หลังจากรู้ประวัติเด็กแล้ว...
“ม่ะ...มาให้แม่อุ้มซิลูก กลับบ้านเรานะ” ภรรยาของคิมยื่นมือเข้ามาใกล้
เด็กหันมามองหน้าแม่ตัวเองหนึ่งที ก่อนจะเบือนหน้าหนี ไม่ให้อุ้ม “แอ่ะ!”
“แอ่ะ ได้ไงจ๊ะ นี่แม่นะ” เธอยิ้มให้ผมแบบเขินๆ “สงสัยเด็กจะติดน้องซะแล้วล่ะ”
เ้าหนูน้อยยังคงหันหลังให้ ทำไม่รู้ไม่ชี้ เธอจึงปรบมือเรียกด้านหลังเบาๆ “มาๆ ...กลับบ้านเราเถอะลูก” แล้วสอดมือเข้าใต้รักแร้เด็ก เพื่อจะอุ้มออกไป
คราวนี้เด็กเลยร้องใหญ่ ยึดคอเสื้อของผมไว้ แหม...ดันมาสอดมือเข้าตรงรูโบว์เชือกผูกคอพอดี แน่นเลยทีนี้...ทำแววตาน่าสงสารราวกับไม่อยากจากไป พร้อมกับทำปากเรียกผมว่าแม่ “มำๆ ๆ”
“แม่อยู่ทางนี้ลูก ไม่ใช่ทางนั้น” เธอพยายามยื้อเด็กออกไป
“แง๊!!! ....” ตุ๊จ้าขัดขืนสุดฤทธิ์ เปลี่ยนมาคว้าเส้นผมของผมเอาไว้แทน กำรั้งไว้แน่นทั้งสองมือ
“โอ๊ย! ...อย่าดึง!”
“มาทางนี้ ตุ๊จ้า! ปล่อยมือสิลูก!”
OOOOOOOOOO
ขณะที่คิมและภรรยาช่วยกันขนของใส่ท้ายรถเตรียมกลับบ้าน ครูใหญ่อุ้มหลานที่หลับอยู่ก็เปรยกับ จ่อย ลูกน้องคนสนิท
“จ่อย แกเคยบอกให้ฉันหาเมียใหม่ซักคนใช่ไหม แล้วแกก็บอกว่าฉันตั้งสเปคสูงเกินไป อาจจะหาไม่ได้”
“ครับ?” ลูกน้องทำหน้าสงสัย
“แต่ฉันว่า...ฉันหาเจอแล้วล่ะ ฮ่าๆ ๆ” ครูใหญ่ตบท้ายด้วยเสียงหัวเราะ
จ่อย ชักใคร่อยากรู้ขึ้นมาทันทีว่าผู้หญิงคนไหนกันนะ...ที่สามารถทำลายกำแพงเหล็กหนาที่ปิดกั้นหัวใจของเ้านายลงได้ เพราะปกติแกจะไม่เคยมองผู้หญิงคนไหนง่ายๆ ด้วยระแวงเื่กลัวถูกฮุบสมบัติ
“ใครเหรอครับ”
เศรษฐีใหญ่ไม่ตอบ แต่หันมาอมยิ้มและยักคิ้วให้ลูกน้องหนึ่งครั้งด้วยแววตามีเลศนัย ตามด้วยการหัวเราะร่วนอีกเช่นเดิม “ฮะๆ ๆ ๆ ๆ ……เอิ๊ก!”
แล้วดนตรีอินโทรเพลง “มีเมียเด็ก” ก็แว่วเข้ามาในหูลูกจ้างคนสนิทอย่างประหลาด
(แต่แดแด่ แตนๆ แตแด่แด๊น แตแด่แด็น แตแด่แด็น...)
