ปองธรรมอยู่คุยเื่งานกับกานต์ระพีเสร็จก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหนจนหญิงสาวที่หันไปสั่งงานคนงานแล้วหันกลับมาอีกครั้ง ต้องขมวดคิ้วมุ่นพลางมองเขาอย่างสงสัยก่อนตัดสินใจถาม
“คุณป้องยังมีธุระอะไรกับตะวันอีกหรือเปล่าคะ”
“เอ่อ...คือว่า...” ชายหนุ่มอ้ำอึ้ง สายตาของเขานั้นมีความลังเลไม่แน่ใจจนหญิงสาวเห็นได้ชัด จนต้องถามย้ำอีกหน
“ว่าไงคะมีอะไรอีกหรือเปล่า”
“คือว่า...ผมเห็นมีแขกมาที่บ้านของคุณตะวันเอ่อ...เป็ใครเหรอครับ” พอถามออกไปแล้วและได้เห็นสายตาประหลาดใจของกานต์ระพีเข้าปองธรรมก็รีบเอ่ยขอโทษออกมาทันที “ผมต้องขอโทษด้วยที่ถามละลาบละล้วงเกินไป”
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะว่าแต่ว่าคุณป้องอยากรู้ไปทำไมคะ”
ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปก่อนจะหลบสายตาเพราะไม่อาจตอบคำถามนี้ได้จะให้เขาตอบไปว่าเพราะกลัวจะเป็อดีตสามีของศศิธร ที่อาจตามมาง้องอนขอคืนดีเธอน่ะหรือมันคงดูไม่เหมาะสมเท่าไร
เมื่อเห็นเขายังเงียบเธอก็ถามต่อว่า
“ที่ถามเพราะอยากรู้เฉยๆหรือเพราะว่ากลัว ห่วง หวงและกังวลกันคะ”
“คุณตะวัน” ผู้จัดการหนุ่มเงยหน้ามองคนถาม ความหมายในแววตาของหญิงสาวสื่อให้เขารู้ว่าเธอรู้ความในใจของเขาที่มีต่อศศิธรแล้ว
“คุณป้อง คุณรักพี่จันทร์ใช่ไหมคะ” กานต์ระพีตัดสินใจถามออกมาตรงๆ แม้จะมั่นใจว่าคิดไม่ผิด แต่ก็ยังอยากได้ยินจากปากของเ้าตัวอยู่ดีปองธรรมนิ่งอึ้งไปอีกก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ สบตากับหญิงสาวตรงหน้าแล้วตอบคำถามออกมาจากใจ
“ครับ ผมรักคุณจันทร์ผมแอบรักเธอมาตั้งนานแล้ว รักเธอั้แ่ได้พบหน้าเป็ครั้งแรก”
“เห็นหน้าครั้งแรกก็ั้แ่คุณเข้ามาทำงานที่นี่สินะคะเวลาผ่านมาห้าปีแล้วคุณก็ยังรักพี่จันทร์อยู่ทั้งๆ ที่พี่จันทร์ก็แต่งงานไปแล้ว”
“ครับผมพยายามตัดใจแต่ก็ทำไม่ได้สักที” เขายิ้มเศร้าด้วยความสมเพชตัวเอง
กานต์ระพีมองชายหนุ่มอย่างเห็นใจ พลางอดคิดไม่ได้ว่าถ้าเมื่อก่อนปองธรรมกล้าที่จะจีบศศิธรละก็บางทีพี่สาวของเธออาจได้แต่งงานกับชายหนุ่มแทนซิโมเน่ไปแล้ว และชีวิตครอบครัวคงจะมีแต่ความสุขไม่เป็เหมือนอย่างเช่นทุกวันนี้
