“โอ๊ย!”
ในขณะที่เ้าชีซวนกำลังจะเอื้อมมือเพื่อเปิดประตู แรงกระทุงบริเวณท้องน้อยจากภายในทำให้นางก็รู้สึกเ็ป และดูเหมือนว่าความเ็ปนี้จะเรียกสติของเ้าซีซวนกลับคืนมาทันที เ้าซีชวนนำฝ่ามือลูบเบาๆบริเวณท้อง และพูดในใจว่าขอบคุณนะเ้าก้อนแป้งที่คอยเตือนมารดา มารดานี่ก็กะไรลืมเสียได้ว่ามีเ้าอยู่ หากเ้าไม่ทักทวงมารดาคงต้องพาเ้า ตามไปในนรกเสียแล้ว เ้าซีซวนเอ๋ยหยอกล้อพร้อมกับหยดน้ำตาที่หรั่งริน สุดแสนจะเวทนาบุตรน้อยๆในครรภ์ตนเอง ยังมิทันลืมตาก็ไร้บิดาเสียแล้ว เ้าซีซวนปลอบบุตรในครรภ์ ไม่เป็ไร ไม่เป็ไร ความแค้นของมารดา มารดารอได้ สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือเ้า แล้วเดินจากไป
5 วันต่อมา
“คุณหนูใหญ่ คุณหนูใหญ่เ้าคะ” เสียงเรียกที่ฟังดูคุ้นเคยดังขึ้น
“ มีอะไรก็กล่าวมาหรือเ้ามาสมน้ำหน้าข้าหรืออย่างไร ?”
“มิใช่เช่นนั้นนะเพคะพระองค์เข้าใจหม่อมฉันผิดไป หม่อมฉันเพียงแค่รู้สึกเป็หวงพระองค์จึงได้มา”
“เ้าเป็ห่วงข้าอย่างงั้นรึ หรือเ้าลืมไปแล้วว่าเ้าเคยทำกับข้าไว้อย่างไร ” หวนนึกถึงความหลัง
ในครั้งนั้นวันที่หิมะร่วงหล่นโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าและมีอากาศหนาวเย็นจับใจ ด้วยความเป็หวงสามีอันเป็ที่รักยิ่งกว่าดวงใจ นางกังวลเหลือเกินว่าอากาศหนาวเย็นนี้จะทำให้สามีนางนั้นไม่สบาย รีบสั่งการสาวใช้คนสนิทในทันใด “จงนำน้ำแกงนี้ไปมอบให้กับสวามีข้าบำรุงกาย” แต่ไหนเลยจะรู้ว่าสาวใช้คนสนิทกลับคิดไม่ซื่อ ลักลอบมีความสัมพันธ์กับสามีนาง
ภาพที่เห็น ทั้งสองแนบชิดอิงแอบโอบประคองนอนหลับมิรู้สติและไร้ซึ่งอาภรณ์ครอบคลุมกาย ปราถนาให้เื่นี้เป็เพียงฝัน แต่ไฉนเลยเมื่อความจริงก็คือความจริง ทุกข์ระทมเจียนตายปวดร้าวไปทั้งดวงใจ
ตั้งสติอยู่ซักพักจึงนั่งลงเก้าอี้ข้างตั่งเตียงด้วยความสงบรอคนทั้งสองนั้นตื่นมา เกือบสองชั่วยาม (1ชั่วยาม=2ชั่วโมง)
“ไม่นะเพคะ พระชายาหลี่ซือผิดไปแล้ว” นางรีบะโลงจากเตียงนั่งลงคุกเข่านำหัวโขกพื้นในทันใดแม้แต่เสื้อผ้าก็ยังไม่ทันได้สวมใส่ หยดน้ำตาหรั่งรินล่วงเป็สายราวกับจะขาดใจแต่คนที่ทุกข์ตรอมใจมากกว่าย่อมเป็นาง
จวิ้นอ๋องอี้เทียนหลงได้สติมิรอช้า รีบโอบประคองหลี่ซือในทันใด
“ถ้าจะผิดก็ผิดที่ข้าเอง เมามายมิรู้สติคิดว่าหลี่ซือเป็เ้าได้”
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ
“พี่ขอโทษซวนเอ๋อ ให้อภัยพี่ได้หรือไม่” จวิ้นอ๋องอี้เทียนหลงกล่าวพร้อมกับแววตาทอดหวานซึ้ง “ผิดที่พี่เองที่คิดถึงเ้ามากเกินไป” พร้อมกับเดินเข้ามาโอบประคองเ้าซีซวน
