และแม้เยี่ยนเจาเจาไม่เห็นนายหญิงใหญ่อยู่ในสายตาหนานหมิงเหอกลับทนไม่ได้อีกต่อไป
สิ่งที่เขาคิดในใจยามนี้คือนายหญิงใหญ่ช่างรนหาที่ตายไม่จบไม่สิ้นจนเขาอยากมอบของขวัญชิ้นใหม่ให้นางแล้ว
ตั๊กแตนหลังสารทฤดูนี้เหมือนจะไม่ตระหนักถึงสถานการณ์น่าสังเวชของตนหนานหมิงเหอไม่รังเกียจที่จะให้นางได้ลองสัมผัสดูสักครั้ง
จดหมายพร้อมอาหารแห้งจำนวนมากจึงถูกส่งออกจากจวนสกุลหยวนอย่างเร่งด่วนคาดว่าอีกไม่นานคงถึงหมิ่นหนาน
หนานหมิงเหอต้องการลงมือกับนายหญิงใหญ่เยี่ยนเจาเจาชอบอกชอบใจเมื่อได้ยิน สิ่งเดียวที่กวนใจคือรู้สึกว่า คนไร้ค่าเช่นนายหญิงใหญ่ไม่จำเป็นต้องถึงมือพี่ชายรองของนาง
ข้ามเรื่องนี้ไปก่อน คนรับผิดชอบส่งจดหมายของหนานหมิงเหอพบว่ามีจดหมายไม่จ่าหน้าซองถูกส่งออกจากจวนสกุลหยวนอีกฉบับพวกเขาสกัดไว้และลองเปิดดูเหมือนว่าเนื้อหาไม่ต่างจากที่เยี่ยนเจาเจาอยากจะกล่าวนัก จึงไม่ปรับเปลี่ยนอะไรเพียงวางมันกลับที่เดิม
และจดหมายอีกฉบับนั้นก็มาถึงมือนายท่านผู้เฒ่าหยวนมู่ที่สถานศึกษาสกุลหยวน
มีคนส่งจดหมายออกไปฟ้องเรื่องพฤติกรรมของหยวนหยางฮุยและนายหญิงใหญ่กับนายท่านผู้เฒ่าโดยตรง
นายท่านผู้เฒ่าหยวนมู่รู้ว่าหยวนหยางฮุยเป็นพวกสวะแต่เขาไม่อยากรู้เรื่องราวจิปาถะในจวนสกุลหยวนจึงไม่รู้ว่าหยวนหยางฮุยจะเลวร้ายได้ขนาดนี้
นายท่านผู้เฒ่าหยวนมู่โกรธเกรี้ยวจนทำแท่งหมึกอันโปรดตกและเดินทางออกมากลางดึก มุ่งตรงกลับจวนสกุลหยวนทันที
เขาไม่ได้บอกใครล่วงหน้า ตอนกลับมาถึงจวนสกุลหยวนก็ให้คนปลดแผ่นป้ายคำขวัญทองคำพระราชทานหน้าประตูจวนสกุลหยวนลงมาแล้วขว้างลงพื้นจนแตกเป็นเสี่ยงๆ
ความเคลื่อนไหวที่หน้าประตูจวนสกุลหยวนสุดท้ายก็แพร่ไปทุกเรือนกระทั่งนายหญิงผู้เฒ่ายังตะลึงงัน รีบจัดอาภรณ์ตนเองก่อนพานายหญิงใหญ่ไปที่ประตูด้วยตนเอง
นายหญิงรองจากบ้านรองก็ไปด้วยแต่เนิ่นๆ เช่นกันเจินเจินกับอ้ายอ้ายตกใจ รีบวิ่งไปหาเยี่ยนเจาเจาแทบในทันทีถามนางด้วยความประหลาดใจ “อาจ้าว เจ้าเรียกท่านปู่กลับมาหรือ?”
