กลับชาติมาเกิดใน Urban Fantasy

    Interlude ดราม่าของนางเอกอีกแล้วครับท่านผู้ชม

    Interlude ดราม่าของนางเอกอีกแล้วครับท่านผู้ชม

    “อย่างน้อยคราวนี้ก็ทำให้เรื่องความเข้าใจผิดแก้ได้ดีนะ “

    คุณโธมัสมองเลโอนาร์ดที่ไปส่งเทเลอร์ที่บ้านของเธอและส่งอาจารย์ดมิธรี่ที่บ้านของเขา

    เลโอนาร์ดโวยวายแปลกๆก่อนไปส่งว่า

    “ผมไม่ยอมช่วยชีวิตอาจารย์ไว้และปล่อยให้อาจารย์โดนแวมไพร์กัดตายกลางทางหรอก”

    พิลึกคนจริงๆ

    แอนนาดูครุ่นคิดอย่างประหลาด

    วิลโล่ก็ดูท่าทางดีขึ้น

    “คุณโธมัสคะ สเลเยอร์คืออะไรกันแน่?”

    ฮืม

    “คือเหล่านักล่าแวมไพร์ที่ปกป้องมนุษย์มาตั้งแต่ครั้งบรรพกาล”

    เขาตอบอย่างที่เคยตอบมา

    “และพวกเธอได้พลังมาอย่างไรคะ อะไรกันแน่ที่อยู่ในตัวหนู”

    แอนนาตัวสั่นอย่างโกรธ

    “แอนนา เธอ..”

    โธมัสตกใจกับคำพูดของแอนนา

    “พวกวอทเชอร์แลกเปลี่ยนอะไรไปคะ กับพลังของสเลเยอร์ที่ได้มานี้ กับเงาดำในวิญญาณนี้”

    โธมัสกัดริมฝีปาก

    เขาลำบากใจอย่างยิ่ง

    “นั่งลงสิแอนนา ชั้นว่าเราต้องอธิบายกันสักพัก”

    แอนนานั่งลง

    “เธอรู้ใช่ไหมว่าโลกนี้เก่าแก่เกินกว่าที่พวกเราจะรู้..”

    ประโยคเดิมที่พูดหลายครั้งแต่ความหมายเปลี่ยนไป

    แอนนาพยักหน้าช้าๆ

    “และพวกเราเป็นอะไรในมิตินรก ตอนแรกเริ่มกำเนิดของโลก?”

    แอนนาและวิลโล่มองอย่างงุนงง

    “ไม่มีไฟ ไม่มีอาวุธ..พวกเราเป็นได้แค่อาหาร”

    โธมัสอธิบายให้พวกเธอฟังอย่างที่เคยเป็นมาแต่เพิ่มรายละเอียดมากขึ้น เขาไม่อยากให้พวกเธอมองโลกด้วยความหดหู่แบบที่เขารู้

    “ชาแมนแห่งครั้งบรรพกาลได้หาแนวทางการใช้พลังของศัตรูจัดการกับพวกเขาเอง”

    “เดี๋ยวก่อนสิคะ หมายความว่าพลังของหนูเป็นของปีศาจหรือ?”

    แอนนาขัดขึ้นมา

    คุณโธมัสอ้าปากค้างสบตาแอนนา อ้าปากและหุบปากอีกครั้ง

    “..กล่าวตามความหมายก็ใช่ แต่ชาแมนในยุคนั้นมองว่าพวกเขาคือเทพเจ้าประจำเผ่าที่คอยปกป้องเผ่าจากปีศาจตนอื่นๆ”

    โธมัสอธิบายต่ออย่างใจเย็น หากเธออยากรู้รายละเอียดเขาก็จะอธิบายอย่างดีที่สุดเท่าที่เขาทำได้

    “..มันมีความผิดพลาดมากมายก่อนหน้านั้น คนที่ยอมเปลี่ยนตนเองให้เป็นปีศาจเมื่อได้รับพลัง แต่สุดท้ายพวกเราก็ได้สืบทอดสเลเยอร์เป็นสายเลือดสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน..”

    “แล้วเราแปลกเปลี่ยนพลังนั้นกับอะไรคะ?”

