ่มนั้นจะเอ่ยพูดบางอย่าง

            “นี่เลิกมาจู้จี้กันตรงนี้สักที!!”

            “อะไรเจ้าอิจฉาเราหรือไง? เซเรน่า”

            “เฮอะ ทำไมข้าต้องมาอิจฉาพวกเจ้ากัน?”

            “จริงด้วย พี่ข้าไม่ต้องมาอิจฉาพวกเจ้าด้วยซ้ำ!!” อาเดียนเดินเข้ามาเกาะไหล่พี่สาวเบา ๆ

            พาราซอนเห็นอีกฝ่ายเกาะอีกฝ่ายก็ขมวดคิ้วหน่อย ๆ “เดียวสิเจ้าน้องชายไปเกาะยัยนั้นไม่เข้าข้างพี่ชายตนเองหรือไง!?”

            “เสียใจ!ข้ายังไม่เคยรู้จักเจ้าตอนที่ข้ามีชีวิตคนที่ข้ารู้จักมีแต่พี่สาวคนเดียว”

            “อย่ามาทะเลาะกันบนหัวข้าได้ไหม?” เซเรน่ากล่าวพร้อมกับเสกค้อนขึ้นมา

             

            จนหนุ่มทั้งสองคนเงียบลงทันทีที่เห็นอาวุธในมือของหญิงสาวทุกคนต่างมองกันอย่างเหนื่อยใจว่าวัน ๆ ที่อยู่ในห้วงแห่งจิตใจนั้นไม่ใช่เงียบสงบตลอดเวลาเฟอร์ร่ามองไปที่ลักซ์ที่ยังคงพรรณนาถึงหญิงสาวที่อยู่ในหน้าจอเธอลุกขึ้นแล้วเดินไปหาแดเรียลที่กำลังนอนในสภาพที่ยังเมาอยู่เธอยื่นหน้าเข้าใกล้หูอีกฝ่ายแล้วกระซิบเบา ๆจนเจ้าตัวที่นอนอยู่ก็เอามือลงมองหน้าหญิงสาวแล้วมองไปที่คนที่อีกฝ่ายอยากให้เขาจัดการเขาขยับนิ้วก็มีเถาวัลย์องุ่นขึ้นมาแล้วพุ่งตรงไปหาลักซ์จนเจ้าตัวตกใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขา

             

            “อ๊ากกกกกกกก เจ้าบ้า ทำอะไรนะ!!”

             

            ลักซ์ตะโกนแบบแต่ก็โดนเหวี่ยงเข้าไปยังประตูทางออกไปสู่โลกภายนอกทันทีทุกคนรู้สึกเบาหูไปได้อีกเยอะ แต่ทางด้านนอกโพรทาเลียกำลังสะบัดเซียออกเพราะเธอรู้สึกขนลุกกับท่าทางอีกฝ่ายที่มีต่อเธอจนกระทั่งลักซ์นั้นทะลุออกมาจากตัวเธอจนทุกคนนั้นมองกันอย่างสงสัยว่าอะไรพุ่งออกมาแต่สิ่งที่ออกมาคือลักซ์ที่นอนสไลด์อยู่ที่ฟื้น ก่อนจะพยายามลุกขึ้นพยุงตัว

             

            “ไอ้เว้ยนั้น!! ข้ากลับเข้าข้างในเมื่อไหร่!! แกตายแน่!!”

            น้ำเสียงอันคุ้นเคยทำให้เซียได้ยินก็ตาลุกวาวก่อนจะเห็นชายผมสีน้ำตาลอันคุ้นเคย

            “ลักซ์!!” 

            เซียปล่อยมือจากโพรทาเลียก็รีบวิ่งตรงไปหาอีกฝ่ายลักซ์ได้ยินก็รีบหันมาอีกฝ่ายที่กำลังวิ่งตรงมาหาเขา

            “อ๊ะ!!ยอดรัก!” ลักซ์อ้าแขนต้อนรับอีกฝ่าย

            เซียกระโดดเข้าไปกอดอีกฝ่ายพร้อมกับจู้จี้กันอย่างลึกซึ้งจนเด็ก ๆที่อยู่ตรงนั้นถึงกับเขินอายสุด ๆ

            “พวกบ้า…ไม่อายกันเลยหรือไง!?” โฟกัสเอ่ยออกมาอย่างไม่ชอบใจ

            “ถ้าอายพวกนั้นคง ๆ มาทำกันตรงนี้หรอก…”

            “คนพวกนี้เป็นใครกัน? มีแต่เรื่องให้แปลกใจจังนะพวกเธอนะ?”

