ตอนที่3
โสมเพลิงโลกันต์
"แม่นางน้อยแม่นางน้อย...หนิงเซียน" ใบหน้าของเสวี่ยิกลับกลายเป็ขาวซีดเสียยิ่งกว่าใบหน้าของเด็กสาวหนิงเซียนเสียอีกเมื่อเสียงเรียกมิอาจปลุก เสวี่ยิจึงจำต้องถือวิสาสะถูกเนื้อต้องตัว เสวี่ยิจับแขนเด็กหญิงเขย่าโดยแรงแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าเด็กหญิงจะฟื้นตื่นขึ้นมา ยังดีที่รับรู้หล่อนยังคงมีลมหายใจอยู่หลังจากนั้นเสวี่ยิยังคงทดลองอีกหลายวิธีก็มิอาจปลุกเด็กสาวให้ฟื้นขึ้นมาได้เขาจึงเลือกที่จะนั่งเฝ้าอย่างสงบแทน
หลังจากที่ไม่สามารถปลุกหนิงเซียนได้เสวี่ยิจึงเลือกที่จะหยิบจี้หยดน้ำขึ้นมาชมดู แม้เขาไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่จะมากน้อยเ้าจี้สีฟ้าอ่อนอันนี้ ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหมดสติไปของหนิงเซียนเสวี่ยิสำรวจพลิกตะแคงจี้หยดน้ำไปมาอยู่หลายรอบ แต่ไม่พบว่ามีสิ่งใดแปลกประหลาดจนสุดท้ายเอาจี้หยกอมเข้าปากไปชิม แต่ก็ไม่พบว่ามีสิ่งใดผิดปกติเช่นกันจึงได้เอาจี้หยกสวมคล้องกลับเข้าไปที่คอเช่นเดิม
เวลาผ่านไปกว่าสองชั่วยาม...ห่างอีกเพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วยามฟ้าก็จะสางแต่หนิงเซียนยังไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นตื่นขึ้น ทำให้เสวี่ยิจำต้องอดหลับอดนอนถ่างตาเฝ้ารอคอยต่อไป
แกร๊กแกร๊ก ฟู่ ฟู่...แต่แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาทำลายความเงียบสงัด
เสวี่ยิหลับตาลงใช้สองหูเงี่ยฟังจำแนกทิศทางของเสียงแต่ก็ไม่อาจแยกทิศทางของเสียงได้ราวกับว่ามันดังมาจากใต้ดินบริเวณที่เขานั่งอยู่แต่เมื่อเสวี่ยิลุกขึ้นยืนสำรวจก็ไม่พบเห็นสิ่งใด แต่แล้วเ้าเสียงนั้นก็ค่อย ๆเคลื่อนออกไปอย่างช้าจากจุดที่เสวี่ยิยืนอยู่ มันตรงไปในทิศทาง ซึ่งร่างไร้สติของเด็กสาวหนิงเซียนนอนอยู่
เสวี่ยิมองดูอย่างสนใจเพราะตอนนี้เขารู้แล้วว่าเสียงนั้นดังมาจากข้างใต้พื้นดินเพียงแต่ไม่อาจบอกได้ว่ามันคืออะไร ครั้นจะให้หนี โดยที่ต้องแบกร่างของหนิงเซียนออกไปด้วยก็ไม่น่าจะทันแถมจากคำบอกเล่าก่อนหน้าของหนิงเซียนว่าที่ด้านนอกมีผู้คนไม่ดีป้วนเปี้ยนไปมาอีกหากหลบหนีจนไปพบปะพวกมันเข้า ก็คงย่ำแย่ยิ่งกว่าที่เป็อยู่
