บทที่11 ขายเห็ดฟาง
เช้ามืด อันหยางกับอันผิงรับหน้าที่มารออยู่ตรงแคร่หน้าบ้านเผื่ออาจางฝายเอาตะกร้าสานมาส่ง แค่กำลังจะเดินออกจากตัวบ้านไปที่แคร่อาจางฝายก็มาะโและเคาะเรียกที่หน้าบ้านแล้ว อันหยางจึงให้อันผิงไปตามท่านแม่และตัวเขาไปเปิดประตู ให้อาจางฝายเข้ามารอในบริเวณบ้านก่อน
ไม่นานท่านแม่ก็เดินออกมา จ่ายเงินให้อาจางฝาย
“จางฝาย วันนี้เ้าไปรับจ้างที่ไหนไหม” จางฝายส่ายหัวหน้าตาดูมีความหวัง และยิ้มออกเมื่อท่านแม่เอ่ยต่อ “ถ้าอย่างนั้นข้าจ้างเก็บผักคะน้าหลังบ้านหน่อย”
“ได้ๆ”
ท่านแม่ให้อันหยาง และจางฝายเป็คนเก็บผักคะน้าส่วนท่านแม่นำตะกร้าไปเก็บเห็ดฟาง เมื่อเก็บใกล้เต็มตะกร้าท่านแม่ก็นำใบไม้มาวางบังไว้ และยกไปไว้หน้าบ้าน และกลับมาเก็บผักคะน้าต่อที่ตอนนี้อันหยางและจางฝายเก็บจนใกล้จะเสร็จแล้ว เพราะแปลงผักไม่ใหญ่มากทั้งสามคนช่วยกันนำไปไว้บนรถเข็น
เมื่อเสร็จแล้วท่านแม่จึงบอกกับอาจางฝาย
“ข้าจะให้เ้าเข็นไปส่งที่ร้านเถ้าแก่อู๋ พร้อมกับอันหยางนะ”
“ได้ๆ”
อันผิงแอบลอบสังเกตอาจางฝายถ้าไม่นับความพิการที่ทำให้เขาเดินไม่สะดวก นอกนั้นเขาก็ดูปกติ เขาตั้งใจทำงานมากแต่เพราะการทรงตัว จึงทำให้ทุกอย่างที่ทำได้นั้นช้าไปหน่อยแต่จิตใจคนก็ยากหยั่งถึง แม้คนตรงหน้าจะดูไม่มีพิษมีภัย คิดไปคิดมาเลยคิดถึงเื่พรที่จะขอวันนี้ขึ้นมา
ทีแรกว่าจะขอให้ท่านแม่ขายเห็ดฟางได้ในราคาที่ไม่โดนโกงแต่เปลี่ยนใจล่ะ ตอนนี้เธออยากได้เหมือนเว็บค้นหาข้อมูลเว็บหนึ่งแค่พิมพ์สิ่งที่เราอยากรู้ลงไปกดค้นหาเราก็จะได้ข้อมูลที่้าซึ่งอาจจะจริงและไม่จริง แต่ถ้าขอจากพรก็จำกัดให้เป็ข้อมูลจริงว่าแล้วก็ลองดูสักหน่อย
‘ข้าขอไอเท็ม เมื่อข้าอันผิงคิดในใจว่า ข้า้าค้นหาไม่ว่าคนสัตว์ สิ่งของ หรือพวกพืช ให้ขึ้นข้อมูลของสิ่งเ่าั้มา ถ้าเป็คนก็ให้ขึ้นว่าเป็คนนิสัยอย่างไร ไว้ใจได้หรือไม่ ส่วนสัตว์ สิ่งของ หรือพวกพืชก็ให้บอกเหมือนกับพรที่ขอไปก่อนหน้านี้ที่ว่า ข้า้ารู้สิ่งนี้’
‘ท่าน้ารวมพรข้อที่เจ็ด’
‘ใช่แล้ว ได้ไหม’
