บทที่9 ประตูมิติใกล้จะปิดแล้ว
ในตอนเย็นของวันนั้นกงเฉินจื่อมารอหลันฮวาที่ร้านอาหารของมหาวิทยาลัยเสร็จจากห้องบรรยายเธอก็มาหาเขาที่นัดหมายเอาไว้หญิงสาวยกมือทักทายเมื่อถึง
“วันนี้ลมอะไรพัดนายมารอฉันถึงที่นี่ได้...ว่างแล้วเหรอ”เธอพูดทักทายเพื่อนสนิท
“ก็ว่างอยู่นิดหน่อยแต่อีกหน่อยก็คงไม่ว่างแล้ว”
“ทำไมจะจากที่นี่ไปแล้วเหรอตกลงนายจะไปเป็หมอที่ไหน หรือจะกลับเข้าป่าไปเหมือนตอนเป็หมอinternแบบเดิมล่ะ” กงเฉินจื่อยิ้มเจื่อน ๆ ให้เพื่อนสาวของเขา "เราไปหาอะไรอร่อยๆ กินกันดีกว่าหลันฮวาวันนี้ฉันเลี้ยงเธอเอง”พูดจบเขาก็ลุกขึ้นยืนเพื่อออกไปจากที่นั่น
“เดี๋ยว ๆแล้วทำไมจะเลี้ยงฉันแล้วต้องไปกินที่อื่นด้วยนายก็ยังไม่ได้ทำงานพวกเรากินในโรงอาหารของมหาวิทยาลัยก็ได้ฉันOK ไม่ต้องหรูหราก็ได้” เพื่อนสาวพูดขึ้นมา เขาหันมาหาเธอแล้วยิ้มกริ่มให้
“ไม้ได้หรอกตอนนี้ฉันรวยแล้วและเธอคือคนที่ฉันจะเลี้ยงเป็คนแรกด้วย ไปอย่าถามมากเดี๋ยวฉันเปลี่ยนใจ”พูดจบเขาก็ดึงแขนเธอออกไปทันที...
ที่ร้านอาหารสุดหรูหราแห่งหนึ่งในเซี่ยงไฮ้
“เชิญโต๊ะนี้เลยครับเป็มุมที่ดีที่สุดในร้านของเราแล้ว”บรรยากาศในร้านอาหารนั่นก็สวยแบบที่พนักงานของร้านแนะนำจริง ๆ
“กงเฉินจื่อนายแน่ใจนะเว้ยว่ามีเงินพอจ่ายนี่มันร้านอาหารระดับห้าดาวเลยนะฉันจะไม่ยอมติดคุกก่อนที่จะไปเป็หมอนะจะบอกให้ก่อน”เธอพูดและมองบรรยายกาศในร้านแห่งนั้น
“หลันฮวา ที่ฉันมาเลี้ยงข้าวเธอวันนี้ก็เพราะฉันมีเวลามามากนัก อีกไม่กี่วันฉันจะต้องออกเดินทางไกลเลยจะถือโอกาสเลี้ยงข้าวเธอก่อนไง” บรรยายกาศชักเริ่มแปลก ๆ หลันฮวาทำคิวย่นสงสัย
“ทำไมนาย!..นายจะไปไหนอย่าบอกนะว่ามีคนมาซื้อตัวไปเป็หมออยู่เมืองนอกแล้วที่ไหนเหรอ อังกฤษ อเมริกา หรือยุโรปตกลงนายจะไปอยู่ไหนกงเฉินจื่อแล้วเขาจ่ายนายมาเท่าไหร่ล่ะ”เธอถามคำถามเขา
“เราสั่งอาหารก่อนดีกว่าหลันฮวาเอาเลยเต็มที่อยากกินอะไรสั่งกินได้ทุกอย่างแพงที่สุดในร้านก็ได้”แววตาของเพื่อนสาวก็เปลี่ยนไปในฉับพลัน เธอกำมือทั้งสองข้างอยู่บนโต๊ะริมฝีปากเผยอออกมาจนเห็นฟันสีขาวสะอาดจากนั้นเธอก็ยกมือขวาขึ้นแล้วชี้นิ้วไปที่หน้าของเขาก่อนพูดว่า