ปุ๊!!!เสียงดินแตกปะทุออกเป็รูขนาดเท่ากำปั้น ก่อนที่ร่างคล้ายมนุษย์ตัวเล็กสูงราวหนึ่งฟุตจะะโออกมาจากช่องว่าง เสวี่ยิมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อเขาไม่รู้ว่าเ้าสิ่งมีชีวิตที่โผล่ออกมานี้มันคืออะไร แต่เขามั่นใจว่าไม่เคยเห็นสิ่งมีชีวิตอะไรที่เป็เช่นนี้มาก่อน
"ปปปปะ...ปีศาจตัวจิ๋ว"เสวี่ยิใถอยหลังจนสะดุดขาตัวเองล้มลงก้นจ้ำเบ้า แต่ดูเหมือนเ้าสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์ตัวจิ๋วหาได้สนใจเขามันตรงดิ่งเข้าไปยังร่างไร้สติของหนิงเซียน แขนที่เล็กเรียว ยาวผิดรูปทั้งสองข้างซุกเข้าไปภายในร่มผ้าของหญิงสาวอย่างว่องไว จนเสวี่ยิที่กล้า ๆ กลัว ๆ ถึงกับอ้าปากค้าง
"ปีศาจโรคจิต แก! ไอ้โรคจิต! อย่าอยู่เลย!" ปากของเสวี่ยิก่นด่าไม่หยุดก่อนจะทะยานเข้าใส่เ้าปีศาจตัวจิ๋ว แต่ทุกครั้งที่เสวี่ยิกำลังจะเข้าถึงตัว มันก็ผลุบหลบไปยังอีกด้านได้เสียทุกครั้งแม้เสวี่ยิจะพยายามจู่โจมมันอยู่หลายครั้ง แต่เ้าสิ่งมีชีวิตประหลาดหาได้สนใจการโจมตีของเสวี่ยิแม้แต่น้อยมันยังคงตั้งอกตั้งใจใช้มือยาวสอดเสาะไปบนร่างของเด็กสาว ราวกับกำลังค้นหาสิ่งของบางอย่างอยู่
แต่เสวี่ยิก็ยังไม่ท้อถอยเขายังตามรังควานเ้าปีศาจตัวจิ๋วอย่างไม่ลดละ จนในที่สุดเ้าปีศาจตัวจิ๋วก็หันมาสนใจเสวี่ยิจนได้แขนผอมยาว ซึ่งมองเห็นฝ่ามือได้ไม่ชัดตานัก ฟาดเข้าใส่ลำตัวด้านข้างของเสวี่ยิอย่างไม่ทันตั้งตัวแรงปะทะหนักหน่วงกว่าห้าร้อยจินไม่ต่างจากถูกท่อนไม้แข็งในมือชายฉกรรจ์ฟาดใส่เต็มแรงยังดีที่เสวี่ยิมีพื้นฐานฝึกตนขั้นที่หนึ่ง แม้จะถดถอยลงมาจากเดิม แต่ก็เป็พื้นฐานลมปราณขั้นที่หนึ่งใน่ปลายสุดก่อนที่จะทะลวงสู่ขีดขั้นที่สองทำให้เขาสามารถทนทานรับการโจมตีทางกายภาพของเ้าปีศาจจิ๋วได้ โดยไม่ได้รับาเ็แค่ที่ผิวกายภายนอก
เมื่อเ้าปีศาจจิ๋วเห็นว่าการโจมตีของมันไม่สามารถไล่แมลงรำคาญเช่นเสวี่ยิไปได้มันจึงเร่งเร้าพลังในร่างจนเกิดเปลวเพลิงลุกท่วมตัวแสงสว่างจากเปลวเพลิงส่องให้เสวี่ยิเห็นเ้าปีศาจตัวจิ๋วได้ถนัดตาและรับรู้ได้ในทันทีว่าเ้านี่หาใช่ปีศาจดั่งที่คิดไว้ในตอนแรกแต่มันคือพืชวิเศษที่หนิงเซียนกำลังตามหา...โสมเพลิงโลกันต์
โสมเพลิงโลกันต์ไม่รั้งรอให้เสวี่ยิได้คิดทบทวนปล่อยเปลวเพลิงร้อนแรงเข้าใส่เขาในทันที
