ตอนที่ 9 ลงทะเบียนเหนืุ์ 1
“โอ๊ย...ทำไมวันนี้ถึงร้อนเป็บ้าเลยแย่ละสิ! ถ้าไปไม่ทันซวยแน่”
ด้านนอกอาคารสำนักงานเหนืุ์อยู่ ๆ ก็มีชายร่างอวบอ้วนแต่งกายด้วยชุดสูทรัดร่างวิ่งมาที่อาคารสำนักงานเหนืุ์ด้วยสภาพอาบเหงื่อทั้งตัว
อีลิกมีสีหน้าร้อนใจเป็อย่างมากราวกับว่าถ้าไปไม่ทันชีวิตเขาถึงจุดจบแน่
การก้าวแต่ละก้าวนั้นสามารถเคลื่อนที่ได้ไม่ต่ำกว่า3 เมตร ขัดกับรูปร่างที่เหมือนูเาก้อนเนื้อเป็อย่างมาก
ประตูเปิดขึ้นอีลิกวิ่งเข้าไปด้านในอาคารทำเอาหลายคนที่มาทำธุระเห็นก็รีบหลบด้วยความแตกตื่นอยู่ไม่น้อยเพราะคิดว่ามอนสเตอร์บุกโจมตี
พอวิ่งผ่านพ้นประตูทางเข้าสายตาของอีลิกกลับต้องหยุดชะงักลง เท้าทั้งสองข้างอย่างหยุดมั่นคง แววตาแข็งค้างเป็ประกายโดนดึงดูดด้วยเด็กสาวคนหนึ่ง
“นางฟ้า!”
สายตาของอีลิกจ้องมองเด็กสาวที่กำลังนั่งเหม่อลอยอยู่ที่โซฟาใบหน้า แววตาและท่าทางของเธอถึงกับทำให้เขาตกอยู่ในภวังค์หลงลืมความรีบร้อนของตัวเองไปซะหมด
“พรหมลิขิตสินะต้องใช่แน่ ๆ”
อีลิกกล่าวออกมาด้วยความเชื่อมั่นรีบจัดเสื้อผ้าของตัวเอง เช็ดเหงื่อบนใบหน้าก่อนจะเดินตรงไปหาเด็กสาวในทันที
เจนที่กำลังนั่งเหม่อลอยโดยไม่ทันระวังตัวพอหันกลับมาก็พบว่ามีใบหน้าขนาดใหญ่กำลังยืนจ้องเธอห่างออกไปเพียงไม่ถึงคืบ
“อ่า!”
เจนกรีดร้องออกมาอย่างใไม่คิดว่าจะเจอกับคนแปลกหน้าที่อยู่ ๆ ก็มาจ้องมองเธอแบบนี้เธอรีบถอยหลังหนีในทันที ราวกับลูกกวางน้อยที่ใเสือเพียงแต่เป็เสือที่เต็มไปด้วยชั้นไขมัน
อีลิกกลับคิดเข้าข้างตัวเองว่าเธอกำลังใในความหล่อของตัวเองจึงยกมือขึ้นมาเสยผมเบาๆ จัดทรงผมให้ดูหล่อที่สุด
“นางฟ้าตัวน้อยได้โปรดเป็แฟนกับผมด้วย...อัก!”
ตูม!
แต่ยังไม่ทันจะได้รับคำตอบก็มีขาข้างยาวเรียบเนียนเตะเข้าไปที่ใบหน้าใหญ่ๆ จนกระเพื่อม ส่งให้ตัวของอีลิกลอยไปกระแทกกับกระถางต้นไม้นิ่งไป
ผู้คนต่างแยกตัวออกเป็วงกว้างจากตัวของอีลิกบางคนที่พอรู้ที่มาที่ไปของชายหนุ่มคนนี้ก็พากันกระซิบกระซาบ
“หมอนั้นโดนอีกแล้ว”
“คุณคามิลยังสุดยอดเหมือนเดิมเลยโดยเฉพาะลูกเตะด้วยขายาว ๆ นั้น”
“นายยากโดนไหมฉันจะไปบอกให้”
“อยากโดนก็บ้าแล้วไม่เห็นเหรอแม้แต่ผู้ะเิร่างอีลิกนั้นยังแกล้งนอนสลบเลย”
ผู้คนที่จับกลุ่มนินทาส่วนใหญ่เป็เหนืุ์ที่มีความคุ้นเคยกับที่สำนักงานเหนืุ์ดีและรู้ความน่ากลัวของคามิลเป็อย่างดี
เจนยังคงมึนงงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เด็กสาวตามสถานการณ์ตรงหน้าไม่ทัน
อยู่ ๆก็มีชายแปลกหน้ามาขอเป็แฟนแต่พริบตาต่อมาก็ถูกเตะจนร่างกระเด็นเป็ปุยนุ่นด้วยพี่สาวพนักงานที่เคาเตอร์ที่เธอและพี่ชายพึ่งจะไปพูดคุย
