“เ้าหายไปครึ่งวันสีหน้าดูไม่ดีเลย” ิเฟยหลงเอ่ยทักเมื่อเห็นนางเดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าอิดโรยหงซือซือวางกล่องเครื่องมือของนางลงบนโต๊ะ ถอดหน้ากากพระชายาออกใส่ในกล่องก่อนจะเดินนั่งตักเขาดื้อๆ พลางเอื้อมมือไปถอดหน้ากากออกให้สามี
“ข้าอยากนอนกอดท่าน”นางกอดคอเขาแล้วซบใบหน้าลงบนบ่า เขาหัวเราะหึๆ ก่อนจะลูบหลังนางเบาๆแล้วอุ้มร่างบางบนตักขึ้นไปบนเตียง
“เ้าเหนื่อยหรือ?”
นางส่ายหน้าซุกลงกับอกเขา“ข้าแค่คิดถึงท่าน” น้ำเสียงนางอู้อี้ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบศีรษะเลยมาถึงหลังของนาง ก้มลงจูบผมของคนที่ออดอ้อนอยู่ในอก
“แมวดำมารายงานข้าแล้วว่าเ้าไปทำอันใดมาบ้าง?”
นางเงยหน้าขึ้นถูไถปลายจมูกกับคางคมสันสองสามที“ท่านรู้เร็วกว่าผู้ใดเสมอ?”
“นั่นเฉพาะเื่ที่ข้าอยากรู้เท่านั้นโดยเฉพาะเื่ของภรรยาสุดที่รักของข้า” เขาจูบหน้าผากนางเร็วๆ สองสามที“เ้าอยากเล่าหรือยัง?”
นางพยักหน้าแล้วเริ่มปะติดปะต่อเื่ราวที่ได้ฟังในจวนเ้าเมืองให้สามีฟังอย่างละเอียดิเฟยหลงไตร่ตรองสิ่งที่ภรรยาเล่าประกอบกับรายงานขององครักษ์เงาที่ติดตามคนในจวนเ้าเมืองมาหลายวัน
“พรุ่งนี้ราชโองการก็จะมาถึงแล้ว”
“ราชโองการอันใดหรือเ้าคะ?”
“ท่านอ๋องเก้ากับพระชายาจะต้องออกมาตรวจราชการน่ะสิ!หลักฐานพร้อมแล้วได้เวลาสะสางเสียที”
“พี่สามหาตุลาการเซิ่งเจอแล้วหรือ?”
“แมวดำหาเขาเจอแล้วเขาาเ็เดินไม่ได้รักษาตัวอยู่บนเขาเชิงเขาโน่น”
“ดีจริง! ข้านึกว่าเขาจะไม่รอดเสียแล้ว”หงซือซือนึกถึงฎีกาเืที่คนผู้นั้นใช้ให้หยวนช่วยเสี่ยงชีวิตเอาเข้าไปส่งยังวังหลวง
“ทุกอย่างคลี่คลายก็เพราะเ้า”ิเฟยหลงเชยคางนางขึ้นจูบแก้มภรรยาอย่างแรง “ซือซือหากไม่มีเ้าขุนนางผู้ภักดีของข้าก็คงตายเปล่าหนำซ้ำราษฎรที่นี่ยังต้องทิ้งชีวิตเพราะคนชั่วไปอีกมาก”
นางสบตาสามียิ้มหวานให้“นั่นเพราะบารมีของฝ่าา”
“เ้าขี้ประจบเสียจริง”เขาก้มลงจูบนางอย่างดูดดื่มคราหนึ่ง “จริงสิ! วันนี้ข้ายังไม่เห็นหู่ซิ่นสือเลยเ้าใช้เขาไปทำภารกิจใดหรือไม่?”
หงซือซือทำสีหน้างุนงง“ไม่นี่เ้าคะ ข้าออกไปคฤหาสน์ซุนพร้อมองครักษ์อีกสองคนแค่นั้นเอง”
“ช่างเถอะเขาคงไปทำธุระแถวนี้ เ้ารีบไปอาบน้ำเถิดข้าหิวมากแล้ว อยากจะกินทั้งอาหารและทั้งเ้าเลยเทียว”
ร่างแน่งน้อยหัวเราะร่วนก่อนจะเผยอริมฝีปากยื่นหน้าเข้าไปใกล้รอให้เขาประกบริมฝีปากลงมาชายหนุ่มเอามือบีบริมฝีปากนางเข้าหากันเบาๆ“หากจูบเ้าอีกคงไม่ได้ทำอย่างอื่นแล้ว”
“เช่นนั้นก็สั่งคนเอาน้ำอาบมาเถิดเ้าค่ะ”สามีร่างสูงใหญ่ของนางจึงปล่อยให้นางนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนเตียงแล้วลงไปลูบหน้ากากใส่หน้าก่อนจะสั่งให้องครักษ์หน้าห้องเรียกเสี่ยวเอ้อเตรียมน้ำอาบมาให้
สวีเม่ยทำหน้าเอือมระอาเมื่อหู่ซิ่นสืออ้างว่ามาเฝ้านางเพื่อความปลอดภัยนางรู้ว่าก่อนหน้านี้เขามาซุ่มดักดูนางหลายครั้ง หลังจากรู้แน่ว่านางและพี่ชายมิได้มีส่วนร่วมในกระบวนการทุจริตเงินและเสบียงพระราชทานเขาก็ทำตัวเป็ผู้พิทักษ์มาคอยแฝงกายดูแลนางที่ห้องพักเขาทำหน้าเคร่งขรึมจนนางเกรงใจยามจะอาบน้ำหรือแต่งกายก็ต้องคอยเตือนให้เขาออกจากห้องนอนนางไปเสียก่อนเมื่อคืนเขาก็ไม่ยอมกลับไปโรงเตี๊ยม นอนเฝ้านางอยู่ที่เก้าอี้มุมห้องจนนางต้องเอาผ้าห่มไปห่มให้ยามดึก
“ใต้เท้าหู่ท่านกลับไปก่อนก็ได้เ้าค่ะ พี่ชายข้าส่งคนมาคอยเฝ้าข้างนอกแล้ว”สีหน้าของนางแฝงความเกรงใจอย่างยิ่ง หู่ซิ่นสือดูแล้วยิ่งหงุดหงิด
“ถึงอย่างไรหากมีคนคิดปองร้ายเ้าจริงแค่สองคนข้างนอกนั้นคงต้านอันตรายไว้มิได้ สู้ดีข้าคอยดูแลเ้าอีกคนจะดีกว่า”
“ท่านบอกว่าคราวนี้ท่านมากับเ้านายมิใช่หรือ?ป่านนี้นายท่านคงจะรอท่านอยู่กระมัง?”