“ถ้าอย่างนั้นจะไม่ออมมือแล้วนะฉันจะกินทุกอย่างที่ฝันและก็จะกินให้อร่อยที่สุดเพื่อนาย”น้องสเต็กเนื้อที่แพงที่สุดในร้านนี้คือเมนูไหนและอีกอย่างฉันขอไวน์ดี ๆ สักขวดได้มั้ย”เธอหันมาถามเพื่อนชายเขายักไหล่แล้วผายมือออกมา
“ตามสบายเลยหลันฮวากินเต็มที่ตามใจเธอ...น้องขอทุกอย่างที่คุณผู้หญิงสั่งมาสองชุดเลยครับ”พนักงานรับออเดอร์เรียบร้อยและเดินออกไปสักครู่วายแดงก็ถูกเข็นออกมาก่อนพร้อมพร้อมกับเนื้อรมควันที่เฉือนจนบางเฉียบจานเบาๆนำเข้ามาก่อน หญิงสาวกำมือขึ้นมาทั้งสองมือ
“Ok วันนี้ฉันจะหม่ำมันให้อร่อยที่สุดไปเลยนะกงเฉินจื่อ”ทั้งคู่ยกไวน์ขึ้นชนแก้วแล้วก็เริ่มทานอาหารอย่างออกรส อาหารถูกนำมาเสริฟ์เรื่อย ๆจนครบตามที่เธอสั่ง ก่อนจะจบด้วยของหวานถ้วยโปรดเธอนั่นคือข้าวเหนียวทุเรียนนั่นเอง..
“เอาละทีนี้พูดมาว่านายจะไปอยู่ที่ไหน”เธอพร้อมฟังเขาแล้ว จากนั้นชายหนุ่มก็ขยับตัวเพื่อเปลี่ยนอิริยาบถ
“คืออย่างนี้นะหลันฮวาฉันได้สัญญาจ้างให้ไปทำงานในต่างประเทศแต่เป็แบบสัญญาของนักศึกษาปริญญาโทและต้องต่อด้วยปริญญาเอกซึ่งมันต้องใช้เวลาหลายปีเลยละ”พอพูดเขาจบสีหน้าของหลันฮวาก็สลดลง!!.และในวินาทีต่อมาก็เปลี่ยนไปทันที.!!
“นี่หมายความว่านายจะได้ไปเรียนต่อจนจบปริญญาทั้งใบเลยอย่างนั้นเหรอ?!จากนั้นแววตาของเธอก็เริ่มลุกวาวขึ้นมาทันที!!..ว้าว..!!
นายนี่มันชั่งสุดยอดอัจฉริยะจริง ๆกงเฉินจื่อ” เธอพูดออกมาด้วยความดีใจแต่กงเฉินจื่อกลับมีรอยยิ้มที่มุมปากธรรมดาและไม่ได้ตื่นเต้นอะไร
“ทำไมนายไม่ดีใจเหรอ” เธอถามเขากงเฉินจื่อหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาดื่มก่อนจะพูด
“ทุกอย่างมันก็ต้องมีสิ่งที่ต้องแลกมาทั้งนั้นแหละหลันฮวามันไม่มีอะไรที่ฟรีทุกอย่างสำหรับโลกใบนี้ เมื่อได้บางอย่างก็ต้องเสียบางอย่างไปนั่นคือสัจธรรม”เขาพูดเหมือนเข้าใจในชีวิต
“แล้วที่ไหนเขาจ้างนายไปเรียนนานขนาดนั้นแสดงว่าเขา้าให้นายมาเป็อาจารย์หมออย่างแน่นอน”เขาผงกศีรษะเห็นตามที่เธอพูด
“มูลนิธิบ้านตระกูลหยาง”