    แอนนาถามอย่างในใจอารมณ์ของเธอรุนแรงแต่พยายามเก็บงำไว้

    โธมัสเช็ดแว่นตาช้าๆครุ่นคิด

    “...พันธสัญญานั้นหายไปกับกาลเวลาที่ยาวนานและไม่ได้สืบต่อมา แต่พวกเรารู้ว่าแต่ละรุ่นพลังจะตื่นขึ้นมา ไม่มีใครรู้ชัดเจนว่าสัญญานั้นแลกเปลี่ยนกับอะไรหรือหากมีคนรู้ก็อาจจะปกปิดไว้เป็นความลับเพราะพลังของสเลเยอร์อาจจะถูกทำลายได้หากมีใครรู้เนื้อหาของสัญญา”

    มาตรฐานของสัญญากับตัวตนของต่างโลก การรู้เนื้อหาสัญญาก็จะทำลายแหล่งกำเนิดของพลังได้หากศัตรูล่วงรู้

    การปกปิดข้อกำหนดและข้อห้ามต่างๆที่ทำให้ปีศาจย้อนกลับมาทำร้ายเราได้ คือเรื่องพื้นฐาน โธมัสไม่คิดว่าว็อทเชอร์ทำผิดในข้อนี้ที่พยายามเก็บไว้เป็นความลับ

    การไม่รู้บางทีก็จะปลอดภัยกว่าหากมีศาสตร์มืดมาเกี่ยวข้อง

    “หมายความว่าพวกเขาทำสัญญากับปีศาจโดยไม่รู้ว่าสิ่งแลกเปลี่ยนคืออะไร? หนูเป็นปีศาจหรือคะ?”

    แอนนาเริ่มน้ำตาไหลออกมา

    “เดี๋ยวก่อนสิเธอก็ยังเป็นมนุษย์”

    โธมัสพยายามอธิบายก่อนที่แอนนาจะคิดอะไรไปกันใหญ่

    แอนนาจ้องโธมัสตาเขียว

    เธอทุบโต๊ะจนพัง

    “มนุษย์ธรรมดาทำอย่างนี้ได้ไหม?”    

    เธออารมณ์รุนแรงขึ้นมาจากความสงสัยไม่แน่ใจในตอนแรก เธอรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่อยู่ในตัวเธอ

    “เอ่อ เลโอนาร์ดก็ทำได้นะ”วิลโล่เอยขึ้นมาอย่างเนิร์ดที่ชอบตอบคำถามไม่ดูสถานการณ์

    “วิลโล่ เธออยู่ข้างใครกันแน่?” แอนนาหันมาเอ็ดวิลโล่จนวิลโล่หน้าถอดสี

    “เฮ้อใช้แล้วเลโอนาร์ดทำได้”

    แอนนาจ้องมองมาที่คุณโธมัส

    คุณโธมัสโบกมือไปมา

    “อย่าเข้าใจผิด เลโอนาร์ดทำได้ แต่คนที่มีพรสวรรค์เป็นพิเศษน่ะ พบได้หวังไม่ได้ เราไม่สามารถคาดหวังอัจฉริยะอย่างนั้นได้ทุกรุ่นหรอกนะหากเราต้องการสืบทอดองค์กรมาเป็นระยะเวลายาวนาน

    พิธีกรรมของสเลเยอร์ทำให้สายเลือดได้พลังสืบทอดต่อกันมาก็รู้กันอยู่แล้ว เป็นการรับประกันว่าเราจะมีผู้มีพลังเสมอในทุกรุ่นที่จะสู้กับสิ่งมีชีวิตจากโลกมืด ซึ่งเรื่องนี้เราก็รู้กันอยู่แล้ว

    แน่นอน ที่เธอกังวลก็อาจจะถูก..”

    แอนนาจ้องมองคุณโธมัสตาเขียว

    “ใช่แล้วเธอพูดถูกเลยล่ะว่าควรจะรู้ว่าค่าตอบแทนของการทำสัญญาคืออะไร แต่มันก็สืบต่อมาอย่างดีจนถึงทุกวันนี้ ฉันจะลองหาข้อมูลดูเพื่อให้เธอสบายใจ แต่เชื่อชั้นเถอะว่าเธอเป็นมนุษย์อย่างแน่นอน”

    “เป็นไปได้ไหมคะ ที่การทำพิธีกรรมกับชาแมนครั้งแรกจะสังเวยด้วยชีวิตของชาแมนคนนั้น?”วิลโล่กล่าวออกมาทำให้แม้แต่คุณโธมัสหันมามองและแอนนาหน้าขาวซีดอีกครั้ง