แดนตระเวนหาซื้อเลขเด็ดที่หมอดูให้มาเมื่อเช้า แต่ทว่าร้านแล้วร้านเล่าก็ไม่เจอเลขท้ายที่้าสักที จนในที่สุดก็เลิกหวังและเดินกลับมา หากบังเอิญเจอคนตาบอดเดินมาขายล็อตเตอรี่ที่หน้าห้างพอดี
“เอาวะ! ลองหาดูอีกสักเ้าหนึ่ง เผื่อจะมี” ว่าแล้วแดนก็เดินเข้าไปหา “ลุง! มีเลข 212 หรือเปล่า”
“212 ไม่มี มีแต่ 224” คนตาบอดตอบ “236 ก็มีนะ”
“มันใกล้เคียงมั๊ยน่ะ” ไม่มีเลขที่้าอีกตามเคย แต่ถึงกระนั้นแดนก็ควักเงินซื้อหนึ่งใบ เพราะถือว่าช่วยอุดหนุนคนพิการ
“เออๆ ...ลุง ขอ 236 นั่นแหล่ะคู่หนึ่ง” ว่าแล้วก็ล้วงกระเป๋าสตางค์
พอเงยหน้าขึ้นจะจ่ายเงิน แดนก็เห็นสาวสวยคนหนึ่งเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าพอดี
“อ้าว! ...พลอย” แดนผลิยิ้มทันทีที่เห็นหน้าเธอ
“อ้าว! แดน มาคนเดียวเหรอ” เธอทักตอบ
“อื้ม...”
ไม่ทันที่แดนจะเอ่ยอะไร รอยยิ้มที่ผลิบานเมื่อครู่ก็ต้องหุบลงอย่างกะทันหัน เมื่อเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ย้อมผมสีทอง จมูกเจาะใส่ตุ้มเพชร โผล่มาจากด้านหลังของพลอย และคว้าแขนเธอมาควงแสดงความเป็เ้าของทันที ดูจากเสื้อผ้าที่สวมใส่ โดยเฉพาะแจ็คเก็ตหนังสีน้ำตาล และแว่นตาดำหรู ก็รู้ว่าร่ำรวยไม่เบา
“นี่คงเป็แฟนใหม่ของเธอสินะ” น้ำเสียงของแดนจืดจ๋อยลงไปอย่างเห็นได้ชัด
“ใช่! ทำไมเหรอ?”
จังหวะนั้น ผมกับเม่นซื้อของเสร็จแล้ว ก็เดินมาเจอแดนพอดี ผมทำท่าจะเข้าไปหา แต่เม่นกลับห้ามไว้
“อ้าว! ทำไมล่ะพี่เม่น”
เม่นไม่ตอบ หากจ้องเขม็งไปที่แดน และเปรยขึ้นเบาๆ “โธ่...ไอ้แดนเอ๊ย…”
ผมมองหน้าเม่นด้วยความสงสัย “ทำไมเหรอ พี่แดนเป็อะไรคะ?”
เม่นถอนหายใจ ก่อนตอบว่า “ก็ผู้หญิงคนนั้นน่ะสิ เป็แฟนเก่าเ้าแดน”
“อ๋อ...” ผมจึงเริ่มเข้าใจ ที่แท้...แดนก็เจอภาพบาดตานั่นเอง “แล้วเธอเป็ใครล่ะ”
“เธอชื่อ พลอย เป็คนในหมู่บ้านเรานั่นแหล่ะ ในเวลานี้พลอยถือว่าสวยที่สุด เขายกย่องให้เธอเป็ดาวของหมู่บ้านเลยนะ”
“โอ้โห...ขนาดนั้นเชียว!”
“แต่นิสัยยัยนี่ไม่ค่อยดีหรอก เ้าชู้ เห็นแก่เงิน เป็สาวมอเตอร์ไซค์น่ะ ใครที่มีรถสวยๆ ก็ชอบไปนั่งซ้อนท้ายอวดคนอื่น แล้วก็เปลี่ยนคู่ควงไปเรื่อยๆ”
“อ้าว นิสัยแย่อย่างงี้ แล้วพี่แดนไปหลงรักได้ไงเนี่ย”
“แหม...ผู้ชายก็ต้องชอบผู้หญิงสวยเป็ธรรมดา”
“แต่แฟนใหม่ของยัยพลอยนั่นน่ะ หน้าตาห่วยมากเลยอ่ะ สู้พี่แดนไม่ได้ซักกะนิด ดูสิเจาะจมูกด้วย จามที...น้ำมูกทะลักออกสามรูเลย”
“ฮะๆ ๆ” พอได้ยินผมว่า เม่นที่ดูเหมือนจะเครียดเมื่อครู่ก็ถึงกับหลุดฮา แถมยังช่วยกล่าวทับลงไปอีก “พี่ว่าเค้าไม่พอหายใจมากกว่ามั้ง เลยต้องเจาะรูเพิ่ม...แล้วดูนั่น...แม้แต่ใบหูก็ยังเจาะ สงสัยชาติที่แล้วคงไปเจาะกำแพงวัดมาแหงๆ ชาตินี้เลยต้องมาเจาะตัวเองชดใช้”
“ฮ่าๆ ...ก็คงจะเท่ห์สำหรับเขาแหล่ะค่ะ แต่ถึงยังไงแตงโมว่าพี่แดนเท่ห์กว่าตั้งเยอะ”
”เท่ห์แค่ไหน พลอยก็ไม่สน ถ้าเราจนซะอย่าง!”
