.................กริ๊งงงงงงงงงงงงงงง!!!!!!!!!!!!!!!
เสียงนาฬิกาปลุกบนหัวเตียงจากห้องของหญิงสาว ที่ตื่นมาหัวฟูในชุดนอนที่แสนจะเก่าแต่ก็ยังมีความน่ารักเพราะมันอยู่บนตัวเธอ ใช่ค่ะปภัสสรเอง หญิงสาวที่ต้องทำงานพาร์ทไทม์วันละ 2 งาน แล้ววันหยุดยังต้องไปรับจ๊อบอีก ทำไมเธอถึงต้องขยันขนาดนี้อ่ะหรอ หึ ก็เพราะว่าหนี้ไงล่ะ หนี้ที่พ่อของเธอสร้างไว้ให้ แล้วเธอต้องมาตามใช้จนถึงทุกวันนี้
เธอรีบลุกไปอาบน้ำ พร้อมกับฮัมเพลงอย่างสบายใจ อาหารเช้าของเธอก็คือนมกล่อง แล้วก็ขนมปังสองแผ่นก็แค่นั้นเอง งานแรกของเธอก็คืองานร้านคาเฟ่ย่านเมืองหลวง ที่มีคนพลุกพล่าน เธอผูกพันกับที่นี่มากและอยู่มานานมากๆั้แ่ตอนยังเรียน การเดินทางของเธอก็คือรถเมล์นั่นเองงง
ตึง ตึ่ง ตึ๊ง...........
ภัส:สวัสดีค่ะ
<>:สวัสดีค่ะคุณปภัสสรใช่มั๊ยคะ
ภัส:ใช่ค่ะ
<>:ทางเราโทรจาก กานต์กุลกรุ็ป นะคะ คุณถูกคัดเลือกให้มาสัมภาษณ์ สะดวกเป็วันพฤหัสนี้มั๊ยคะ
ภัส:อ่ออออ เอ่ออออ สะดวกค่ะ สะดวกมากเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ ขอบคุณมากเลยนะคะ
หญิงสาวรีบตอบรับพร้อมดีใจยกใหญ่ ร่างสวยะโโลดเต้นไปตามทางที่จะต้องไปทำงาน คนเดินผ่านไปผ่านมาเห็นเธอเป็ต้องยิ้มตาม เพราะความน่ารักหลังจากที่เธออาบน้ำแต่งตัวมันพาให้คนอื่นอดยิ้มไม่ได้นี่สิ พี่อ้อยพี่ที่ทำงานเห็นภัสเดินมาก็ทักด้วยความปะหลาดใจ
พี่อ้อย: นี่ยัยภัสสส ดีใจอะไรมายะดีใจซะใหญ่โตเชียว
ภัส:พี่อ้อยภัสได้เข้าสัมภาษณ์แล้วนะ ภัสดีใจมากเลย นี่ส่งไปตั้ง สิบบริษัท นี่บริษัทแรกเลยนะที่โทรมาหาภัส
พี่อ้อย:จริงหรอแก ดีใจด้วยนะ แต่ฉันก็แอบเสียดายถ้าแกไปจริงๆร้านนี้คงขาดความน่ารักอย่างแกไปแน่เลย
ภัส:บ้าาา พี่ก็ยอกันเกินไป
หลังจากที่ทั้งสองตื่นเต้นกันจนเสร็จสัพ ก็แยกย้ายกันไปทำงานลูกค้าที่ถามโถมมาทั้งวันทำเอาปภัสสรเพลียร์จนไม่เป็อันจะไปทำงานต่อ แต่ความรับผิดชอบที่ติดอยู่ในนิสัย ของเธอมันมีมากซะจนทำใจลาไม่ไหว เธอลากสังขารอันเหนื่อยล้าของเธอไปทำงานที่สองต่อจนมืดค่ำ และก็กลับบ้านด้วยแบตเตอรี่ในตัวที่หมดเกลี้ยง