ดวงไฟร้อนลวกขนาดเท่าฝ่ามือพุ่งเข้าใส่เสวี่ยิจากทางด้านหน้าเสวี่ยิไม่รู้ว่าเ้าบอลเพลิงอันตรายขนาดไหน จึงไม่กล้าที่จะต้านรับ เขาทะยานหลบออกไปทางด้านข้างปล่อยให้เปลวเพลิงพวยพุ่งกระทบกับผนังถ้ำ ส่งเสียงดังปัง ฝุ่นผงล่วงกราวลงมาพร้อมปรากฏรอยจมลึกเข้าไปในผนังขนาดใหญ่
เสวี่ยิเหม่อมองดูร่องรอยการโจมตีเมื่อครู่ก่อนจะกลืนน้ำลายเหนียวลงไปในคอ พร้อมจินตนาการว่าหากหลบไม่พ้น สภาพของเขาในตอนนี้คงแหลกเละไม่ต่างจากผนังถ้ำ
...การโจมตีด้วยเพลิงของมันรุนแรงกว่าการโจมตีด้วยแรงกายอย่างเทียบกันไม่ติดหากหลบหลีกต่อไปย่อมไม่เป็ผลดีแน่ เกิดพลาดพลั้งขึ้นมาอาจจะได้กลายเป็ผีเฝ้าถ้ำแห่งนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
เสวี่ยิเหลือบตาดูหนิงเซียนแวบหนึ่งก่อนจะวิ่งฉีกออกเพื่อล่อเ้าโสมเพลิงโลกันต์ ให้ออกห่างจากร่างของเด็กสาว แต่ดูเหมือนว่ามันไม่้าที่จะออกห่างจากตัวของหนิงเซียนแม้แต่น้อยทันทีที่เสวี่ยิออกมาห่างจนเกินไป มันก็ลดเปลวเพลิงที่ลุกท่วมตัวลงและลงมือค้นตัวเด็กสาวอีกครั้ง
...เ้านี่มันฉลาดใช่เล่นแต่ดูเหมือนว่ามันจะมีพฤติกรรมซ้ำ ๆยามใดที่มันอยู่ใกล้กับตัวของหนิงเซียนมันกลับไม่ยอมใช้เปลวเพลิงเพื่อโจมตีรวมถึงตอนที่สำรวจตัวของหนิงเซียนด้วย
หลังจากที่เสวี่ยิทดลองเคลื่อนตัวเข้าใกล้และออกห่างอยู่สามรอบ เขาก็มั่นใจในข้อสันนิษฐานของตัวเอง บวกกับเสวี่ยิไม่ได้เกรงกลัวการโจมตีด้วยแรงของเ้าโสมเพลิงโลกันต์แม้แต่น้อยเสวี่ยิจึงได้ใช้การเลียนแบบเสือยามตะครุบตะครุบเหยื่อ เสวี่ยิหมอบซุ่มตัวและค่อย ๆ คืบคลานไปทีละนิดในระหว่างที่เ้าโสมเพลิงโลกันต์กำลังจดจ่ออยู่กับร่างของหนิงเซียน เสวี่ยิก็เคลื่อนตัวจนอยู่ในระยะที่มั่นใจว่าจะสามารถกระโจนเข้ากอดเ้าโสมเพลิงโลกันต์ได้ทันก่อนที่มันจะหลบหนีไป
"แกเสร็จข้าละ"เสวี่ยิทะยานออกไปพร้อมพึมพำกับตัวเอง โสมเพลิงโลกันต์กำลังจดจ่ออยู่กับการค้นหาของบางอย่างในร่างของหนิงเซียนทำให้มันชักช้าไปวูบหนึ่ง แต่ยังคงเบี่ยงลำตัวหลบแขนที่คว้าจับของเสวี่ยิได้ทันแต่ไม่ทั้งหมดของร่างกายที่ระโยงระยางของมัน เพราะกิ่งก้านที่ยืดยาวออกเป็ส่วนขากลับไม่อาจหลุดพ้นจากกำมืออันแข็งแกร่งของเสวี่ยิพ้นโสมเพลิงโลกันต์โดนฉุดลากดึงกลับเข้าไปหาเสวี่ยิในท้ายที่สุด