เยี่ยนเจาเจายิ้มลึกซึ้งจนคาดเดาไม่ถูก
นางไม่ปฏิเสธและไม่ยอมรับเพียงจัดอาภรณ์บนร่างของตนเอง ก่อนพูดเสียงแผ่วเบา “ไป พวกเราไปดูกัน”
ในใจของเจินเจินกับอ้ายอ้ายพลันสงสัย แม้ช่วงนี้พวกนางจะสุขุมขึ้นมากแต่ก็ยังเป็นแค่เด็กสาวแรกรุ่น เมื่อเคลือบแคลง ก็รู้สึกเหมือนมีอุ้งเท้าแมวมาขีดข่วนอยู่ในใจ
เยี่ยนเจาเจาอยากไป ย่อมพาพี่ชายรองของตนไปด้วย
หนานหมิงเหอรูปโฉมหล่อเหลางดงามแม้ปกติจะไม่ค่อยพูด แต่กลับทำให้เด็กสาววัยแรกรุ่นหน้าแดงได้ไม่ยาก
แต่เขากลับไม่เคยเหลียวแลเจินเจินกับอ้ายอ้ายในสายตามีเพียงเจาเจาคนเดียว เงียบสงบและอ่อนโยนราวกับไม่มีสิ่งใดมารบกวนให้เขาละสายตาจากเจาเจาได้
เยี่ยนเจาเจาและหนานหมิงเหอเดินอยู่ด้านหน้าเจินเจินกับอ้ายอ้ายมองจากด้านหลัง ไม่รู้เหตุใดตนถึงรู้สึกสว่างสดใสจนอดไม่ได้ที่จะกระซิบออกมาเสียงผะแผ่ว “ข้าก็อยากมีพี่ชายบ้าง”
“ลืมไปเสียเถอะชิวเกอเอ๋อร์คือพี่ชายของเจาเจาคนเดียว เจ้ายังไม่เข้าใจหรือ”
คาดไม่ถึงว่าเยี่ยนเจาเจาจะได้ยินเข้านางจับมือหนานหมิงเหอ หันศีรษะเอ่ยพร้อมรอยยิ้มระรื่น“พี่ชายข้าแตกต่างจากพี่ชายคนอื่น”
คำพูดนี้แล่นผ่านเข้าหูหนานหมิงเหอ เขาอดยกยิ้มมุมปากไม่ได้
เขาย่อมแตกต่างจากคนอื่นอยู่แล้ว
ก็เป็นทั้ง “พี่ชายที่รัก” และยังเป็น“พี่ชายรู้ใจ” เขาจะเหมือนกับคนอื่นได้อย่างไร?
หากเยี่ยนเจาเจารู้สิ่งนี้ คงจิ้มอกหัวเราะเยาะใส่เขาว่าตอนนั้นใครกันที่คิดไม่ตกดึงดันจะลาจากเยี่ยนเจาเจา กระทั่งหน้ายังไม่ยอมพบท่าเดียว?
หวนคิดถึงหนานหมิงเหอที่ครึ่งปีก่อนยังเขินอายหูแดงก่ำเพราะเจาเจาลิ้นแข็งเรียก“พี่ชายที่รัก” มาตอนนี้กลับถือเอาคำพูดพวกนี้มาเป็นของตน ดูท่าเวลาผันผ่านเด็กชายที่สุภาพไร้เดียงสาในวันวานคงหายไปด้วย
เกรงว่าจะมีเพียงพรรคพวกของเยี่ยนเจาเจาที่รู้สึกผ่อนคลายที่สุดในจวนนี้
ป้ายทองคำของจวนสกุลหยวน อดีตฮ่องเต้ได้พระราชทานให้ด้วยตนเองก่อนสวรรคตเมื่อหลายปีก่อนเพื่อยกย่องผู้อาวุโสหยวนมู่ข้าราชการมือสะอาดมากความสามารถแต่ไม่ฝักใฝ่ในอำนาจยืนกรานลาออกจากราชการกลับซูโจวมาเปิดสถานศึกษาแทน
ตอนนั้นนายท่านหยวนมู่แขวนป้ายทองคำนี้พร้อมสายตาริษยาจากผู้คนมากมาย!