“มูลนิธิบ้านตระกูลหยางจ้างนายไปเรียนนี่ก็แสดงว่าเขาต้องเห็นความสามารถของนายอย่างแน่นอนถึงกล้าลงทุนมากขนาดนี้แล้วนายจะออกเดินทางวันไหน”
“อีกเจ็ดวันก็ต้องเดินทางแล้วถึงรีบมาเลี้ยงข้าวเธอในวันนี้ไงเออและอีกอย่างเรียบจบแล้วเธอจะทำงานที่โรงพยาบาลไหนรู้หรือยัง”
“เออเื่นั้นฉันยังตัดสินใจอยู่มันก็มีทางเลือกอยู่แต่ไม่มากนักความจริงฉันก็อยากจะไปเป็หมอในต่างจังหวัดก่อนสักสองสามปีเพื่อให้เกิดความชำนาญ
ถ้าเข้ามาทำงานในโรงพยาบาลใหญ่ๆ เลยฉันว่าความเชี่ยวชาญจะไม่มี แต่พ่อกับแม่ฉันอยากจะให้อยู่ในเมืองมากกว่า”เธอพูดและเขาก็เข้าใจ
“เอาอย่างนี้นะหลันฮวาถ้าเธออยากไปอยู่ในต่างจังหวัดฉันว่ามันก็ดีเพราะคนไข้ที่นั่นจะเยอะสิ่งต่าง ๆ เ่าั้จะทำให้เธอเก่งขึ้นแต่ถ้าเธออยากจะย้ายกลับมาในเมืองฉันจะฝากให้ที่โรงพยาบาลในเครือของมูลนิธิตระกูลหยางได้เลยแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเธอก็ต้องเป็แพทย์ิัที่ชำนาญการด้วยนะ” เขาแนะนำเธอ
“เฮ้ย !!จริงๆนะนายรู้จักใครที่มูลนิธิตระกูลหยาง?”
“แน่นอนฉันรู้จักที่นั่นเป็อย่างดีหลังจากสองปีให้ไปที่มูลนิธิบ้านตระกูลหยางได้เลยแล้วจะมีคนให้เธอได้เป็หมอที่โรงพยาบาลในเครือของเขาได้อย่างแน่นอนส่วนเธอจะเลือกลงที่ไหนนั่นจะเป็สิทธของเธอนะหลันฮวา”
หลังจากที่ส่งหลัยฮวากลับบ้านกงฉินจื่อก็กลับมาที่บ้านของเขาทันทีที่ประตูบ้านเปิดออกทั้งแม่และน้องสาวต่างก็วิ่งเขามาสวมกอดเขา อย่างดีใจ“ไปไหนมาลูกวันนี้แม่โทรไปก็ไม่รับสาย แต่ยังดีนะเมื่อครู่หลันฮวาเพิ่งโทรมาบอกว่าลูกไปกินข้าวกับเธอ เป็ไงไปล่ำลากันแล้วใช่มั้ย”แม่ถามลูกชายของเธอด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
“ใช่ครับแม่พอดีเหลือเวลาอีกไม่กี่กลัวจะฉุกละหุกก็เลยนัดหลันฮวาวันนี้เลย” ดีแล้วละลูกเพื่อนฝูงกันจะไปไหนไกลๆก็ต้องบอกกันเอาไว้นะดีแล้วลูก”
“แม้..พอทีได้เห็นคุณหนูของบ้านตระกูลหยางเท่านั้นแหละพี่หลันฮวาเลยกลายเป็เพื่อนสนิทเฉยเลยนะแม๊..ทีเมื่อวานยังบอกสองนี่ชั่งเหมาะสมกันจริง ๆว่ามั้ยชิงชิง..โป๊ก!โอ้ยย..ขอสักทีเถอะพูดมากดีนักลูกสาวของฉันคนนี้”แล้วก็มีเสียงหัวเราะดัง ครึกครื้นขึ้นในบ้านของเขา...!!