วันนี้ภัสตื่นเช้าเป็พิเศษ โดยที่ไม่ต้องมีนาฬิกาปลุก ทำไมหนะเหรอ
ใช่ค่ะวันนี้เป็วันสัมภาษณ์งานของเธอ เธอยืนเลือกชุดอยู่นาน จนในที่สุดเธอก็เลือกชุดที่แม่ซื้อให้เป็ของขวัญเมื่อ 3ปีที่แล้ว ชุดเดรสเซอร์สีขาวที่เรียบและแสนธรรมดาเมื่อเข้าไปอยู่ในร่างสวยของเธอแล้วนั้นมันช่างดูแพงซะเหลือเกิน เอาละคราวนี้ก็คงเป็รองเท้าสินะ ปภัสสรเป็คนที่ให้ความสำคัญกับรองเท้ามาก เพราะเธอเชื่อว่ารองเท้าที่ดีสามารถนำเธอไปพบเจอแต่สิ่งดีๆ เธอจึงไม่จำเป็ต้องคิดหนักเื่เลือกรองเท้าเพราะเธอมีรองเท้าที่พร้อมใช้อยู่หลายคู่เลยทีเดียว
และในที่สุดเวลาการสัมภาษณ์ก็ใกล้จะมาถึง เธอยืนอยู่หน้าห้องรอสัมภาษณ์พร้อมกับผู้คนที่รออยู่อีกมากมาย เห็นแบบนี้ใจเธอเริ่มท้อแล้วล่ะสิ
.......................................................................................
เวลาผ่านไป เกือบ 20 นาที สุดท้ายก็ถึงคิวของเธอ เธอหายเข้าไปในห้องนานกว่า 10 นาที ซึ่งทำให้หลายคนปะหลาดใจมากนัก เพราะแต่ละคนใช้เวลาไม่เกิน 5 นาทีเธอเดินออกมาด้วยสีหน้าวิตก แล้วก็เก็บของเดินออกไปจากจุดๆนั้น
ระหว่างทางกลับลงจากตึกเธอดันสะดุดตากับบอร์ด บอร์ดนึง เธอหยุดยืนอยู่ตรงนั้นนานกว่า 10 นาที
..............................คะ คะ คะ คุณกริชญ์!!!!!!!!!!!!!!!!!!
เธอใอยู่ชั่วขณะหนึ่งที่บุคคลที่อยู่ในรูปก็คือ คุณกริชญ์ บุคคลที่สามที่เธอแอบนินทากับเพื่อนอยู่บ่อยๆ ความรู้สึกของเธอตอนนี้ปนเปไปหลายอารมณ์เหลือเกิน ในใจของเธอภาวนาให้ได้งานนี้แต่อีกใจก็ไม่อยากได้แล้ว แต่ถ้าหากเธอพลาดงานนี้ไปโอกาสการหางานมันก็ไม่ใช่เื่ง่ายเลยนะ หลังจากที่เธอวิตกอยู่นานเธอก็ตัดสินใจกลับบ้านแล้วเลิกคิดถึงเื่นี้ซะ
ติ๊ง!!!!!!!!
เสียงลิฟต์จากชั้น 30 ถูกเปิดออก ปภัสสรที่กำลังเดินเข้าลิฟต์ ถึงกับต้องผงะ เมื่อเธอเห็นบุคคลที่อยู่ในลิฟต์ 2 คน
ชายหนุ่มใส่แว่นตา หน้าตาตี๋ ขาว รูปร่างสูงโปร่ง ในมือของเขาถือของมากมาย ส่วนใหญ่มีทั้งเอกสารแลปทอป
ส่วนอีกคน..............
