บทที่ 9 แคว้นต้าฉินชี้กวางเป็ม้า ต้าฮั่นของข้าก็ทำได้
"ทำไมไม่ส่งท่านไปแทนเล่า?"
พระสนมชีหน้าแดงก่ำ ส่วนหลิวปังก็โกรธจนหน้ามืด เมื่อกล่าวจบก็เตรียมจะหยิบพื้นรองเท้าขึ้นมาทุบลูกทรพีที่ปากไม่มีหูรูดผู้นั้น "เ้าเด็กสารเลว กล้าให้ผู้หญิงของข้าแต่งงานกับฉานอวี๋ม่อตุ้น วันนี้ข้าจะตีเ้าให้ตาย!"
"หลิวจี้!" หลิวไท่กงะโเสียงดัง
เมื่อได้ยินชื่อรองของตนจากปากบิดา ทันใดนั้นเ้าคนเ้าเล่ห์ที่ปกติจะดูน่าเกรงขาม กลับกลายเป็เ้าสามผู้ซื่อบื้อและอ่อนน้อมในทันที
ด้านหลิวอิ๋งไม่รอให้เสียโอกาส รีบกล่าวต่อไปว่า "เสด็จพ่อ ท่านผิดแล้ว ทีข้าให้ท่านส่งผู้หญิงของท่านไป ท่านยังรู้จักโกรธ”
“แต่พอเป็ลูกสาวท่าน ท่านกลับยอมก้มหัวให้พวกมันเนี่ยนะ? เสด็จพี่หลู่หยวนไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของท่านหรือ? ข้าว่าท่านมันขี้ขลาด!"
คำพูดของหลิวอิ๋งแทงใจดำหลิวปังเข้าอย่างจัง
"เ้าบอกว่าข้าขี้ขลาดหรือ?"
ฟึ่บ! หลิวปังกระชากเสื้อผ้าออกจากร่าง เผยให้เห็นรอยแผลเป็ทั่วทั้งตัว
แม้แต่หลิวอิ๋งที่คุ้นเคยกับภาพยนตร์า ก็ยังต้องตกตะลึงกับรอยแผลดาบบนตัวของเ้าคนเ้าเล่ห์ผู้นี้! หกปีที่สู้รบกับฉู่และฮั่น ร่างกายได้รับาเ็สาหัสสิบสองแห่ง ถูกลูกศรและหินพุ่งทะลุร่างถึงสี่แห่ง!
"ข้าสามารถเอาชนะเซี่ยงอวี่ได้ แม้จะมีหานซิ่น จางเหลียง เซียวเหอ และคนอื่น ๆ คอยช่วยเหลือ!"
"แต่นั่นก็ต้องแลกมาด้วยาแสิบสองแห่ง ลูกศรปักทะลุสี่จุด ผ่านศึกนับร้อยครั้งโดยไม่พ่ายแพ้ จนกระทั่งทำลายแคว้นฉู่ได้สำเร็จ!"
"เมื่อเทียบกับเซี่ยงอวี่แล้ว ม่อตุ้นมันจะเป็ตัวอะไร! หากมิใช่เพราะใต้หล้าอ่อนล้า ข้าจะจับมันมาเป็ทาสจูงม้าเสียให้เข็ด!"
หลิวปังโกรธจัดอย่างเห็นได้ชัด แต่หลิวอิ๋งกลับยิ่งสาดน้ำมันเข้ากองไฟ "เสด็จพ่อ หากท่านกล้าหาญเช่นนั้นจริง ฉานอวี๋ม่อตุ้นคงไม่กล้าพูดจาสามหาวเช่นนี้หรอก!"
