ฝากติดตามนิยายเสียงของไรท์ด้วยนะคะ
https://www.youtube.com/watch?v=Bn7cpMLIswA
-------------------------------------------------------------------
บทที่6
หลังจากซูลี่รับราชโองการ ทุกอย่างก็ยังคงดำเนินไปตามปกติ จนกระทั่งวันนี้สาวใช้เสี่ยวจู วิ่งถลาเข้ามาด้วยความแตกตื่น เมื่อเห็นซูลี่นางรีบพูดขึ้นว่า
"แย่แล้วเ้าค่ะ... แย่แล้ว"
เสี่ยวจูพูดไปด้วยหอบหายใจไปด้วย วันนี้นางไปตลาดได้ยินข่าวลือที่ไม่ดีนักเกี่ยวกับคุณหนูของนาง จึงรีบวิ่งกลับมาหาคุณหนูโดยไม่สนใจสิ่งอื่นใด
"ใจเย็นๆ มีอะไรค่อยๆพูดค่อยๆจา"
ซูลี่เทชาใส่แก้วก่อนจะยื่นให้เสี่ยวจู เสี่ยวจูรับไว้อย่างไม่อิดออด เมื่อดื่มเสร็จนางรีบพูดขึ้นว่า
"แย่แล้วเ้าค่ะ ผู้คนด้านนอกมีแต่คนพูดถึงเื่ของคุณหนูเ้าค่ะ"
เสี่ยวจูพูดขึ้นก่อนจะกล่าวต่อไปว่า
"มีคนบอกว่าคุณหนูไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ เป็หญิงสาวที่แปดเปื้อน หมายจะเอาตัวเองล้างน้ำแต่งให้ท่านอ๋องน้อยเ้าค่ะ"
มือที่ถือถ้วยชาของซูลี่ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะขมวดคิ้วเป็ปม นางมีชีวิตอยู่ในวังวนการแก่งแย่งมานาน ได้ยินเช่นนี้จะไม่รู้ได้อย่างไรว่ามีคน้าสาดโคลนใส่นาง หากสาดแล้วล้างออกก็ดีไป แต่หากล้างไม่ออก นางไม่แย่หรอกหรือ ซูลี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะไปที่ห้องหนังสือ นางเขียนจดหมายฉบับหนึ่งเอาไว้ และสั่งพ่อบ้านเป็การเฉพาะว่า หากนางเกิดเื่ขึ้น ขอให้นำจดหมายฉบับนี้ไปให้คนผู้หนึ่ง คนผู้นั้นอาจพอมีทางช่วยนางได้ แต่หากนางไม่เกิดเื่ใดๆ ขึ้น หลังนางแต่งงาน ขอให้พ่อบ้านเผาจดหมายฉบับนี้ทิ้งซะ นอกจากคนผู้นั้น ห้ามใครอ่านจดหมายฉบับนี้เด็ดขาด
พ่อบ้านรับคำสั่งเป็มั่นเป็เหมาะ เขาได้แต่หวังว่าคุณหนูจะไม่เกิดเื่ใดๆ ขึ้น
หลังจากข่าวลือดังไปทั่วเมืองหลวง ได้มีคนแวะเวียนมาถามข่าวคราวซูลี่เป็ระยะ แม้แต่ในวังหลวงเองก็ได้ส่งจางมามา มาสอบถาม
ซูลี่ตอบได้เพียงว่านางไม่รู้สิ่งใดเกี่ยวกับข่าวลือนี้ นางไม่เคยคบหากับชายใดมาก่อน นางไม่ทราบเกี่ยวกับข่าวลือนี้จริงๆ
เวลาผ่านไปสิบกว่าวัน
วันนี้จวนของนางมีแขกผู้ไม่ได้รับเชิญมาเยือน เป็หญิงสาวหน้าตาธรรมดาๆ นางหนึ่ง มาะโโหวกเหวกโวยวายที่หน้าจวนซู