เมื่อรักนั้นคือทุกข์ แล้วความสุขคืออะไร เมื่อรักคือความเสียใจ แล้วทำไมใครๆก็ยัง้า แม้แต่ตัวนางเองก็ยัง้า จึงได้เป็คนโง่งมอยู่อย่างนี้ คนหนึ่งคือชายที่รักส่วนอีกคนคือนางกำนัลรับใช้คนสนิท เจ็บเจียนตายแต่ไม่เป็ไรนางปลอบใจตนเอง
“ซวนเอ่อเ้าเคืองพี่หรือไม่” เสียงจวิ้นอ๋องอี้เทียนหลงดังขึ้นดึงให้เ้าซีซวนออกจากในภวังค์และทำลายความเงียบที่มีแต่เสียงสะอื้นไห้ของหลี่ซือ
“ไม่เพคะ หม่อมฉันเป็ชายาก็ต้องเชื่อฟังสวามี หากสวามี้าอะไรหม่อมฉันจะขัดได้อย่างไร ถ้าสิ่งนั้นทำให้สวามีเกษมสำราญหม่อมฉันก็ยินดี หากพระองค์ไม่ว่ากระไรหม่อมฉันขอยกกำนัลรับใช้นางนี้ให้กับพระองค์ ในฐานะอนุด้วยเถิดเพคะ”
สิ่งนี้เรียกว่าความกลัวได้หรือไม่? ภายในใจลึกๆของนางแล้ว นางกลัวว่าสามีจะขุ่นข้องหมองใจ กลัวว่าสามีจะรักและเอื้ออาทรนางน้อยลง กลัวว่าสามีจะทิ้งนาง หากหลี่ซือทำให้สวามีนางพึ่งใจนางก็ยินดี อย่างน้อยพระองค์จะรู้สึกดีและสงสารเห็นใจนางมากขึ้นหรือไม่นะ
“หากเ้าไม่ว่ากระไรพี่ก็ยินดี” จวิ้นอ๋องอี้เทียนหลงกล่าว
“เพคะ”เ้าซีซวนตอบด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา
“ฉางกงกงรับคำสั่ง แต่งตั้งหลี่ซือเป็อนุหลี่ จัดเตรียมสถานที่พักอะไรที่ควรมีก็จงมอบให้แก่นาง”
“พ่ะยะค่ะ” ฉางกงกงรับคำ
“ฮื่อๆ ไม่นะเพคะพระชายา หม่อมฉันขออยู่รับใช้พระองค์” หลี่ซือคลานเข้าไปกอดเข่าของเ้าซีซวน พร้อมกับหยดน้ำตาที่รินไหล “หม่อมฉันไม่เคยคิดหรือมีความ้าเช่นนั้นเลยนะเพคะ”
“ในเมื่อข้าตัดสินใจแล้วและองค์จวิ้นอ๋องก็ตอบรับเ้าไม่มีสิทธิ์คิดปฏิเสธ หากเ้าปฏิเสธข้าจะขายตัวเ้าออกจากจวนจวิ้นอ๋องไปเสีย”
“ฉางกงกง พานางออกไป อย่าให้นางมารบกวนซวนเอ๋อของข้าได้”จวิ้นอ๋องอี้เทียนหลงกล่าวตัดบท
“ซวนเอ่อพี่ขอบคุณเ้ามากที่เข้าใจพี่” องค์จวิ้นอ๋องเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูทั้งรักและเอาใจใส่ และหันไปสั่งการ
“ฉางกงกงให้บ่าวเตรียมน้ำอาบและเปลี่ยนเครื่องนอนเสียใหม่ข้าจักอาบน้ำ”
“ซวนเอ่อเ้าอยู่ช่วยพี่ก่อนได้หรือไม่” เสียงของจวิ้นอ๋องอี้เทียนหลงฟังดูแหบแห้งออดอ้อนแลดูเซกซี่ จนทำให้นางอดที่จะทำความพระประสงค์ของพระองค์ไม่ได้
เป็นางทุกครั้งที่ต้องพ่ายแพ้และใจอ่อนเสียทุกครั้ง เพียงแค่ได้ยิน ได้ฟัง ได้ดู ได้ัั หัวใจของนางก็อ่อนระทวย เต้นไม่เป็จังหวะเสียทุกครั้ง
ฟอดด เสียงจวิ้นอ๋องอี้เทียนหลงหอมแก้มเ้าซีซวน