ผู้ชายที่ยืนอยู่กลางลิฟต์ หน้าตาคมเข้ม หล่อเหลา ตากลมสวย รูปร่างสูงโปร่ง ขาว สะอาด แถมร่างกายเหมือนคนออกกำลังกายวันละ 10 ชั่วโมง การแต่งกายที่ดูสุขุมนุ่มลึก กระดุมเสื้อที่ติดถึงเพียงแค่กลางอก แววตาที่แทบคาดเดาไม่ได้ ดวงตากลมสวยนั้นจับจ้องมาที่ปภัสสรที่ยืนใมาด้วยความสงสัย
:คุณจะเข้ามามั๊ยครับ
ปภัสสร:เอ่อออ เข้าค่ะเข้า ขอบคุณค่ะ
เธอทั้งตื่นเต้นทั้งใจสั่นเมื่อได้ยืนข้างๆผู้ชายคนนี้ ในใจของเธอมีความรู้สึกมากมายปนเปไปหมด ร่างสวยยืนแข็งทื่อแทบไม่หายใจ
ดนัย:คุณผู้หญิงหายใจก็ได้นะครับ ยืนตัวแข็งเชียว
เสียงทุ้มนุ่มของหนุ่มแว่นขาวตี๋ก็ทักทายปภัสสรด้วยความสดใส ปนหัวเราะ เธอยิ้มและหัวเราะออกมาเบาๆให้กับผู้ชายที่อยู่ด้านหลัง
ดนัย:คุณพนักงานใหม่หรอครับ ผมไม่คุ้นหน้าคุณเลย หน้าตาน่ารักแบบนี้ผมไม่เคยเห็น
ปภัสสร:อ่อ ป่าวค่ะฉันมาสัมภาษณ์งาน
ดนัย:แผนกไหนหรอครับ
ปภัสสร:ฉันมาสมัครเป็เลขาของท่านรองประธานค่ะ
ดนัย:ขอให้คุณโชคดีนะครับ เราคงจะได้เจอกันบ่อยขึ้น ผมดนัยครับ เป็ผู้ช่วยของคุณคุณกริชญ์
ปภัสสร:!!!!!!!!!!!!คุณ คุณกริชญ์
ดนัย:ใช่ครับ ท่านนี้คือคุณคุณกริชญ์ พัชรกานต์กุล ท่านประธานของกานต์กุลกรุ๊ปครับ
ปภัสสร:เอ่ออ สวัสดีค่ะ ฉัน ปภัสสร ค่ะ
คุณกริชญ์:ชื่อเพราะดีนะครับ
ปภัสสร: คะ!!!!
ติ๊ง!!!!!!!!!!!!! เสียงประตูลิฟต์เปิดออก ปภัสสรรีบวิ่งออกไปแบบไม่คิดชีวิต ทิ้งให้คุณกริชญ์และดนัยงงกับพฤติกรรมของเธอ
ดนัย:น่ารักดีนะครับ
คุณกริชญ์:พอเลย นายเก็บอาการบ้างก็ได้ที่วิ่งไปแบบนั้นเค้ากลัวนายรึป่าว
ดนัย:ผมว่าเค้าใความหล่อของคุณมากกว่านะครับ
ดนัยและคุณกริชย์เดินออกมานั่งรถสปอร์ตสุดหรูที่มีพนักงานขับมาจอดให้ถึงหน้าบริษัท
คุณกริชญ์: ฉันขับเอง นายนั่งไป
ดนัย: ครับท่าน
คุณกริชญ์: เราออกมานอกบริษัทแล้ว นายทำตัวปกติเถอะไอ้นัย
ดนัย:ครับไอ้กริชญ์
จริงๆแล้วทั้งสองคนเป็เพื่อนเล่นกันมาั้แ่จำความได้ แต่ด้วยเพราะครอบครัวของดนัยล้มละลายแล้วก็ฆ่าตัวตายยกครัว โชคดีของดนัยที่วันนั้นไปวิ่งเล่นบ้านของกริชญ์ เลยมีชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้ หลังจากนั้นพ่อของกริชญ์เลยรับเลี้ยงดนัยไว้เป็ลูกอีกคน ดนัยไม่เคยขาดความรักและสำนึกในบุญคุณของพ่อกริชญ์มาก ไม่ว่าจะเกิดอะไรดนัยไม่เคยอยู่ห่างจากกริชย์เลย