“ตอนนี้พี่จันทร์เป็หม้ายแล้วแถมยังมีลูกติดอีกคุณป้องจะคิดรังเกียจพี่จันทร์ไหมคะจะยังรักพี่จันทร์เหมือนเมื่อก่อนแต่งงานหรือเปล่า”
“ความรู้สึกของผมที่มีต่อคุณจันทร์ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปอาจจะเพิ่มความสงสารและเห็นใจในความโชคร้ายของเธอด้วยซ้ำไปครับ”
“ถ้าอย่างนั้นตะวันจะช่วยคุณป้องเองค่ะตะวันจะช่วยให้คุณป้องได้มีโอกาสใกล้ชิดกับพี่จันทร์แต่ตะวันช่วยได้แค่หาโอกาสให้เท่านั้นนะคะ ที่เหลือคุณป้องคงต้องช่วยตัวเอง”
“ขอบคุณครับ” ปองธรรมกล่าวอย่างยินดี ก่อนถามในเื่ที่อยากรู้แต่ทีแรก “ตกลงคนที่มาที่บ้านของคุณตะวันคือใครเหรอครับ คงไม่ใช่คุณซิโมเน่ใช่ไหม”
“โอ๊ย ไม่ใช่หรอกค่ะ” กานต์ระพีโบกไม้โบกมือประกอบคำพูด “อีตาซิโมเน่มันไปตกนรกขุมไหนแล้วก็ไม่รู้คุณป้องอย่าไปสนใจเลย คนที่มาชื่อเลอาเลโอไรเนี่ยแหละค่ะ เขาเป็ญาติผู้น้องของอีตาซิโมเน่และที่มาที่นี่ก็เพราะมาเยี่ยมพี่จันทร์กับตาหนูเท่านั้นค่ะ”
“งั้นเหรอครับ” ชายหนุ่มถอนใจออกมาด้วยความโล่งอก ก่อนจะยิ้มเขินๆ เมื่อเห็นหญิงสาวมองเขาด้วยรอยยิ้มขบขันทว่าจู่ๆ เธอก็ทำหน้าตาขึงขังพร้อมกับเอ่ยว่า
“ตะวันหวังว่าจะไว้ใจคุณได้นะคะคุณป้อง”
“แน่นอนครับขอเพียงคุณจันทร์ยอมเปิดใจให้ผม ผมสัญญาว่าจะไม่มีวันทำให้คุณจันทร์เสียใจเป็อันขาด”ปองธรรมตอบด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่น ขอเพียงศศิธรให้โอกาสเท่านั้น เขาจะพิสูจน์ให้กานต์ระพีได้เห็นว่าเขาสามารถทำได้ตามที่พูดไม่ใช่เพียงแค่ลมปากเท่านั้น!
หลังจากจัดสัมภาระเข้าที่เรียบร้อยแล้ว เลโอนาร์โด้ก็เดินออกมาจากห้องพักที่ศศิธรได้จัดไว้ให้ ถึงแม้จะรู้สึกอ่อนเพลียจากการเดินทางเล็กน้อยทว่าชายหนุ่มก็ยังไม่อยากนอนพักตอนนี้ จึงตัดสินใจออกมาเดินเล่นนอกบ้าน
เลโอนาร์โด้มองพืชไม้นานาพรรณที่ขึ้นเรียงรายให้ร่มเงารวมถึงให้ความสดชื่นอยู่รอบๆ ตัวบ้านอย่างถูกใจ ที่นี่มีส่วนคล้ายคลึงกับบ้านที่อิตาลีของเขาก็คือส่วนของต้นไม้ใบหญ้าที่บ้านเกิดของเขานั้นก็มีต้นไม้เยอะแยะแบบนี้เช่นกัน เพราะมารดาเป็คนชอบปลูกต้นไม้ดอกไม้นั่นเอง
