ณ ห้องนอนของฉีิ ภายในกระท่อมไม้
ตอนนี้ฉีิกำลังนอนคิดถึง บทสนทนาที่ผ่านมา ยิ่งคิดฉีิก็ยิ่งขมวดคิ้ว มากยิ่งขึ้น
คำพูดของท่านปู่
“น่าจะใช่นะฉีิ งั้นพรุ่งนี่เราเข้าไปหาหัวหน้าชุมชนกวาง กันดีกว่า”
แม้สีหน้าและน้ำเสียงของท่านปู่จะราบเรียบนิ่งเฉย
แต่คลื่นพลังจิตที่กระเพื่อมออกมาตอนได้ยินคำว่า
“ มีคนมาหาที่กระท่อม ”
มันเป็คลื่นพลังจิตที่เกิดการกระเพื่อมจริง ที่สำคัญพลังจิตที่แผ่ออกมานั้น มันคงไว้ซึ่ง กลิ่นไอสังหารจางๆ ถ้าไม่ใช่เป็เพราะ ว่าจักพรรดิ์ฉีิผ่านการรบราฆ่าฟันมามากและ ตั้งใจหยั่งเชิง เพื่อดูปฎิกิริยา ตัวเค้าคงไม่สามารถจับสังเกตได้เป็แน่
แล้วปฎิกิริยาเช่นนี้ แม้จะย้อนดูความทรงจำ ของเด็กน้อยฉีิ มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เลยสักครั้งท่านปู่ใม่เคยเป็มาก่อนถึงแม้ตอนเด็ก ที่ฉีิจะโดนแกล้งท่านปู่ก็แค่โกรธ เท่านั้น
“โอ้ย ยิ่งคิด ยิ่งปวดหัวในเมื่อไม่สามารถทำอะไรได้ในตอนนี้ ข้าพักผ่อนเอาแรงก่อนดีกว่า ”
แล้วค่ำคืน วันแรก ที่จักพรรดิ์ฉีิกลับชาติมาเกิดก็ผ่านพ้นไป
เช้าวันใหม่ที่แสนสดใส
บริเวณทางเดินไป ชุมชนกวาง ทิศตะวันตก
2 บุรุษกำลังเดินทางอย่างขมักเขม่น 1 ร่างกายกำยำ ผมสีดำปนขาว ด้านหลังแบกตะกร้าสานมา กำลังเดินนำหน้า อีก 1 แม้ร่างกายจะผอมแห้ง แต่ผิวพรรณดันขาว ใส เมื่อเทียบอายุ 13 ส่วนสูงถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไป 170 CM
ทั้งคู่ คือ 2 ปู่หลาน ฉีหนานและฉีิ
ทั้งคู่ออกเดินทางแต่เช้าตรู่ เมื่อเดินผ่านป่าก็จะได้กลิ่น ธรรมชาติ สายลมที่น่าหลงไหล
ท่านปู่มักจะหันมามองฉีิด้วยความเป็ห่วงอยู่เรื่อยๆ ด้วยความที่สุขภาพร่างกายฉีิไม่แข็งแรง แต่วันนี้กลับแปลก แม้ร่างกายจะผอมแห้งอยู่ แต่ลักษณะท่วงท่าการเดินกลับมั่นคงกว่าทุกวัน เมื่อเป็พัฒนาการที่ดีของฉีิท่านปู่ก็อดไม่ได้ ที่ดีใจ แม้จะมีความสงสัยใคร่รู้อยู่ลึกๆ ก็ตาม
ส่วนทางด้านฉีิ
ด้วยความเป็จักพรรดิ์ฉีิ แม้ตอนเด็กจะไม่ได้แข็งแรงแต่ก็ไม่เคยถึงขั้นร่างกายอ่อนแอถึงเพียงนี้ จักพรรดิ์ฉีิตอนนี้สงสารตัวเองจับใจ
