“ท่านหมอ ท่านต้องช่วยท่านพ่อของข้า”
เว่ยลู่เซียนยังไม่ทันที่จะก้าวขาออกจากบ้านดี ก็มีเสียงร้องตะโกนขึ้นเสียก่อน ทำให้นางต้องมองคนที่มาเรียกนาง ไม่น่าเชื่อหญิงสาวที่เคยมาหาเรื่องนางเมื่อคราวก่อนจะมาหานาง
“ให้พ่อเจ้าไปหาข้าที่โรงหมอสิ” นางเอ่ยบอกพลางมองอีกฝ่ายนิ่ง
“ท่านพ่อของข้าป่วยหนักลุกขึ้นมาหาท่านหมอไม่ได้ ขอร้องละเจ้าค่ะ ท่านหมอได้โปรดช่วยท่านพ่อของข้าด้วย” หญิงสาวกล่าวบอกพร้อมน้ำตา นางมีเพียงท่านพ่อคนเดียวที่เหลืออยู่ในตอนนี้
“เลิกร้องได้แล้วน่า” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกเห็นแล้วรู้สึกรำคาญจริงๆ
“ท่านหมอจะช่วยท่านพ่อของข้าใช่หรือไม่” หญิงสาวกล่าวถามด้วยความหวัง นางยังไม่พร้อมที่จะเสียท่านพ่อไปจริงๆ
“ข้าเป็นหมอมีคนไม่สบายก็ต้องช่วยอยู่แล้ว” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกพลางเดินจากไป ก่อนจะมองรถม้าที่จอดอยู่หน้าบ้านของนาง
“จะไปหรือไม่” เว่ยลู่เซียนหันไปถามหญิงสาวที่ยังคงยืนนิ่ง
“ไป ไปเจ้าค่ะ” หญิงสาวตอบกลับมาด้วยความดีใจพลางรีบวิ่งขึ้นรถม้าทันที
รถม้าออกตัวไปทันทีเมื่อมีหญิงสาวทั้งสองขึ้นมาแล้วเรียบร้อย ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงที่หมาย
เว่ยลู่เซียนมองป้ายตระกูลชิวตัวใหญ่ก่อนจะมองบริเวณรอบๆ ที่มีผู้คนกำลังวุ่นวายอยู่เต็มไปหมด
“ท่านหมอทางนี้เจ้าค่ะ” ชิวสี่หลัวกล่าวบอกพลางดึงแขนอีกฝ่ายให้ตามตัวเองไปอย่างรวดเร็วโดยไม่รักษากิริยาของลูกคุณหนูตระกูลใหญ่
“คุณหนูเจ้าคะ ตอนนี้นายท่านอาการแย่ลงอีกแล้วเจ้าค่ะ” หญิงชรากล่าวบอกทันทีเมื่อเจอหน้าของชิวสี่หลัว
“ออกไปให้หมด” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกทันที
“เอ่อ คุณหนูเจ้าคะ หญิงสาวผู้นี้เป็นใครกันหรือเจ้าคะ” หญิงชราเอ่ยถามเพราะเมื่อหญิงสาวผู้นี้เข้ามาก็สั่งให้พวกนางออกจากห้องไปทันที
“ออกไปข้างนอกเถิด ท่านหมอข้าฝากท่านพ่อของข้าด้วยนะเจ้าคะ” ชิวสี่หลัวไม่ตอบคำถามหญิงชรา นางสั่งกับคนของตัวเองก่อนจะหันไปกล่าวกับหญิงสาวก่อนจะพาคนของตัวเองออกไปจากห้อง
เว่ยลู่เซียนมองไปยังเตียงที่มีชายที่นอนอยู่บนเตียงก็เดินเข้าไปหาทันที ก่อนจะโบกมือไปมากลิ่นสมุนไพรทั้งหมดก็หายไปทันที