ชายหนุ่มเดินเล่นไปเรื่อยๆบรรยากาศของที่นี่ถูกใจเขาเหลือเกิน จนเขาเริ่มคิดที่จะเปลี่ยนใจจะขอพักผ่อนอยู่ที่นี่สักอาทิตย์หนึ่งแล้วถึงค่อยเดินทางขึ้นเหนือ แต่จะว่าเพราะบรรยากาศเพียงอย่างเดียวก็ไม่ถูกต้องนักอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้เลโอนาร์โด้ตัดสินใจอยู่นานขึ้นก็คือหลานชายตัวน้อยนั่นเองความน่ารักของแกทำให้เขาหลงรักและอยากจะใกล้ชิดให้นานที่สุด เนื่องด้วยรู้ดีว่าตนเองคงไม่มีโอกาสได้มาเยี่ยมบ่อยนัก
ชายหนุ่มเดินเล่นเพลินจนกระทั่งมองเห็นหลังคาที่เก็บหญ้าแห้งเขารู้จากศศิธรว่าที่นี่ประกอบกิจการฟาร์มโคนม ความอยากรู้อยากเห็นถึงวิธีการทำงานเขาจึงถือวิสาสะเดินเข้าไปในส่วนของบริเวณนั้น เลโอนาร์โด้เดินผ่านโรงเก็บหญ้าแห้งกับอาคารสีขาวหลังใหญ่เข้าไปมีคนงานเดินสวนออกมาและมองเขาอย่างสงสัย เขาจึงส่งยิ้มให้อย่างผูกมิตร
“เ้านายๆ ใครอ่ะ” นำชัยซึ่งกำลังตักหญ้าแห้งใส่ช่องอาหารให้โคกินอยู่เอ่ยถามขึ้นเมื่อหันไปเห็นพอดีกานต์ระพีหันไปมองตาม คิ้วเรียวสวยขมวดเป็ปมอย่างสงสัยเพราะไม่เคยเห็นหน้าผู้ชายที่กำลังเดินดูโน่นดูนี่อยู่มาก่อนเลย
“ไม่รู้สิเข้ามาที่นี่ได้ยังไงกันนะ” หญิงสาวบ่นพึมพำกับตนเองมากกว่าจะตอบคำถามของนำชัยเธอเห็นอีกฝ่ายจะเดินเข้ามาในโรงเลี้ยงจึงรีบเดินออกไปขวางทันที นำชัยก็รีบส่งที่ตักหญ้าให้กับคนงานที่อยู่ใกล้ๆแล้วเดินตามเ้านายออกไปราวกับองครักษ์ที่มีหน้าที่ต้องดูแลนายของตน
เลโอนาร์โด้ชะงักฝีเท้า เมื่อเห็นหญิงสาวคนหนึ่งเดินตรงมาทางตนเองพออีกฝ่ายเข้ามาใกล้จนเห็นหน้าได้ชัดชายหนุ่มก็นิ่งงันไปชั่วขณะหัวใจรู้สึกวูบวาบเต้นแรงอย่างประหลาด
ภาพของคนร่างบางตรงหน้าในความรู้สึกของเขาราวกับนางฟ้าแห่งผืนดิน รูปร่างโปร่งบางสมส่วน ทั้งคิ้ว ตาจมูกและปากล้วนรับกับใบหน้ารูปหัวใจอย่างเหมาะเจาะ ผมดำยาวสลวยหยักศกถูกมัดรวบตึงไว้ด้านหลัง จึงเปิดเผยใบหน้างดงามให้เด่นชัดยิ่งขึ้นแม้เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่จะเป็แค่เสื้อเชิ้ตแขนยาวกับกางเกงยีนก็ตามแต่ในสายตาของเขาแล้วชุดนี้มันเหมาะสมกับเธอมาก ไม่ได้ทำให้เธอดูสวยน้อยลงแต่อย่างใดเลย
