วันนี้วันเสาร์ที่สามปีเจ็ดศูนย์ผมที่พึงจะกลับมาจากที่ทำงานตอนสี่ทุ่ม วันนี้มีการประชุมวางแผนทิศทางของบริษัทั้แ่เช้า เรียกได้ว่าอ่อนล้าสุดๆแล้วในเวลานี้
ผมนั่งรถสาธารณะมาลงหน้าปากทางเข้าอพาร์ทเม้นท์ ก่อนจะเดินเหมือนคนร่างไร้ิญญาขึ้นไปยังห้องพักของตนเอง
ผมไขกุญแจห้องแล้วเปิดไฟก่อนจะเดินเข้าไปฟุบลงบนเตียงนอน โดยที่จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเมื่อสักครู่ได้ล็อกประตูห้องหรือเปล่า แต่ตอนนี้ผมก็ี้เีเกินไปที่ลุกไปตรวจสอบอีกครั้ง
ผมล่วงกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบมือถือขึ้นมาดูเวลา ผมถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะไถมือถือเพื่อเปิดดูข่าวคราวในแอปฟ้า
ผมไถมือถือไม่กี่ครั้งก็เจอแต่ข่าวเดิมๆที่่นี้พวกประเทศมหาอำนาจทะเลาะกัน
ผมคว่ำหน้ามือถือลงก่อนจะหลับตาโดยไม่สนเื่อาบน้ำอะไรทั้งนั้น ทุกอย่างขอยกไปไว้ในหยุดพรุ่งนี้ก็แล้วกัน วันนี้เพลียมากไม่ไหวแล้วจริงๆ
เสียงนกร้องในเป็สิ่งแรกที่ผมนั้นได้ยิน ถึงแม้ผมจะรู้สึกตัวแล้วแต่ก็รู้สึกว่าตัวเองนั้นอ่อนเพลียมากๆจนแทบไม่อยากลืมตาตื่นขึ้นมา
แต่แล้วผมก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมา ก่อนจะรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก ผมนั้นไม่คุ้นเคยกับห้องที่ผมกำลังนอนอยู่เลย
ตอนนี้ผมรู้สึกมึนงงเป็อย่างมาก อีกทั้งร่างกายก็อ่อนล้าจนแทบจะขยับแขนขาไม่ได้เลย
ผมกวาดตาไปมาเพื่อสำรวจว่ามีใครอยู่แถวนี้หรือไม่ แต่แล้วห้องนี้ก็ว่างเปล่าไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆอยู่เลยในห้องนี้
ผมนอนอยู่พักหนึ่งก็ค่อยๆขยับแขนขาได้ สิ่งต่อมาที่ผมััได้ตอนนี้ก็คือผมหิวน้ำมากๆ มากเสียจนรู้สึกเลยว่าริมฝีปากและลำคอนั้นนั้นแห้งสุดๆ
ผมค่อยๆพยุงตัวเองลุกขึ้นมานั่งบนเตียงก่อนจะมองไปรอบๆเพื่อหาน้ำดื่ม
ดูๆแล้วห้องนี้คงจะเป็ห้องนอนไม่น่าจะมีน้ำดื่ม ดังนั้นผมจึงลุกออกจากเตียงโดยที่ขาสองข้างนั้นแทบจะรับน้ำหนักร่างกายไม่ไหว ตอนนี้ผมได้แต่คิดว่าเกิดเื่บ้าอะไรขึ้นกับผมกันแน่
ขณะที่ผมกำลังบ่นพึมพำกับตัวเองก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมา นั้นก็เพราะผมจำไม่ได้ว่าเมื่อวานผมทำอะไร อยู่ที่ไหน และหนักสุดผมกลับจำชื่อตัวเองไม่ได้