ความคิดของหลิวอิ๋งนั้นเรียบง่าย ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องไม่ให้องค์หญิงหลู่หยวนแต่งงานออกไป นี่คือความปรารถนาอันแรงกล้าที่จักรพรรดิฮั่นฮุ่ยตี้มอบให้แก่เขา
เพราะผู้หญิงทุกคนที่แต่งงานไปยังซยงหนู มักจะมีจุดจบที่ไม่ดีนัก พวกที่เรียกตนเองว่าฉานอวี๋เหล่านี้ ไม่มีความเคารพต่อสตรีชาวฮั่น มีเพียงการระบายอารมณ์อย่างไม่สิ้นสุด
การแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรี แม้จะรักษาผลประโยชน์ทางการเมืองของราชวงศ์ต้าฮั่นไว้ได้ แต่กลับสร้างความทุกข์ทรมานให้แก่สตรีที่ต้องแต่งงานไกลไปยังซยงหนู
"หืม? เ้าเด็กนี่พูดว่าอะไรนะ?" หลิวปังยังคงฝังใจกับเหตุการณ์วงล้อมป๋ายเติง กลยุทธ์การแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรีที่โหลวจิ้งขุนนางเจี้ยนซิ่นโหวเสนอมานั้น ความจริงแล้วถูกต้องอย่างยิ่ง
ซยงหนูเกรงกลัวความแข็งแกร่งของราชวงศ์ฮั่นในจงหยวน ส่วนราชวงศ์ฮั่นเองก็้าการพักฟื้นบำรุงกำลัง เพื่อให้ราษฎรทั่วใต้หล้าที่ทนทุกข์มาั้แ่ปลายสมัยฉินได้หายใจหายคอได้บ้าง
หลิวปังรบกับเซี่ยงอวี่ที่หรงหยาง แย่งชิงปากทางเข้าเมืองเฉิงเกา รบใหญ่เจ็ดสิบครั้ง รบย่อยสี่สิบครั้ง ทำให้ราษฎรทั่วใต้หล้าต้องล้มตายเป็จำนวนมาก พ่อลูกถูกทิ้งศพกลางทุ่งนับไม่ถ้วน เสียงร้องไห้ระงมไม่ขาดสาย
หลิวปังอยากจะเอาแต่ใจ นำหานซิ่น จางเหลียง และพี่น้องเก่า ๆ ไปตัดสินแพ้ชนะกับฉานอวี๋ม่อตุ้นอีกสักครั้ง แต่เขาก็ตระหนักได้อย่างมีสติว่า ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับาระหว่างฮั่นและซยงหนู
"ฉานอวี๋ม่อตุ้นหมายปองเสด็จแม่ของข้า ทั้งยังรู้ว่าท่านอายุมากแล้ว ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะลาโลกนี้ไป"
"เขากล่าวว่า เมื่อท่านจากไปแล้ว เขาเต็มใจจะรับเสด็จแม่ของข้าเป็ชายา!"
"ในเมื่อเสด็จพ่อ้าการแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรี ส่งฮองเฮาไปเสียเลยไม่ดีกว่าหรือ ตรงตามความ้าของฉานอวี๋ม่อตุ้นพอดี"
คำพูดที่อกตัญญูเช่นนี้ ต่อให้เป็ฮองเฮาหลวี่ก็คงโกรธจนกัดฟัน องค์หญิงหลู่หยวนถึงกับอ้าปากค้าง ไม่รู้ว่าน้องชายที่ปกติขี้ขลาดไร้ความสามารถ ั้แ่เมื่อไหร่ที่กล้าพูดกับเสด็จพ่อและเสด็จแม่เช่นนี้!
"เ้าลูกทรพี!" หลิวปังถลึงตาใส่ ปกติหลังงานเลี้ยงในครอบครัว เขาจะเต้นรำท่ามกลางเสียงเพลงอันไพเราะของพระสนมชี และบางครั้งก็จะใช้เสียงแหบ ๆ ของตนร้องเพลงคลอไปด้วย
แต่วันนี้เขาไม่มีอารมณ์เช่นนั้น หลังจากตรึกตรองซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลิวปังก็ให้คำตอบที่ชัดเจน "ข้าจะไม่แต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรีแล้ว ข้าจะไปสู้กับฉานอวี๋ม่อตุ้นสักตั้ง!"
"เดี๋ยวข้าจะบอกหานซิ่นว่า ข้าคืนอำนาจทหารให้เขา ให้เขาไปฝึกทหารต่อ! ข้าจะทำให้ฉานอวี๋ม่อตุ้นมาเป็ทาสจูงม้าของต้าฮั่น!"