ให้ตายเถอะ! ผู้หญิงตรงหน้าถูกใจเขาเหลือเกินนี่เป็ครั้งแรกที่เขารู้สึกกับผู้หญิงแบบนี้หญิงอื่นที่ผ่านมาไม่เคยให้ความรู้สึกตกตะลึงและนึกชอบั้แ่แรกเห็นเช่นนี้มาก่อนเลยโอ้ พระเ้า อย่าบอกนะว่านี่คือรักแรกพบของเขาน่ะ
เลโอนาร์โด้รู้สึกทั้งใและทั้งตื่นเต้นกับความคิดของตนเองไปพร้อมๆกัน เขายังคงจ้องมองหญิงสาวตรงหน้านิ่งจนเธอเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าและเอ่ยถามเป็ภาษาอังกฤษออกมา
“คุณเข้ามาที่นี่ได้ยังไงกัน”
“นี่คุณไม่ได้ยินที่เ้านายผมถามเหรอ” นำชัยถามเสียงห้วนเป็ภาษาไทยเมื่อเห็นเลโอนาร์โด้ยังนิ่งเฉยอยู่
ถึงแม้ว่าเด็กหนุ่มจะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้แต่ก็ยังทำอวดเก่งใส่เพราะถือเป็เ้าถิ่น กานต์ระพีมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างพินิจหน้าตาบ่งบอกเลยว่าเป็คนต่างชาติ ทำให้หญิงสาวนึกไปถึงแขกจากแดนไกล ผู้ไม่เป็ที่พึงประสงค์ของเธอขึ้นมา
“คุณเป็เพื่อนของพี่จันทร์ที่จะมาวันนี้ใช่ไหม”
“ใช่ครับ” หลังจากปรับความรู้สึกได้ เลโอนาร์โด้ก็ส่งยิ้มให้พร้อมตอบคำถาม “ผมเป็เพื่อนของจันทร์ ยินดีที่ได้รู้จักครับผมเลโอนาร์โด้หรือคุณจะเรียกผมว่าเลโอก็ได้”ชายหนุ่มเลือกตอบเป็ภาษาไทยชัดแจ๋ว พลางยื่นมือออกไปให้จับทักทาย กานต์ระพีกับนำชัยมองหน้ากันอย่างแปลกใจที่เห็นอีกฝ่ายพูดไทยได้หญิงสาวมองมือที่ยื่นมาให้อย่างรังเกียจเธอไม่จับมือด้วยแถมยังพูดจาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ใครอนุญาตให้คุณเข้ามาในนี้ไม่ทราบ”
“ผมเดินเล่นจนมาถึงที่นี่น่ะครับไม่รู้ว่าห้ามเข้ามาในนี้ ถ้าทำให้คุณไม่พอใจก็ต้องขอโทษด้วย”
“คุณกลับบ้านไปได้แล้ว” เธอออกปากไล่ตรงๆ อย่างไม่คิดถนอมน้ำใจแล้วหันหลังเตรียมจะเดินจากไปเลโอนาร์โด้อยากพูดคุยกับเธออีกจึงเดินตามมาขวางหน้าเอาไว้
“เดี๋ยวก่อนสิครับ อย่าเพิ่งไล่ผมกลับบ้านเลยนะไหนๆ ผมก็เข้ามาแล้วคุณช่วยพาผมเดินชมที่นี่หน่อยได้ไหมครับ”เขาขอร้อง ดวงตานั้นเปล่งประกายออดอ้อนจนคนมองสบตาด้วยรู้สึกไม่พอใจ เพราะคิดว่าชายหนุ่มเป็ผู้ชายเ้าชู้ประตูดินเหมือนกับญาติผู้พี่น้ำเสียงที่ใช้ตอบของกานต์ระพีจึงขุ่นเคืองยิ่งนัก