‘ได้ขอรับ รบกวนท่านขอใหม่อีกครั้ง’ ฟังจบอันผิงถึงกับมองบนเมื่อกี้เธอพูดไปตั้งเยอะ ให้พูดในใจใหม่อีกรอบเหรอ แต่จะทำอะไรได้ล่ะยังไงก็ต้องง้อเขา ก็แค่ต้องพูดในใจใหม่อีกครั้ง
‘ข้าขอไอเท็มให้ข้าอันผิงเมื่อคิดในใจ ว่าหากข้า้าค้นหาสิ่งใดไม่ว่าคน สัตว์ สิ่งของ หรือพวกพืชผล ที่รู้ชื่อหรือไม่รู้ชื่อให้ขึ้นข้อมูลของสิ่งเหล่าขึ้นมา ถ้าเป็คน ก็ให้ขึ้นว่าเป็คนนิสัยอย่างไรไว้ใจได้หรือไม่ ส่วนสัตว์ สิ่งของ หรือพวกพืชก็ให้บอกเหมือนกับพรที่ขอไปก่อนหน้านี้ที่ว่า ข้า้ารู้สิ่งนี้’
คราวนี้ไม่มีเสียงขัดจากระบบ พอขอเสร็จแสงสีขาวก็วิ่งผ่านเข้ามาในหัวแสดงว่าการขอพรสำเร็จแล้ว อันผิงจึงทดลองใช้ทันที มองไปที่อาจางฝาย และนึกในใจว่าค้นหาจางฝาย ไม่นานตรงหน้าอันผิงก็ปรากฏหน้าจอขึ้นมา
จางฝาย เพศชาย เป็คนดี แต่เพราะชะตาชีวิตไม่ดีทุกวันนี้อยู่ด้วยความยากลำบาก แต่ต้องอดทนอดกลั้น มีความอยากตายแต่ก็ไม่มีความกล้าพอ เพราะยังมีเมียและลูกที่ต้องรับผิดชอบ แนวโน้มจะเป็คนชั่วถ้าพบเจอคนที่ทำให้ตัวเองต้องพิการ
เมื่ออ่านจบอันผิงก็ยกมือทำท่าเหมือนปิดหนังสือ ภาพตรงหน้าก็หายไปสรุปอาจางฝายก็เป็คนพิการที่น่าสงสารละกัน ถ้าเขามีความเป็อยู่ที่ดีขึ้นแนวโน้มที่เขาอยากมีชีวิตอยู่น่าจะมีมากขึ้น
หลังจากอาจางฝายและอันหยางไปขายผัก ท่านแม่ก็พาอันผิงไปอาบน้ำพร้อมกันวันนี้ท่านแม่แต่งตัวดีกว่าทุกวัน เสื้อผ้าแม้จะเก่า แต่ดูสะอาด อันผิงเดาว่าเพราะต้องไปขายเห็ดที่เหลาอาหาร ถ้าแต่งตัวไม่ดี ยังไม่ทันได้ขายอาจโดนพวกเสี่ยวเอ้อไล่ออกมาเสียก่อนก็เป็ได้
ไม่ว่ายุคไหนภาพลักษณ์มักสำคัญเสมอ
อาจางฝายกับอันหยางกลับมาตอนที่อันผิงกำลังกินซาลาเปาที่ท่านแม่อุ่นไว้ท่านแม่จึงลุกออกไปหาคนทั้งสอง เมื่อรับเงินจากอันหยางที่ยืนยิ้มแฉ่งท่านแม่ก็นับเงิน เพื่อจ่ายค่าจ้างให้กับจางฝาย 15 อีแปะ และบอกกล่าวจ้างงานเขาเพิ่ม ให้เขาขนเห็ดไปขายในเมืองพร้อมท่านแม่โดยนัดเวลาเป็ยามเฉิน(7.00-9.00) และจะจ่ายค่าจ้างอีกครั้งตอนงานเสร็จเขาตอบรับอย่างดีใจ และลากลับบ้านไปก่อน โดยที่ไม่ถามราคาค่าจ้างสักคำ
สำหรับจางฝาย ขอแค่มีคนจ้าง ไม่ว่าจะราคาเท่าไหร่ เขาก็คงยินดี