            เจสันมองสองสาวที่หันมามองเขาพอดีเขามองโพรทาเลียที่มีดวงตาสีเขียวน่าดึงดูดจนเขานึกถึงใครบางคน

             

            ‘เหมือนเพอร์ซีย์จัง…’ เจสันคิด

             

            โพรทาเลียมองอีกฝ่ายที่มองเธอก่อนจะหันไปทางอื่นแล้วเตรียมตัวออกเดินทางต่อเพราะยิ่งอยู่นรก อันตรายก็ยิ่งทวีคูณโพรทาเลียหวังว่าจะเรียกทั้งสองคนที่อยู่ตรงนั้นแต่เธอเซ็งตรงนี้เรียกแล้วไม่ได้ยินกันจนเธอตัดสินใจว่าหาทางออกกันไปเองดีกว่าก่อนที่เธอจะพาเจสันกับน้องสาวออกจากตรงนั้นทั้งสองคนที่กำลังจู้จี้นัวเนียกันนั้นก็เห็นว่าพวกโพรทาเลียทิ้งพวกเขาก่อนจะรีบตามไปทันใดโฟกัสสั่งการให้เซียหาทางพาพวกเธอไปยังสถานที่ที่พี่สาวต้องการจนพวกเขามาถึงประตูบานหนึ่งที่ดูคุ้นเคยโพรทาเลียจ้องมองรอบข้างว่ามีสิ่งใดที่เป็นอันตรายไหมก่อนที่เซียจะเห็นก็ยิ้มหน่อย ๆ

             

            “ไม่ต้องคิดมาก ที่รักที่นี่เป็นอาณาเขตของข้าไม่มีผู้ใดทำอะไรเจ้าได้หรอกนะ”

            “อ๊ะ...จะจริงเหรอ?” โพรทาเลียสะดุ้งเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายพูดแบบนั้น

            “ไม่ต้องห่วง นอกจากพวกปีศาจที่จะไม่โผล่มาแต่คนที่จะโผล่มามีเพียงพ่อข้าที่จะพุ่งตรงมาทางนี้ข้าเท่านั้นล่ะ!!”

            “ห๊า!!!!!”

            โพรทาเลียได้ยินแบบนั้นก็ให้อีกฝ่ายพาออกจากที่นี่เดียวนี้ก่อนที่ฮาเดสจะโผล่มายังสถานที่แห่งนี้เซียที่โดยสั่งการก็ทำท่าทางอย่างจะไม่เชื่อฟังก่อนที่โพรทาเลียเสกเปลวเพลิงออกมาจนเซียเห็นก็ตกใจก่อนจะยอมทำตามเธอผลักประตูบานนั้นออกเพื่อเปิดประตูบานนั้นแต่โพรทาเลียก็นึกบางอย่างได้ก่อนจะเอ่ยถามออกไป

            “เดี๋ยว!!การเข้าประตูนั้นเราไม่ต้องกินอะไรงั้นเหรอ?”

            “ไม่ต้อง!!มีข้าอยู่ทั้งคน ออกจากที่นี่ได้ง่าย ๆเลยล่ะ”

            เซียกล่าวแบบนั้นก็ทำให้โพรทาเลียขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจหน่อย ๆว่าจะเชื่อใจได้มากน้อยเพียงใด

            “เชื่อนางเถอะนะ ถึงจะเป็นสายเลือดฮาเดส แต่จิตใจลึก ๆของนางก็เป็นคนใจดีนะ” ลักซ์กล่าวให้ร่างจุติเชื่อตนเอง

            “ขอให้จริงเถอะ! ฉันนะไม่อยากจะมีปัญหากับอดีตชาติแต่ละคน แต่ถ้ามีการเล่นตุกติกขึ้นมาฉันเอาไม่เลี้ยงแน่ ๆ”

            “ค่า ๆ ที่รักควบคุมเข้าอยู่แล้วนะ จริงไหม~? ลักซ์”