"ซูลี่ ได้โปรดให้ข้ากับพี่เหวินครองรักกันโดยดีเถอะ ข้ารู้ว่าเ้าสูงส่ง พี่เหวินจึงขัดขืนเ้าไม่ได้แต่เราสองคนรักกัน เหตุใดเ้าต้องขัดขวางพวกเราสองคนด้วย"
เป็จางเหมยที่มาร้องห่มร้องไห้ะโโวยวายที่หน้าจวน นางยังกล่าวต่ออีกว่า
" เ้าคิดว่าพี่เหวินชอบเ้าหรือ แค่คิดก็ไม่ถูกแล้ว ถ้าไม่ใช้เพราะเ้าเป็คุณหนูจวนใหญ่ ทั้งๆ ที่ข้าสวยกว่าเ้า พี่เหวินจะทิ้งข้าอย่างไร้เยื่อใยมาอยู่กับเ้าหรือ"
พ่อบ้านที่ได้ยินดังนั้นรีบเข้ามารายงานซูลี่ทันที นางพอเข้าใจเื่ราวบ้างแล้ว เสียงของจางเหมยที่ดังขึ้นหน้าประตู ฉุดให้ผู้คนรอมุงดูเื่สนุกอย่างเนืองแน่น บ่าวรับใช้จวนหยางอ๋องรีบนำเื่ที่ได้ยินไปรายงานที่จวนทันที
ยังไม่ทันได้มีเวลาไตร่ตรอง ซูลี่ก้าวออกมายืนที่หน้าประตู ผู้คนที่ได้ยินประโยคที่ว่า 'ทั้งๆ ที่ข้าสวยกว่าเ้า' ต่างมองไปที่หน้าจางเหมยอย่างสมเพช ตรงไหนกันที่เ้าบอกว่าเ้าสวยกว่านาง
จางเหมยที่ยังไม่รู้ตัว ร้องก่นด่าสาปแช่งซูลี่อย่างเมามันส์ที่หน้าประตู ก่อนจะรู้สึกว่าฝูงชนเงียบผิดปกติ จึงเงยหน้าขึ้น นางเห็นหญิงสาวหน้าตางดงามนางหนึ่งยืนอยู่เบื้องหน้า อดสงสัยไม่ได้ว่าหญิงสาวนางนี้มายืนอยู่ตรงหน้านางด้วยเหตุใด แต่เมื่อเพ่งสายตามองอีกที กลับพบว่าหญิงสาวนางนี้มีหน้าตาละม้ายคล้ายซูลี่ เพียงแต่... นางงดงามกว่ามาก
จางเหมยอ้าปากค้าง คำด่าที่กำลังพ่น จุกกลับไปที่ลำคอ
"ท่านว่างนักหรือไง ถึงมาพูดเื่ไม่เป็เื่หน้าจวนข้า"
เสียงทรงพลังบีบให้จางเหมยตัวลีบแบน แต่เมื่อนางนึกถึงคำสัญญาที่หญิงสาวนางหนึ่งได้ให้ไว้กับนาง ทำให้นางมีความกล้ามากขึ้นก่อนจะตอบด้วยเสียงค่อยๆ อย่างไม่มั่นใจขึ้นว่า
"เป็เ้าที่แย่งว่าที่สามีข้า"
"ตาส่วนไหนของเ้าที่ว่าข้าแย่งว่าที่สามีเ้า วันนั้นทุกคนที่นั่นต่างได้ยินชัดเจน เ้า้าให้ข้าพูดซ้ำหรือ้าให้คนที่ได้ยินมาพูดซ้ำหรือไม่"
ซูลี่ไม่อ่อนข้อให้จางเหมยแม้แต่น้อย นางไม่รู้ว่าใครอยู่เื้ั หากนางอ่อนแอ นางต้องถูกกลบฝังเป็แน่
"เ้า... เ้าพูดเื่อะไร ข้า... ข้า... "
จางเหมยพูดตะกุกตะกัก คิดจะพูดแต่พูดไม่ออก
" ข้าเห็นเ้านอนห้องเดียวกับพี่เหวิน" นางโพล่งออกไปแบบไม่ทันคิด
ไป๋หงที่รอชมเหตุการณ์อยู่ด้านล่างรีบเอ่ยสมทบขึ้น
