เมื่อได้ยินเช่นนั้นเหลยเทาก็หัวเราะจนตัวสั่น ทว่ากลับเป็การหัวเราะที่เกิดจากความโมโหพลางกล่าวเสียงเข้ม
“เมิ่งฝานดูเหมือนว่าครั้งก่อนที่โดนข้าเล่นงานไปไม่ได้ทำให้เ้าจดจำเลยสินะ ...ดีในเมื่อเ้าไม่ยอมหมอบลงไปดีๆ วันนี้ข้าก็จะเล่นงานเ้าให้หมอบลงเอง!”
ในระหว่างที่เอ่ยปากร่างกายที่เหมือนหมีขนาดย่อมของเหลยเทาก็พุ่งเข้าหาเมิ่งฝานทันที
เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวของเหลยเทาสีหน้าของกู่ซินเอ๋อร์พลันเปลี่ยนไปทันทีเด็กสาวกำลังจะก้าวมาด้านหน้าแต่เมิ่งฝานกลับยกมือขึ้นห้ามเสียก่อนั์ตาของเขาคู่นั้นจ้องไปยังเหลยเทาอย่างไม่ละสายตาขณะเดียวกันขาทั้งสองข้างของเมิ่งฝานก็แยกออกจากกันแล้วยืนอย่างมั่นคง
พึ่บ!
เหลยเทาปล่อยหมัดออกจึงทำให้เกิดเสียงเคลื่อนตัวในอากาศขึ้นเล็กน้อยการที่อยู่ในขั้นฝึกกายาระดับห้าทำให้คุณสมบัติความแข็งแกร่งของร่างกายเหลยเทาสูงขึ้นอย่างมาก
เร็วยิ่ง!
คนที่เหลือต่างก็ขมวดคิ้วเข้ม ด้านกู่ซินเอ๋อร์ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดตาตนเองเพราะไม่อยากเห็นความเร็วหมัดของเหลยเทาในยามนี้เรียกได้ว่าแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มเด็กวัยเดียวกันของหมู่บ้านอูเจิ้นเลยก็ว่าได้อีกทั้งทุกคนต่างก็รู้ดีว่าหมัดนี้แฝงไปด้วยพลังไม่ธรรมดาไม่ใช่สิ่งที่ผู้บำเพ็ญตนขั้นฝึกกายาระดับสองอย่างเมิ่งฝานจะสามารถรับมือได้แน่นอน
“เมิ่งฝาน ให้ข้าเป็คนทำให้หนังของเ้าหายคันก็แล้วกัน!”
เหลยเทายกยิ้มอย่างเหิมเกริมหมัดที่ปล่อยออกมาพุ่งตรงไปยังหน้าอกของเมิ่งฝานแต่สิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายของเหลยเทาก็ได้เกิดขึ้นในวินาทีต่อมาเพราะภาพเหตุการณ์ที่เมิ่งฝานถูกชกจนเซถอยไปหลายก้าวไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเช่นเมื่อก่อนกลับกันคือหมัดของเหลยเทาหยุดอยู่ในฝ่ามือที่ยื่นออกมาทั้งสองข้างของเมิ่งฝาน
หลังสิ้นเสียงทุ้มต่ำจากการปะทะฝ่ามือทั้งสองข้างของเมิ่งฝานก็หดเข้าหาตัวแต่เขาสามารถรับมือกับพลังหมัดของเหลยเทาได้!
เป็ไปได้อย่างไรกัน? เหลยเทาครุ่นคิดอยู่ในใจด้วยความตกตะลึงแต่การตอบสนองของเขาก็รวดเร็วเช่นกันเขากำหมัดแน่นก่อนจะชกอย่างดุดันเข้าไปที่หน้าอกของเมิ่งฝานอีกครั้งในวินาทีต่อมา
ทว่าในยามนี้เมิ่งฝานที่รับมือกับหมัดของเหลยเทาแล้วครั้งหนึ่งเริ่มทำการตอบโต้เขาตวาดออกมาเสียงเข้มก่อนขยับท่อนแขนปล่อยหมัดออกไปปะทะกับหมัดของเหลยเทากลางอากาศ
การต่อสู้ของผู้บำเพ็ญตนขั้นฝึกกายาไม่ได้มีกระบวนท่าที่สวยงามใดๆมีเพียงการต่อกรระดับพลังด้วยร่างกายของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นถึงขั้นที่แทบไม่ต้องเคลื่อนพลังปราณออกมาใช้เลยเสียด้วยซ้ำ
ปึก! ปึก! ปึก!