            “จริงจ้ะ~”

             

            โพรทาเลียเห็นท่าทางของทั้งสองก่อนจะทำสีหน้าไม่สบอารมณ์ก่อนที่เซียจะนำทางพวกเขาเข้าไปข้างในประตูก่อนใครทุกคนต่างมองหน้ากันลักซ์เดินนำไปเช่นกันเพื่อให้พวกเห็นว่าทางออกนั้นเป็นสิ่งที่คล้ายกับที่ที่เธอเคยเห็นพอเห็นแบบนั้นเธอก็พยักหน้าให้ทุกคนว่าปลอดภัย เธอหันไปมองชายอีกคนที่กำลังมีสีหน้าไม่สู้ดีว่าตนเองนั้นจะออกไปโพรทาเลียเดินไปหาอีกฝ่ายพร้อมกับจับมืออีกฝ่าย

             

            “อ๊ะ!”

            “ไม่ต้องห่วง เราจะออกไปด้วยกันนะคะ”

            เจสันนิ่งไปสักพักก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ “เธอเหมือนอ่านใจฉันออกเลยนะ”

            “แค่ดูสีหน้านะคะ” โพรทาเลียยกยิ้มอย่างอ่อนโยน

            “คุณเจสันไม่กลัวอะไรนะคะพี่กับหนูจะพาคุณกลับไปหาทุกคนเองนะคะ”

            “ขอบใจพวกเธอมาก ๆ เลยนะ”

             

            เจสันกล่าวอย่างดีใจก่อนที่โพรทาเลียกับโฟกัสจะกอดแขนของทั้งสองข้างของอีกฝ่ายแล้วพาเข้าไปยังประตูบานใหญ่ที่กำลังรอพวกเธออยู่ก้าวข้ามไปยังอีกฝ่ายได้แล้วนั้นก็รู้สึกถึงกลิ่นอายอันคุ้นเคยบรรยากาศอันโล่งสบายไม่ทุกข์ทรมาน เจสันได้ออกมาจากนรกเขารู้สึกถึงสดชื่นกว่าเดิมเป็นเท่าตัวแต่ทว่าร่างกายของเขากำลังลอยขึ้นอยู่กลางอากาศ

             

            “อ๊ะ!! นี่มันอะไรกัน!?”

            โพรทาเลียกับโฟกัสหันไปมองอีกฝ่ายที่อยู่ตรงกลางที่กำลังลอยขึ้นเหนือหัวพวกเธอทั้งสองก็รีบกระโดดจับมืออีกฝ่ายทันที

            “คุณเจสันจับมือพวกเราค่ะ!!” โฟกัสกระโดดจับมืออีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

            “เรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!?” ลักซ์มองอย่างตกใจ

            “ที่รักก็ไปช่วยสิ!!”

            เซียสั่งให้ลักซ์เข้าไปช่วยเจ้าตัวก็รีบไปช่วยแต่มือของเขานั้นทะลุอีกฝ่ายไปซะงั้น

            “อ๊ะ!! ข้าจับเขาไม่ได้!!”

            “งั้นข้าเอง!!”

             

            เซียรีบวิ่งเข้าไปช่วยแต่ตัวเธอก็ทำไมได้พวกโพรทาเลียพยายามดึงอีกฝ่ายลงมาให้ได้แต่ก็ไม่เป็นผลจนกระทั่งร่างกายของเจสันเริ่มเคลื่อนที่ทั้งสองคนเริ่มโดนลากแต่พวกเธอก็พยายามดึงดันที่จะจับอีกฝ่ายเอาไว้พวกเธอกลัวว่าอีกฝ่ายจะโดนดูดเข้าไปยังประตูแต่พอดูมันไม่ใช่ทิศทางย้อนกลับแต่เป็นทิศอื่นก่อนที่แรงดึงจะเยอะขึ้นจนพวกเธอหลุดจากการรั้งตัวเองจนมือนั้นหลุดและล้มลงกับพื้น

             

            “อ๊ะ!!”