จวนสกุลหยวนถูกมองอย่างอิจฉาตาร้อนเพราะป้ายทองคำนี้ไม่รู้ตั้งเท่าไร
เหตุใดนายท่านผู้เฒ่าที่กลับมาโดยไม่บอกกล่าว จึงได้ทุบป้ายทองคำของจวนสกุลหยวนเล่า?
เรื่องราววุ่นวายใหญ่โต ทั้งจวนสกุลหยวนตกอยู่ในความหวั่นวิตกมีเพียงฝั่งเยี่ยนเจาเจาที่รู้สึกผ่อนคลายไม่กังวลอะไรทั้งสิ้น
ทั้งกลุ่มเดินไปช้าๆ เจินเจินกับอ้ายอ้ายพลันรู้สึกถึงสายตาที่ค่อยๆส่งมาจากข้างหลัง พอหันไปมองกลับไม่เห็นสิ่งใด
เยี่ยนเจาเจาไม่ได้หันไปมองแต่ก็ราวกับมีดวงตาอยู่ข้างหลัง กล่าวกลั้วหัวเราะด้วยเสียงอ่อนโยน“คนที่ต้องการพบประเดี๋ยวก็ได้พบแล้ว หันไปมองตอนนี้ไม่มีประโยชน์หรอก”
นี่ราวกับนางรู้อยู่แล้วว่าคนคนนั้นเป็นใคร
ครู่หนึ่ง พอมาถึงหน้าประตูจวนสกุลหยวนรอบข้างก็มีคนล้อมวงอยู่ก่อนแล้ว เด็กรับใช้สกุลหยวนพยายามไล่เท่าไรก็ไม่ไป ต่างมุงดูเรื่องสนุกกันอย่างคับคั่ง
ผู้อาวุโสหยวนมู่ยืนพร้อมใบหน้าเขียวคล้ำนายหญิงผู้เฒ่าร่ำไห้กอดเศษป้ายทองคำที่ถูกโยนแตกเป็นเสี่ยงๆ นายหญิงใหญ่ข้างๆก็ทำหน้าไม่ถูก นายหญิงรองใบหน้าขาวซีด นายหญิงสามตื่นตระหนกยิ่งกว่า
“ร้องไห้ทำไม? เจ้าดูจวนสกุลหยวนแห่งนี้สิยังคู่ควรกับป้ายทองคำพระราชทานจากอดีตฮ่องเต้อยู่หรือ? ทำฝีพระหัตถ์ของอดีตฮ่องเต้แปดเปื้อนเมื่อข้าไปยังปรโลก จะมีหน้าที่ไหนไปพบอดีตฮ่องเต้!”
นายท่านผู้เฒ่าหยวนมู่โกรธยิ่งนักไม่เกรงกลัวคนมุงดู อย่างไรเสียหน้าตาสกุลหยวนก็ถูกโยนทิ้งลงแม่น้ำหวง [1]ล้างมลทินอย่างไรล้วนไม่สะอาดแล้ว ไม่เห็นต้องกลัวเสียหน้าอีกรอบ
นายหญิงผู้เฒ่าร้องไห้สะอึกสะอื้นจนพูดไม่ออก มีเพียงนายหญิงใหญ่ที่กล้าเข้าไปประคองนางดันทุรังเอ่ยน้ำเสียงเกลี้ยกล่อม “นายท่านผู้เฒ่า ท่านลำบากโยนของมีค่า...?”
“ของมีค่า? หลินซื่อ ข้ารับคำพูดนี้ของเจ้าไม่ได้ บนโลกใบนี้เกรงว่าบุตรชายแสนดีของเจ้าคงจะมีค่าที่สุด!หากเจ้าไม่คิดว่าบุตรชายมีค่ากว่าฝีพระหัตถ์ของอดีตฮ่องเต้จะมองเจ้าสวะนั่นทำลายชื่อเสียงและฐานะของสกุลหยวนของข้าลงได้อย่างไร!”