อันผิงคำนวณ เท่ากับว่าวันนี้อาจางฝายมีรายได้ ณ ตอนนี้แล้ว 18อีแปะ ถ้าขายเห็ดฟางได้ราคาดีจริงคาดว่าท่านแม่คงตบรางวัลให้อีกไม่น้อย ถ้าดูจากนิสัยชอบแบ่งปันของท่านแม่และพี่ชาย ในใจอันผิงก็รู้สึกดีใจไปด้วย เวลาอ่านนิยายแล้วบางทีตัวเอกอาจละเลยตัวละครประกอบจนๆ บางตัว คนอ่านอย่างเธอก็ปวดใจเหมือนกัน ในเมื่อเธอมาอยู่ในโลกเสมือนนิยายที่เคยอ่านมาถ้าอะไรที่ช่วยได้ เธอก็คิดว่าจะช่วย ถ้าตัวเองไม่เดือดร้อนอะนะ
ยามเฉิน(7.00-9.00) อาจางฝายก็มาร้องเรียกอยู่หน้าบ้านท่านแม่จึงไปเรียกให้เขามาแบกตะกร้าเห็ดไว้ด้านหลัง ถึงตะกร้าจะใหญ่แต่น้ำหนักเห็ดฟางน่าจะไม่เกิน 6 ชั่งท่านแม่คงคำนวณในใจอยู่แล้ว ถึงได้ให้อาจางฝายเป็คนแบกมันไปและเดินตามท่านแม่ไปขึ้นเกวียนรับจ้างบ้านเอ้อ
สองพี่น้องจึงรออยู่บ้าน กิจวัตรประจำวันที่ต่างจากเดิมคืออันหยางไปตรวจดูเม็ดบัวในกระสอบที่เคยเจอเมื่อสองวันก่อนซึ่งน่าแปลกที่เชื้อราไม่ได้ขึ้นเยอะอย่างที่ควรจะเป็อันผิงจึงเดาว่าคงเป็เพราะพรที่ขอถ้ายังไม่ถูกใช้สภาพหัวเชื้อของมันก็ยังเป็เช่นเดิมจากนั้นอันหยางก็จัดการกองฟางที่กองเหลืออยู่โดยเรียงมันเป็ชั้นอย่างเป็ระเบียบจากนั้นก็ไปตักน้ำมารดฟางให้ชุ่มเพื่อที่จะได้ใส่เม็ดบัวในวันพรุ่งนี้ เมื่อทำตรงนี้เสร็จเขาก็จูงอันผิงไปสำรวจกระสอบที่จะนำมาปิดในห้องเก็บฟืนต่อทันที
แม้ว่าเขาจะทำหลายๆ อย่างแต่เขาก็ยังคอยดูแลน้องสาวเขาไม่ให้ห่างสายตาด้วย ช่างเป็พี่ชายตัวอย่างเสียจริงเป็อย่างที่อ่านมาหลายเื่ เด็กสมัยโบราณนั้นรู้ความ อันผิงมองอันหยางที่นับกระสอบที่พับเก็บไว้ในห้องเก็บฟืนดูเหมือนมันมีอยู่แค่ 3 ผืน เขาจึงหันมาบอกน้องสาวของเขา
“น้องสาวจะต้องเตือนพี่ใหญ่ให้บอกท่านแม่เื่กระสอบนะ ถ้าท่านแม่กลับมา”
อันผิงพยักหน้ารับมองคนตัวเล็กตรงหน้าที่เป็พี่ชายอย่างชื่นชมเข้าไปอีก เพราะั้แ่เช้าเขาจำได้ทุกขั้นตอนที่ใช้ปลูกเห็ดฟาง ทั้งๆ ที่ทำไปแค่ครั้งเดียว เพียงเพราะน้องสาวอยากจะเล่นปลูกผักอันผิงมองออกเลยว่า พี่ชายของนางเป็คนฉลาด