คามิลหรือพี่สาวพนักงานที่ท่าทางใจดีลดยาที่ใส่รองเท้าส้นสูงลง ก่อนจะเดินเข้าไปลากอีลิกที่นอนสลบอยู่บนพื้นถูกคว้าจับคอเสื้อโดยยิงสาวสวยขายาวแรงของเธอมหาศาลมากจนยกร่างของอีลิกได้ด้วยมือเพียงข้างเดียวพอลากออกไปก็โยนออกไปนอกสำนักงานอย่างไม่ไยดี
ร่างอีลิกกลิ้งตุบ ๆ ไปกับพื้นที่ร้อนฉ่า
ก่อนจะหันกลับมายิ้มให้กับเจน
“ไปดื่มชากับพี่สาวไหม”
“เออ...อือ”
เจนที่ยังตะลึงพยักหน้างึกๆ ไม่กล้าปฏิเสธ รีบตามพี่สาวคามิลไปอย่างว่าง่าย แต่สายตายังคงหันกลับมามองชายร่างอวบอ้วนด้วยความสงสัยว่าเขาเป็อะไรหรือเปล่า
อีลิกที่ถูกโยนด้านนอกอาคารนอนนิ่งอยู่สักพัก ก่อนเปิดตาแอบมองรอบตัว เมื่อเห็นว่าคามิลจากไปแล้วก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
“เกือบไปแล้วลืมไปเลยว่าวันนี้เธอก็อยู่ที่นี่”
อีลิกพูดด้วยเสียงที่เบาๆ และหวาดกลัวอยู่ไม่น้อย ก่อนจะกลับมาเหม่อลอยถึงเจนอีกครั้ง
“เป็พรหมลิขิตแท้ๆ แต่กลับโดนขัดขวางหรือนี่จะเป็โชคชะตาที่เราต้องฝ่าฟัน”
“สายแล้ว”
อีลิกดีดตัวขึ้นยืนอย่างมั่นคงไม่มีทีท่าว่าจะาเ็แม้แต่น้อยกำลังจะก้าวขาเข้าประตูอีกครั้ง แต่ก็ต้องหยุดชะงัก สายตาสอดส่องด้านในเมื่อมั่นใจว่าคามิลไม่อยู่แล้วจึงรีบพุ่งเข้าไปตรงไปที่กดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้นที่สูงที่สุดของอาคารในทันที
...
“ที่นี่เหรอ”
ลุคก้าวเดินออกมาจากลิฟต์กวาดสายตาไปรอบตัว ตอนนี้เขามาถึงที่ชั้น 10 ตามคำแนะนำแล้ว แต่ก็พนักงานสาวคนนั้นไม่ได้บอกว่าให้ไปตรงไหนต่อเขาจึงเดินออกมาจากลิฟต์เดินไปตามทางเดินที่มีเพียงเส้นทางเดียว
ตลอดสองฝากฝังของทางเดินเต็มไปด้วยชิ้นกรงเล็บของมอนสเตอร์ที่ระดับแตกต่างกันไปแต่ทุกชิ้นกลับทำให้ลุครู้สึกอึดอัดอยู่ไม่น้อย เพราะคลื่นพลังอ่อน ๆ ที่ชิ้นส่วนกรงเล็บเหล่านี้ปล่อยออกมาทำให้ร่างกายของเขารับรู้ได้ถึงอันตรายอย่างชัดเจน
‘พวกนี้เหมือนตั้งใจเอามาข่มขวัญไม่มีผิด’
ลุคเดินอย่างมั่นคงไปจนสุดทางเดินก็พบเข้ากับประตูบานหนึ่งที่มีเพียงป้ายติดไว้ว่า “ลงทะเบียนเหนืุ์”
เมื่อมั่นใจว่าไม่ได้มาผิดก็ใช้สองมือผลักประตูเปิดเข้าไปแต่เขากับพบว่าประตูหนักมาก เพราะทำมาจากโลหะหนาทั้งชิ้นแต่ยังไงเขาก็เป็เหนืุ์แล้วจึงมีพละกำลังมากกว่าคนธรรมดาอยู่ไม่น้อย
ประตูถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นห้องโถงกว้างด้านในที่มีเสาขนาดใหญ่จัดเรียงอยู่สองฝากฝังของห้องให้กลิ่นอายความรู้สึกโบราณอยู่ไม่น้อยแต่เขาก็เห็นว่ารอบห้องนั้นเต็มไปด้วยกล้องวงจรปิดที่จับภาพได้ทุกมุมใจกลางของห้องที่เสาล้อมรอบอยู่นั้นมีกลุ่มคนกำลังยืนรออยู่ก่อนแล้ว