แต่สภาพนี้ของข้าอาจจะคงอยู่ได้แค่ไม่นาน เพราะเพียงแค่บรรลุ ขั้นที่ 1 รวบรวมปราณทุกอย่างล้วนกลับมาปกติ
ระยะทาง 10 กิโลเมตรไม่ถือว่าไกลมากนักในโลกแห่งการฝึกตนเทียนหยุน
ถ้าหากท่านปูฉีหนานเดินทางเพียงลำพังด้วยระดับการฝึกตนขั้นรวบรวมปราณขั้น 9 จะใช้เวลาเพียง 15-20 นาทีก็ถึงแล้ว
แต่เมื่อฉีิที่ร่างกายยังไม่แข็งแรงติดตามมาด้วยเลยใช้เวลาล่วงเลยไปบ้าง
ระหว่างทางจะมีบ้างที่มีสัตว์ดุร้ายเข้ามาโจมตีแต่ด้วยป่าล่องนภา เป็ป่าที่ไม่ได้มีพลังปราณอยู่มากมาย สัตว์ที่อาศัยอยู่ในป่านี้ส่วนใหญ่เป็สัตว์ธรรมดาถึงแม้จะมีสัตว์อสูรอยู่บ้างแต่ก็มีเพียงสัตว์อสูรขั้น 1 ดาวขั้นต้น จะคณามือ ผู้ฝึกตนขั้นรวบรวมปราณขั้น 9 ได้อย่างไร
*สัตว์อสูร คือสัตว์ที่ได้มีการดูดซับลมปราณไว้ภายในร่างกายความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้นตามร่างกายที่ได้ดูดซับ แต่สติปัญญายังไม่ต่างจากสัตว์เดรัจฉานทั่วไป พูดง่ายๆ ว่า โง่นั้นเอง
สัตว์อสูรขั้น 1 ดาวขั้นต้น เทียบเท่า ขั้นรวบรวมปราณ
สัตว์อสูรขั้น 1 ดาวขั้นสูง เทียบเท่า ขั้นเสริมสร้างปราณ
สัตว์อสูรขั้น 2 ดาวขั้นต้น เทียบเท่า ขั้นกลั่นหลอมปราณ
สัตว์อสูรขั้น 2 ดาวขั้นสูง เทียบเท่า ขั้นผนึกแก่นแท้
สัตว์อสูรขั้น 3 ดาวขั้นต้น เทียบเท่า ขั้นควบแน่นแก่นแท้
สัตว์อสูรขั้น 3 ดาวขั้นสูง เทียบเท่า ขั้นแก่นแท้ทองคำ
สัตว์อสูรขั้น 4 ดาวขั้นต้น เทียบเท่า ขั้นแก่นแท้ทะเลทองคำ
สัตว์อสูรขั้น 4 ดาวขั้นสูง เทียบเท่า ขั้นก้าวย่างจักรพรรดิ
สัตว์อสูรขั้น 5 ดาวขั้นต้น เทียบเท่า ขั้นจักรพรรดิแท้จริง
สัตว์อสูรขั้น 5 ดาวขั้นสูง เทียบเท่า ขั้นจักรพรรดิ์
ผ่านไป 1 ชั่วโมง
ข้างหน้าฉีิตอนนี้ไม่เกิน 500 เมตร ปรากฎทิวทัศน์บ้านไม้ 20-30 หลังคาเรือน
ตอนนี้ท่านปู่ฉีหนานก็ได้หยุดฉงักลงโดยฉับพัน เมื่อท่านปู่หยุดฉีิจึงต้องหยุดตาม
“ ฉีิเกิดอะไรขึ้นกับเ้ากันแน่ ”
ท่านปู่ฉีหนานหันหน้ามามองฉีิแล้วกล่าวถามด้วยสีหน้าที่จริงจัง
“ ข้าไม่ได้เป็อะไรนะท่านปู่ ”