ยามอู่(11.00-13.00) ระหว่างที่สองพี่น้องกินขนมอยู่ตรงแคร่หน้าบ้านนั้นท่านแม่ก็กลับมาพร้อมอาจางฝาย และมีเกวียนจอดอยู่หน้าบ้านด้วยสองพี่น้องจึงตื่นเต้นดีใจ เพราะบนเกวียนนั้นมีเสบียงอาหารมากมายทั้งที่ของเก่าจากคราวเห็ดหลินจืดยังไม่หมดเลย หรือเพราะท่านแม่้าตุนไว้ก่อนเพราะอีกสองเดือนจะเป็หน้าหนาวแล้ว และคาดการณ์ได้เลยว่าปีนี้พวกเขาคงอยู่ดีกินดี
เมื่อลงของเสร็จ ยังมีของเหลืออยู่บนเกวียนท่านอาจางฝายจึงบอกคนขับเกวียนให้ไปยังบ้านของตน และบอกลาสามคนแม่ลูกบ้านอันสีหน้าของอาจางฝายดูมีความสุขมาก
สองพี่น้องได้ซาลาเปาคนละลูก และขนมคนละ 3 กล่อง อันผิงแกะดูขนมอย่างสนใจ แต่ละกล่องไม่เหมือนกัน ั้แ่มาที่โลกนี้ เธอมีความสนใจในขนมโบราณเวลาอ่านในนิยายนั้นน่ากินมาก โดยมีท่านแม่นั่งบอกชื่อขนมอยู่ข้างๆและอันหยางที่นั่งอวดว่าเคยกินสมัยที่ท่านพ่อยังอยู่
ระหว่างที่ฟังว่าอันหยางเคยกินขนมอะไรมาบ้าง ป้าโจวก็มาหาที่บ้านท่านแม่จึงเล่าเื่การขายเห็ดฟางให้ฟัง และพาป้าโจวไปดูเพราะป้าโจวไม่รู้จักเห็ดชนิดนี้ ท่านแม่บอกว่าไม่แปลกที่ท่านป้าจะไม่รู้จักเพราะว่าเห็ดนี้หายาก จึงทำให้มันราคาแพงมาก ชั่งหนึ่งขายได้ถึง 1ตำลึงเงิน และเพราะรสชาติของมันดีมาก ทำอาหารได้หลายชนิดจึงเป็ที่นิยมสำหรับคนสูงศักดิ์และเศรษฐีบางคนที่คบหากับผู้สูงศักดิ์พวกนั้นจึงชมชอบเห็ดบัวไปด้วย
ป้าโจวแสดงสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
“ชั่งละ 1 ตำลึงเงินเลยเหรอแล้วถ้าทำเป็อาหารเสร็จจานนั้นไม่ยิ่งแพงขึ้นไปอีกเหรอ บ้านเ้ารวยแล้ว” พร้อมหันไปมองอันผิงอย่างเอ็นดูว่า
“ั้แ่หายป่วย ท่านเซียนคงรักผิงเอ๋อร์เป็แน่ แค่เอากองฟางมาเล่นเจอเม็ดบัวที่มีคนเอามาทิ้ง ก็ได้เห็ดบัวออกมา”
“ใช่แล้วท่านป้าโจว” เป็อันหยางตอบรับ “ข้าก็ไม่คิดว่าสิ่งที่น้องสาวเล่นจะเป็เห็ดหายาก และราคาแพงท่านแม่ข้าจำวิธีปลูกเห็ดฟางได้ นี่ขอรับข้าเตรียมกองฟางไว้ปลูกเห็ดพรุ่งนี้แล้วข้าจำที่น้องสาวให้ทำได้ขอรับ”
อันหยางอวดตัวเองขึ้นมาทันที และเงยหน้ามองผู้ใหญ่สองคนตาเป็ประกายประมาณว่า ชมช้าสิ