หมัดของพวกเขาทั้งสองปะทะติดต่อกันสามหมัดแล้วทั้งสองจึงล่าถอยออกไปพร้อมกันเหลยเทาถึงกับถอยหลังไปหลายก้าวจึงจะสามารถหยุดลงได้เขามองเมิ่งฝานด้วยแววตาตกตะลึงพร้อมกับความเจ็บแสบที่หัวไหลแล่นมาถึงท่อนแขน
หากเทียบกับเหลยเทาแล้วเมิ่งฝานยังถอยไปไกลกว่า ขาข้างหนึ่งของเขาย่ำลงไปบนดินโคลนจึงจะสามารถฝืนแรงปะทะเพื่อให้ยืนหยัดอยู่ได้แม้จะกระแอมออกมาเพียงไม่กี่ครั้งแต่เขาก็รู้ดีว่าตนเองยังด้อยกว่าเหลยเทาอยู่เล็กน้อย
แม้จะผ่านการฝึกฝนอย่างหนักมาถึงสิบวันแต่อย่างไรเหลยเทาก็แข็งแกร่งกว่าตนเองอยู่หนึ่งขั้น
ผู้บำเพ็ญตนขั้นฝึกกายาระดับห้าไม่ใช่ผู้ที่ควรจะเข้าไปหาเื่จริงๆ
ทว่าในวินาทีต่อมาความเงียบงันก็ปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณทั้งกู่ซินเอ๋อร์และคนอื่นๆ ต่างก็มองภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าด้วยความตกตะลึงอ้าปากค้างและไม่อยากเชื่อว่าผู้ที่ถูกเล่นงานเมื่อไม่กี่วันก่อนอย่างเมิ่งฝานจะสามารถต่อกรกับเหลยเทาได้อย่างสมน้ำสมเนื้อเช่นนี้
หลังจากที่ได้สติเหลยเทาก็ตวาดออกมาเสียงเข้ม “ยามนี้เ้าไม่ได้อยู่ในขั้นฝึกกายาระดับสองแล้วและคงจะอยู่ในระดับสี่เป็อย่างต่ำ หึ...ถึงว่าเหตุใดเ้าจึงได้กล้าปากดีกับข้า!”
เมื่อเขาพูดจบสีหน้าของเด็กหนุ่มเ่าั้ก็เปลี่ยนไปทันทีเพราะคิดไม่ถึงว่าเมิ่งฝานที่พวกเขามักหัวเราะเยาะจะก้าวหน้าจนมาอยู่ในขั้นฝึกกายาระดับสี่ซึ่งมันเป็ระดับพลังที่สูงกว่าพวกเขาหลายคนทำให้รู้สึกไม่สู้ดีเสียเท่าไหร่
รวมทั้งเหลยเทาที่ตอนนี้กำลังตกตะลึงอย่างยิ่งไม่ว่าอย่างไรเขาก็คิดไม่ถึงว่าคนที่ในยามปกติแล้วบำเพ็ญตนอย่างเชื่องช้าจะมาอยู่ในระดับพลังที่ใกล้เคียงกับตนเองเช่นนี้หลังจากที่กัดฟันแน่นเหลยเทาก็ตวาดออกไปเสียงดัง “หึ เมิ่งฝาน ต่อให้ยามนี้เ้าก้าวขึ้นมาอยู่ในขั้นฝึกกายาระดับสี่แล้วแต่หากพูดถึงเื่ระดับพลังและพละกำลังเ้าก็ยังสู้ข้าไม่ได้อยู่ดี!”
เหลยเทาเก็บความเดือดดาลเอาไว้ในใจเมื่อมองว่าเมิ่งฝานเป็คู่ต่อสู้ของตนเองเหลยเทาก็พุ่งเข้าไปหาเมิ่งฝานที่อยู่ตรงหน้าด้วยความระมัดระวังมากกว่าเดิม
เมื่อเห็นว่าเหลยเทาเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ เมิ่งฝานพยักหน้าอยู่ในใจเหลยเทาพูดไม่ผิดการบำเพ็ญตนไม่อาจสำเร็จได้เพียงวันเดียวการที่เขาจะเอาชนะเหลยเทาไม่ใช่เื่ง่ายแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่อาจเอาชนะได้
หลังจากที่กระตุกยิ้มอย่างเยือกเย็นเมิ่งฝานจึงเดินออกไปเบื้องหน้าฉับพลันเขาเหมือนเปลี่ยนเป็คนละคนก็ไม่ปานชุดสีเขียวครามบนตัวปูดนูนด้วยกล้ามเนื้อภายในขณะเดียวกันก็ได้ปล่อยพลังฝ่ามือออกไปกลางอากาศ
พรึ่บ!