ท่านผู้อาวุโสหยวนมู่โศกเศร้าและโกรธไม่มีที่ระบายนายหญิงใหญ่ก็ช่างโง่เขลา นึกว่าตนยังมีหน้ามีตาอยู่บ้าง หารู้ไม่ว่าคนอื่นล้อเลียนนางกันไปถึงไหนต่อไหนแล้ว
เยี่ยนเจาเจามองอยู่ด้านข้าง อดหรี่ตาลงไม่ได้
หนานหมิงเหอสัมผัสได้ถึงอารมณ์ของเจาเจาที่เปลี่ยนไปกระชับสองมือที่จับกันแน่นคล้ายจะปลอบประโลมนาง
ตั้งแต่เกิดมาเจินเจินกับอ้ายอ้ายก็แทบไม่เคยพบนายท่านผู้เฒ่าหยวนมู่เขาไม่ค่อยกลับจวน อีกทั้งยังไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับบุตรหลานในจวนบ่อยนัก
พวกนางไม่รู้สาเหตุ เยี่ยนเจาเจาพอจะเดาออกอยู่บ้าง
แต่นางรู้ว่าตัวเอกของวันนี้ไม่ใช่นางหรือนายท่านผู้เฒ่า
นางได้ยินเสียงฝีเท้าค่อยๆ ดังมาจากข้างหลังมุมปากพลันยกขึ้นเล็กน้อย ทว่าไม่หันศีรษะกลับไปมอง
เยี่ยนเจาเจาเดาผู้บงการของวันนี้ไว้คร่าวๆ แล้วจดหมายคุกคามชีวิตของนางส่งไปทางหมิ่นหนาน ไม่คิดรบกวนผู้อาวุโสหยวนมู่ซึ่งอายุมากแล้วและยิ่งไม่ต้องการให้เขากลับจวนสกุลหยวนที่ทำให้เขาอึดอัดไปทั้งตัว
“พี่หญิงสาม พี่หญิงสี่ น้องหญิงเจ็ด”
เด็กสาวที่ถูกสาวใช้ประคองเดินมาจากด้านหลังบนร่างสวมเสื้ออ๋าวสีน้ำเงินอ่อนสะอาดสะอ้าน บนศีรษะประดับเพียงดอกไม้กำมะหยี่สีขาวเรียบง่ายสองดอกทั้งนุ่มนวลและอ่อนหวาน คล้ายดอกพุดซ้อนที่เบ่งบานอย่างเงียบงัน
นี่ก็คือหยวนอีย่วน คุณหนูหกที่เกิดจากอนุภรรยาบ้านใหญ่ที่เยี่ยนเจาเจาไม่เคยพบ
ใช่แล้วคนที่มาวันนี้มีเพียงคุณหนูที่เท้ายังสมบูรณ์แข็งแรงดี ส่วนคนอื่นๆต้องนอนทุรนทุรายในเรือนของตนราวกับหมูถูกเชือด เพียงเหยียบพื้นก็รู้สึกเจ็บปวดไม่มีทางเดินมาหน้าประตูเพื่อชมความสนุกได้
หยวนอีย่วนไม่ได้เกิดมาพร้อมความงดงามเฉิดฉายโดยเฉพาะเมื่ออยู่ภายใต้ความงดงามสดใสของเยี่ยนเจาเจา เจินเจินและอ้ายอ้าย ก็ยิ่งดูจืดชืดธรรมดา
หากมองเพียงรูปลักษณ์ภายนอกกับคุณสมบัติน่าสงสารมาแต่กำเนิดเลี่ยงไม่ได้ที่จะแลดูคร่ำครึและอยู่นอกสายตา แต่บนร่างนางยังมีความเด็ดเดี่ยวเข้มแข็งน่าดึงดูดราวกับต้นสนเขียวชอุ่มหลังฝนตก ใครเห็นต่างก็ชื่นชอบ
เปี่ยมไปด้วยความสดใสมีชีวิตชีวาในระดับที่เหมาะสมไม่มากไปจนน่ารำคาญใจ