ทุกๆอย่างมันติดอยู่บนหัวแต่คิดอะไรก็คิดไม่ออก ชั่งมันเถอะ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือผมต้องหาน้ำดื่มก่อน รู้สึกหิวน้ำมากเหมือนคนที่ขาดน้ำมานาน
ผมเปิดประตูห้องนอนออกไปก็เจอทางเดิน ซ้ายมือไม่ไกลมากมีประตูบานหนึ่ง ดูๆแล้วน่าจะเป็ทางออก ผมมองต่อไปยังทางขวาก็มีทางเดินไม่ไกลมาก สุดปลายทางมีประตูอีกหนึ่งบาน
ผมเดินไปทางขวาและเมื่อพ้นผนังห้องนอน ห้องข้างๆก็จะเปิดโล่งมีโต๊ะกินข้าวอยู่ตรงกลาง มีครัวและอะไรอีกมากมายที่ผมยังไม่ได้สนใจในตอนนี้ นั้นก็เพราะผมเห็นแล้วว่ามีก๊อกน้ำอยู่ตรงอ่างล้างจาน
ผมรีบเดินไปยังก๊อกน้ำก่อนจะรีบเปิดน้ำออกมา แล้วใช้สองมือรองน้ำแล้วรีบดื่มมันอย่างคนกระหายน้ำแบบสุดๆ
ผมดื่มน้ำอึกใหญ่อยู่พักหนึ่ง ตอนแรกที่ดื่มน้ำผมรู้สึกเลยว่าน้ำที่ผมดื่มไปนั้นกำลังไหลลงไปในท้องของผมเหมือนไม่มีอะไรตกถึงท้องนานมากแล้ว
หลังจากที่ผมดื่มน้ำจนพอใจก็เริ่มหันไปมองรอบๆ ตอนนี้ในห้องครัวมีอุปกรณ์ครัวที่เพียบพร้อมไม่ว่าจะเป็ถ้วยจาน แก้วน้ำ ถังน้ำดื่ม ตู้เก็บของอีกหลายตู้
บ้านหลังนี้ทั้งหมดทำมาจากไม้ พื้นเป็แผนไม้เรียบที่เคลือบมาอย่างดีเช่นเดียวกับเพดานห้อง ส่วนพนังรอบบ้านเหมือนทำมาจากไม้ที่เป็ท่อนเพราะมีขนาดแผนที่ใหญ่มาก และบ้านลักษณะนี้ผมเองก็เคยเห็นมาก่อนเลยพอเดาได้
อะไรก็ช่างตอนนี้ผม้าออกไปข้างนอกบ้านก่อน อย่างน้อยก็ขอเจอใครสักคนเพื่อที่จะพอพูดคุยได้ และตอบคำถามากมายที่ผมค่อยๆนึกได้ในตอนนี้
ผมเดินย้อนกลับไปตรงทางเดิน และเดินผ่านห้องนอนเพื่อไปยังประตูที่ผมนั้นคิดว่าน่าจะเป็ทางออกตอนแรก
ทันทีที่ผมเปิดประตูออกไปก็มีสายลมเย็นๆเข้ามาปะทะหน้า ภาพที่ผมเห็นตรงหน้านั้นทำให้ผมมึนงง
‘ นี่มันบ้าอะไรเนี่ย ’
รอบๆบ้านของผมมีหญ้าต้นเล็กๆขึ้นรอบบ้านคล้ายกับว่ามีคนมาถางต้นไม้รอบๆออกไปหมด พอห่างไปอีกหน่อยก็มีต้นไม้มากมายขึ้นเต็มป่าไปหมดซึ่งมันก็รายล้อมบ้านจากทุกทิศทาง
‘ ใช่แล้วผมชื่อชาติ ’
ตอนนี้ผมนึกชื่อตัวเองออกแล้วพร้อมกับเื่ราวต่างๆก็ค่อยๆผุดขึ้นมา จำได้ว่าเมื่อวานผมมีประชุมที่บริษัทและอยู่กันจนดึก หลังจากนั้นผมก็กลับห้องพักตามปกติ ก่อนที่จะเผลอหลับไปเพราะความอ่อนล้า