            “ไม่นะ!!” เจสันโดนลากไปยังทิศที่เขาไม่รู้ว่าไปทางไหน

             

            โพรทาเลียพยายามลุกขึ้นมาถึงจะเจ็บแสบเพียงใดเธอก็ต้องช่วยอีกฝ่ายก่อนจะวิ่งตามอีกฝ่ายโฟกัสเห็นพี่สาวที่วิ่งนำไปก่อนเธอก็รีบลุกขึ้นและวิ่งตามไปเจสันพยายามที่จะรั้งตัวเองไม่ให้โดนลากไปตามอากาศแต่ก็ไร้ผลเขาก็ยังโดนดึงไปอย่างรวดเร็วโดยมีสองสาวกำลังวิ่งตาม โพรทาเลียมองอย่างสงสัยว่าตัวอีกฝ่ายกำลังไปไหนก่อนที่ทิศทางที่กำลังไปนั้นมันคล้ายกับก่อนหน้าที่เธอเคยเดินจนเธอรู้แล้วว่าอีกฝ่ายกำลังจะโดนลากไปไหนเธอเงยหน้าก่อนจะตะโกนเรียกอีกฝ่าย

             

            “เจสัน!!”

            “อะไร!?” เจสันก้มมองอีกฝ่ายเรียกเขา

            “ปล่อยตัวตามสบายซะ! นายกำลังตรงไปหาร่างตัวเอง!!”

            “ว่าไงนะ!?” เจสันขมวดคิ้วอย่างงุนงงว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร

            การเร่งฝีเท้าไปข้างหน้าเป็นอะไรที่ง่ายสำหรับโพรทาเลียเธอนำไปข้างหน้าก่อนจะเห็นว่าทางข้างหน้ามีประตูบานใหญ่อันคุ้นเคยอยู่ก่อนที่เธอจะตรงดิ่งมาถึงประตูก่อนจะเปิดประตูบานใหญ่นั้นออกข้างในนั้นมีพวกโกรอสสามตนที่กำลังรอเวลาอยู่พวกเขาหันมามองเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู โพรทาเลียเห็นก็ดีใจที่เป็นอย่างที่ตนคิด

            “มิเรีย!!”

            “เด็กน้อย!?” มิเรียลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่ตนเองนั่ง

            “เริ่มพิธีเลย!!” โพรทาเลียกล่าวจบนั้น

             

            มิเรียได้ยินแบบนั้นก็งุนงงก่อนที่เธอนั้นจะร่างหนึ่งที่กำลังลอยเข้ามายังข้างในเธอเห็นก็มองกลับไปยังร่างที่นอนอยู่ก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะโดนดึงเข้าไปยังร่างของตนเองมิเรียเห็นแบบนั้นก็รีบใช้พลังของเธอแสงสว่างกำลังเจิดจ้าขึ้นเมื่อเริ่มบทสวดของสตรีศักดิ์โพรทาเลียรีบตรงไปที่โต๊ะบูชาที่เธอวางเจสันให้นอนไว้เธอรีบจับไปที่คันธนูก่อนจะดึงมันออกแต่ละอันโฟกัสที่วิ่งตามมาหลังก็เห็นแสงสว่างตรงหน้าที่เธอรู้สึกมันเจิดจ้าเกินกว่าจะเข้าไปบทสวดของมิเรียกำลังรักษาร่างกายของชายหนุ่มที่กำลังนอนอยู่แผลตามร่างกายกำลังผสานเข้าหากันโพรทาเลียมองภาพตรงหน้าเธอขอเพียงอย่างเดียวขอให้อีกฝ่ายฟื้นขึ้นมา

             

            “ได้โปรด...เจสัน...นายต้องฟื้นนะ!! นายต้องฟื้นนะ!!”

            คำอ้อนวอนที่ไร้การตอบสนองกับร่างตรงหน้ามันยิ่งเจ็บปวดยิ่งกว่าอะไรเธอขอให้การรักษานี้ได้ผลแต่ทว่าแสงสว่างเริ่มอ่อนลงเพราะว่าร่างกายของชายหนุ่มนั้นไร้ร่องรอยทุกอย่างแล้วแต่ว่าไร้วี่แววการตอบสนอง โพรทาเลียเงยหน้ามองพวกมิเรียทันที

            “มิเรีย!! หยุดทำไม!? รักษาเขาต่อสิ!!”

            “ข้ารักษาจบแล้วเด็กน้อย…”

            “ไม่! เขายังไม่ฟื้นเลยนะ!!”

