ทะลุมิติมาเป็นแพทย์หญิงตัวร้ายพร้อมลูกชายอัจฉริยะ【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 57 โดนพิษเรื้อรัง

            กู้ชิงเฉิงตรวจดูอาการของรุ่ยอ๋องโดยละเอียดแล้วจัดการเปลี่ยนยาให้ นางตรวจพบว่าเลือดของรุ่ยอ๋องมีพิษเรื้อรังชนิดหนึ่งแต่ยังคงลังเลว่าจะเอ่ยปากตอนนี้ดีหรือไม่

            ดังนั้นนางจึงไม่ได้ใส่ใจกับท่าทางของโม่อวี้เฉินและรุ่ยอ๋องเท่าใดนักนางไม่อาจก้าวก่ายเรื่องสตรีในตำหนักบูรพาได้เพราะมันไม่เกี่ยวข้องกับนางเลยแม้แต่น้อย

            “ท่านอ๋องเพคะ” กู้ชิงเฉิงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจเอ่ยขึ้นว่า “คนในจวนอ๋องของท่านจำเป็นต้องตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนให้ดีเพคะ”

            “ใช่แล้ว ข้าคงต้องตรวจสอบเสียหน่อย” การที่รุ่ยอ๋องเกือบจะเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่ในครานี้แน่นอนว่าเขาต้องจัดการสะสางเสียใหม่ อันที่จริง เขาก็รู้สึกเสียดายอยู่ไม่น้อยเพราะคนในตำหนักของรุ่ยอ๋องล้วนเป็นคนเก่าคนแก่ที่ติดตามเขามานานหลายปีส่วนคนหนุ่มสาวก็ล้วนเป็นบุตรหลานของคนในจวนทั้งนั้น เขาจึงวางใจมาตลอดแต่ก็ไม่คาดคิดว่ายังจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น

            “ไม่ใช่แค่สาวใช้ที่ตายไป แต่รวมถึงทุกคนที่อยู่ข้างกายท่านอ๋องด้วยเพคะ”น้ำเสียงของกู้ชิงเฉิงไม่ค่อยดีนัก “ท่านอ๋องโดนพิษเรื้อรังและสาเหตุที่ทำให้ร่างกายทรุดโทรมลงก็เพราะถูกพิษร้ายเข้าแทรก” เมื่อนางพูดจบ ทั้งห้องก็เงียบสงัดลงทันที

            โม่อวี้เฉินเบิกตากว้างมองกู้ชิงเฉิงด้วยความไม่อยากจะเชื่อเขารู้ว่านางหมายความว่าอย่างไร แต่เขาไม่อาจยอมรับได้

            แม้แต่รุ่ยอ๋องก็ยังทำหน้าสับสนเดิมทีร่างกายของเขาก็อ่อนแออยู่แล้ว พอเจอเรื่องวุ่นวายมาอีกในตอนนี้ยามนี้จึงไม่อาจทานทนได้อีกต่อไป

            “ข้า…ข้าโดนพิษงั้นรึ” รุ่ยอ๋องพึมพำซ้ำหลายครั้งใบหน้าอันหล่อเหลาไร้ที่ติของชายวัยกลางคนแต่กลับแฝงด้วยความเย็นชาฉายแววความขัดแย้ง“พิษเรื้อรังรึ...” เป็นความจริงที่ร่างกายของเขาเริ่มทรุดโทรมลง

            ตอนนี้เขายังอายุไม่ถึงสี่สิบปีด้วยซ้ำแม้จะทำศึกสงครามมานานหลายปี และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายแต่ร่างกายของเขากลับอ่อนแอถึงเพียงนี้ หมอหลวงในราชสำนักต่างก็รู้สึกประหลาดใจแต่ก็ไม่อาจวินิจฉัยโรคใดๆ ได้ ทำได้เพียงคิดว่าเขาทำศึกสงครามมานานร่างกายจึงทรุดโทรม

            บัดนี้เพียงคำพูดของกู้ชิงเฉิงก็ทำให้เขากลับมามีสติ เขาได้รับบาดเจ็บมากเกินไปแต่ก็ไม่ควรถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิต!

