ถึงแม้ว่าในตอนนี้นั้นหวังซุนจะทำไร่ทำสวนในพื้นที่สุดแสนจะห่างไกลแต่ตัวเขานั้นกับมีความสัมพันธ์ที่แแ่กับคนของสมาคมการค้าที่มาที่ไปของความสนิทสนมนั้นก็คือผลประโยชน์ ชายหนุ่มสามารถสร้างผลผลิตสินค้าทางการเกษตรคุณภาพสูงและเหล่าบรรดาพ่อค้าคนกลางที่เป็คนของสมาคมการค้านั้นก็้าที่จะผูกขาดมันทั้งหมดเพื่อที่จะ้าสร้างผลกำไรแน่นอนว่าตัวของหวังซุนนั้นยินดีที่จะขายพืชผลของเขาทั้งหมดแต่เหล่าบรรดาพ่อค้าคนกลางที่จะนำไปขายต่อนั้นหากนำไปขายต่อให้กับชาวบ้านมันจะต้องเป็ราคาที่ชาวบ้านสามารถจับต้องได้ง่าย แต่ดูเหมือนว่าตัวของหวังซุนนั้นจะดูถูกผลผลิตของตนเองมากจนเกินไปสินค้าพวกนี้ถูกทางภัตตาคารระดับสูงต่างๆรับซื้อไปจนหมดสิ้นจนไม่เหลือพอให้คนทั่วไปได้ซื้อ
“นายน้อยหวังซุน ท่านคงไม่ได้โกรธข้านะที่ข้าไม่ได้นำสินค้าของท่านไปขายให้กับคนทั่วไปเพราะเหล่าบรรดาร้านอาหารระดับสูงพวกเขาล้วนแล้วแต่้าพืชผลของท่านจนหมดสิ้นดูเหมือนว่าการที่จะหาสินค้าทางเกษตรคุณภาพดีนั้นมันจะไม่ใช่เื่ง่ายเลย” พ่อค้าคนกลางคนนึงที่รับซื้อพืชผักของชายหนุ่มนั้นพูดออกมาอย่างตรงไปตรงมา
“แน่นอนข้าเองก็เข้าใจนี่เป็เื่ของการค้าการขายพวกท่านเองก็้าที่จะสร้างผลกำไร เห้อ..ดูเหมือนว่าจะเป็ที่ตัวของข้าเองที่ไม่สามารถเพาะปลูกในปริมาณที่มากพอ” หวังซุนกล่าวออกมาอย่างหนักใจเขา้าที่จะให้คนทั่วไปได้กินพืชผักที่มีคุณภาพดีมันคือภูมิความรู้ที่เขาได้นำมาจากใน่ชีวิตที่แล้วเขาคาดคิดไม่ถึงเลยว่าเพียงแค่อาศัยอาชีพเพียงการเพาะปลูกและการเลี้ยงสัตว์จะสามารถทำเงินให้กับเขาและชาวบ้านภายในหมู่บ้านได้มากถึงขนาดนี้เพาะในตอนนี้นั้นมีพ่อค้าคนกลางมากมายที่เดินทางมายังหมู่บ้านแห่งนี้เพื่อติดต่อซื้อขายสินค้าทางการเกษตรกับชาวบ้านและตัวเขาโดยตรง
ณ ใจกลางเมืองอิ่งเทียนอันเป็สถานที่ตั้งเดิมของตระกูลหวังบัดนี้ได้ถูกเปลี่ยนมาเป็บ้านพักส่วนตัวของหลีอี้เฟิง เขาใช้ชีวิตที่นี่ดั่งเป็บ้านของตัวเองโดยไม่มีความละอายใจเลยแม้แต่น้อยเขาแย่งชิงมาจากอดีตชายหนุ่มผู้สุดแสนจะโง่เขลา ไม่เพียงแต่สมบัติแต่ยังรวมไปถึงเมียรักของเขาอีกด้วย
“หลีอี้เฟิง ท่านเป็อะไรอย่างงั้นเหรอสีหน้าของท่านนั้นไม่ค่อยที่จะสู้ดีเลย” น้ำเสียงที่สุดแสนจะเย้ายวนของสตรีนางนี้นั้นจะเป็ใครไปไม่ได้นอกจาก ซูเมิ่ง อดีตภรรยารักของหวังซุนและเป็แม่แท้ๆของซูเหวินนางเข้าไปโอบกอดชายหนุ่มคนรักคนใหม่ของนางอย่างไม่แคร์สายตาผู้ใดทั้งที่พื้นที่บริเวณตรงนี้นั้นมีบ่าวรับใช้ชายหญิงเป็จำนวนมาก ดูเหมือนว่าความไร้ยางอายของนางนั้นจะเกินเยียวยา
“ข้าเองก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่พวกไอ้แก่จากสมาคมการค้าอยู่ๆมันก็ไม่รับซื้อสินค้าของเรา และไหนจะบ่อนการพนันของข้ายังถูกสั่งปิดอีก” สีหน้าและแววตาของหลีอี้เฟิงในยามนี้นั้นหาได้ยากยิ่งเป็อย่างมากที่จะพบเห็นเพราะตัวของเขานั้นมักที่จะทำตัวสุขุมเยือกเย็นอยู่ตลอดเวลาทุกจังหว่ะในการเคลื่อนไหวล้วนแล้วแต่อยู่ในกำมือของเขา แต่ดูเหมือนว่าในตอนนี้เริ่มที่จะมีอะไรไม่ได้ดั่งใจ
“ท่านพี่ ท่านจะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้นะ ข้าไม่ยอมที่จะทนใช้ชีวิตลำบากอย่างเด็ดขาด” น้ำเสียงของซูเมิ่งในยามนี้นั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความเอาแต่ใจจนตัวของหลีอี้เฟิงนั้นเริ่มที่จะรู้สึกปวดประสาท หากนางไม่มีรูปลักษณ์สวยงามดุจนางฟ้าเขาคงตบนางสลบคามือ