จักรพรรดิพิโรธ ศพกองเป็ูเา คำพูดของหลิวอิ๋งทำให้โอรส์แห่งต้าฮั่นเกลียดชังซยงหนูเข้าอย่างจัง
หลิวหรูอี้ไม่เคยเห็นด้านที่เปี่ยมไปด้วยจิตสังหารของเสด็จพ่อขนาดนี้มาก่อน องค์ชายคนอื่น ๆ ต่างก็ใจนตัวสั่น อยากจะมุดหัวลงดินให้รู้แล้วรู้รอด
"เสด็จพ่อ ท่านอายุขนาดนี้แล้ว เหตุใดจึงยังไม่โตเสียที? ทหารม้าซยงหนูเคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับลม รบเสร็จก็หนี ท่านจะเอาอะไรไปสู้กับเขา?"
"หากยกทัพไปปราบซยงหนูแล้วท่านเกิดเป็อะไรขึ้นมา ใต้หล้าคงต้องแตกแยกอีกครั้ง ท่านช่วยโตเป็ผู้ใหญ่หน่อยได้หรือไม่?" ในขณะที่คนอื่น ๆ กำลังคิดว่าจะเกลี้ยกล่อมหลิวปังอย่างนุ่มนวลได้อย่างไร หลิวอิ๋งก็โพล่งออกมาเสียแล้ว
"เ้า..." ตอนนี้หลิวปังเข้าใจความรู้สึกอึดอัดของโจวชางแล้ว เ้าเด็กนี่ช่างปากคอเราะร้ายนัก คนที่บอกว่าข้าขี้ขลาดก็คือเ้า คนที่บอกว่าข้าบุ่มบ่ามก็ยังเป็เ้า!
"ฮองเฮา เอาพื้นรองเท้ามาให้ข้า วันนี้ข้าต้องหวดเ้าลูกทรพีผู้นี้ให้เข็ด!"
หลวี่จื้อรู้สึกอีกครั้งว่าการรุมตีแบบชายหญิงคู่สำหรับหลิวอิ๋งนั้นน่าจะเหมาะสม "หม่อมฉันเห็นด้วยเพคะ"
เมื่อเห็นจักรพรรดิและฮองเฮาแห่งต้าฮั่นร่วมมือกันอีกครั้ง หลิวอิ๋งรีบหลบไปอยู่ข้างหลังไท่ซ่างหวงทันที "เสด็จปู่ ช่วยข้าด้วย!"
หลิวไท่กงพยักหน้าบอกหลานชายว่าไม่ต้องใ ไท่ซ่างหวงคือผู้ที่กำราบหลิวจี้แห่งอำเภอเพ่ยได้อยู่หมัด
"เสด็จพ่อ ลูกอิ๋งปากไม่มีหูรูดเช่นนี้ วันหน้าต้องเดือดร้อนแน่เพคะ" หลวี่จื้อเป็ฝ่ายเปิดปากพูด หลิวไท่กงให้ความเคารพลูกสะใภ้ผู้นี้เป็พิเศษ ในใจของเขานั้น อนุภรรยาอย่างพระสนมชีไม่นับว่าเป็ลูกสะใภ้ของเขาเลย
"อาอิ๋ง ปู่ขอโทษนะ ปู่กลัวแม่เ้าที่สุด!" กล่าวจบ หลิวไท่กงก็ผลักหลานชายออกมา พร้อมบอกว่าถ้าจะโดนตีก็ให้ยืนตัวตรง ๆ
"เสด็จพ่อ! เสด็จแม่! พวกท่านเข้าใจความหมายของข้าผิดแล้ว! ยามนี้ต้าฮั่นอ่อนล้า ข้าจะสนับสนุนให้ต้าฮั่นยกทัพไกลไปปราบซยงหนูได้อย่างไร? เห็นชัดว่าเสด็จพ่อโง่เขลา ฟังคำแนะนำของข้าไม่เข้าใจเอง!"
หืม? หลิวปังได้ยินดังนั้นก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง เตรียมจะลงมือทันที เ้าเด็กนี่นอกจากจะเถียงแล้ว ยังกล้าด่าว่าเขาโง่อีก!
"ช้าก่อน ลองฟังคำอธิบายของอิ๋งดูก่อนเถิด" ฮองเฮาหลวี่รู้สึกว่าลูกชายเปลี่ยนไปจากเดิม และการที่หลิวอิ๋งยั่วโทสะหลิวปัง ก็เพื่อไม่ให้องค์หญิงหลู่หยวนต้องแต่งงานออกไป
"แค็ก ๆ มีอะไรก็ค่อย ๆ พูดกันเถิด โตขนาดนี้แล้วยังจะใช้กำลังตลอด น่าอายหรือไม่?"