หู่ซิ่นสือได้ยินเช่นนั้นก็ใจริงสิ! เขาลืมไปดูแลฮ่องเต้กับฮองเฮาเสียสนิทวันนี้มัวแต่วุ่นวายใจที่มีคุณชายหน้าใหม่สองคนมาขอฟังดนตรีที่นางบรรเลงเขาจึงเดินตามไปนั่งเฝ้านางอยู่ในหอซิงเยว่อยู่ห่างๆรอจนนางเสร็จธุระแล้วก็เดินกลับมานี่
“เช่นนั้นข้ากลับไปเรียนนายท่านก่อนคืนนี้ค่อยกลับมาอยู่เป็เพื่อนเ้า”
“มิได้ๆข้าเกรงท่านจะลำบาก”
“เ้าอย่ากล่าวเช่นนั้นเลยความปลอดภัยของเ้าเป็สิ่งที่ข้าต้องรับผิดชอบ”เขาเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึมก่อนผละจากไป
ฟั่นชุนหลันหัวเราะเบาๆ“คุณหนู ใต้เท้าหู่มาเฝ้าท่านขนาดนี้คิดว่าเขาทำเพื่อความปลอดภัยท่านจริงๆ หรือ?”
“เ้าก็รู้ว่าข้าไม่อยากให้เขามีความหวัง”
“แต่ท่านเองก็ชอบเขามิใช่หรือ?”
“ข้ากับเขาอย่างไรก็ไม่เหมาะสมกับสู้ดีอย่ามีสัมพันธ์เลยจะดีกว่าดูก็พอรู้ว่าฐานะและตระกูลของหู่ซิ่นสือผู้นี้มิใช่ธรรมดาข้าจะเข้าไปในตระกูลเขาได้อย่างไร?”
ฟั่นชุนหลันมิกล้าเอ่ยปากยุยงหากคุณหนูของนางต้องเข้าไปในตระกูลขุนนางใหญ่เช่นนั้นจริงปลายทางอาจมิใช่ความสุขอย่างที่คาดหวัง “อืม...ก็จริง”
หู่ซิ่นสือเคาะประตูห้องนั้นสองรอบเป็จังหวะที่ตกลงกันไว้จึงได้ยินเสียงอนุญาต “ข้าน้อยมาช้า โปรดให้อภัยขอรับ”
ิเฟยหลงยกถ้วยน้ำชาร้อนๆขึ้นเป่าไอออกก่อนจิบเล็กน้อย เขามานั่งรอที่ห้องพักขององครักษ์หู่ได้เกือบสองเค่อแล้ว“เ้าคงมีธุระส่วนตัวมากจนมิค่อยมีกะจิตกะใจจะรับใช้ข้าแล้วกระมัง?”
“หามิได้ขอรับ”
“หากเ้าคิดจะเอานางกลับเมืองหลวงด้วยก็รวบหัวรวบหางเสียให้เรียบร้อยก่อน”ฮ่องเต้ปรายพระเนตรมองหู่ซิ่นสือ องครักษ์ที่ติดตามพระองค์มาแต่เล็กแต่น้อยยืนก้มหน้านิ่ง“เ้าชอบนางใช่หรือไม่?”
“ขอรับ”
“เช่นนั้นอย่ามัวช้กช้าหากเ้าไม่บอกนางให้ชัดเจนนางย่อมไม่รู้ว่าเ้า้าสิ่งใด”
“หากนางไม่อยากแต่งงานกับขุนนางเล่าขอรับ?”
“แค่เ้าทำให้นางยอมตกเป็ของเ้าไม่ว่าเ้าจะมีอาชีพหรือตำแหน่งใดถึงยามนั้นนางก็จะไม่สนใจอีกต่อไปแล้ว” ิเฟยหลงยกยิ้มมุมปาก“อย่ามัวแต่เป็สุภาพบุรุษอยู่นักเลย”