“ทำอะไรอยู่เหรอแดน” พลอยจีบปากจีบคอถาม “ซื้อหวยอยู่เหรอ?”
แดนไม่ตอบ พลันหันหน้าหลบไปทางอื่น
“อยากรวยบ้างล่ะซี้...ขอให้รวยไวๆ น้า...” เธอกล่าวพร้อมกับหัวเราะเยาะในลำคอ
“ขอบใจ” แดนตอบสั้นๆ
“อ้อ...ลืมแนะนำ นี่คือ จอห์นนี่ แฟนใหม่ของฉันเอง เป็ลูกเ้าของโรงงานเซรามิก สาวสวยก็ต้องคู่กับคนรวยแหล่ะเนาะ เขาเรียกว่า สวยเลือกได้ จริงไหมจ๊ะแดน โฮะๆ ๆ “
ดูเหมือนอีกฝ่ายไม่คิดจะโต้ตอบแล้ว พลอยจึงยิ่งได้ใจ ทำหน้าทำตาเย้ยแฟนเก่าอีก “ยังใช้มอเตอร์ไซค์เก่าๆ คันนั้นอยู่อีกเหรอ ฉันเห็นเธอขี่ผ่านหน้าบ้านฉันเมื่อวาน”
ประโยคนี้เล่นเอาแดนถึงกับก้มหน้า ตั้งท่าจะเดินหนี แต่พลอยก็กล่าวรั้งเอาไว้
“อ้าว...จะรีบไปไหนล่ะ ฉันยังพูดไม่จบเลย...ฉันแค่อยากจะบอกว่า...คงจะรู้แล้วสินะว่าทำไมฉันถึงทิ้งเธอไป หน้าอย่างเธอคงไม่มีปัญญาจะหาแฟนได้แล้วล่ะ เพราะรถสับปะรังเคอย่างนั้น สาวไหนมองก็โง่แล้ว ว่ามะ? ฮ่าๆ ๆ” พลอยหันไปหัวเราะประสานเสียงกับแฟนใหม่อย่างสนุกสนาน
นี่แดนกลายเป็ตัวตลกให้เขาเย้ยหยันเล่นงั้นหรือ...ได้ยินแล้ว...ผมก็รู้สึกเจ็บแทน
เม่นชักทนไม่ได้ เดินปราดเข้าไปโต้คืนให้แดนทันที “แล้วเมื่อก่อนเธอก็โง่น่ะสิ ที่มาเป็แฟนเ้าแดน”
พลอยใเล็กน้อยที่จู่ๆ เม่นก็โผล่เข้ามา หากฝีปากยังกล้าดีที่จะต่อปากต่อคำ
“เชอะ! ตอนนั้น ฉันก็แค่สงสารแดนมันเท่านั้นแหล่ะ ที่อุตส่าห์มานั่งเฝ้าทั้งเช้าทั้งเย็น เลยสงเคราะห์เป็แฟนให้ซักสองเดือน แต่รู้มะ? ่ชีวิตที่ตกอับที่สุดของฉัน คือ่ที่เป็แฟนแดนนั่นแหล่ะ”
“หนอย มันจะหยามกันเกินไปแล้ว” เม่นโมโห พลางหันมามองหน้าแดนด้วยความสงสัยว่าทำไมไม่ตอบโต้บ้าง ปล่อยให้แฟนเก่ายืนพล่ามอยู่ได้
แต่พอเห็นหน้าแดน เม่นก็ถึงกับสะอึกพูดไม่ออก เพราะตาของแดนแดงก่ำ กำลังพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา จนแทบไม่มีเสียงจะเถียงกับใคร