หลิวอิ๋งมองหลิวปังด้วยสายตาเหยียดหยาม แสดงให้เห็นว่าตนเองไม่อยากเป็รัชทายาทข้างกายเขาจริง ๆ
"ชาวซยงหนูตกลงเื่การแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรี สิ่งที่พวกเขา้าคือองค์หญิงจริงหรือ?"
"หามิได้! สิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญคือ เกลือ เหล็ก ผ้าไหม ธัญพืช และสุรา ซึ่งเป็ทรัพยากรที่ไม่มีในทุ่งหญ้า"
"ขอเพียงตกลงมอบทรัพยากรเหล่านี้ให้ ต่อให้ต้องให้ฉานอวี๋ม่อตุ้นแต่งงานกับหมูตัวผู้ เขาก็คงตกลง"
เมื่อหลิวอิ๋งพูดถึงตรงนี้ ก็ไม่ลืมที่จะหยอกล้อว่า "แคว้นต้าฉินชี้กวางเป็ม้า ต้าฮั่นของข้าก็ทำได้เช่นกัน!"
หลวี่จื้อพยักหน้าเห็นด้วย หลิวปังเองก็เริ่มครุ่นคิด แน่นอนว่าการส่งหมูตัวผู้ไปแต่งงานนั้นเป็ไปไม่ได้ เพราะนั่นคือการดูิ่ฉานอวี๋ม่อตุ้น
แต่หากส่งสตรีที่เรียกว่า ‘เชื้อพระวงศ์’ ไป ฉานอวี๋ม่อตุ้นต้องตกลงแน่นอน
สิ่งที่เขาให้ความสำคัญคือต้าฮั่นจะมอบธัญพืชและทรัพยากรให้ได้มากเท่าใด ไม่ใช่ว่าคนที่แต่งงานไปจะเป็องค์หญิงหรือนางกำนัล
"ฝ่าา หม่อมฉันเห็นว่า สามารถคัดเลือกสตรีที่มีรูปโฉมงดงาม แล้วหลอกว่าเป็เชื้อพระวงศ์ ส่งไปแต่งงานกับฉานอวี๋ม่อตุ้นเพคะ"
"ทำเช่นนี้ ทั้งสองฝ่ายจะรักษาหน้าไว้ได้ และหลู่หยวนก็ไม่ต้องแต่งงานไกลไปยังซยงหนู ทั้งสองฝ่ายไม่ต้องใช้ดาบหันเข้าหากัน ราษฎรในจงหยวนจะได้พักฟื้นบำรุงกำลังเพคะ"
หลวี่จื้อในฐานะสตรี เข้าใจความหมายของหลิวอิ๋งได้อย่างรวดเร็ว นี่คือการปกป้องพี่สาวแท้ ๆ ของตนในอีกรูปแบบหนึ่ง
การที่มีความคิดเช่นนี้ แสดงว่าหลิวอิ๋งโตขึ้นแล้ว และเป็บุรุษที่พึ่งพาได้! หลวี่จื้อรู้สึกปลื้มใจยิ่งนัก หลิวปังเห็นด้วยกับคำพูดของหลิวอิ๋งอย่างชัดเจน
"ฮองเฮา เ้าจับเขาไว้ก่อน ข้าจะตีเขาสักรอบแล้วค่อยว่ากัน!"
"เสด็จพ่อ... ท่านไม่มีจรรยาบรรณเลย!"
"จรรยาบรรณรึ? ข้าเป็พ่อเ้า จะต้องมีจรรยาบรรณอะไร? ภายใต้พื้นรองเท้านี่แหละจะสร้างลูกกตัญญู!"
พระสนมชีเริ่มร้องเพลงและเต้นรำอีกครั้ง คลอไปกับเสียงร้องโหยหวนจากการโดนทุบของหลิวอิ๋ง
นอกประตูซ่างหลันหญ้าเขียวขจี ในพระราชวังเว่ยยางมวลบุปผาเบ่งบาน
หลายปีต่อมา เหล่าองค์ชายทั้งหลายจะยังคงคิดถึงวันเวลาที่มีทั้งเสด็จพ่อและเสด็จพี่อยู่พร้อมหน้า