"เอ๊ะ เหตุการณ์เป็อย่างไรหรือ เ้าช่วยเล่าให้ชัดๆ หน่อยสิ่"
เมื่อเห็นไป๋หง ดวงตาของซูลี่ก็สว่างวาบขึ้น นางพบตัวการของเื่นี้เแล้ว หากนางรอดไปได้ ได้เห็นดีกันแน่
ทางจางเหมยเมื่อเห็นไป๋หง ความกล้าของนางก็สูงเสียดฟ้า
"วันนั้นข้าเห็น พี่ซูกับนัง เอ่อคุณหนูซู นอนห้องเดียวกัน เช้ามาพี่ซูก็ออกจากห้อง หลังจากนั้น...พี่ซู"
จางเหมยหยึดสะอื้นนิดหนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อ
"พี่ซูก็ไม่ยอมหมั้นหมายกับข้า"
จางเหมยก้มหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นปานจะขาดใจ
ซูลี่ได้แต่คิดย้อนกลับไป เป็คืนนั้น คืนที่นางกลัวเขาจะหนาว จึงให้เขามานอนที่ด้านในบ้านนั่นเอง นางคิดจะปฏิเสธ แต่ไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร
"อุ๊ยตาย แสดงว่าซูลี่เป็หญิงใจง่าย ที่นอนกับผู้ชายมาก่อนงั้นหรือ เช่นนั้นเ้าก็หลอกลวงเบื้องสูง หลอกลวงไทเฮา หลอกลวงจวนหยางอ๋อง หลอกลวงพวกเราทุกคน"
ได้ทีไป๋หงรีบกล่าวหาใส่ความซูลี่ด้วยข้อกล่าวหาที่รุนแรง ตามธรรมเนียม ชายหญิงเมื่ออายุเกิน7ปี แม้เป็พี่น้องแท้ๆ ก็มิอาจนอนห้องเดียวกัน หากเป็ชาวบ้านทั่วไปอาจไม่สนใจมากธรรมเนียมนี้มากนัก แต่เป็ธรรมเนียมที่เคร่งครัดมากในหมู่ชนชั้นสูง เมื่อนางย้อนมาเกิดใหม่ในร่างซูลี่ นางพบว่าตัวเองเป็เพียงชาวบ้านธรรมดา จึงไม่สนใจธรรมเนียมนี้ เมื่อโชคชะตาพลิกผันให้นางกลับกลายเป็ชนชั้นสูง นางจึงลืมเื่นี้ไปและไม่ได้ใส่ใจเื่นี้มากนัก นางไม่คิดว่าจะมีคนนำเื่นี้มาย้อนทำร้ายนาง
"พูดเช่นนี้ท่านมีหลักฐาน หรือไม่"
พลเมืองดีผู้หนึ่งะโถามขึ้น
จางเหมยถึงกับสะอึกพูดอะไรไม่ออก เมื่อหันไปเห็นฝูงชนมากมายรายล้อม ทำให้นางอดรู้สึกประหม่าขึ้นมาไม่ได้
ไป๋หงที่เห็นท่าทางของจางเหมยเช่นนั้นก็รีบะโตอบแทนว่า
"ซูลี่ เ้ากล้าปฏิเสธหรือไม่ว่าเื่ที่จางเหมยพูดทั้งหมดไม่ใช่เื่จริง"
ซูลี่ได้แต่ยืนนึ่ง ไม่ยอมรับและไม่ปฏิเสธ ทำให้ผู้คนเข้าใจว่าเป็เื่จริง
เื่ทั้งหมดรับรู้ถึงไทเฮา นางกริ้วมากถึงขั้นมีรับสั่งให้จับซูลี่ขังคุกทันที รอโบย100ทีในอีกสองวันข้างหน้า ไม่ว่าซูลี่จะบริสุทธิ์หรือไม่ นางจะไม่ให้หลานชายแต่งกับหญิงสาวที่มีประวัติด่างพร้อยเช่นนี้ โชคดีที่เกิดเื่ขึ้นก่อน ไม่เช่นนั้น...