            “ข้ารู้...แต่ว่า...” มิเรียทำสีหน้าเหนื่อยมาก ๆเธอเหมือนใช้พลังไปเยอะพอตัวแล้วแต่ว่าอีกฝ่ายยังไม่ฟื้น

            โพรทาเลียเห็นสีหน้าอีกฝ่ายที่ดูเหนื่อยล้านั้นบ่งบอกว่าอีกฝ่ายใช้พลังตัวเองหมดแล้วก่อนที่เธอจะจับแขนอีกฝ่ายเบา ๆ เหมือนนึกย้อนไปว่าถ้าเธอทำพลาดทุกอย่างจะจบทุกคนที่เธอรู้จักจะหายไปร่วมถึงตัวเธอก็เช่นกัน

            “ไม่นะ...มิเรีย ฉันขอร้อง...ช่วยเขา...ช่วยเขาได้โปรดเขาเป็นตัวแปรสุดท้ายที่จะทำให้ชีวิตที่หายไปกลับมาได้โปรด!!”

            “ขอโทษนะ...”

             

            โพรทาเลียได้ยินแบบนั้นเธอก็นิ่งไปอย่างอึ้งไปกับคำพูดนั้นเธอพยายามแทบตายแต่ไม่เป็นอะไรยิ่งทำให้ใจของเธอเหมือนฉีกออกจนน้ำตาไหลออกมาอาบทั้งสองข้างแก้มของเธอโฟกัสมองสถานการณ์ตรงหน้าเธอรู้สึกจุกไปหมดพวกเธอทำไม่สำเร็จงั้นเหรอแต่ว่าพวกเธอช่วยเจสันออกมาได้แล้วโฟกัสมองไปที่โต๊ะบูชาก็ต้องเห็นกับภาพที่ไม่คาดคิด

             

            “พี่ค่ะ!!”

            โพรทาเลียไม่ได้ยินเสียงของน้องสาวเรียกตนเอง โฟกัสเห็นแบบนั้นก็รีบวิ่งไปหาพี่สาวพร้อมกับจับใบหน้าของเธอหันไปมองที่โต๊ะบูชา

            “ดูค่ะ!!”

            “อ๊ะ!?”

            โพรทาเลียโดนให้หันอย่างบังคับก่อนที่ดวงตาของเธอจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นชายที่กำลังเดินตรงมาหาเธอแล้วย่อตัวนั่งลงตรงหน้าของเธอ

            “ไม่ได้คุยด้วยแค่ไม่กี่นาที ทำไมมาร้องไห้แล้วล่ะ?”เจสันเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างสงสัย

            โพรทาเลียมองอีกฝ่ายเธอนึกว่าอีกฝ่ายจะไม่ฟื้น “นาย...นาย...”

            “หือ?”

            “ทำไมไม่รีบลุกขึ้นมากัน!!” โพรทาเลียกำหมัดพร้อมกับชกไปที่ข้างเอวอีกฝ่าย

            เจสันถึงกับจุกกับการโจมตีของอีกฝ่ายก่อนที่เขานั้นจะหลบ “โกรธอะไรฉันกันฉันต้องการเวลาตื่นมั้งสิ!!”

            “ไม่ต้องมาแก้ตัวเลย!!เป็นถึงสายเลือดจูปิเตอร์ต้องแข็งแกร่งสิเว้ย!!”

             

            โพรทาเลียพูดพร้อมน้ำตาที่ไร้ออกมาเธอรู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองมีอารมณ์ที่อ่อนไหวเกินไปยิ่งเป็นอีกฝ่ายที่เป็นพ่อสามีของเธอมันยิ่งเจ็บปวดถ้าเธอช่วยเขาไม่ทัน ยิ่งอีกฝ่ายมาทำแบบนี้ยิ่งทำเอาเธอรู้สึกแย่กว่าเดิมเจสันได้แต่ลูบหัวอีกฝ่ายเบา ๆ อย่างปลอบใจหลังจากเวลาผ่านไปโพรทาเลียสงบสติอารมณ์หลังจากสลบไปตอนที่เจสันปลอบคงเพราะความเหนื่อยล้าและความโล่งใจทำให้เธอสลบไปแต่เธอก็นอนได้ไม่นานเพราะเธอมีเวลาไม่มากที่จะต้องเดินทางพาเจสันกลับแต่การนอนได้ไม่กี่นาทีก็ทำให้โฟกัสห่วงพี่สาวที่ไม่ได้พักเลย

             

            “พี่ค่ะ เราพักอีกสักหน่อยก็ได้นะ”

            “ไม่!! ต้องทำภารกิจให้เสร็จฉันถึงจะยอมพัก!!”