            ในตอนนี้รุ่ยอ๋องรู้สึกสมองอื้ออึงไปหมด ความฉลาดหลักแหลมของเขาในยามปกติได้หายไปสิ้นตอนนี้เขาพลันไร้ชีวิตชีวาและเหม่อลอย

            แม้แต่โม่อวี้เฉินก็ยังขมวดคิ้วแน่นก่อนจะมองรุ่ยอ๋องอย่างลึกซึ้ง “ท่านอา...”

            “ปล่อยให้ข้าอยู่คนเดียวเงียบๆ ก่อนเถิด” รุ่ยอ๋องโบกมือไล่เขาไม่ได้ให้ใครเข้ามา เพียงแค่นอนอยู่บนเตียงอย่างเงียบๆ

            โม่อวี้เฉินยืนอยู่ในลานกว้างสีหน้าของเขาก็ไม่สู้ดีนัก เมืองหลวงล้วนเป็นศูนย์กลางแห่งอำนาจเต็มไปด้วยการหลอกลวงและการฉ้อฉลแต่คนที่สามารถยื่นมือเข้าแทรกแซงตำหนักรุ่ยอ๋องได้นั้นมีไม่มากนักเขาเองก็คาดเดาได้แล้วว่าคนผู้นั้นเป็นใคร นั่นเป็นเหตุที่เขาไม่อาจยอมรับได้จริงๆ

            “พิษนี้…เจ้าคิดว่าท่านอาถูกพิษมานานเท่าใดแล้ว?” ความสัมพันธ์ระหว่างโม่อวี้เฉินกับรุ่ยอ๋องนั้นลึกซึ้งเป็นอย่างมากวิชาขี่ม้าของเขานั้น รุ่ยอ๋องเป็นผู้สอนมากับมือแน่นอนว่าตอนนี้เขาเป็นศิษย์ที่เหนือกว่าอาจารย์

            โม่อวี้เฉินในตอนนี้ช่างโดดเด่นไปเสียทุกด้านไร้ที่ติไปทุกส่วน เพียงแค่การแต่งตั้งกู้ชิงเฉิงเป็นพระชายาเท่านั้นที่ทำให้ชีวิตของเขาไม่ราบรื่นนัก แต่ยามนี้กลับยิ่งไม่ราบรื่นหนักเข้าไปอีกพระชายาที่เขาไม่ถูกใจผู้นี้ แม้เขาจะมาพานางกลับด้วยตนเองก็ยังไม่อาจพากลับไปได้

            “อืม นานถึงยี่สิบกว่าปีเพคะ” กู้ชิงเฉิงวิเคราะห์จากผลการทดสอบและคาดคะเนเปรียบเทียบทีละขั้นตอน ดังนั้น คำตอบของนางจึงแม่นยำยิ่ง

            โม่อวี้เฉินไม่ตอบอะไรแต่เขาเผลอกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว

            “อันที่จริง เรื่องเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องปกติในราชวงศ์หรอกหรือเพคะไม่ต้องพูดถึงราชวงศ์ แม้แต่ตระกูลใหญ่หรือชนชั้นสูงก็มีให้เห็นทั่วไปไม่ใช่หรือ”กู้ชิงเฉิงส่งเสียงฮึดฮัดเย็นชา

            นางรู้ดีว่าตนเองไม่มีคุณสมบัติที่จะตัดสินทุกสิ่งทุกอย่างนี้เพราะเจ้าของร่างเดิม ก็เป็นคนที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อบรรลุเป้าหมายโดยไม่เลือกวิธีครั้งหนึ่งไม่ได้ทำร้ายกู้ตงหลิงน้อยไปกว่าที่ผู้อื่นทำเลย

            อย่างไรก็ตามกู้ตงหลิงที่ได้กลับชาติมาเกิดใหม่อีกครั้งจึงทำให้กู้ชิงเฉิงถูกผู้อื่นเหยียบย่ำและลงโทษมาตลอด นับได้ว่าเป็นกรรมตามสนองและนางก็ได้ชดใช้กรรมเก่าที่เคยทำมาทั้งหมดแล้ว

            ที่ผ่านมากู้ชิงเฉิงคิดมาตลอดว่ากู้ตงหลิงไม่ได้ผิดอะไร แต่อย่างไรเสียกู้ตงหลิงผู้นี้ช่างเป็นหญิงสาวเจ้าเล่ห์เสียจริง โดยเฉพาะเรื่องอันหยวนถังนางได้เผยให้เห็นด้านที่โหดเหี้ยมกระหายเลือดและไร้ความเมตตาของนางออกมา