ทางฝั่งตระกูลไป๋ รับรู้เื่ราวทั้งหมดหลังซูลี่ถูกนำตัวไปขังคุก แม้จะเรียกว่าขังคุก แต่ด้วยค่าน้ำร้อนน้ำชาที่ซูลี่จ่ายให้ ทำให้นางอยู่ในนั้นอย่างไม่ลำบากมากนัก อย่าดูถูกว่าแต่ก่อนนางเป็เพียงมามา นอกจากเป็มามาอบรมสาวใช้และเชื้อพระวงศ์แล้ว นางยังเป็คนสนิทของฮองเฮา เื่สืบข่าวสารในวังนางก็ไม่เป็สองรองใคร ขุนนางผู้คุมคุกคือใคร มีนิสัยเป็อย่างไร มีหรือที่นางจะไม่รู้ มิหนำซ้ำนางยังรู้เื่ลับเฉพาะของขุนนางหลายๆ คนเสียด้วยซ้ำ
เสนาบดีไป๋มาหาซูลี่เป็คนแรก เขาถามถึงที่มาที่ไปของเื่ทั้งหมด จนได้รู้ว่าคนที่ก่อเื่ขึ้นคือบุตรสาวของเขาเอง เขาทั้งรู้สึกโกรธและละอายต่อซูลี่ ได้แต่รับปากว่าจะรีบช่วยนางออกมาโดยเร็วที่สุด
คนต่อมาที่มาเยี่ยมนางคืออี้ผิง นางได้แต่รู้สึกสงสารซูลี่และจะพยายามหาทางช่วยนางออกมาให้ได้
หยางหรงกับไป๋หานมาเยี่ยมซูลี่ด้วยเช่นกัน หยางหรงได้แต่จนใจ เขาไม่ได้รู้สึกดีหรือแย่เป็พิเศษกับซูลี่ แต่เขาไม่ชอบความวุ่นวาย ดังนั้นเื่นี้เขาขอไม่ยุ่งเกี่ยว ส่วนไป๋หานได้แต่ต่อว่าหยางหรง และบอกให้ซูลี่ทำใจให้สบาย ท่านพ่อของเขากำลังหาทางช่วยนางอยู่
คนสุดท้ายที่มาหาซูลี่คือ ซูเหวิน ขณะเกิดเื่เขาติดงานอยู่ จึงเป็คนสุดท้ายที่รับรู้ เขารู้สึกเสียใจที่เป็ต้นเหตุของเื่ที่เกิดขึ้น
"หากคืนนั้นข้าไม่เข้าไปนอนด้านใน คงไม่เกิดเื่เช่นนี้ขึ้น"
ซูเหวินพูดอย่างเศร้าใจ
"เกอเกอ เป็ข้าเองที่ให้ท่านเข้าไปนอน ท่านอย่าได้โทษตัวเองเลย"
"เพราะข้าเอง เป็เพราะข้าเอง ข้าจะไปขอพระราชทานอภัยโทษให้เ้า แล้วข้าจะขอรับผิดไว้เอง"
"เกอเกอ ท่านเชื่อใจข้าหรือไม่ หากท่านเชื่อใจข้า ขอให้ท่านรอข้า ข้าจะต้องปลอดภัย"
ซูลี่เอ่ยอย่างมั่นใจ ทำให้ซูเหวินที่กำลังสับสนรู้สึกสงบอย่างน่าประหลาด
"ข้าจะรอเ้าออกมาอย่างปลอดภัย ต่อไปข้าจะดูแลเ้า ไม่ให้เ้าพบกับอันตรายอีก"
ซูเหวินให้คำมั่นสัญญากับซูลี่ ทำให้ซูลี่อดรู้สึกอุ่นวาบในหัวใจอย่างประหลาด ที่แท้นางก็รักเขา นางรักซูเหวินผู้นี้ หากนางปลอดภัยออกไปได้ นางจะทำตามที่ใจตัวเอง้า
"โปรดรอข้า..."