“ไม่ได้! ที่นี่ไม่ใช่สถานที่มาเดินเล่น และก็ไม่มีใครว่างพาคุณเดินชมด้วย เพราะทุกคนต้องทำงานกันฉันว่าคุณกลับบ้านไปได้แล้ว ป่านนี้พี่จันทร์อาจจะกำลังหาคุณอยู่ก็ได้ มันคงไม่ดีนักถ้าคุณมาแค่วันแรกก็สร้างปัญหาให้กับคนอื่นแล้วชัยช่วยพาเขากลับไปส่งบ้านที” หญิงสาวหันมาสั่งนำชัยจากนั้นก็เดินเข้าโรงเลี้ยงไปอย่างไม่สนใจอะไรอีก
“เชิญครับ” นำชัยเดินนำหน้าไปยังมอเตอร์ไซค์คันเก่าของตนเอง
เลโอนาร์โด้จำต้องเดินตามเด็กหนุ่มไปทั้งที่ใจนั้นอยากจะอยู่ที่นี่ต่อชายหนุ่มหันกลับไปมองหญิงสาวอีกครั้งหนึ่งด้วยความไม่เข้าใจ ว่าเหตุใดเธอจึงได้มีท่าทางไม่เป็มิตรกับเขาแบบนี้ทั้งที่เพิ่งจะพบกันแท้ๆ
แล้วเธอเป็ใครและชื่ออะไรกันนะถ้าเขาเดินเข้าไปถามอีกมีหวังถูกไล่ตะเพิดออกมาแน่ ฟาร์มนี้เป็ของครอบครัวศศิธร เพื่อนสาวของเขาคงให้ความกระจ่างในเื่นี้ได้คิดได้ดังนั้นเลโอนาร์โด้ก็รีบเดินไปซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ของนำชัยที่สตาร์ทเครื่องรออยู่ทันที
พอตกเย็น เมื่อกานต์ระพีขี่เ้าเฟื่องฟ้ากลับบ้านมาก็พบเลโอนาร์โด้กับศศิธรกำลังเดินเล่นกันอยู่ซึ่งในอ้อมแขนของชายหนุ่มนั้นอุ้มหนูน้อยตนุภัทรเอาไว้ด้วย หญิงสาวรู้สึกไม่พอใจที่เห็นถึงความสนิทสนมของคนทั้งสองเนื่องจากกลัวว่าพี่สาวของเธอจะไปหลงคารมของอีกฝ่ายเข้า เพียงดูแค่แวบเดียวเธอก็รู้ว่าผู้ชายคนนี้เ้าชู้แน่ๆเพราะเจอเธอเพียงครั้งแรกก็ส่งสายตาแพรวพราวให้เสียแล้ว
‘ฮึ...เชื้อไม่ทิ้งแถวจริงๆ’
กานต์ระพีคิดอย่างโมโห ขณะลงจากหลังม้าแล้วจูงม้าตัวโปรดไปขังไว้ในคอกที่สร้างขึ้นข้างๆบ้าน เมื่อจัดการเสร็จเรียบร้อยเธอก็คิดจะเดินเลี่ยงเข้าบ้าน แต่ก็ทำได้แค่ก้าวขึ้นบันไดขั้นแรกเท่านั้นเพราะศศิธรเรียกไว้ซะก่อน
“เดี๋ยวสิตะวัน อะไรกันมาถึงจะไม่ทักทายพี่กับหลานเลยหรือไง” พี่สาวถามยิ้มๆ เพราะรู้ดีว่าที่น้องสาวไม่หยุดทักทายเธอ เหมือนอย่างเคยนั้นสาเหตุมาจากอะไร
เลโอนาร์โด้ยิ้มกว้างตาเป็ประกายขณะยืนอุ้มหลานชายอยู่ข้างกายเพื่อนสาว สายตาของเขาที่มองไปยังกานต์ระพีนั้น มีความเอ็นดูระคนขบขันปนอยู่ชายหนุ่มทราบแล้วว่าหญิงสาวเป็ใคร และทำไมถึงได้มีท่าทีไม่เป็มิตรด้วยั้แ่แรกเจอ