            โม่อวี้เฉินได้ยินก็รู้ว่าคำพูดของนางนั้นมีความหมายแฝงทำได้เพียงยักไหล่อย่างจนใจ “อันที่จริง…นี่ก็ไม่ได้นับเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร”ในสายตาของเขา มันเป็นเรื่องปกติธรรมดา

            “อืม เป็นเช่นนั้นจริงเพคะ” กู้ชิงเฉิงพยักหน้า“ผู้ชนะได้เป็นกษัตริย์ ผู้แพ้ย่อมเป็นโจรเท่านั้น”

            หลังจากนั้นนางจึงเงยหน้าขึ้นถาม “องค์รัชทายาททรงวางแผนจะจัดการเรื่องพิษของรุ่ยอ๋องอย่างไรเพคะ”

            โม่อวี้เฉินขมวดคิ้วแน่นเขาไม่ตอบในทันที ผ่านไปสักพัก เขาก็ส่ายหน้า “ข้าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้”นี่คือความบาดหมางระหว่างฮ่องเต้กับรุ่ยอ๋องเขาไม่ปรารถนาจะข้องเกี่ยว

            กู้ชิงเฉิงรู้ดีเสมอมาว่าโม่อวี้เฉินเป็นคนเย็นชาไม่ว่าจะเป็นต่อราชวงศ์ หรือแม้แต่ต่อผู้คนทุกคนก็เป็นเช่นนั้น ไม่เช่นนั้นแล้วหากไม่ใช่เช่นนั้นก็คงไม่แสดงท่าทีไม่สนใจต่อตัวนางเอกยิ่งไม่ต้องพูดถึงความเย็นชาที่เขามีต่อกู้ตงหลิง

            ในนิยายนั้นกู้ตงหลิงต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดกว่าจะคว้าบุรุษรูปงามผู้นี้มาครองได้

            “เช่นนี้ก็ดีแล้วเพคะ” กู้ชิงเฉิงพยักหน้า “รุ่ยอ๋องผู้นั้น...”

            รุ่ยอ๋องเป็นคนนิสัยกล้าหาญตอบแทนบุญคุณและชำระความแค้นอย่างตรงไปตรงมาทว่าเขาก็เป็นคนหนักแน่นในความสัมพันธ์และรักษาสัจจะยิ่งนักเกรงว่าเขาคงไม่อาจตัดขาดความผูกพันพี่น้องเช่นนั้นได้กระมัง

            “ท่านแม่!” กู้จิ่งเซวียนวิ่งเข้ามาพุ่งเข้าสู่อ้อมกอดของกู้ชิงเฉิงทันที ใบหน้าเล็กซบลงบนทรวงอกของนาง “พี่สาวที่กระโดดบ่อน้ำฆ่าตัวตายคนนั้นถูกฝังแล้วนาง...ตายอนาถยิ่งนักขอรับ”

            “นางไม่ได้ตายอนาถหรอก” กู้ชิงเฉิงมองกู้จิ่งเซวียนแล้วกล่าวอย่างจริงจัง“หลายเส้นทางล้วนเป็นสิ่งที่เราเลือกเอง ไม่ว่าจะถูกหรือผิดเราก็ต้องเผชิญหน้ากับมันด้วยตัวเอง”

            ชุนเถาตายไปก็สมควรแล้วจริงๆในฐานะแพทย์ กู้ชิงเฉิงไม่รู้สึกสงสารนางเลยชุนเถาผู้นี้ก่อนตายยังคิดจะลากคนของอันหยวนถังให้ตายตามไปด้วยดังนั้นกู้ชิงเฉิงจึงเกลียดชุนเถา หากกู้ชิงเฉิงอยู่ที่บ่อน้ำในตอนนั้นนางก็จะผลักชุนเถาลงไปในบ่อน้ำด้วยตัวเองอย่างแน่นอน

            ดวงตากลมโตกู้จิ่งเซวียนกลอกไปมาก่อนพยักหน้าอย่างแรง เขาฟังอย่างตั้งใจ แล้วเหลือบมองโม่อวี้เฉิน“ถ้าเช่นนั้น ในอดีตท่านพ่อที่ทอดทิ้งท่านแม่ไปตอนนี้ก็สมควรแล้วใช่ไหมขอรับ”