หลังจากได้พบตัวจริงเยี่ยนเจาเจาก็รู้สึกว่าคนที่สามารถใช้กรรไกรขู่ยามเผชิญหน้าท่านแม่ใหญ่ของตนเองที่บังคับรัดเท้าและส่งจดหมายไปทั้งหมิ่นหนานและที่อยู่ของผู้อาวุโสหยวนมู่ในช่วงเวลาสำคัญควรจะเป็นเช่นนี้
ทำงานละเอียดรอบคอบไร้ที่ติ
เหตุการณ์รัดเท้าไม่เพียงให้ทำหนานหมิงเหอโกรธแต่ยังทำให้บุตรอนุภรรยาที่ปกติไร้ตัวตนคนนี้โกรธเช่นกัน สตรีนั้นขอเพียงมีความรู้สักหน่อยก็จะรู้ว่าการมีสุขภาพแข็งแรงสำคัญเพียงใด
เยี่ยนเจาเจาแปลกใจตรงที่ยังมีบุตรสาวอนุภรรยาเช่นนี้ออกมาภายใต้การดูแลของนายหญิงใหญ่หยวนอีหลวนถูกเลี้ยงจนโง่งมไปแล้วจึงไม่รู้ว่าเบื้องหลังมีหยวนอีย่วนที่เติบโตมาอย่างโดดเด่นอยู่
นางผ่านมาสองชีวิต พบเจอผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนบอกได้เลยว่าหยวนอีย่วนเป็นคนเก่งระดับกลางค่อนไปทางสูงเลยทีเดียว
น่าเสียดายที่นางเกลียดคนจำพวกใช้ประโยชน์จากความจริงใจของคนอื่นที่มีต่อตนเองดังนั้นหยวนอีย่วนส่งจดหมายไปหาบิดาที่อยู่ห่างไกลพันลี้ของตนเองเพื่อปราบนายหญิงใหญ่ก็ช่างเถอะแต่นี่ดันเรียกนายท่านผู้เฒ่ากลับมาด้วย มันน่ารังเกียจเกินไป!
นางคิดเช่นนี้ในใจแต่ยังหันศีรษะไปทักทายหยวนอีย่วนพร้อมเจินเจินกับอ้ายอ้าย
ดวงตาของหยวนอีย่วนเลื่อนผ่านฝูงชนมาหยุดลงตรงมือที่ประสานกันของเยี่ยนเจาเจากับหนานหมิงเหอครู่หนึ่งแต่ไม่เอ่ยสิ่งใด เพียงเดินผ่านผู้คน ตรงไปหานายท่านผู้เฒ่าหยวนมู่
“ท่านปู่ อย่าโมโหไปเลยเจ้าค่ะ แต่เดิมท่านแม่จิตใจดีเจตนาดีเลยกลายเป็นร้ายเท่านั้นเจ้าค่ะ”
เสียงหยวนอีย่วนแผ่วเบา ไม่ถึงกับนุ่มนวล แต่นั่นกลับทำให้ผู้อาวุโสหยวนมู่สงบลง
ก่อนหน้านี้ผู้อาวุโสหยวนมู่โกรธจัดจนไม่ทันสังเกตว่าเด็กๆในจวนเดินมาแล้ว เวลานี้หยวนอีย่วนเดินขึ้นไปเขาถึงหันมามองนางรวมถึงเจาเจาและคนอื่นๆ ด้านหลังนาง
นายท่านผู้เฒ่าหยวนมู่รู้ฐานะของเยี่ยนเจาเจาเขาจึงเบนสายตาไปทางนั้นอย่างไม่ตั้งใจ เขาตั้งเงื่อนไขของลูกศิษย์เอาไว้สูงมากอนุชนในจวนสกุลหยวนยามนี้มีเพียงหยวนอีย่วนที่พอจะเข้าตาเขา
------------------------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] แม่น้ำหวงหรือแม่น้ำเหลืองเป็นแม่น้ำที่ยาวเป็นอันดับสองของประเทศจีนน้ำในแม่น้ำเป็นสีเหลืองเนื่องจากมีตะกอนดินทรายพัดมาจากทิศตะวันตก