คืนนั้นซูลี่กลับไม่ได้ฝันร้ายเหมือนอย่างเคย นางฝันถึงหญิงสาวคนเดิม
หญิงสาวยิ้มและกล่าวอะไรบางอย่างกับซูลี่ นางมากล่าวอำลาแล้วจางหายไป ประโยคสุดท้ายที่พูดกับซูลี่คือ
"ฝากดูแลพี่ชายของข้าด้วย"
เช้าวันรุ่งขึ้นมีรับสั่งให้ปล่อยตัวซูลี่ และจับหญิงสาวที่ก่อเื่นามว่าจางเหมยโบยแทน จางเหมยได้แต่ร้องโวยวายว่าเื่ทั้งหมดเป็ความคิดของไป๋หง ไป๋หงให้นางออกมาพูด หากนางพูดตามที่บอก ไป๋หงจะช่วยให้นางสมหวังกับซูเหวิน ดังนั้นไป๋หงจึงถูกเสนาบดีไป๋ลงโทษอย่างหนักเช่นกัน เขาเป็บิดาจะทำใจลงโทษโบยบุตรสาวได้อย่างไร แต่เมื่อคิดถึงบุตรสาวที่ทำให้ผู้อื่นเกือบถูกโทษโบยจนเสียชีวิต ทำให้เขากัดฟันสั่งโบยนางสิบที กักตัวนางอยู่แต่ในจวนเป็เวลาหนึ่งปี
หากถามถึงที่มาของการปล่อยตัว ต้องกล่าวไปถึงจดหมายที่ซูลี่เคยฝากพ่อบ้านส่งให้คนผู้หนึ่ง คนผู้นั้นคือจางมามา นางวางเดิมพันไว้กับจางมามา นางเขียนเล่าเื่ทุกอย่างของตัวเองลงไป หากจางมามาเชื่อ นางก็จะรอดพ้นจากภัยครั้งนี้ แต่หากไม่เชื่อนางก็เพียงหมดวาสนาในชาตินี้ไปเท่านั้น เมื่อมีคำสั่งปล่อยตัว ซูลี่ก็รู้แล้วว่าจางมามาเชื่อนาง และจะต้องมาหานางในไม่ช้าแน่
ดังคาด จางมามา มาหานางที่จวน แต่คนที่มาเร็วกว่าคือซูเหวิน เขามารอนางที่หน้าจวนั้แ่กลับจากคุก เขาเชื่อนาง เชื่อว่านางต้องออกมาได้ จึงมานั่งรอนางั้แ่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ เมื่อเห็นว่านางปลอดภัย เขาก็ยิ้มกว้างออกมา ก่อนจะสลบไปด้วยความอ่อนล้า เป็เหตุให้พ่อบ้านหลีวิ่งวุ่นแต่เช้าตรู่
ซูลี่ได้แต่ขบขันอยู่ในใจ อดส่ายหน้าน้อยๆ ให้กับการกระทำของชายหนุ่ม
ซูลี่ได้คุยกับจางมามา ถึงเื่ราวทั้งหมดโดยละเอียดอีกครั้ง แม้จะน่าเหลือเชื่อ แต่ไม่มีสิ่งใดสมเหตุสมผลไปกว่านี้ เด็กสาวที่เติบโตกลางป่าเขา กลับมีกริยามารยาทคล้ายเติบโตในวังหลวง แถมยังรู้เื่ราวต่างๆ ที่หลี่มามารู้ จางมามาได้แต่ถอนหายใจออกมา
หลังจากอ่านจดหมายจางมามารีบเข้าเฝ้าไทเฮา นางติดตามไทเฮามาหลายสิบปี ไหนเลยจะไม่เข้าใจนิสัยของไทเฮา นางเอ่ยว่านางเห็นซูลี่เหมือนเห็นหลี่มามา นางอยากขอรับซูลี่เป็บุตรบุญธรรม อยากขอไทเฮาทรงประทานอภัยโทษให้ซูลี่ เมื่อเอ่ยถึงหลี่มามาที่จางมามารักและดูแลเสมือนบุตรตนเอง กลับมีอายุสั้นจากน้ำมือบุตรหลานในราชวงศ์ ทำให้ไทเฮาทรงพระทัยอ่อน และรับสั่งตามเื่ราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด
ซูลี่ได้แต่กล่าวขอบคุณอย่าวซาบซึ้งใจ
"หากไม่ได้จางมามา ผู้น้อยต้องแย่แน่เ้าค่ะ"
"หลี่เอ๋อเอ๋ย เรียกข้าว่าแม่เถอะ ต่อไปก็หมดทุกข์หมดโศก ใช้ชีวิตใหม่ให้ดีเถิด"
"เ้าค่ะ ท่านแม่บุญธรรม แต่ตอนนี้ข้าคือซูลี่ ท่านโปรดเรียกข้าว่าซูลี่เถอะเ้าค่ะ"
จางมามายกมือขึ้นลูบศีรษะของนางก่อนจะพยักหน้า
"ลี่เอ๋อ ส่วนเื่หมั้นหมายเ้าไม่ต้องกังวล แม่จะช่วยเ้าจัดการเอง"