“พิษสังหาร” เว่ยลู่เซียนกล่าวขึ้นเมื่อมองไปยังร่างที่ขาวซีด แม้จะยังหายใจอยู่แต่เลือดภายในร่างกายนั้นเริ่มแข็งตัวแล้ว หัวใจเต้นแผ่วลงทุกชั่วขณะ ยังดีที่อีกฝ่ายเพิ่งถูกพิษไป ไม่อย่างนั้นคงตายไปแล้ว
พิษสังหารนั้นมีโอกาสรอดหากหาวิธีรักษาได้ภายในหนึ่งวัน มันจะไม่ฆ่าคนที่ถูกพิษในทันที แต่จะฆ่าให้ตายภายในหนึ่งวัน
“จัดการให้ทีนะ” เว่ยลู่เซียนโบกมือไปมาด้วงตัวใหญ่ก็ปรากฏขึ้นอยู่บนฝ่ามือ นางเอ่ยบอกด้วงพิษ ที่สามารถดูดพิษได้ทุกชนิด
ด้วงตัวนี้ของนางนั้นมันชอบที่สุดคือพิษสังหาร หรือไม่ก็พิษที่รุนแรงที่ทำให้ผู้คนตายในทันที
แต่พิษของพวกสัตว์เทพนั้นต้องขอยอมแพ้เพราะด้วงพิษของนางอาจจะตายก่อนที่จะได้เลื่อนระดับลมปราณ
ด้วงพิษตัวสีขาวอวบไต่ไปตามแขนของชายที่นอนอยู่บนเตียงจากนั้นก็หายเข้าไปตามเส้นเลือดทันที
การรักษาครั้งนี้ของนางนั้นไม่ได้ยากมากนัก เพราะมีตัวช่วยอย่างด้วงพิษ
นางเดินไปนั่งรอที่โต๊ะมุมห้องอย่างเงียบๆ เพียงแค่เฝ้าด้วงพิษน้อยของนางทำงานเสร็จก็พอ
“แค่กๆ”
ผ่านไปชั่วยามเสียงไอของคนบนเตียงก็ดังขึ้นทำให้เว่ยลู่เซียนลุกขึ้นไปดูอาการของอีกฝ่าย ร่างที่ขาวซีดบัดนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว
“ใครกัน ท่านเป็นใครกัน” ชิวหลัวป้อกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเขามองอีกฝ่ายไม่ถนัดนัก แต่รู้ว่าเป็นหญิงสาว
“ข้าเป็นหมอ อีกเดี๋ยวท่านก็หายแล้ว แต่จะมีอาการอ่อนเพลียเท่านั้นพรุ่งนี้ท่านก็สามารถลุกขึ้นมาได้แล้ว” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกอันที่จริงแล้ว รักษาหายแล้วชายคนนี้สามารถลุกขึ้นมาได้เลยหากได้โอสถฟื้นฟูลมปราณจากนาง
“งั้นหรือ” ชิวหลัวป้อกล่าวเพียงเท่านั้นก่อนจะหลับไป
“อีกสิบลมหายใจก็น่าจะเสร็จ” เว่ยลู่เซียนกล่าวพลางมองด้วงพิษที่กำลังเคลื่อนไหวไปมาในเส้นเลือดอย่างมีความสุข
“กลับได้แล้ว” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกด้วงพิษเมื่อครบสิบลมหายใจแล้ว นางเก็บด้วงพิษเอาไว้ในขวดแก้วมิติก่อนจะเก็บใส่แหวนมิติไป
จากนั้นก็ตรวจสอบดูเลือดของอีกฝ่ายที่กำลังหมุนเวียนตามปกติ ลมหายใจเริ่มดีขึ้น
นับว่าการมารักษาครั้งนี้นั้นไม่ได้ยากเลย พิษสังหารนั้นนับว่าเป็นอะไรที่ง่ายดายสำหรับนางมาก อันที่จริงสามารถใช้โอสถรักษาอีกฝ่ายได้ แต่นางไม่ทำ