“ช่างเขาเถอะพี่เม่น เรากลับกันเถอะ...ที่เธอพูดมันก็จริง” แดนกล่าวยอมรับแต่โดยดีด้วยเสียงเครือ
“อ้าว! .........” เม่นทำหน้าปั้นยาก หันกลับไปมองพลอยที่ยืนยิ้มหน้าแป้น คู่กับแฟนหนุ่ม
กล่าวจบ แดนก็หันหลังจะเดินหนี ทว่าจอห์นนี่ที่ยืนฟังอยู่นานก็พูดขึ้นว่า “พลอย เธอเคยเป็แฟนกับพวกโลโซอย่างนี้ด้วยเหรอ ไม่คู่ควรกับเธอเลยซักนิด”
ได้ฟังผู้ชายด้วยกันหยามแบบนี้แล้ว แดนที่กะจะไม่ตอแยด้วย ก็เดือดปุดขึ้นมาทันที “อ้าว! พูดงี้เดี๋ยวสวย เคยเจอหมัดโลโซไหม”
แดนหันไปมองหน้าและกำหมัดเกร็งไว้แน่น
จอห์นนี่เห็นท่าไม่ดี ถอยกรูดไปหลบอยู่ข้างหลังแฟนสาวด้วยความกลัวอย่างหน้าไม่อาย
หากแต่พลอยกลัวซะที่ไหน เธอรู้ว่าแดนไม่เคยทำร้ายผู้หญิง จึงทำสีหน้าและเปล่งคำเย้ยหยันหนักเข้าไปอีก “เอะอะก็จะใช้กำลังท่าเดียว จนแล้วยังเถื่อนอีก ใครจะกล้าเอาเธอไปเป็แฟนอีก ฮึ?”
ผมชักทนฟังไม่ไหว มันจะดูถูกกันเกินไปแล้ว จึงเดินเข้าไปหา...คว้าแขนของแดนมาควงหมับ พร้อมกับกล่าวเสียงออเซาะว่า
“พี่แดน มีเื่อะไรเหรอค้า...”
พลอยทำหน้างง ที่ผมโผล่เข้ามาอีกคน แถมยังทำตัวสนิทสนมกับแดนจนออกนอกหน้า “เอ๊ะ! แดน ผู้หญิงคนนี้เป็ใคร”
“ฉันก็เป็แฟนใหม่ของพี่แดนน่ะสิ” ผมแย่งตอบทันควัน
“หือ!!!?” แดนกับเม่นทำหน้างงเป็ไก่ตาแตก หันมามองผมพร้อมกันโดยอัตโนมัติ
“อะไรนะ!?” พลอยทำท่าเหมือนไม่อยากจะเชื่อ
ผมเลยถามคืนไปว่า “ทำไมเหรอ? หน้าตาอย่างพี่แดนจะมีแฟนใหม่ไม่ได้รึไง?”
“นี่! ...แดน ยังมีผู้หญิงเอาเธอเป็แฟนอีกเหรอ?” หล่อนเหมือนจะถามเพื่อกลบเกลื่อนความเสียหน้า เพราะคำตอบอยู่ตรงหน้าแล้ว ทว่าตอนนี้แดนเองก็พูดอะไรไม่ออก เพราะช็อกกับมุกที่ผมเล่นโดยไม่ปรึกษา
“นั่นสิ ไม่น่าเชื่อ แฟนน่ารักมากด้วย” จอห์นนี่เปรยอยู่ข้างหลัง
พลอยหันไปแว้ดใส่แฟนตัวเองทันที “นี่! ถ้าเธอไม่พูด คนอื่นก็ไม่ได้ว่าเธอเป็ใบ้หรอกนะ เงียบไปเลย!”