ศศิธรได้เล่าเื่ทุกอย่างให้ฟังพร้อมกับเอ่ยขอโทษแทนน้องสาวที่ทำกิริยาไม่ดีใส่เขาเมื่อเขากลับมาจากฟาร์มแล้วสอบถามถึงผู้หญิงที่เจอว่าเป็ใคร ซึ่งพอรู้ความจริงแล้วเขากับไม่โกรธกานต์ระพีเลยสักนิดเดียวแถมออกจะรู้สึกขบขันกับความคิดแบบเด็กๆ ของเธอเสียด้วยที่คิดเหมือนเด็กไม่รู้จักโตแยกแยะผิดถูกไม่ได้ทั้งๆ ที่เธอเองก็โตเป็สาวแล้วและสวยเสียด้วย
“พอดีตะวันเหนื่อยน่ะค่ะก็เลยอยากไปอาบน้ำเร็วๆ” กานต์ระพีตอบคำถามด้วยใบหน้างอเง้าและยิ่งทำหนักมากขึ้นเมื่อเห็นสายตาขบขันของเลโอนาร์โด้เข้า
“อย่าเพิ่งไปเลยตะวันมานี่ก่อนสิ” ศศิธรกวักมือเรียกให้น้องสาวเดินเข้าไปหา “พี่จะแนะนำเลโอให้ตะวันรู้จักอย่างเป็ทางการ”
“ไม่เห็นจะอยากรู้จักเลย”
กานต์ระพีบ่นกระปอดกระแปดเบาๆ แต่อีกสองคนก็ยังได้ยินอยู่ดี ศศิธรจึงหยิกต้นแขนน้องสาวทีหนึ่งเป็การลงโทษที่เสียมารยาทกานต์ระพีร้องอูยออกมาพลางลูบต้นแขนตนเองพร้อมกับค้อนพี่สาวเสียทีหนึ่ง ก่อนจะหันไปขึงตาใส่ชายหนุ่มที่ยืนหัวเราะเสียงแ่ๆอยู่
“ทั้งสองคนเจอกันแล้วเมื่อบ่ายนี้พี่คงไม่ต้องแนะนำอะไรมาก ตะวันนี่เลโอเพื่อนของพี่ เลโอนี่ตะวันน้องสาวของเรา” ศศิธรเอ่ยแนะนำชายหนุ่มจึงยื่นมือออกไปทักทายอย่างมีไมตรี
“ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งครับ”
“ค่ะ” กานต์ระพีตอบเสียงเรียบๆ เลือกที่จะยกมือไหว้คนตรงหน้าแทนการจับมือ เลโอนาร์โด้ชักมือกลับด้วยสีหน้าที่ยังคงแช่มชื่นอยู่ไม่ได้มีความรู้สึกขุ่นข้องหมองใจแต่อย่างใด หญิงสาวไม่อยากเสวนาด้วยต่อ จึงเอ่ยกับพี่สาวว่า“พี่จันทร์คะ ตะวันขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคันแล้วก็เหนียวตัวจะแย่อยู่แล้ว”
“ไปเถอะจ้ะ” ศศิธรพยักหน้าอนุญาต และเมื่อน้องสาวเดินไปไกลแล้วหญิงสาวก็หันมาขอโทษเพื่อนหนุ่ม“ขอโทษแทนตะวันด้วยนะเลโอ”
“ไม่เป็ไรหรอก” เขาตอบเหมือนไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันไปหยอกล้อกับหนูน้อยในอ้อมแขนเล่นแต่ในใจนั้นกลับคิดถึงกานต์ระพี
เลโอนาร์โด้ตัดสินใจแล้วว่าจะลองเปลี่ยนทัศนคติของเธอเสียใหม่เขาจะทำให้เธอเข้าใจให้ได้ว่าพี่น้องหรือเครือญาติกันนั้น ไม่จำเป็ต้องมีนิสัยและประพฤติตัวเหมือนกันเสมอไปเขาจะพิสูจน์ให้เธอได้เห็นเอง!