ทั้งหมดหันกลับมามองลุคเป็สายตาเดียวกัน
“คนสุดท้ายสินะเข้ามารวมกลุ่มกับทุกคนได้เลย”
มีเสียงดังขึ้นมาจากฝั่งตรงข้ามทำให้เขามองข้ามทุกคนไปเห็นว่าอีกฝั่งของห้องเป็ห้องกระจกที่ปิดไฟมืดมิดอยู่ไม่น้อยมีเพียงแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เป็แบบแผ่นกระจกใสส่องให้เห็นด้านในว่ามีกลุ่มคนที่แต่งกายเหมือนกับนักวิทยาศาสตร์กำลังทำการทดลองบางสิ่งอยู่
ลุครู้สึกว่าตัวเองมาผิดที่หรือไม่แต่พอนึกถึงป้ายที่เขียนหน้าห้องก็คิดว่าไม่น่าจะผิดจึงเดินเข้าไปรวมกลุ่มกับคนอื่น ๆ ที่ยืนอยู่ใจกลางห้อง
ตอนนี้เขารู้แล้วว่าคนพวกนี้ที่มีกันอยู่10 คนเป็เหนืุ์หน้าใหม่ที่มาเข้ารับการลงทะเบียนเหนืุ์เหมือนกัน
รวมกลุ่มกับคนอื่นๆ
“หลังจากนี้จะเป็การทดสอบขอให้พวกคุณทุกคนไปยืนบนวงแหวนที่พื้นด้วยครับ เราจะเริ่มทดสอบคลื่นพลังเพื่อข้อมูลของคลื่นพลังและอัตราการเติบโตที่แม่นยำ...”
วงแหวนปรากฏสิบวงที่พื้นเพียงพอให้แต่ละคนยืนได้ทุกคนเริ่มแยกย้ายไปยืนตามที่บอก ลุคเองก็ไปยืนในวงเช่นกันโดยที่เสียงอธิบายของเ้าหน้าที่ยังคงมีอยู่เรื่อย ๆ
สรุปคือการตรวจสอบโดยใช้สภาวะแบบจำลองจากหินพลังงานผ่านคลื่นพลังด้วยสภาพแวดล้อมแบบปิดที่ปลดปล่อยพลังงานออกมาอย่างต่อเนื่องทำให้สมองสามารถเปิดรับคลื่นพลังชั่วคราวสามารถสแกนผ่านสมองที่เป็ศูนย์ควบคุมคลื่นพลังและทำการเปรียบเทียบค่าเฉพาะที่ซับซ้อนมากที่สุดจะทำให้ได้ข้อมูล คลื่นพลัง การเติบโตของคลื่นพลังความแข็งแกร่งเฉพาะทางของร่างกายแต่ละบุคคล
สิ่งนี้เป็เหมือนเหมือนวิธีการจำลองเสียงสะท้อนแห่งพลังที่เหนืุ์ทุกคนได้ยินออกมาเป็ข้อมูลจับต้องได้แน่นอนว่าสามารถลดขั้นตอนได้โดยการสอบถามจากเหนืุ์ได้อยู่แต่เราจะไม่รู้เลยว่าเหนืุ์คนนั้นพูดจริงหรือเท็จทำให้ยังต้องใช้การตรวจสอบแบบนี้อยู่เพราะทางสำนักงานเหนืุ์้าข้อมูลที่ถูกต้องที่สุด
ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดคือต้องให้ตัวของเหนืุ์ยินยอมในการตรวจสอบด้วยตัวเองไม่อย่างนั้นคลื่นพลังที่จำลองมาก็ไม่อาจจะผ่านเข้าไปตรวจสอบคลื่นพลังเหนืุ์คนนั้นได้
“ผมถามได้ไหมความแข็งแกร่งเฉพาะทางคืออะไร พวกเราไม่ได้เป็เหนืุ์เหมือนกันอย่างนั้นเหรอ”