เหลือเวลาอีกสองวันแล้ว ที่ทุกอย่างจะเริ่มขึ้นวันนี้กงเฉินจื่อเขานัดอาจารย์แพทย์หยางหลิงฟางเอาไว้ในร้านอาหารใจกลางเมืองเขามาถึงก่อนเธอเพียงเล็กน้อยจากนั้นทั้งคู่ก็เข้าไปทานอาหารในห้างสรรพสินค้าร้านหนึ่งหยางหลิงฟางวันนี้เธอแต่งตัวสบาย ๆ ด้วยกางเกงยีนเสื้อยืดสีขาวสะอาดตาผิวที่ขาวอยู่แล้วยิ่งทำให้หญิงสาวแลดูยิ่งดูมีเสน่ห์มากขึ้นผมยาวที่สลวยที่ถูกรวบไว้ด้านหลังเผยให้เห็นลำคอระหงของเธอจนกงเฉินจื่อนั้นมีอาการเขินอายเมื่อเธอจ้องหน้าของเขาและเมื่อทั้งคู่เดินไปด้วยกันผู้คนหลายคนเห็นต่างก็มองตามพวกเขาหลายคนต่างก็คิดว่าชายหญิงคู่นี้ชั่งดูหล่อและสวยพวกเขาชั่งเป็ดูเป็คู่ที่เหมาะสมกันจริง ๆ
“คุณหมอเตรียมตัวทุกอย่างพร้อมหรือยังคะ”เธอถามเขาขณะที่เดินคู่กันไป
“ผมคงไม่ได้เตรียมอะไรมากมายผมแค่เตรียมตัวกับเตรียมใจเพียงเท่านั้นก็พอครับแล้วคุณหมอหยางหลิงฟางล่ะครับเตรียมตัวอย่างไรบ้าง”เธอยิ้มอย่างสบายใจ นี่คือครั้งแรกที่เขาเห็นเธอยิ้มออกมาอย่างไม่มีสิ่งใดในใจ
“ส่วนฉันคุณหมอไม่ต้องเป็ห่วงหรอกค่ะเพราะฉันรอวันนี้มานานมากกว่าที่จะคิดถึงสิ่งใดแล้วในตอนนี้เราทานอาหารร้านนี้กันดีมั้ยคะ ฉันเคยมาที่นี่ครั้งหนึ่งแต่นานมาแล้ว ก่อนจะออกเดินทางไกลเลยอยากมาซึมซับรสชาติของมันอีกสักครั้ง”พูดจบเธอก็เดินนำหน้าเขาเข้าไปในร้านอาหารแห่งนั้นพวกเขาทั้งคู่ทานอาหารและค่อยกันไปเรื่อย ๆ จนถึงเย็น ๆ
อย่างน้อยเราสองคนจะต้องไปอยู่ในอีกที่หนึ่งของโลกวันนี้ถือเป็วันที่ดีที่เราได้มาทานข้าวด้วยกันฉันดีใจมากนะคะที่คนที่จะไปเผชิญโลกใบใหม่กับฉันเป็คุณหมอกงเฉินจื่อ”เธอพูดออกมาอย่างเชื่อมั่น กงเฉินจื่อยิ้มและมองตาของเธอ
“ทานข้าวกันเถอะครับเราคงต้องเจออะไรอีกมากมายในวันข้างหน้า"เขาพูดและยิ้มให้เธออย่างจริงใจ แต่สิ่งที่เขาดีใจอย่างหนึ่งก็คือ เขาได้ทำหน้าที่ของลูกชายและได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดครอบครัวไปแล้วนั่นคือความมั่นคงในชีวิตของแม่และน้องของเขาหากวันหน้าเกิดอะไรขึ้นก็ไม่มีอะไรให้ห่วงใยอีกแล้ว ทานข้าวเสร็จพวกเขาก็กลับออกมาหยางหลิงฟางขับรถไปส่งเขาที่บ้าน
“อีกสองวันเจอกันนะคะฉันจะส่งคนมารับคุณหมอที่บ้านเองค่ะ”เขาลงจากรถก่อนที่เธอจะขับออกไป
“ใครมาส่งหรือลูก”แม่ของเขาเดินออกมาจากในบ้านแต่ก็ไม่ทันเพราะเห็นรถวิ่งออกไปแล้ว
“คุณหนูหยางหลิงฟางครับแม่”
“อ้าวทำไมไม่เชิญเธอเข้ามาในบ้านก่อนละลูก อุตส่าห์มาถึงที่นี่แล้ว”เธอคงอยากจะไปร่ำลาเพื่อนอีกหลายคนครับเลยต้องรีบออกไป...!!"จากนั้นทั้งคู่ก็เดินกลับเข้าไปในบ้าน
ในบ่ายของวันที่๘เดือน๘รถยนต์คันหรูวิ่งมาถึงหน้าบ้านของกงเฉินจื่อ วันนี้หลันฮวาเพื่อนสนิทเธอก็มาส่งเขาที่บ้านด้วย กระเป๋าเป้ใบเล็ก ๆสีน้ำตาลของเขาถูกสะพายขึ้นใส่บ่าในนั้นมีของใช้ส่วนตัวเล็กน้อยเพราะเขานั้นไม่รู้ว่าต้องเตรียมอะไรไปบ้างแต่สิ่งที่เขาคิดก็คือคำขอของเขากับเทพแห่งโอสถยังคงดังก้องอยู่ในใต้จิตสำนึกของเขา“สิ่งที่จำเป็ในการดำรงชีวิตให้อยู่รอดทั้งหมดต้องมีอยู่ในห้องห้องนั้นนั่นคือเสียงสุดท้ายที่เทพโอสถได้ให้คำสัญญากับเขา ดังนั้นกงเฉินจื่อจึงไม่ได้คนหาเอาสิ่งใดมากมายไปอีกนั่นเลย...