่เวลาอาหารมื้อเย็นของบ้านจารุกิตติ์ในวันนี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและคำถามต่าง ๆ นานา เกี่ยวกับชีวประวัติของแขกผู้มาเยือนจากแดนไกลทุกคนต่างยิ้มแย้มแจ่มใสจะมีก็เพียงกานต์ระพีเท่านั้นที่สีหน้าติดจะบึ้งตึง เรียวปากบางบิดเบ้เล็กน้อยเมื่อฟังเลโอนาร์โด้เล่าถึงงานตกแต่งบ้านของมหาเศรษฐีชาวอเมริกันที่เขาทำให้รายล่าสุดอย่างสนุกสนาน แต่สำหรับเธอฟังแล้วรู้สึกหมั่นไส้ และคิดว่าอีกฝ่ายพูดจาโอ้อวดตัวเองเกินไป
หญิงสาวมองบิดามารดาและพี่สาวด้วยความหงุดหงิดใจ เพราะทั้งสามคนต่างพะเน้าพะนอเลโอนาร์โด้จนออกนอกหน้าโดยเฉพาะผู้สูงวัยทั้งสองนิยาดูจะปลื้มแขกจากแดนไกลมากเป็พิเศษ เพราะกับข้าวบนโต๊ะอาหารมื้อนี้ล้วนไร้รสชาติเผ็ดร้อนอย่างที่เธอชอบโดยสิ้นเชิงและถึงขนาดออกปากให้อีกฝ่ายเรียกว่าแม่ได้อีกด้วยสิ่งเหล่านี้เองยิ่งเพิ่มความไม่พอใจในตัวชายหนุ่มให้กับกานต์ระพีขึ้นอีกเท่าตัว
“กับข้าวไม่อร่อยหรือครับผมเห็นคุณตะวันทานน้อยมากเลย”
ถึงแม้จะมัวสนทนากับทุกคนอยู่ตลอดแต่สายตาของเลโอนาร์โด้ก็คอยลอบมองคนที่เอาแต่นั่งทานเงียบๆ อยู่เสมอเหมือนกัน
“ผมทราบจากจันทร์ว่าคุณตะวันดูแลงานในฟาร์มเพียงคนเดียวงานหนักมากเลยนะครับสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ เพียงคนเดียวแบบคุณ แต่คุณยังสามารถดูแลได้และดีอีกด้วย” เขาชมอย่างจริงใจก่อนจะเอ่ยต่อด้วยความเป็ห่วง
“คุณทำงานหนักมาทั้งวันแต่กลับทานน้อยแบบนี้จะมีแรงทำงานในวันต่อไปได้ยังไงกันล่ะครับ นี่ครับลองทานดูผัด..ผัดอะไรนะครับคุณแม่” ชายหนุ่มหันไปถามคนทำซึ่งนิยาก็รีบตอบให้อย่างเอ็นดู
“ผัดเปรี้ยวหวานไก่จ้ะ”
“อ๋อ..ผัดเปรี้ยวหวานไก่อร่อยมากๆ เลยครับคุณแม่” เลโอนาร์โด้ถือโอกาสชมผู้สูงวัยไปด้วยก่อนจะถือวิสาสะตักผัดเปรี้ยวหวานใส่ในจานข้าวของกานต์ระพี พลางเอ่ยคะยั้นคะยอให้ทาน“ลองทานดูสิครับ รับรองว่าอร่อยจริงๆ ผมรับประกัน”
“กับข้าวฝีมือแม่ฉันกินมาั้แ่เล็กจนโต ฉันรู้ดีว่าอร่อยแค่ไหนไม่จำเป็ต้องให้คนนอกอย่างคุณมารับประกันให้หรอก รู้ไหมว่าทำอย่างนี้เขาเรียกว่าอะไรเขาเรียกว่าเอามะพร้าวห้าวไปขายสวนย่ะ” กานต์ระพีบอกเสียงห้วนแกมิ่ๆเล็กน้อย
“ตะวัน” ตรัยเอ่ยปรามเสียงดุ เมื่อเห็นลูกสาวคนเล็กเริ่มออกฤทธิ์เดช
“เอามะพร้าวห้าวไปขายสวนแปลว่าอะไรเหรอครับ” เลโอนาร์โด้ถามเพราะไม่เข้าใจจริงๆ จนทุกคนอมยิ้มขันก่อนนิยาจะอธิบายให้เข้าใจ