หนึ่งในผู้เข้าร่วมตรวจสอบเหนืุ์เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“มนุษย์ทุกคนมียีนส์ที่คล้ายกันเพราะเป็เผ่าพันธุ์เดียวกันแต่ไม่เหมือนกันไปซะทุกอย่าง ความถนัด ร่างกาย การเติบโต ความรู้ อาหารที่กินวิธีการใช้ชีวิตในแต่ละวัน ทุกอย่างทำให้เรามีจุดที่แตกต่างกันออกไป เมื่อได้รับการกระตุ้นพลังเหนืุ์ในร่างกายก็มีสิทธิ์ที่จะแสดงผลไปทางด้านในด้านหนึ่งมากน้อยต่างกันเช่น เหนืุ์บางคนพละกำลังสูงกว่าเหนืุ์อีกคนขณะที่อีกคนรวดเร็วกว่าเหนืุ์อีกคน แน่นอนว่าไม่ 100 %เพราะมันเป็โอกาสที่อาจจะเป็ได้”
เ้าหน้าที่อธิบายความสงสัยของพวกเขา
ลุคที่ตอนแรกก็สงสัยเหมือนกันแต่ได้ฟังก็เข้าใจทันที ถ้าจะเทียบง่าย ๆ เลยคือถ้านักเพาะกายเป็เหนืุ์ยอมมีกำลังมากกว่าคนธรรมดาทั่วไปที่กลายเป็เหนืุ์แต่ถ้านักวิ่งเป็เหนืุ์ก็มีความเร็วในการวิ่งมากกว่านักเพาะกายที่เป็เหนืุ์นั้นเอง
‘แต่ความแข็งแกร่งเฉพาะทางไม่ใช่พร์’ลุคพึมพำในใจ
เขาอยากจะถามว่าพร์คืออะไรแต่การกระบวนการตรวจสอบเริ่มทำงานแล้วปรากฏว่าเสาที่เขาเห็นอยู่รอบห้องนี้ไม่ใช่เสาที่เอาไว้ประดับตกแต่งแต่มันคืออุปกรณ์อย่างหนึ่งที่พอเริ่มทำงานก็มีม่านพลังออกมาขวางกั้นพื้นที่ล้อมรอบผู้เข้ารับการตรวจสอบทั้ง10 คนไว้ตรงตรงกลาง
ลุครู้สึกว่ามันคล้ายกับม่านแสงที่ปรากฏบนประตูทางเข้าชิ้นส่วนโลกต่างมิติไม่มากก็น้อย
นอกจากการเชื่อมต่อของม่านแสงแล้ว้าห้องก็มีอุปกรณ์สุดไฮเทคยื่นออกมาและเริ่มปลดปล่อยคลื่นพลังอ่อนๆ ออกมาเป็ความถี่ที่เฉพาะเจาะจง
ในฐานะเหนืุ์ทุกคนจึงััคลื่นพลังเ่าั้ได้อย่างชัดเจน
คลื่นพลังค่อยๆ กระทบกับตัวของเหนืุ์ทั้ง 10 คนที่ยืนอยู่ในวงแสง
“ขอให้ทุกคนคิดว่าให้การสแกนอ่านค่าพลังให้หน่อยครับ”
เ้าหน้าที่ขอความร่วมมือ
ทุกคนเริ่มทำตามรวมถึงตัวของลุคด้วยแต่เขากลับมีความคิดบางอย่างคือการปิดกั้นพร์ไว้ไม่ยอมให้อุปกรณ์ตรวจสอบอย่างแรกคือเขาแทบไม่รู้ข้อมูลถึงพลังพร์เลยจึงไม่อยากจะเปิดเผยมันออกไปในตอนนี้ อย่างที่สองก็เป็สิ่งที่เกิดจากอย่างแรกคือเพราะไม่รู้ จึงไม่รู้ว่าผลที่ตามมาจะมีอะไรบ้าง
“หืมตรวจพบคนที่มีคลื่นพลังต่างออกไป”
“ไหนให้ฉันดูเดี๋ยวนั้นมันไม่ใช่คลื่นพลังที่ต่างออกไป แต่เป็พลังพร์”
เ้าหน้าที่สองคนกำลังมองดูหน้าจอด้วยสีหน้าตื่นเต้นอยู่ไม่น้อยคนที่กล่าวในประโยคหลังคือหัวหน้าตรวจสอบในครั้งนี้
หัวหน้าผู้ตรวจสอบคริสรีบกวาดสายตามองผู้เข้าตรวจสอบทุกคน
คำพูดของหัวหน้าตรวจสอบคริสดึงดูดความสนใจของทุกคนไม่เว้นแม้แต่เหนืุ์หน้าใหม่ที่ต่างก็มองกันไปมาด้วยความอยากรู้ว่าใครที่ได้พลังพร์
ถ้าจะบอกว่าเหนืุ์คือคนที่พิเศษหมู่คนธรรมดาอย่างนั้นเหนืุ์ที่ครองพลังพร์ก็คือคนที่พิเศษในกลุ่มเหนืุ์ด้วยกัน
“ดูนั้นเขาคือคนที่มีพลังพร์!”
ทุกคนมองไปยังชายหนุ่มด้วยสายตาเดียวกัน