“ทำไมล่ะ พี่แดนออกจะหล่อและนิสัยดีอย่างนี้” ผมบอก
“เชอะ! ยังไงก็เป็ของเหลือของฉันย่ะ เธออยากได้ก็เอาไปเถอะ”
“ใครว่าของเหลือ เธอน่ะหลงกลแล้ว ความจริงพี่แดนแกล้งเลิกกับเธอเพราะอยากมาคบกับฉันแทนต่างหาก”
เม่นกับแดนถึงกับตาลุก คาดไม่ถึงว่าผมจะเล่นถึงขนาดนี้
“ไม่จริง! เป็ไปไม่ได้” พลอยส่ายหน้าไม่ยอมรับ
“จริงสิ! ไม่เชื่อก็ถามพี่เม่นดู” ว่าแล้วผมก็หันไปทางเม่น
เม่นรีบพยักหน้ารับมุกแทบไม่ทัน “อื้มๆ จริงๆ”
พลอยเริ่มหายใจแรงขึ้นด้วยความโกรธ เพราะไม่เคยถูกใครหยามเช่นนี้มาก่อน ดาวหมู่บ้านอย่างเธอมีแต่ทิ้งคนอื่นมาตลอด ไม่เคยเป็ฝ่ายถูกทิ้งเลยแม้แต่ครั้งเดียว เธอพยายามขุดหาเหตุผลที่เลิกกับแดนออกมาลบล้าง เพื่อที่จะเอาชนะผม
“หึ! แล้วเธอไม่อายเขาเหรอ ที่ต้องซ้อนมอเตอร์ไซค์เห่ยๆ เก่าๆ”
“ไม่เห็นจะเป็ไรเลย ถึงจะเห่ยหรือเก่า แต่มันก็ส่งฉันถึงที่ได้เหมือนกัน”
“หนอย…”
ผมแก้ต่างคำพูดของเธอได้อีกครั้ง และไม่ควรจะเป็ฝ่ายตั้งรับอย่างเดียว ควรจะรุกคืนบ้าง จึงเหน็บคืนว่า “เธอก็แค่มีแฟนรวยเท่านั้นแหล่ะ ความจริงเธอก็จนไม่ต่างจากพวกฉันหรอก”
เท่านั้นแหล่ะ พลอยก็ทำท่าเหมือนถูกเข็มทิ่มแทงใจดำ จนต้องร้องออกมา
“กรี๊ดดดดดด....นี่! ...เธอ…”
พลอยยืนหอบแรงๆ กำหมัดสองข้างไว้แน่น ใบหน้าแดงเพราะความโกรธ ใจนึกอยากจะตบหน้าขาวๆ ที่ลอยเด่นท้าทายอยู่ตรงหน้าให้หัวทิ่ม หากเพราะมีสองหนุ่มเม่น-แดนยืนหนุนหลังอยู่ จึงทำเช่นนั้นไม่ได้ ดังนั้น ทางที่ดี...ควรรีบไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ก่อนจะโมโหจนอกแตกตาย
“เราไปขี่รถเล่นกันเถอะจอห์นนี่ อารมณ์เสีย!”
สิ้นเสียงทิ้งท้ายห้วนๆ พลอยก็สะบัดก้นเดินหนีไปกับแฟน พร้อมกับสบถคำอาฆาตเบาๆ ในลำคอ
“แค้นนี้ต้องชำระ ยัยกิ๊บลูกหมี วันหลังฉันจะเอาคืน คอยดูเถอะ!”
“เฮ้อ...” ผมโล่งอกเมื่อเห็นพลอยเดินหายลับไปแล้ว
ความจริงผมไม่อยากตอแยกับเด็กแบบนี้หรอก แต่บางครั้งก็ต้องสั่งสอนให้รู้สำนึกเสียบ้าง การมีคนเอาอกเอาใจอยู่ตลอด ทำให้เธอได้ใจและกลายเป็คนเย่อหยิ่งถือตัว หวังว่าคำตำหนิของผมคงจะช่วยลดความแรงของอีโก้เธอลงได้บ้าง
แดนรู้สึกเขินๆ ที่จู่ๆ ผมเล่นบทเป็แฟนขึ้นมาโดยไม่บอกกล่าว
“เอ่อ...ขอบใจน้องแตงโมมากนะ ที่ช่วยพี่...”