“เป็เ้าที่เข้าอกเข้าใจข้าทุกครั้ง เ้าช่วยพี่อาบน้ำได้หรือไม่ซวนเอ่อ ” จวิ้นอ๋องจูงมือเ้าซีซวนไปยังสระน้ำร้อนที่โรยด้วยกลีบดอกไม้นานาชนิดส่งกลิ่นฟุ้งไปทั่วทั้งห้องทรงน้ำ เ้าซีซวนเดินตามจวิ้นอ๋องอี้เทียนหลงไปยังสระน้ำอย่างไร้สติเลื่อนลอย รู้ตัวอีกครั้งอาภรณ์บนร่างงามก็หลุดหายไปเสียแล้ว
“เ้าช่วยพี่ลบล้างร่องรอยของผู้อื่นได้หรือไม่” เ้าซีซวนมิรอช้ารีบโน้มอิงแอบไปยังของสงวนจวิ้นอ๋องอี้เทียนหลงในทันใดด้วยริมฝีปากงาม หลงลืมสิ้นทุกสิ่งอย่างที่ทำให้นางซอกซ้ำใจพร้อมกับล่องลอยไปในหวงธารากาล
หากหลี่ซือไม่มาพบนางในวันนี้ นางก็คงจะลืมไปแล้วว่า ครั้งหนึ่งนางเคยโง่งมมากมายขนาดไหน หากอดีตที่ผ่านมาทำให้นางนั้นทุกข์ใจเหลือคณานับ ปัจจุบันนางคงทุกข์ตรอมใจเสียมากกว่า
กลับมาที่ปัจจุบันในเรือนรับรองเ้าซีซวน ณ จวนจวิ้นอ๋องอี้เทียนหลง
“เ้ากลับไปเสียอนุหลี แค่นี้ข้าก็ทุกข์ตรอมใจมากพออยู่แล้ว อย่าทำให้ข้าทุกข์ตรอมใจมากกว่านี้เลย”
เงียบไรการตอบกลับ
“เพียงแค่ข้าเห็นหน้าเ้า ข้าก็รู้สึกเจ็บซ้ำมากมายหนักหนา หากเ้ายังเห็นแก่ความสัมพันธ์ครั้งเก่าก่อนอยู่บ้าง ข้าขอร้องเ้า อย่ามาให้ข้าพบเห็นอีกเลย” (เพื่อความปลอดภัยของเ้าเองนะหลี่ซือเ้าซีซวนพูดต่อในใจ)
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านปู่ ท่านย่า และทุกๆคนในตระกูลข้าล้วนจากไปหมดแล้ว เ้ายังเห็นความทุกข์ใจของข้าไม่มากพออีกหรือ บุรุษในตระกูลเ้าล้วนสิ้นชีพในสนามรบอย่างไร้เกียรติ ส่วนเหล่าสตรีก็ปลิชีพสิ้นในคุกหลวงเพื่อร้องเรียกความเป็ธรรม เ้าดูเสื้อคลุมตัวนั้นสิว่าเปรอะเปลือนเืมากมายซักเพียงไหน แค่นี้ข้ายังทุกข์ใจไม่มากพออีกหรือ”
สองวันก่อนหน้านี้วังหลวงส่งข่าวสตรีตระกูลเ้าสิ้นแล้วในคุกหลวง พร้อมกับจัดส่งเสื้อคลุมมายังนาง นางร้องเรียกขอจัดพิธีศพเพื่อสวดส่งิญญา แต่มีหรือไม่ที่ผู้เป็ใหญ่จะยินยอม ไม่เพียงแต่เท่านั้นยังถูกเสียบประจานอยู่หน้าประตูเมือง
“หากเ้ายังเห็นใจข้าอยู่บ้าง” พร้อมกับหยดน้ำตาที่หรั่งรินจนขอบตาบวมแดงซ้ำแต่นางต้องอยู่ให้ได้เพราะคำว่าลูกคำเดียวเท่านั้นและหวังว่าจวิ้นอ๋องอี้เทียนหลงจะยังไม่ลงมือกับนาง จนกว่านางจะคลอดบุตรออกมา ต่อให้นางจะคิดหลบหนีนางจะหนีไปยังที่ใดได้ หญิงครรภ์แก่ ใกล้คลอดและตัวคนเดียว
“หลี่ซือทูลลา ขอพระชายาจงดูแลพระกายานามัย” หลี่ซือเอ๋ยด้วยความทุกข์ตรอมใจไม่แพ้กันพร้อมหยดน้ำตารินไหล แต่นางจะทำเช่นไรได้ นางไม่อยากเป็สาเหตุที่ทำให้คุณหนูใหญ่ของนางต้องทุกข์ระทมใจมากกว่าเดิม
หลังจากที่หลี่ซือจากไปแล้วในค่ำคืนนั้น