“หยางเอ๋อร์ เก่งจริงๆ” ท่านแม่และป้าโจวเอ่ยชมขึ้นมาพร้อมกัน อันหยางยิ่งยิ้มกว้างเข้าไปใหญ่
“ป้าโจว ถ้าอย่างนั้นท่านมาลองปลูกเห็ดฟางดีกว่า”
“ใช่ๆ ข้ารู้วิธีปลูก” อันหยางเอ่ยอย่างตื่นเต้นขึ้นมาทันที
ป้าโจวลังเล แต่ทั้งอันหยางและท่านแม่คะยั้นคะยอ ก็เลยพยักหน้ารับอันหยางจึงวิ่งไปหาลุงโจว คงจะไปขนฟางนั่นแหละทั้งท่านแม่และป้าโจวมองตามด้วยสายตาเอ็นดู นานแล้วที่อันหยางไม่ได้ร่าเริงขนาดนี้
“เ้าเลยจ้าง จางฝายมาทำงานใช่ไหม”
ท่านแม่พยักหน้า
“ดีแล้ว ช่วยๆ กันไป เด็กสองคนนั้นก็น่าสงสาร แม่ก็ป่วย”เพราะว่างานในสวนของป้าโจว ความจริงแค่สองสามีภรรยาก็ทำกันเองได้แต่ด้วยความสงสารเพื่อนบ้านจึงได้จ้างท่านแม่หรืออันหยาง
“ป้าโจวมาเก็บเห็ดฟางไปลองผัดเป็อาหารเย็นสิ”
“ไม่ๆ แพงขนาดนี้เ้าเก็บไปขายเถอะข้ากินผักที่ปลูกดีกว่า ถ้าเ้าเก็บให้ข้า ข้าจะโกรธเ้าจริงๆ”
เมื่อป้าโจวยืนกราน ท่านแม่จึงไม่กล้ายัดเยียดเห็ดให้ท่านป้าโจวอีกสองคนแม่ลูกจึงตามป้าโจวไปที่บ้านเพื่อดูที่ทางในการเพาะเห็ดฟางเมื่อชี้จุดที่จะเพาะเห็ดได้แล้ว ท่านแม่และป้าโจวจึงช่วยกันเก็บกวาด
ส่วนอันผิงมองสำรวจบ้านป้าโจวที่เธอเพิ่งได้เข้ามาครั้งแรกบ้านป้าโจวเป็บ้านที่ก่อจากดินหรือหิน เธอดูไม่ออก แต่ดูแข็งแรงพอๆ กับบ้านของเธอแต่ยังมีส่วนที่เป็ไม้ต่อไปบ้าง ดูเหมือนค่อยๆ เปลี่ยนจากไม้เป็กำแพงดินบริเวณของบ้านโจวกว้างมาก อันผิงเห็นบ้านไม้หลังเก่าอยู่ไม่ไกลกันมากนักแต่ถูกปิดไว้ เดาว่าคงเป็บ้านหลังเก่ามาก่อนที่จะสร้างใหม่
บ้านท่านป้าโจวนั้นเป็สวนครบวงจรของแท้ มีเลี้ยงไก่อีกหลายตัวอันผิงไปยืนนับ มีทั้งหมด 10 กว่าตัวไม่แปลกที่อันหยางได้ไข่ไก่มาที่บ้านทุกวัน มีสวนผักที่ตอนนี้กำลังโตขึ้นมาบวกกับดินที่อุดมสมบูรณ์ที่อันผิงขอไป ผักพวกนี้จะต้องงามขึ้นอีกแน่ในอนาคตอันใกล้
เมื่อช่วยบ้านป้าโจวเตรียมที่เพาะเห็ด ก็ใกล้ยามเซิน(15.00-17.00)สามแม่ลูกจึงกลับมาช่วยกันเตรียมพื้นที่เพื่อปลูกผักคะน้าและช่วยกันเก็บหัวไชเท้าเพื่อพรุ่งนี้จะได้เข็นไปขายได้เลยพอเห็นหัวไชเท้าอันผิงก็นึกถึงโสมคน สมุนไพรที่มีชื่อเสียงพอๆ กับเห็ดหลินจือไว้ถ้าท่านแม่ขึ้นเขาไปหาของป่าอีกเมื่อไหร่จะต้องขอพรให้เจอสักหน่อยแล้ว ไหนๆท่านเซียนก็อุปถัมภ์ครอบครัวเธอแล้ว