“อ๋อ...ไม่เป็ไรหรอกค่ะ มันทนไม่ไหวจริงๆ น่ะ”
“แล้วน้องแตงโม ไม่คิดจะเป็แฟนพี่จริงๆ เหรอจ๊ะ”
ยังไม่ทันที่ผมจะตอบ เม่นก็แทรกขึ้นมาทันที “เฮ่ยๆ น้อยๆ หน่อย อย่าเคลิ้มมาก ละครจบแล้ว หนอย...ได้ทีเลยนะแก”
“ฮะๆ ทำไมล่ะพี่เม่น? อิจฉาผมล่ะซี้...ฮะๆ ๆ” แดนเปลี่ยนจากเสียงสะอื้นเป็เสียงหัวเราะ
“นี่! งานนี้ต้องให้ค่าตอบแทนแตงโมด้วยนะ” ผมบอก
“หา? อะไรนะ”
“แตงโมคิดไม่แพงหรอก เอาเป็ว่า...” ผมหยุดคิดนิดนึง “ถ้าพี่แดนถูกหวยขึ้นมาจริงๆ ล่ะก็...ซื้อกิ๊บให้แตงโมคู่หนึ่งนะ เอาอันนี้นะ” ผมชี้ไปตู้กระจกหน้าห้าง ในนั้นมีกิ๊บสีชมพู ประดับด้วยพลอยของแท้โชว์อยู่ ราคาตามป้ายที่ติดไว้ 3,500 บาท ซึ่งถือว่าแพงมากเมื่อเทียบกับกิ๊บทั่วไป
“โอ้โห...กิ๊บอะไรจะแพงเวอร์ขนาดนี้เนี่ย 10 บาทก็ว่าแพงแล้ว สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ”
“ก็เผื่อพี่แดนฟลุ๊กถูกหวยไง นะๆ”
ผมก็พูดไปอย่างนั้นแหล่ะ ใจไม่อยากได้จริงๆ หรอก เพราะกิ๊บเป็ของใช้ของผู้หญิง ผมก็แค่สวมบทบาทให้สมจริงเท่านั้น
“เออๆ ๆ” แดนรับคำอย่างไม่คิดมาก เพราะรู้ว่าโอกาสถูกหวยคงเป็ไปได้ยาก
“เย๊! รักพี่แดนจังเลย”
OOOOOOOOOO
“แตงโม…ไปอาบน้ำสิจ๊ะ เป็ผู้หญิงน่ะ อาบน้ำดึกดื่นมืดค่ำมันไม่ดี” ป้าบอกกับผม
ยามนี้ผมรู้สึกแปลกๆ ปนกับความรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก ที่ต้องเปลื้องผ้าตัวเองอาบน้ำครั้งแรก ไม่ใช่สิ เปลื้องผ้าน้องแตงโมต่างหาก สิ่งหนึ่งที่ใกล้ตัวและยังไม่ได้มองสำรวจมันดีๆ เลย ก็คือ...สรีระของน้องแตงโม
ห้องน้ำที่บ้านป้ามีสองห้อง ห้องหนึ่งอยู่ข้างนอกบ้าน ส่วนอีกห้องหนึ่งอยู่ติดกับห้องนั่งเล่นที่เม่นกับแดนกำลังนั่งดูทีวีอยู่ สำรวจรอบบริเวณแล้วก็มิดชิดดีทั้งคู่ แต่ผมเลือกห้องข้างนอกดีกว่า เพราะเขินสายตาของพวกหนุ่มๆ เวลาเดินผ่าน
ผมยืนทำใจต่อหน้ากระจกในห้องน้ำอยู่ครู่ใหญ่ ใจหนึ่งก็เต้นระทึก...ใจหนึ่งก็เขินอาย
ท้ายที่สุดแล้ว...ผมก็ตัดสินใจ ปลดกระดุมเสื้อออกทีละเม็ดอย่างช้าๆ ...ทำให้ค่อยๆ ...เห็นเนินอกที่เต่งตึง...มีน้ำมีนวลของวัยแรกสาวที่ถูกปกปิดไว้ “ใจเต้นตึกตัก ดีจัง...”
หลังจากนั้นก็ค่อยๆ ...ถอดกระโปรงยาวออก...
เรียวขางามๆ ก็ถูกเผยขึ้นทีละน้อย...ทีละน้อย...
“โอ้โห...ขาวเนียนละเอียดเหมือนหยวกเลย”
รู้สึกเขินๆ อายตัวเองยังไงไม่รู้สิ...
ผมจ้องตัวเองในกระจกซึ่งตอนนี้เหลือแต่ชุดชั้นใน หมุนซ้ายที...ขวาที...พร้อมกับกลืนน้ำลาย
“อื้อหือ...เพิ่งรู้นะเนี่ย ว่าน้องแตงโมจะหุ่นดีขนาดนี้...สวยจนไม่อยากละสายตาเลยอ่ะ” ผมจ้องจนลูกตาแทบถลนเข้าไปในกระจก “มิน่าล่ะ ใครเห็นเป็ต้องเข้ามาจีบ”
สรีระของสาวแรกรุ่น หอมกรุ่นดั่งดรุณีแย้มบานยามเช้า ใจของผมเต้นแรงดั่งกลองที่รัวไม่เป็จังหวะ...ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนแก่ถึงหัวใจวายตายคาอกหมอนวด เพราะมันตื่นเต้นอย่างนี้นี่เอง
ขอยอมรับว่านี่เป็ครั้งแรกในชีวิต ที่ได้เห็นสรีระผู้หญิงของจริง ั้แ่เกิดมาก็เคยเห็นแต่ในหนังสือลามกและวีดีโอโป๊เท่านั้น ของจริงสวยขนาดนี้เชียวหรือ...