พลังแข็งแกร่งเคลื่อนตัวผ่านอากาศเข้ามาหาตัวทำให้สีหน้าของเหลยเทาเปลี่ยนไปเขายกแขนทั้งสองข้างขึ้นต้านทานพลังของเมิ่งฝานแต่ว่าวินาทีถัดมากลับต้องถอยหลังไปด้วยพลังอันแข็งแกร่งเหลยเทาถอยไปถึงเจ็ดแปดก้าวก่อนจะล้มก้นจ้ำเบ้าแล้วไอเสียงดังกระทั่งมีเืไหลออกมาเล็กน้อย
“เ้า!”
เหลยเทาคิดจะลุกขึ้นยืนแต่กลับล้มลงไปอีกครั้ง เมื่อครู่ถูกเมิ่งฝานโจมตีด้วยพลังฝ่ามือเพียงครั้งเดียวกลับทำให้ร่างกายของเขาถึงกับไร้ซึ่งเรี่ยวแรง
ฝ่ามือเดียว จู่โจมจนเหลยเทาลุกไม่ขึ้น!
เพียงชั่วพริบตาก็พบว่าคนอื่นที่เหลือต่างก็รู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งหัวใจพวกเขาไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตาเห็นเลยแม้แต่น้อย นี่น่ะหรือเมิ่งฝานผู้ที่มีพลังธรรมดาทั่วไปผู้นั้นพลังฝ่ามือนี้ช่างทรงอานุภาพและรุนแรงเหลือเกิน
“มหาหัตถ์สังหาร!”
หลังจากนั้นไม่นานก็มีเด็กหนุ่มผู้หนึ่งพูดขึ้นสำหรับพลังที่เมิ่งฝานแสดงออกมาเมื่อครู่ไม่ใช่สิ่งที่แปลกตาสำหรับเขาเพราะมันคือหนึ่งในวิชายุทธ์ของผู้นำหมู่บ้านกู่หยวนแต่ที่แปลกคือเหตุใดเมิ่งฝานจึงสามารถใช้มันได้เช่นกัน
แม้แต่กู่ซินเอ๋อร์ที่อยู่ด้านหลังเมิ่งฝานก็ยังรู้สึกแปลกใจยิ่งใบหน้าเรียวเล็กเต็มไปด้วยความสงสัยวิชายุทธ์เมื่อครู่นี้คือสิ่งที่นางเพิ่งจะมอบให้เมิ่งฝานไปเพียงสิบวันเท่านั้นแม้แต่ผู้เป็พี่สาวของกู่ซินเอ๋อร์ที่คนในหมู่บ้านเรียกว่าอัจฉริยะก็ยังต้องใช้เวลาในการฝึกฝนถึงเกือบครึ่งเดือน
แต่เมิ่งฝานในวันนี้กลับแตกต่างจากกาลก่อนอย่างมาก!
เมิ่งฝานที่ยังคงยืนอยู่กับที่เอ่ยเสียงเรียบ “เหลยเทา ตอนนั้นเ้าทำร้ายข้าหนึ่งฝ่ามือวันนี้ข้าก็คืนเ้าหนึ่งฝ่ามือเช่นกัน ถือว่าบัญชีแค้นระหว่างเราจบลงเพียงเท่านี้แต่นับจากวันนี้ไปเ้าจะต้องจำเอาไว้ว่าอย่ามาหาเื่ข้าอีก!”
ระหว่างที่พูดเมิ่งฝานก็ถ่มน้ำลายลงพื้นด้วยความรู้สึกสบายอกสบายใจอย่างที่สุดการฝึกฝนอย่างหนักตลอดระยะเวลาสิบวันที่ผ่านมานับว่าคุ้มค่าแล้วการบำเพ็ญควรเป็เช่นนี้ บุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องชำระ เดินตามที่หัวใจชี้นำใช้พลังในการเจรจา
แค่กแค่ก!
หลังจากไอออกมาหลายครั้งเหลยเทาก็เช็ดเืที่มุมปากของตนเองดวงตาคู่นั้นจ้องมองไปยังเมิ่งฝานก่อนเปลี่ยนเป็สายตาแห่งความคับแค้นใจแล้วตวาดออกมาเสียงดัง “พวกเ้ายังมัวรออันใดอยู่ เป่านกหวีด!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นสีหน้าของเมิ่งฝานและกู่ซินเอ๋อร์ก็เปลี่ยนไปทันที!