ภัทรกรเงยหน้ามองเมื่อประตูห้องทำงานถูกเคาะเรียกจากคนภายนอก เรือนร่างท้วมทว่ามีส่วนเว้าโค้งห่อหุ้มด้วยเสื้อผ้าราคาแพงดีไซน์สวยทันสมัยพร้อมน้ำหอมกลิ่นคุ้นเคยย่างเข้ามาปรากฏกายภายในห้องทำงานส่วนตัวของเขา
ชายหนุ่มยิ้ม มารดาของเขามาที่ออฟฟิศบ่อยกว่าปกติ คงมีเรื่องบางอย่างอยากติดตามสอบถามแต่ครั้นจะโทรมาก็ดูจะจงใจใส่ใจเกินไปเพราะคงหนีไม่พ้นเรื่องกณิกนันท์ที่เขาเคยเปรยไว้ว่าคล้ายกับเธอกำลังตั้งท้อง
“ไปไหนมาเหรอครับหรือตั้งใจมาหาลูกชาย” เขาคล้ายจะแซวแต่คนไม่อยากถูกใจได้ว่าจะมาติดตามเรื่องหลานเสทำเป็นอ้างเรื่องอื่น
“ไปทำบุญเมื่อเช้าก็เลยเจอขนมที่ภรีมแม่ก็เลยแวะเอามาฝาก” นางวางขนมไทยห่อใบเคยให้เขาบนโต๊ะ
“ขอบคุณครับ อยากทานอยู่พอดี” ลูกชายพูดเอาใจก่อนชวนคุยไถ่ถามถึงบิดา เห็นว่าเขาติดพันอยู่ที่งานสัมมนาเกี่ยวกับการลดมลภาวะทางอากาศที่นิวซิแลนด์หลังจากเซ็นสัญญาเข้าร่วมโครงการอุตสาหกรรมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกคงกลับมาราวสามสี่วันข้างหน้า
คุณนายศิรินาถตอบคำถามลูกชายแล้วชวนคุยสารทุกข์สุกดิบเรื่อยเปื่อยกระทั่งเริ่มวกกลับเข้าเรื่องส่วนตัวที่อยากรู้อย่างจริงจัง
“สรุปว่ายังไงเมียลูกน่ะ ท้องมั้ย” คุณหญิงวัยกลางคนแสร้งทำเป็นมองเล็บมือที่ทำมาใหม่คล้ายว่าจะไม่สนใจคำตอบ ทว่าเงี่ยหูฟังอย่างรอลุ้นคำตอบ
ชายหนุ่มยิ้มอารมณ์ดีหลังเหลือบมองมารดา
ทำไมเขาจะไม่รู้ อาการแบบนี้แม่กำลังเห่อหนักมาก ลุ้นขาดใจชัดๆ อยากได้หลานแต่แสร้งทำเป็นเก๊ก
“ครับ” เขาจงใจตอบแค่นั้น
คนกำลังจะเป็นย่าตาลุกวาว ดีใจจนเนื้อเต้นแทบเก็บอาการไม่อยู่ หากเมียของลูกชายไม่ใช่เด็กที่นางตั้งแง่ด้วยแต่แรกคงแสดงออกชัดเจนกว่านี้ว่า ‘กำลังจนแทบไชโยโห่ร้อง’ เลยทีเดียว
“นานเท่าไหร่แล้วล่ะ” คนถามแสร้งทำเมินคล้ายไม่สำคัญ หากแต่ลุ้นคำตอบอย่างใจจดจ่อ
“6 สัปดาห์แล้วครับ”
“ไปตรวจมาแล้วเหรอ” ใช่ว่านางไม่เชื่อหากแต่อยากมั่นใจจากคำยืนยันของแพทย์จะได้มีดีใจเก้อต่างหาก
“ไปตรวจเรียบร้อยแล้วครับ” เสียดายที่คุณหมอแนะนำให้ทำอัลตราซาวด์หลังอายุครรภ์ 8 สัปดาห์ขึ้นไปไม่เช่นนั้นเขาคงมีรูปไว้อวดว่าที่คุณย่า
“แล้วคิดเรื่องคลอดหรือยัง จะผ่า หรือจะคลอดธรรมชาติ”
เขาเกือบสำลักน้ำลาย เนี่ยเหรออาการคนไม่เห่อ คิดไปถึงตอนคลอดโน้นแล้ว เผลอๆ กลับไปอาจคิดเรื่องโรงเรียนเตรียมอนุบาล โรงเรียนประถมเผื่อไว้ล่วงหน้า ให้เลขาช่วยหาข้อมูลไว้ช่วยตัดสินใจเลยด้วยซ้ำไปว่าจะให้หลานเรียนคณะอะไรตอนขึ้นมหาวิทยาลัย แม่ของเขาเป็นคนคิดการณ์ไกลชายหนุ่มจึงค่อนข้างมั่นใจว่าท่านนี่แหละที่จะช่วยตระเตรียมชีวิตหลานอย่างขะมักเขม้นยิ่งกว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่เสียอีก
“ยังหรอกครับ ค่อยเลือกใกล้ๆ คลอดก็ได้”
“แล้วใครจะเป็นคนเลี้ยง”
“แม่อยากเลี้ยงเหรอครับ”
คุณศิรินาถงับปากฉับ “ใครบอกว่าฉันอยากจะเลี้ยง!” เสียงแข็งขึ้นทันใดเชียวนะพอจะถูกจับได้ว่าเห่ออยากได้หลานไปเลี้ยง
“งั้นคงต้องให้แม่หรือไม่ก็ยายเขาช่วยกันเลี้ยงมั้งครับ ส่งไปอยู่นครนายกสักพักก็ได้ บัวจะได้มีคนช่วยเลี้ยง”
“มันไกล!” นางรีบขัด
“ไกลจากอะไร ไกลจากใครเหรอครับ” ลูกชายของนางแกล้งทำเป็นไขสือ เขารู้ว่าแม่อยากอยู่ใกล้ๆ หลาน ถ้าขืนเอาไปเลี้ยงถึงนครนายกนางก็จะหาเหตุผลหาข้ออ้างแวะเวียนไปหาบ่อยๆ ไม่ได้เท่ากับเลี้ยงที่กรุงเทพฯ
“ก็ไกลจากภรีมน่ะสิ งานที่บริษัทก็ต้องบริหาร จะทนคิดถึงลูกไหวเหรอ เหนื่อยแย่เลยต้องขับรถไปๆ มาๆ ระหว่างนครนายกกับกรุงเทพฯ” นางว่าพลางยกแขนขึ้นกอดอกแล้วสับขาไขว่ห้าง ไม่สบอารมณ์ความคิดไม่เข้าท่าของสองคนผัวเมียมีอย่างที่ไหนพ่ออยู่ที่จะแยกลูกไปอยู่อีกที่
“งั้นเราค่อยวางแผนอีกทีก็ได้ครับว่าจะเลี้ยงแกที่ไหนดี บ้านของผมกว้างขวางช่วงคลอดใหม่ๆ อาจจะขอให้แม่ของบัวมาช่วยเลี้ยงที่บ้าน ได้คนมีประสบการณ์ช่วยดูแลจะได้อุ่นใจมากขึ้นตอนผมไม่อยู่ช่วยเธอเลี้ยง”