เมื่อเอ่ยถึงเื่คู่ครองซูลี่อดหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อยไม่ได้
ปฏิกริยาเล็กน้อยนี้ไม่อาจหลุดพ้นสายตาของจางมามา นางหลี่ตาลงก่อนจะถามขึ้นอีกครั้งว่า
"หรือเ้ามีคนที่พึงพอใจแล้ว"
ซูลี่หน้าแดงขึ้นกว่าเดิม
ในขณะนั้นได้มีเสียงรีบร้อนดังขึ้นที่ด้านหน้าห้องโถง
"เม่ยเม่ย เ้าไม่เป็ไรใช่หรือไม่"
เมื่อซูเหวินรู้สึกตัว เขาก็รีบออกตามหาซูลี่ กลัวว่าเื่เมื่อเช้าคือความฝัน เขา้าเห็นนางปลอดภัยอีกครั้งถึงจะสบายใจ
เมื่อพบซูลี่เขาก็วิ่งเข้าไปหานาง กอดนางเอาไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะพบว่าในห้องไม่ได้มีเพียงนางเท่านั้น แต่ยังมีสตรีอยู่กับนางด้วยผู้หนึ่ง
ซูเหวินรีบผละตัวเองออกก่อนจะพูดขึ้นว่า
"ข้าเป็ห่วงเม่ยเม่ยเกินไปหน่อย ทำอะไม่ได้ยั้งคิด ขออภัยด้วยขอรับ"
ซูเหวินรีบกล่าวขออภัย แต่จางมามาไหนเลยจะปล่อยไป
"ชายหญิงที่มิใช่สามีภรรยากัน ห้ามใกล้ชิดกันเกินควร เ้าไม่รู้ธรรมเนียมงั้นหรือ"
จางมามาเอ่ยขึ้นอย่างเข้มงวดต่อไปอีกว่า
"หากทำอะไรไม่ยั้งคิด คนที่ลำบากจะเป็ลี่เอ๋อของข้า หากลี่เอ๋อเสียหาย ไหนเลยจะหาคู่ครองที่ดีได้"
จางมามาแค่นเสียงขึ้นจมูกทีหนึ่ง
ซูเหวินงุนงง รู้สึกผิดและกระวนกระวายใจ แล้วมองไปที่จางมามา ซูลี่จึงแอบกระซิบบอกซูเหวินไปว่า
"เกอเกอ ท่านนี้คือจางมามา เป็แม่บุญธรรมของข้าเอง"
ซูเหวินได้ยินดังนั้นจึงเข้าใจความหมาย เขากอดบุตรสาวบุญธรรมต่อหน้า สมควรที่จะถูกตำหนิ ซูเหวินจึงคุกเข่าลงต่อหน้าจางมามาก่อนจะเอ่ยว่า
"จางมามาขอรับ ผู้น้อยคือซูเหวิน ผู้น้อยรักเม่ยเม่ยจากใจจริง ขอให้ท่านโปรดเมตตาด้วย"
จางมามาหรี่ตาลงอีกครั้งก่อนจะปรายตาไปทางซูลี่ ซูลี่ก้มหน้าที่แดงก่ำลง โดยไม่ได้เอ่ยสิ่งใด จางมามาจึงเอ่ยขึ้นว่า
"เ้ามีคุณสมบัติเพียงพอที่จะดูแลลี่เอ๋องั้นหรือ"
ซูเหวินตอบโดยไม่แม้แต่จะหยุดคิดว่า
" ขอเวลาข้าน้อยอีกสักหน่อย ข้าน้อยจะไม่ทำให้ท่านและเม่ยเม่ยผิดหวังขอรับ"
จางมามาแค่นเสียงขึ้นจมูก ก่อนจะเอ่ยว่า
"บุรุษเช่นพวกเ้าก็เหมือนกันหมด พอได้ดียังจะจำคำในวันนี้ได้อีกหรือ"
จางมามากลัวว่าจะเกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย จึงกล่าวออกไปเช่นนั้น
ซูเหวินกลับกล่าวตอบอย่างหนักแน่นจริงจังว่า
" ข้าซูเหวินขอสาบาน ชาตินี้จะรักและดีต่อซูลี่เพียงผู้เดียวเท่านั้น หากข้าไม่ทำตามคำพูด ขอให้ข้าไม่ตายดี"
ซูลี่ที่ได้ฟัง กลับยิ่งก้มหน้างุดลงกว่าเดิม สมัยนี้การสาบานถือว่าศักดิ์สิทธิยิ่ง หากใครกล้าเอ่ยคำสาบาน คนผู้นั่นต้องมีใจหนักแน่นมั่นคง
จางมามายกยิ้มมุมปากและพยักหน้าน้อยๆ อย่างพึงพอใจ
" ดีดี"
ก่อนจะเอ่ยถามซูลี่ว่า
" ลี่เอ๋อ เ้าคิดเห็นประการใด"
"แล้วแต่ท่านแม่บุญธรรมเ้าค่ะ"
"แล้วแต่ข้า งั้นข้าไม่ให้เ้าแต่งกับเขา"
จางมามาเอ่ยหยอกเย้า จนซูลี่รีบเงยหน้าขึ้นประท้วงเสียงดัง
"ท่านแม่บุญธรรม..."
