ตอนที่ 28: ไฟจากชายแดน และเงาจากหลังบัลลังก์
ณ ป้อมชายแดนเมืองกู่เป่ย
ทหารยามเป่าแตรเตือนภัยเป็ครั้งแรกในรอบหลายปี
กองกำลังลับที่ไม่มีธง ไม่แสดงตัวตน แต่มีอาวุธครบมือ บุกเข้าลอบโจมตีคลังอาวุธเมืองกู่เป่ยก่อนจะหายไปในเงาหุบเขา
หลี่อิ๋นหยาง ได้รับรายงานด่วนถึงเมืองหลวงในยามรุ่งสาง
เขาอ่านม้วนผ้าสารลับแล้วเงียบงัน ก่อนจะหันไปหาเหยียนซือหรง
“ในเอกสารนี้ มีตราสัญลักษณ์ของ ‘ตระกูลเจิ้ง’”
“ตระกูลที่ถูกสังหารยกบ้านเมื่อสิบปีก่อน…ด้วยข้อหาฏ”
ซือหรงขมวดคิ้วทันที
“ไม่มีใครจากตระกูลเจิ้งเหลือรอด”
“ข้าก็คิดเช่นนั้น…จนพบชื่อหนึ่งที่ปรากฏขึ้นใหม่เมื่อสองปีก่อน”
เขาวางชื่อไว้ตรงหน้าเธอ
“เจิ้งซืออวี่” — คนหนุ่มผู้ไม่มีประวัติในราชสำนัก แต่กลับสามารถซื้อที่ดินรอบชายแดนหลายร้อยไร่ และเริ่มรวบรวมทหารรับจ้างอย่างเงียบงัน
…
“ศพที่ไม่มีใครพบ ไม่ได้แปลว่าตายไปแล้ว”
ซือหรงกล่าวเสียงเรียบ
“และความแค้นที่ถูกลืม…ก็มักกลับมาพร้อมเพลิง”
…
วันถัดมา ณ วังหลวง
องค์ชายเฉิงได้รับรายงานลับจากเครือข่ายข่าวของราชสำนัก
เขานั่งอ่านเอกสารแล้วถอนใจยาว
“ในขณะที่ภายในวังแย่งชิงหัวใจ…ข้างนอกวังกำลังสั่นคลอนบัลลังก์”
ราชครูจิ้งเหวินเข้าพบเป็การด่วน
กล่าวเพียงประโยคเดียว
“ข้าอยากให้พระองค์…พิจารณาเสด็จไปชายแดนด้วยพระองค์เอง”
…
ด้านเหยียนซือหรง
เมื่อได้ยินคำสั่งจากในวังว่า “องค์ชายจะเสด็จลงชายแดน”
เธอนิ่งไปนาน แล้วกล่าวเบา ๆ
“เขาจะเดินเข้าสู่สนามรบ…ในขณะที่ข้ายังไม่ได้ตอบใจเขาเลย”
เสิ่นเสี่ยวหานถาม
“ท่านจะไปด้วยหรือไม่?”
เธอยิ้มจาง ๆ
“ครั้งหนึ่งเขาเคยทิ้งข้าไปสู่บัลลังก์…”
“…ครั้งนี้ข้าจะไม่ปล่อยให้เขาเดินเข้าความตายเพียงลำพัง”
…
ฉากสุดท้ายของบท
กลางพายุหิมะบางเบาที่ชายแดน
บุรุษหนุ่มในชุดเกราะดำล้วนยืนอยู่บนยอดเขา
ข้างกายคือธงดำปักหมุดบนพื้นหิมะ รอยสลักระบุเพียงชื่อเดียว
“เจิ้ง”
เขามองลงมาทางทิศตะวันออก พลางเอ่ยช้า ๆ
“เหยียนซือหรง…ตระกูลข้าตายเพราะความเงียบของเ้าพ่อเ้า”
“และเ้าจะต้องชดใช้ในสิ่งที่เ้าไม่ได้ทำ…เพราะเืของเ้ายังมีนามสกุล ‘เหยียน’”
…
จบบท
⸻
ตอนที่ 29
เหยียนซือหรงตัดสินใจออกเดินทางสู่ชายแดน พร้อมองค์ชายเฉิง
ระหว่างทาง เธอจะเผชิญอดีตของพ่อที่ไม่เคยรู้มาก่อน ขณะเดียวกัน “เจิ้งซืออวี่” ก็เริ่มเคลื่อนไหวในเมืองหลวงด้วยสายลับใหม่ที่ไม่ใช่ใครอื่น