ฉีิตอบกลับท่านปู่ด้วยลักษณะท่าทาง เก้ๆ กังๆ น้ำเสียงออกจะกล้าๆกลัวๆ เหมือนมีความลับอะไรบางอย่างแต่ไม่กล้าบอกท่านปู่
“ ข้าเป็ปู่เ้านะทำไมข้าจะดูไม่ออก ั้แ่เมื่อวานแล้วด้วยลักษณะสีหน้าท่าทางของเ้าที่เปลี่ยนไป รวมทั้งการเดินทางวันนี้อีกด้วย ปกติด้วยร่างกายของเ้าไม่แข็งแรง เวลาที่ใช้เดินทางแต่ละรอบต้องเกิน 1 ชั่วโมงครึ่ง ”
ปู่ฉีหนาน พูดออกมาพร้อมมองตาพยายามจับสังเกตฉีิ
“ นี้ยังไม่นับว่าแต่ละรอบของการเดินทาง เ้าจะบอกให้ข้าหยุดพักเป็ ่ๆ กลับกันแม้วันนี้ข้าจะเร่งเดินทาง จนถึงเร็วกว่าปกติ แต่เ้ากลับไม่เหนื่อย เหมือนทุกครา แล้วไม่มีท่าที ที่จะหยุดพักเลย เมื่อวานที่ข้าสำรวจร่างกายเ้า จุดตันเทียนของเ้าก็ยังไม่ได้รับการรักษา แล้วอย่างนี้มันจะไม่มี เื่อะไรเกิดขึ้นได้อย่างไร ”
ถึงแม้ปู่ฉีหนาน จะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังและทำการจับสังเกตฉีิ แต่ฉีิก็สำผัสได้ว่าทุกการกระทำมาจากความเป็ห่วงเป็ใย
เมื่อฉีิเห็นอย่างนั้น เค้าก็อดที่จะเศร้าใจไม่ได้แม้ความลับมันจะสำคัญแต่ท่านปู่ก็เป็คนที่ไว้ใจได้ และสำคัญไม่แพ้กัน ตอนนี้เค้าลังเล
“ ท่านปู่จริงๆแล้วข้านั้นก็…….. ”
ฉีิกำลังจะพูดอะไรบางอย่างออกมา ด้วยสีหน้าปั้นยาก
“ ไม่เป็ไร ในเมื่อเ้าเลือกที่จะไม่อยากบอกความของเ้าแก่ข้า ข้าก็จะเคารพการตัดสินใจของเ้า ปีนี้เ้าก็อายุ 13 แล้ว คงโตขึ้นแล้วสินะ เ้าเด็ก 5 ขวบที่ร้องไห้ วิ่งเข้ามาให้ข้าโอ๋คนนั้นคงไม่มีอยู่แล้วสินะ ”
ปู่ฉีหนานเลือกจะตัดบทพูดฉีิเค้าเลือกเคารพการตัดสินใจของหลานเค้า แม้จะเสียใจที่หลานไม่เลือกบอก แต่ว่า ความลับบางเื่ก็ไม่สามารถบอกใครได้เค้าเข้าใจเื่นี้เป็อย่างดี
เมื่อฉีิได้ยินอย่างนี้เค้าก็รู้สึกโล่งใจ วิ่งเข้ามากอดท่านปู่
“ ท่านปู่ข้าจะอายุ 13 หรือเท่าไหร่ก็ตาม ข้าก็้าให้ท่านปู่โอ๋ไปตลอดนั้นแหละ ”
เมื่อท่านปู่ฉีหนานเห็นลักษณะท่าทางแบบนี้ของฉีิเค้าก็รู้สึกสบายใจขึ้นไม่ติดใจอะไรอีกแล้ว หลานมีความสุขปู่ก็สบายใจ
สุดท้าย 2 ปู่หลานก็เดินทางต่อ
อีก 500 เมตรมุ่งหน้าตรงไปที่ชุมชนกวาง ต่อไป