"ฮ่าๆๆ เอาเถอะๆ จะจัดการอย่างไรก็แล้วแต่เ้าเถอะ อย่าลืมส่งคนไปบอกข้าด้วยล่ะ"
จางมามาหัวเราะออกมาเสียงดัง เวลาไม่เช้าแล้ว นางยังต้องกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง
เมื่อจางมามาจากไป ทั้งคู่ตกอยู่ในความเงียบสงบ ต่างคนต่างเขินอาย จนไม่กล้าเป็ฝ่ายเริ่มสนทนา
จนกระทั่งอี้ผิงเข้ามา แล้วเอ่ยทักทาย
" น้องซู พวกเ้าทำอะไรกันอยู่หรือ"
เมื่อเห็นซูลี่และซูเหวิน ยืนนิ่งไม่พูดจาอยู่เป็เวลานาน อี้ผิงอดถามขึ้นไม่ได้
ซูเหวินยกมือขึ้นลูบหัวอย่างเก้อเขิน
ส่วนซูลี่รีบกล่าวทักทายอี้ผิง นางสังเกตเห็นว่าวันนี้อี้ผิงพาเด็กน้อยผู้หนึ่งมาด้วย เป็เสี่ยวฮวาที่ก่อนหน้านี้ซูลี่พบที่จวนอี้บ่อยๆ จึงทักทายเสี่ยวฮวาด้วย
ซูเหวินเห็นดังนั้นจึงขอตัวไปทำงาน และบอกว่าจะกลับมาหานางเพื่อคุยเื่ที่ค้างกันไว้อีกครั้งในตอนเย็น
ซูลี่ อี้ผิงและเสี่ยวฮวา พูดคุยเล่นกันซักพักก่อนจะแยกย้าย
ผ่านไปครึ่งเดือนซูเหวินกับซูลี่ได้ฤกษ์หมั้นหมาย และกำหนดฤกษ์แต่งงาน ในวันนี้ซูเหวินได้เตรียมของขวัญหนึ่งไว้ให้ซูลี่ เขามาหานางก่อนจะมอบของขวัญที่เขาตั้งปณิธานว่าจะหามาให้นาง
"อะไรหรือเ้าคะ"
"เ้าลองเปิดดูสิ่"
ซูลี่เปิดกล่องออกดูพร้อมกับอุทานออกมาอย่างสงสัยมากว่า
"กระจก??
"ตอนเ้าฟื้นขึ้นมา เ้าอยากได้กระจก ข้าจึงตั้งใจเก็บเงินเพื่อซื้อกระจกนี้ให้เ้า"
- จบ -
บทส่งท้าย
เสี่ยวฮวา เด็กหญิงตัวน้อยน่ารัก ตัวกลม ผมยาว ผิวขาว ตาโต ออกตามหาบิดาตามคำบอกเล่าของมารดา
"ท่านลุงต้องไม่ใช่ท่านพ่อของเสี่ยวฮวาแน่เพราะท่านแม่เคยบอกว่า ท่านพ่อของเสี่ยวฮวา มีหน้าตาหล่อเหลาที่สุดในโลกเ้าค่ะ แต่ท่านมีหน้าตางดงาม มิใช่หล่อเหลา อีกอย่าง ท่านพ่อต้องเป็ผู้ชายไม่ใช่หรือเ้าคะ"
ติดตามเื่ราวของเสี่ยวฮวาได้ใน ท่านพ่อเ้าขา...เสี่ยวฮวามาแล้ววว