“เ้าได้โปรดไปที่อื่นก่อนเถอะข้า้าใช้ความคิด” ถึงแม้ว่าตัวของหลีอี้เฟิงนั้น้าที่จะตบนางให้สลบคามือแค่ไหนเขาก็ต้องสะกดข่มใจตัวเองเอาให้ เขาเชื่อเป็อย่างยิ่งว่าตัวของนางจะต้องหนีเขาไปอยู่กับชายอื่นเหมือนอย่างกับที่เคยทำกับหวังซุนเป็แน่ สตรีนางนี้นั้นเป็คนรักสบายนางกลัวความลำบาก
“ท่านต้องจัดการปัญหาของท่านให้โดยเร็วนะ” นางกล่าวน้ำเสียงที่เด็ดขาดออกมา
“เออ ข้ารู้แล้ว” หลีอี้เฟิงจ้องมองใบหน้าที่สวยสดงดงามของนาง ยิ่งผู้หญิงสวยมากขึ้นเท่าไหร่พวกนางเองก็ยิ่งที่จะมีความเอาแต่ใจมากขึ้นเท่านั้นนางก็เหมือนกับสมบัติคู่บารมีของเขาการที่ได้สาวงามอยู่เคียงคู่มันก็คือความภูมิใจของชายส่วนหนึ่ง เพื่อการนั้นแล้วเขาก็จำเป็ที่จะต้องยอมรับนิสัยด้านแย่ๆของนางให้ได้
ณ สมาคมการค้าเมือง อิ่งเทียน สถานที่แห่งนี้นั้นเป็สถานที่พบปะกับเหล่าบรรดาพ่อค้าคนกลางเพื่อทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าพวกเขาซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากันในแต่ล่ะทีนั้นเป็จำนวนมากหากคิดเป็ตัวเงินก็คงเป็จำนวนมากมายมหาศาลสถานที่แห่งนี้นั้นมีสินค้าทุกชนิดที่มีอยู่ตามท้องตลอดั้แ่ของกินไปจนถึงของใช้ผู้ที่มาเยือนภายในสถานที่แห่งนี้นั้นล้วนแล้วแต่เป็ผู้ที่มีฐานะดีทั้งสิ้น หลังจากที่เกิดเื่หลีอี้เฟิงแทบที่จะขายสินค้าของตนไม่ได้เลยทำให้เขานั้นรู้สึกแปลกใจไปหมดเขาจึงมาเยือนสถานที่แห่งนี้ด้วยตนเอง
“ท่านกุ้ยหยง มันเกิดอะไรขึ้นกับพวกพ่อค้าคนกลางกันไม่ว่าใครต่างก็ปฏิเสธสินค้าของข้า” หลีอี้เฟิง พูดคุยกับชายวัยกลางคนตรงหน้าด้วยความนอบน้อมเพราะภายในสมาคมการค้าแห่งนี้นั้นตัวของเขานั้นใหญ่ที่สุด หากคิดที่จะทำการติดต่อซื้อขายกับพวกเขาจำเป็ที่จะต้องพูดจาดี
“หลีอี้เฟิงตัวเ้าเองก็คิดมากเกินไปแล้วการค้าขายมันก็มีขายได้และไม่ได้เป็ธรรมดา” กุ้ยหยงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสบายๆถึงแม้ว่าคนอื่นจะหวาดกลัวในตัวหลีอี้เฟินแต่ตัวของเขานั้นไม่เลยเพราะตัวเขาเองก็เลี้ยงพวกขุนนางชั้นเลวไว้หลายคนเช่นกันหากเกิดเื่อะไรขึ้นมาพวกเขาพร้อมที่จะแตกหักเต็มที่
“ท่านกุ้ยหยงแต่แบบนี้มันจะไม่ดูแปลกไปหน่อยเหรอ” หลีอี้เฟิงเริ่มที่จะกล่าวน้ำเสียงออกมาอย่างมีอารมณ์เล็กน้อยหากชายผู้นี้ไม่ใหญ่ที่สุดภายในสมาคมการค้าตนเองคงสั่งลูกน้องสั่งสอนมันแล้ว
“ฮ่า ฮ่า นายท่าน นายท่านวันนี้พวกเราได้สินค้าทางการเกษตรคุณภาพดีมาเพียบเลยพวกชาวบ้านภายในหมู่บ้านหลินอันนั้นไม่เคยทำให้พวกเราผิดหวังเลย” ลูกน้องของกุ้ยหยงนั้นหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความยินดีมาแต่ไกล
“หลีอี้เฟิงเ้ากลับไปเถอะข้าไม่ว่างที่จะพูดคุยกับเ้า” กุ้ยหยงไล่หลีอี้เฟิงกลับไปในทันที
“หึ!!” ชายหนุ่มไม่พูดจาให้มากความอีกสีหน้าของเขาในยามนี้นั้นแสดงถึงความไม่พอใจเป็อย่างมาก
“นายท่านไล่เขาไปแบบนี้ ท่านไม่กลัวขัดใจกับเขาอย่างงั้นเหรอ” ลูกน้องของกุ้งหยงกล่าวถามออกมาด้วยความสงสัย
“เหอะไอ้เด็กนี่มีอะไรให้ข้าต้องสนใจใครให้ผลประโยชน์ข้ามากกว่าข้าก็อยู่ข้างนั้นเ้าไม่เห็นเหรอผลผลิตคุณภาพดีเช่นนี้นั้นมันทำกำไรมากมายมหาศาลให้กับข้ามากสักเพียงไหน”