    “เอ หนูเห็นโน้ตของเลโอนาร์ดในการสันนิษฐานทฤษฎีต่างๆน่ะคะ คงผิดสินะคะ”วิลโล่กล่าวอย่างจ๋อยๆ

    แอนนาพูดไม่ออกแต่โธมัสเช็ดแว่นตาช้าๆอย่างครุ่นคิดและเอ่ยว่า

    “ถึงจะไม่ชอบทฤษฎีนี้แต่จากเอ..ประสบการณ์ที่น่าอายของชั้น ขอบอกว่าแนวคิดนี้สมเหตุสมผลมาก..สัญญาต้องทรงพลังพอที่จะสืบทอดผ่านสายเลือดและรักษาพลังไว้ น่าสนใจ..”

    คุณโธมัสรู้สึกตัวว่าตนเองกลายเป็นนักวิชาการที่สนใจเวทย์มืดอีกครั้งที่โดนแอนนาจ้องตาเขียว

    นี่คือสาเหตุที่เขาพยายามห้ามเลโอนาร์ด คนแสวงหาความรู้ กว่าจะรู้ตัวว่าทำอะไรลงไปบ้างก็สายไปแล้ว

    “เอ ซึ่งไม่ใช่ที่เนื้อหาเราจะมาสงสัยกันตอนนี้

    หากบรรพบุรุษชาแมนเสียสละเพื่อพวกเราไปแล้ว พวกเขาก็เป็นวีรบุรุษไม่ใช่เหรอ?ที่ทำให้พวกเรามีอาวุธ..”

    “อาวุธหรือคะ หนูไม่ใช่อาวุธนะคะ หนูเป็นคนค่ะ”

    “ขอโทษทีคือหมายความว่าพวก เขาเสียสละเพื่อให้พวกเรามีพลังมากพอที่จะสู้สิ่งชั่วร้าย ก็ควรจะเป็นวีรบุรุษของพวกเรา”

    “พวกเขาหรือคะ?”

    วิลโล่สงสัย

    คุณโธมัสพยักหน้าอีกครั้ง

    “ใช่แล้วที่ข้อมูลหายไปเพราะมีตำราเล่าว่า ชาแมนที่ทำพิธีกลุ่มนั้นเสียชีวิตทั้งหมด จึงไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด องค์กรว็อทเชอร์ก็เริ่มจากลูกศิษย์ของอาจารย์ชาแมนเหล่านั้นค่อยรวบรวมข้อมูลที่เหลือทิ้งไว้และปกป้องสเลเยอร์หญิงสาวในเผ่า จนสืบต่อมาจนถึงทุกวันนี้ คำว่าว็อทเชอร์ก็มาจากลูกศิษย์ที่เฝ้าดูพิธีกรรมที่เกิดขึ้นนั่นล่ะ เพราะชาแมนที่ทำพิธีนี้นั้นเสียชีวิตไปหทมดและลูกศิษย์พยายามสืบทอดความรู้ต่อมาเท่าที่จะทำได้..นี่ก็เป็นที่ชั้นว่า เอ ทฤษฎีของเลโอนาร์ดเข้าเค้ามากทีเดียวล่ะ เขาเก่งซะจนชั้นล่ะกลัวเลยราวกับว่ามีญาณสัมผัสล่วงหน้าอย่างนั้นล่ะ แต่ก็ไม่ใช่พลังที่เป็นไปไม่ได้ ชาแมนประจำเผ่ามักจะมีญาณเช่นนั้นอยู่เช่นกัน

    บางทีพวกเราอาจจะสืบทอดมาจากเผ่าเดียวกันก็ได้”

    อย่างต้นกำเนิดของว้อทเชอร์อยู่ที่อังกฤาแต่ก็ยังส่งสเลเยอร์ที่อเมริกาเพราะเชื้อสายสืบต่อกันมา

    โธมัสคิดในใจ โลกมันเชื่อมถึงกันล่ะนะ

    แอนนายังอารมณ์หงุดหงิด

    “อย่าคิดมากแอนนา เธอน่ะเป็นมนุษย์แน่นอน เชื่อชั้นเถอะ”

    คุณโธมัสพยายามกล่าวปลอบแอนนา

    คล้ายกับเรื่องกลับชาติมาเกิดใน Urban Fantasy ที่คุณอ่าน