เมื่องานสวนเสร็จแล้ว อันผิงก็ไปให้อาหารไก่ ส่วนอันหยางรดน้ำเห็ดฟางท่านแม่ไปทำอาหารสำหรับมื้อเย็น เมื่อทำเสร็จ อาจางฝายก็มาะโเรียกหน้าบ้านอันหยางวิ่งไปเปิดประตูรั้วให้
“ข้าไปหาซื้อเม็ดบัวขึ้นราตามที่ท่านบอกให้เอาไปไว้ที่ไหน” อาจางฝายเอ่ยเมื่อเข้ามาในบ้านข้างหลังเขาสะพายตะกร้าสานที่มีกระสอบเม็ดบัวถูกมัดไว้ใส่อยู่ในนั้น
“เอาไปไว้ที่หลังบ้านใกล้เล้าไก่ขอรับ” อันหยางกล่าวตอบแทน และะโเรียกท่านแม่จากในบ้าน
เมื่ออาจางฝายกลับมาอีกครั้ง เขาก็ยื่นเงินอีแปะคืนให้ท่านแม่
“ร้านค้าที่ไปถาม เขาจะทิ้งอยู่แล้วจึงไม่เอาเงิน ข้าจ่ายแค่นั่งเกวียนไปกลับเท่านั้น”ท่านแม่จึงรับเงินคืนมาส่วนอันหยางหยิบหัวไชเท้ามายื่นให้อาจางฝายตามที่แม่บอกกล่าว
“ขอบคุณขอรับ” อาจางฝายไม่ปฏิเสธเขารับมันด้วยความยินดี และกล่าวลาเพื่อกลับบ้าน
“ท่านแม่สุดยอดข้ากำลังกังวลอยู่เลยว่าเราจะไปหาเม็ดบัวขึ้นราที่ไหนดี ถ้าของเดิมหมดไปก่อนขอรับ”
อันผิงลอบเห็นด้วยในใจ นี่เธอยังนึกอยู่เลยว่าหรือพรุ่งนี้ต้องขอพรให้เจอเม็ดบัวขึ้นราอีกดี ท่านแม่สุดยอดเลยเ้าค่ะ
“แต่ท่านแม่ กระสอบที่จะใช้คลุมเห็ด มีเหลืออยู่ 3ผืนขอรับ”
“พรุ่งนี้แม่จะให้จางฝายซื้อกลับมาจากในเมืองแล้วกัน”
และแน่นอนมื้อเย็นของครอบครัวอัน จานแรกเป็คะน้าผัดอันผิงจึงรู้ว่าที่จริงพวกซอสปรุงรส สมัยนี้ก็มีอยู่แล้ว พอใช้พรค้นหาจึงเห็นว่ามีกันหลายชนิด แต่ราคาก็ไม่ย่อมเยาเท่าไหร่อย่างไหที่ท่านแม่ซื้อมาใกล้เคียงกับไหขนาดกลางแต่ค่อนไปทางเล็ก ก็ราคา 50อีแปะเข้าไปแล้วพรุ่งนี้อันผิงต้องไปสำรวจในครัวเสียหน่อยว่าได้มาเยอะไหม จบเื่คะน้าผัดก็ต้องมาต่อที่ผัดเห็ดบัว อนาคตสินค้าทำเงินของบ้านอันและบวกกับฝีมือผัดของท่านแม่แล้ว ช่างหวาน กรอบ นุ่ม อร่อยเสียจริง ถ้าไม่ติดว่ามันราคาชั่งละ 1ตำลึงเงิน อันผิงจะขอให้ท่านแม่ผัดเพิ่มอีกจาน