เพราะมันสิ้นเปลืองสู้เอาด้วงพิษของนางมาดูดพิษมันออกดีกว่า เพราะมันสามารถเลื่อนระดับได้หากมันได้ดูดพิษเยอะๆ
“ถือว่ารักษาให้ฟรีก็แล้วกัน” นางกล่าวเพราะอย่างไรนางก็ได้ประโยชน์จากการที่ด้วงพิษของนางเลื่อนระดับ มันไม่มีอะไรที่คุ้มกว่านี้อีกแล้วล่ะ
“ท่านหมอ ท่านพ่อของข้าเป็นเช่นไรบ้าง” ทันทีที่เห็นหญิงสาวเดินออกมาชิวสี่หลัวก็กล่าวถามด้วยความร้อนใจทันที
“ตามข้ามา” เว่ยลู่เซียนไม่ตอบแต่สั่งอีกฝ่ายแทน นางเดินมาที่มุมหนึ่งของตระกูลเมื่อเห็นว่าไม่มีคนตามมาแล้ว นางก็หันไปมองอีกฝ่ายทันที
“ระวังคนในตระกูลเจ้าให้ดี คนร้ายที่วางพิษพ่อของเจ้ายังอยู่ในนี้ ส่วนค่ารักษาข้าไม่คิด แต่ถ้าเจ้าอยากได้โอสถฟื้นฟูลมปราณให้ท่านพ่อของเจ้าข้าขายในราคาขวดละห้าสิบเหรียญทอง” เว่ยลู่เซียนกล่าวบอก ที่นางรู้นั้นเป็นเพราะกลิ่นสมุนไพรที่มันอยู่ในห้องนั้นต่างหากมันปนกันมั่วไปหมด เพื่อกลบกลิ่นพิษอีกชนิดหนึ่งเอาไว้ เพื่อไม่ให้รู้ว่าชายคนนั้นถูกพิษสังหาร
จะบอกว่าคนผู้นั้นชำนาญเรื่องพิษก็ใช่ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้านางแล้วนับว่าเป็นเรื่องเด็กน้อยมากที่จะหลอกนางได้
“คนในตระกูลหรือ ใครกันที่อยากให้ท่านพ่อตาย” ชิวสี่หลัวกล่าวขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีคนอยากให้ท่านพ่อของนางตาย
“มีไม่มากหรอกถ้าคนผู้นั้นเป็นคนของศัตรูที่แฝงตัวเข้ามาอยู่ในตระกูลของเจ้า” เว่ยลู่เซียนกล่าวบอกพลางคิดว่าโอสถของนางนั้นอาจจะไม่ได้ขายแล้วเป็นแน่
“ข้าคิดไม่ออกเลยจริงๆ เจ้าค่ะ เอ่อ แล้วโอสถท่านหมอจะขายให้ข้าได้กี่ขวดเจ้าคะ” ชิวสี่หลัวส่ายหน้าไปมาก่อนจะเอ่ยถามถึงโอสถ
“สี่ขวด” เว่ยลู่เซียนกล่าวบอกนึกว่าอีกฝ่ายจะลืมไปเสียแล้ว
“ข้าเป็นหนี้บุญคุณท่านอีกแล้วท่านหมอ” ชิวสี่หลัวกล่าวครั้งก่อนก็ได้หญิงสาวคนนี้ช่วยเอาไว้แล้วยังมาครั้งนี้อีก นางคิดว่าคงเป็นคนเดียวกันกับที่ลงมือกับนางเป็นแน่
“มันคือหน้าที่ของข้าอยู่แล้วนี่ของเจ้า” เว่ยลู่เซียนเอ่ยตอบพลางส่งขวดโอสถสีเขียวอ่อนไปให้อีกฝ่ายไปด้วย
ชิวสี่หลัวรับขวดโอสถมาพร้อมกับส่งเงินสองร้อยเหรียญทองไปให้อีกฝ่ายไปด้วย
“เดี๋ยวข้าให้คนไปส่งท่านที่โรงหมอนะเจ้าคะ” ชิวสี่หลัวกล่าวบอก
“ไม่ต้อง” เว่ยลู่เซียนกล่าวตอบก่อนจะหายตัวไปเลย ปานนี้สองคนนั้นคงไปรอนางที่โรงหมอแล้ว