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นใบหน้าของโม่อวี้เฉินก็คล้ำลงทั้งหน้า เขามองกู้ชิงเฉิงอย่างไม่อยากจะเชื่อเขาไม่คิดว่านางจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้กู้จิ่งเซวียนฟังอีกทั้งกู้จิ่งเซวียนที่ยังเล็กขนาดนี้กลับเข้าใจและมีความคิดที่ลึกซึ้งยิ่งนัก

            แท้จริงแล้วกู้จิ่งเซวียนรู้เรื่องทั้งหมดตั้งแต่แรกเริ่มเขาถึงได้พานางออกไปเพื่อหลอกถามเรื่องราว พอนึกดูแล้วฝีมือของตนช่างไม่ได้เรื่องเลยจริง  แม้แต่บุตรชายของตัวเองก็ยังสู้ไม่ได้

            “มันไม่เหมือนกัน” กู้ชิงเฉิงไม่ได้หลีกเลี่ยงหัวข้อนี้“ที่จริงเขาไม่ได้ติดค้างอะไรแม่เลย สถานการณ์ในตอนนั้นไม่ว่าใครจะเข้าไปช่วย ก็ต้องแลกมาด้วยชีวิต แม่ไม่ได้ติดค้างชีวิตขององค์รัชทายาทการไม่ช่วยจึงเป็นสิ่งที่ถูกต้อง” หนี้บุญคุณที่มากเกินไปก็ยังต้องชดใช้กู้ชิงเฉิงเองก็ไม่ชอบเป็นหนี้ใคร

            โม่อวี้เฉินฟังแล้วถึงกับงุนงงไปหมดนี่มันตรรกะอะไรกัน? ไม่แปลกใจเลยที่นางจะสอนลูกให้เสียคนเด็กเล็กขนาดนี้พูดอะไรออกมาได้หมดจริงๆ สมควรต้องได้รับการอบรมสั่งสอน

            “เซวียนเอ๋อร์” นัยน์ตาของโม่อวี้เฉินเปล่งประกายราวกับดวงดาวมองตรงไปยังกู้จิ่งเซวียน “คำพูดของแม่เจ้าไม่ถูกต้องนักการช่วยชีวิตเจ้ากับแม่ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใด ข้าก็ไม่เสียดายชีวิตนี้จะนับเป็นอะไรได้ เมื่อเทียบกับชีวิตของเจ้ากับนาง”

            ดวงตากลมโตของกู้จิ่งเซวียนกะพริบปริบๆในชั่วขณะนั้น เขากลับไม่เข้าใจ

            กู้ชิงเฉิงอุ้มกู้จิ่งเซวียนหันหลังเดินไปนางกลัวว่าโม่อวี้เฉินจะพูดต่อไปอีก จนกู้จิ่งเซวียนถูกเขาชักจูงไปเพราะอย่างไรเสียก็มีความผูกพันทางสายเลือดเห็นได้ชัดว่ากู้จิ่งเซวียนไม่รังเกียจโม่อวี้เฉิน

            “อีกเดี๋ยวฝนก็จะตกแล้ว” กู้ชิงเฉิงถอดเสื้อคลุมออกแล้วคลุมให้กู้จิ่งเซวียนอย่างดี“เอาล่ะ ฟ้าเริ่มมืดแล้ว แม่จะพาเจ้ากลับห้องไปนอน” นางเดินตรงไปข้างหน้าโดยไม่หันกลับมา

            “ท่านแม่ ตอนนี้อากาศดีมากนะขอรับ” ศีรษะเล็กๆของกู้จิ่งเซวียนซบอยู่บนไหล่ของกู้ชิงเฉิงเขามองดูเงาร่างของโม่อวี้เฉินที่ห่างออกไปเรื่อยๆ “ฝนคงไม่ตกหรอกกระมัง”เมื่อได้ยินดังนั้นกู้ชิงเฉิงก็จะอธิบายความหมายของฟ้าร้องและฝนตก

            “ท่านแม่ ท่านพ่อร้ายกาจขนาดนั้นเชียวหรือ? ข้าเห็นว่าท่านพ่อรูปงามถึงเพียงนั้นคงไม่เป็นคนเลวร้ายหรอก” กู้จิ่งเซวียนกลับส่ายหน้าถอนหายใจอีกครั้ง “ท่านแม่ ข้าอยากมีท่านพ่อนะขอรับ!”

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นแพทย์หญิงตัวร้ายพร้อมลูกชายอัจฉริยะ【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371