            “แต่ว่า...”

            “ไม่มีแต่!! พี่ยังมีอีกที่ที่ต้องไป!!”

            “ไป?” โฟกัสยกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย "พี่จะไปไหน?”

            “รอไปแล้วเราจะรู้เองนะ”

            “โพรทาเลีย...” มิเรียเอ่ยเรียกอีกฝ่ายที่กำลังคุยกับน้องสาวอยู่

            โพรทาเลียหันไปมองอีกฝ่ายที่เรียกเธอด้วยชื่อที่เธอคิดว่าไม่น่าจะหูฝาดก่อนหน้านั้นเธอเดินออกจากน้องสาวแล้วตรงดิ่งไปหาอีกฝ่ายเธอย่อตัวลงให้อยู่ระดับเดียวกับอีกฝ่าย

            “เจ้าจะไปแล้วหรือ?”

            “ใช่...”

            ทั้งสองทำหน้าเศร้าหน่อย ๆ ถึงจะรู้จักกันไม่นานนักแต่ก็รู้สึกผูกพันถึงแม้โพรทาเลียจะผูกพันกับอีกฝ่ายอยู่แล้วก็ตามทีเธอถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้อีกฝ่าย

            “ขอบคุณสำหรับที่ผ่านมานะ มิเรีย”

            “ข้าทำเท่าที่ช่วยได้ล่ะนะ”

            “ไม่ คุณเป็นหญิงที่แข็งแกร่งมาก ๆต้องขอบคุณมากสำหรับครั้งนี้ ถ้าไม่มีคุณมิเรียครั้งนี้หนูไม่รู้ว่าจะผ่านไปได้ไงขอบคุณนะคะ"

            คำพูดของอีกฝ่ายทำให้มิเรียอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะยิ้มให้อีกฝ่าย “จ๊ะ...”

            ทั้งสามคนจะเตรียมตัวสำหรับเดินทางกลับไปยังค่ายฮาล์ฟบลัดเพื่อส่งตัวเจสันกลับพวกเขาบอกลาองค์ราชาและสมาชิกคนอื่น ๆก่อนไปโพรทาเลียคุยกับเจคอบสักครู่หนึ่งก่อนจะเดินไปหาพวกโฟกัสที่กำลังรออยู่ที่อาณาเขต

            “เมื่อกี้คุยอะไรกันนะ?”

            “ก็เรื่องเล็กน้อยนะ”

             

            โพรทาเลียตอบแบบนั้นอย่างไม่คิดอะไรเพราะว่าสิ่งที่เจคอบถามก็แค่ถามว่าในอนาคตเขาจะสมหวังในรักไหมโพรทาเลียได้แต่ตอบออกไปสั้น ๆ ว่าขึ้นกับตัวเขาที่จะทำให้มันสมหวังได้ไหมเธอบอกแค่นั้นให้อีกฝ่ายเอาไปคิดพอเดินออกมาจากอาณาเขตอาณาจักรเอราเซียนทุกอย่างข้างหลังก็หายไปกลายเป็นทุ่งทะเลทรายเหมือนเดิมเธอนึกถึงสถานการณ์ที่พวกเขาจะเอาตัวรอดกันไหมแต่ว่าเธอจะได้เจอพวกเขาในอนาคตเป็นแน่

             

            ‘ขอให้พวกคุณผ่านช่วงเวลาหลังจากนี้ไปได้นะ มิเรียเจคอป...และเหล่าโกรอสทั้งหลาย...’ โพรทาเลียคิด

             

    จบตอนที่ 126 โปรดติดตามตอนที่ 127ต่อไป

    คล้ายกับเรื่อง[FanFic Percy Jackson รุ่นลูก] สายเลือดแห่งโพไซดอนที่หายสาบสูญ [รีไลฟ์] ที่คุณอ่าน