แต่เ้าโสมเพลิงโลกันต์หาได้ยอมแพ้เพราะตอนนี้ตัวมันกำลังเปล่งแสงร้อนลวกออกมา เปลวเพลิงค่อย ๆลุกไหม้จากส่วนบนลงมาส่วนล่าง ทำให้เสวี่ยิไม่อาจจับมันได้อีก เสวี่ยิจึงเลือกที่จะสะบัดเ้าโสมเพลิงโลกันต์ด้วยแรงทั้งหมดที่มีเข้ากระแทกกับพื้น จนเปลวเพลิงที่สว่างไสว กระพริบถี่และดับลง
เมื่อเห็นว่าเปลวเพลิงหายไปแล้วเสวี่ยิก็ลงมือพุ่งเข้าตะครุบร่างของโสมเพลิงโลกันต์อีกครั้งแต่มันยังคงว่องไวดุจเดิมทำให้เขาจับได้เพียงกิ่งก้านหนึ่งของมันซึ่งตอนนี้เสวี่ยิไม่สนแล้วว่ามันจะเป็ส่วนแขน หรือส่วนขากลิ่นหอมรัญจวนพลันพวยพุ่งออกมาจากรอยฉีกขาดขณะที่มันถูกเหวี่ยงลงกระแทกพื้นทำเอาเสวี่ยิน้ำลายสอ ประกอบกับเห็นโสมเพลิงโลกันต์พยายามดื้นเพื่อให้หลุดจากมือของตัวเองเสวี่ยิจึงตัดสินใจอ้าปากงับเข้าไปที่เนื้อของมันคำหนึ่ง
ทันทีที่ปากััถูกกับรอยรั่วของผิวโสมเพลิงโลกันต์ความร้อนลวกพลันพวยพุ่งเข้าใส่เสวี่ยิจนไม่อาจหายใจพลังหยางบริสุทธิ์อันร้อนลวกเผาจนปากของเสวี่ยิบวมพองในทันทีภายในร่างกายรู้สึกราวกับมีเปลวเพลิงวิ่งวนไปมาไม่หยุดยั้ง ความเ็ปทิ่มแทงไปทั่วร่างราวกับเืในกายกำลังเดือดพล่าน สติของเสวี่ยิเริ่มหลุดลอย จนสุดที่จะฝืนสุดท้ายมือที่กำโสมเพลิงโลกันต์ก็คลายออก
ครานี้เมื่อโสมเพลิงโลกันต์หลุดจากการจับยึดของเสวี่ยิมันกลับไม่ได้ตรงไปยังร่างของหนิงเซียนเช่นทุกทีแต่กลับพุ่งตรงเข้าใส่เสวี่ยิที่กำลังจะหมดสติ เมื่อเคลื่ยนเข้าสู่ระยะโจมตีบริเวณกลางลำตัวของมันก็เปิดอ้าออกเผยให้เห็นฟันซี่เล็กแหลมยื่นโผล่ออกมา ก่อนจะพุ่งเข้าไปกัดที่แขนขวาของเสวี่ยิจนจมเขี้ยว
แต่แล้วเื่ไม่คาดคิดก็บังเกิดร่างของโสมเพลิงโลกันต์ที่กัดเข้าใส่แขนของเสวี่ยิกลับเป็ฝ่ายที่ต้องกระเด็นกระดอนออกไปที่ผิวเกิดการปริแตกหลายจุด จนไอหอมของมันรั่วไหลออกมาจำนวนมาก แม้มันจะสงสัยแต่ดูเหมือนเ้าโสมเพลิงโลกันต์ จะหัวร้อนเสียแล้ว มันหาได้สนใจแรงสะท้อนในคราแรกตรงเข้าใส่เสวี่ยิที่บริเวณหน้าอกด้านซ้าย หมายจะกัดสะบั้นขั้วหัวใจของเด็กหนุ่มให้สิ้นชีพไปในคราเดียวแต่ทันทีที่มันััถูกกับกับหน้าอกของเสวี่ยิ ร่างของโสมเพลิงโลกันต์ก็ถูกผลักออกกระแทกเข้ากับผนังถ้ำจนแน่นิ่งไม่ไหวติงอีกต่อไป