“มันแปลว่าคนที่แสดงความรู้หรืออวดรู้กับผู้อื่นที่รู้เื่ดีกว่าเป็คำสำนวนไทยที่ใช้เปรียบเปรยน่ะจ้ะ”
“อ๋อ...” ชายหนุ่มพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะยกมือลูบท้ายทอยตนเองอย่างขัดเขิน ท่ามกลางสายตาเอื้อเอ็นดูจากทุกคนจะยกเว้นก็เพียงกานต์ระพีอีกเช่นเคย
หญิงสาวแอบเบ้ปากนิดๆพลางเขี่ยผัดเปรี้ยวหวานที่เขาตักให้ไว้ข้างจาน จากนั้นก็ตักไข่เจียวหมูสับตรงหน้ามาทานแทน ศศิธรเห็นแล้วก็ส่ายหน้าระอากับการกระทำของน้องสาวพลางคิดว่าเห็นทีคืนนี้คงต้องคุยกันเสียหน่อยแล้ว
“คุณจะพักอยู่ที่นี่กี่วันเหรอ” จู่ๆ กานต์ระพีก็ถามออกมา นิยาจึงเอ็ดลูกสาวคนเล็กที่เสียมารยาท
“ทำไมถามอย่างนั้นล่ะตะวัน”
“ไม่เป็ไรครับคุณแม่ตอนแรกผมตั้งใจจะขอพักด้วยสักสองสามวันครับ แต่พอได้มาอยู่ที่นี่จริงๆผมก็รู้สึกชอบบรรยากาศและอัธยาศัยของทุกคนมากเลย ผมอยากจะอยู่ที่นี่นานๆ แต่ก็เกรงใจคุณพ่อคุณแม่” เลโอนาร์โด้ตอบจากใจจริง เขาชอบบรรยากาศของที่นี่รวมถึงอัธยาศัยของผู้คนและความน่ารักของหลานชายแต่สิ่งที่ดึงดูดเขาให้ตัดสินใจอยู่ที่นี่ต่ออย่างไม่มีกำหนดก็คือกานต์ระพีนั่นเอง
“คิดได้อย่างนี้ก็ดีจะกลับพรุ่งนี้เลยก็ได้นะ อูย...” หญิงสาวหน้าเบ้ร้องครางออกมาเสียงแ่เมื่อถูกพี่สาวซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ เอื้อมมือมาหยิกที่เอว
“อย่าไปฟังที่ตะวันพูดเลยนะพ่อเลโอจะอยู่ที่นี่กี่วันกี่เดือนก็ได้ไม่ต้องเกรงใจแม่กับพ่อหรอกคิดเสียว่าที่นี่เป็บ้านของตัวเองก็แล้วกันนะ”นิยาบอกด้วยความเอื้ออารี ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับบุตรสาวคนเล็กเป็อย่างมาก กานต์ระพีอ้าปากจะพูดท้วงแต่ถูกพี่สาวขึงตาปรามเสียก่อนจึงหุบปากแล้วนั่งหน้าตูมด้วยความขัดเคืองใจ
“ขอบคุณครับคุณแม่” เลโอนาร์โด้ยกมือไหว้อย่างนอบน้อมสร้างความหมั่นไส้ให้กับคนที่มีอคติเต็มเปี่ยมอย่างกานต์ระพียิ่งนัก ด้วยเธอมองว่าอีกฝ่ายนั้นจงใจประจบประแจงบิดามารดาของเธอ ดังนั้นเมื่อชายหนุ่มหันมาส่งยิ้มให้หญิงสาวจึงสะบัดหน้าใส่แสดงอาการให้รู้ชัดแจ้งว่าไม่ชอบขี้หน้าเขา จากนั้นก็เอ่ยขอตัวโดยอ้างว่าอิ่มแล้ว
ตรัยนิยาและศศิธรมองตามหลังไปอย่างระอาใจ ส่วนเลโอนาร์โด้ยังคงยิ้มเฉยก่อนจะชวนทุกคนที่เหลือคุยถึงเื่ทั่วๆไปต่อ