แต่จะมัวตะลึงพรึงเพริดนานไม่ได้ เดี๋ยวใครๆ จะสงสัยว่าทำไมอาบน้ำนาน ผมจึงรวบรวมความกล้า ละทิ้งความอาย ดำเนินการขั้นต่อไป...เริ่มจากชิ้นข้างบน...ด้วยใจกระหยิ่มยิ้มย่อง
“ขออนุญาตหน่อยนะน้องแตงโม อาบน้ำ...มันจำเป็ต้องถอดน่ะ อิอิ”
หากเสี้ยววินาทีนั้นก็มีเสียงเคาะประตูห้องน้ำดังขึ้นทันที!
ก๊อก! ๆ ๆ
ผมสะดุ้งเฮือก ชะงักมือทันใด
“ใครวะ มาเคาะประตู กำลังเคลิ้มเลย”
“ใครคะ?” ผมะโถาม
ไม่มีเสียงตอบใดๆ กลับมา...
จึงถามย้ำไปอีกครั้ง “นั่นใครคะ...คุณป้าเหรอคะ?”
แต่ก็เงียบอีก...
“หรือว่า...จะมีคนมาแอบดูเราอาบน้ำ รึจะเป็เม่นกับแดน” ผมรีบหยิบผ้าเช็ดตัวมานุ่งกระโจมอก พลางสำรวจดูรอบๆ ผนังห้องน้ำ แต่ก็ไม่พบรูใดๆ ที่น่าสงสัยว่าจะใช้ถ้ำมองได้ จึงค่อยๆ แง้มประตูแอบดูว่าใครอยู่ข้างนอกอย่างระแวดระวัง
แต่ก็ไม่พบใครอยู่รอบบริเวณนั้นเลย สองหนุ่มยังคงนั่งดูทีวีกับป้าข้างในบ้าน ส่งเสียงหัวเราะกันคิกคักลอยมา บรรยากาศรอบข้างก็ดูเงียบสงบดี ไร้สิ่งผิดปกติ
“เอ...หรือว่า หูเราจะแว่ว คิดมากไปเอง” ผมนึกในใจ แล้วกลับเข้าไปอาบน้ำต่อ
เมื่อล็อกประตูห้องน้ำอย่างแ่า ก็ค่อยๆ ปลดผ้าเช็ดตัวออก ด้วยใจกระหยิ่มเช่นเดิม...
กำลังจะปลดเสื้อชั้นใน เสียงจิ้งจกก็ร้องดังขึ้น
จุ๊! ๆ ๆ
รู้สึกว่าเ้าจิ้งจกตัวนี้มันร้องเสียงแปลกๆ มันเหมือนกับเสียงคนจุปาก เวลาปรามไม่ให้คนอื่นทำอะไรเสียมากกว่า และเสียงของมันก็ฟังดูก้องสะท้อนนิดๆ เหมือนเสียงเอคโคของไมโครโฟน
ช่างจิ้งจกมันเถอะ อย่าคิดมากเลย ถ้าเ้าจิ้งจกมันจะแอบดูผมอาบน้ำ ก็คงสุดวิสัยแล้วล่ะ ผมควรจะลงมือต่อได้แล้ว คิดได้ดังนั้นก็ไม่รอช้า ตั้งท่าจะปลดเสื้อชั้นใน...
ทันใดนั้นก็มีเสียงทุบประตูห้องน้ำดังขึ้นอีก คราวนี้ดังลั่นขึ้นกว่าเดิม
ปึง! ๆ ๆ
“เฮ้ย!” ผมชักเริ่มฉุน หูผมไม่ได้แว่วแน่ แต่เป็ใครกันนะ จึงรีบหยิบผ้าเช็ดตัวมากระโจมอกอีกครั้ง พร้อมกับเปิดประตูออกไปดูอย่างรวดเร็ว ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยว่าเป็ใคร
ชั๊วะ!!!