เมฆฝนเริ่มตั้งเคล้ามาั้แ่บ่ายตอนนี้เริ่มจะลงเม็ดเล็กๆ บ้างแล้ว
“แม่ครับผมต้องไปแล้วพี่ไปแล้วนะนะชิงชิงดูแลแม่ให้ดีด้วยถ้าหากมีปัญหาอะไรให้ไปพบลุงหวังที่พิพิธภัณฑ์บ้านตระกูลหยางได้เลยเขาจะคอยดูแลทุกอย่างแทนพี่” เขาเดินเข้าไปกอดแม่และน้องสาวอีกครั้ง
เดินทางปลอดภัยนะลูกถ้าว่างก็กลับมาเยี่ยมแม่ หรือถ้างานที่รับผิดชอบมันหนักจนเกินไปก็กลับมาความจริงแล้วไม่จำเป็ต้องร่ำรวยมากมายพวกเราก็พออยู่กันได้”...ใช่พี่ไม่ต้องร่ำรวยขอให้มีความสุขและพวกเราได้อยู่ด้วยกันฉันก็ไม่อยากได้อะไรแล้ว..”น้องสาวของเขาพูดและเริ่มมีน้ำตาซึม ทำให้แม่ก็พลอยน้ำตาไหลออกมาด้วย
“หลันฮวาฝากดูแลแม่ฉันด้วยนะใน่ที่เธอกลับมาเยี่ยมบ้านแต่อย่าลืมเื่ที่ฉันฝากเอาไว้หลังผ่านไปสองปีเธอต้องกลับมาทำงานอยู่ใกล้บ้านเพราะเื่นี้ฉันก็ฝากลุงหวังเอาไว้แล้วและเขาก็รับปากจะให้เธอเลือกโรงพยาบาลที่ใกล้บ้านเธอที่สุด...”
“โชคดีและเดินทางปลอดภัยนะกงเฉินจื่อ”พูดจบพวกเขาก็ต่างร้องให้กันออกมาราวกับว่านี่คือการสั่งลากันเป็ครั้งสุดท้ายของชีวิตน้ำตาพวกเขาหลั่งไหลออกมาพร้อมกับฝนที่เริ่มเทลงมาอย่างหนักในตอนนั้น...”พวกเราควรออกเดินทางได้แล้วครับคุณหมอเดี๋ยวฝนจะลงหนักมากกว่านี้”คนขับรถถือร่มมายืนรอเขาอยู่ด้านนอกบ้าน จากนั้นกงเฉินจื่อก็เดินขึ้นรถไปขณะที่ล้อรถเริ่มหมุนเขามองผ่านกระจกรถเห็นบ้านที่อยู่อาศัยมาตั้งเกิดแต่ค่อย ๆเลื่อนห่างออกไปมันเป็ความรู้สึกที่เขานั้นยากจะอธิบาย ภาพความทรงเก่า ๆกับบ้านหลังนี้ค่อยๆ วิ่งย้อนขึ้นมาแทนที่ น้ำตาของเขาไหลออกมาไม่รู้ตัวภาพอบอุ่นที่เคยััค่อย ๆ เลือนหายไปกับสายฝนที่โปรยกระหน่ำและกลืนหายไปในแสงสีขาวของเมฆฝนในเย็นของวันนั้น..!