แต่แล้วทำไมผมถึงมาโผล่ที่นี่ได้เนี่ย ที่นี่มันที่ไหนกันแน่
สิ่งแรกที่ผมหาจากหน้าบ้านเลยก็คือทางเดิน ใช่แล้ว ผมจะอยู่ที่ไหนก็ชั่งอย่างน้อยหน้าบ้านก็ต้องมีทางเดินสิ อยู่ๆบ้านก็คงไม่ผุดขึ้นมาเองได้อยู่แล้วใช่ไหมล่ะ
คิดได้อย่างนั้นผมก็รีบเดินวนรอบบ้านหนึ่งรอบก่อนจะต้องประหลาดใจแบบสุดๆ รอบบ้านนั้นไม่มีร่องรอยของทางเดินเลยแม้แต่น้อย ไม่สิ ต้องเรียกว่าไม่มีร่องรอยของคนอยู่เลยนอกจากผมคนเดียว
บ้านหลังนี้เหมือนกับว่าอยู่ดีๆมันก็ผุดขึ้นกลางป่า ทั้งๆที่ตัวบ้านยังดูใหม่มาก ข้าวของในครัวก็ดูสะอาดเหมือนใหม่ทุกอย่าง นั้นก็แปลว่ามีคนอาศัยอยู่แน่ๆ แต่ทำไมถึงไม่มีร่องรอยของคนอื่นอาศัยอยู่เลยล่ะ อย่างแย่ที่สุดอย่างน้อยก็ต้องมีทางเท้าเล็กๆให้พบเห็นบ้างแต่นี่ไม่มีอะไรเลย
ผมยืนอยู่บริเวณหน้าบ้านและคิดทบทวนเื่ราวที่กำลังพบเจอ แต่ไม่ว่าผมจะคิดยังไงก็คิดไม่ออก แท้จริงแล้วผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง และที่นี่ที่ไหน หรือนี่ผมตายไปแล้วและกำลังอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกหลังความตายกันนะ
เสียงท้องผมร้องดังออกมา นั้นทำให้ผมคิดได้แล้วว่าผมนั้นยังมีชีวิตอยู่แน่ๆ ถ้าผมตายไปแล้วจริงๆผมไม่คิดว่าโลกหลังความตายผมจะรู้สึกหิวแบบนี้ได้
ผมตัดสินใจเดินกลับเข้าไปในครัวอีกครั้งเพื่อหาว่าจะมีอะไรให้กินได้บ้าง
ผมเปิดตู้เก็บของในห้องครัวออกมาดูก็ต้องอุ่นใจมากๆเพราะข้างในนั้นเต็มไปด้วยบะหมี่กึ่งสําเร็จรูป ผมเปิดตู้ต่อไปก็พบกับปลากระเป๋าอีกจำนวนมาก
ถัดไปผมเปิดตู้ขนาดใหญ่หน่อยที่อยู่ใต้เตาสมัยใหม่ ด้านในนั้นมีถุงข้าวสารจำนวนหนึ่งอยู่ข้างใน เรียกได้ว่านี่มันห้องครัวที่พร้อมสุดๆ
ผมมองซ้ายขวาก็เห็นหม้อก่อนจะตัดสินใจต้มบะหมี่สำหรับมื้อนี้ไปก่อน นั้นก็เพราะว่าน่าจะเป็เมนูที่รวดเร็วที่สุดแล้วในขณะนี้
ผมหยิบหม้อมาวางไว้บนเตาก่อนจะไปเปิดถังน้ำดื่มใกล้ๆเทน้ำลงไป
ผมสำรวจเตาเพื่อศึกษาดูวิธีการใช้งาน ซึ่งดูๆแล้วก็น่าจะเป็เตาไฟฟ้า ซึ่งปุ่มเปิดปิดนั้นก็เป็แบบปุ่มััอยู่บนเตาไฟฟ้านั้นเลย
ผมลองกดปุ่มเปิดซึ่งตอนแรกก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่ามันจะทำงาน เพราะนี้มันก็บ้านกลางป่ามากๆคงไม่มีไฟฟ้าใช่แน่ๆ แต่เมื่อลองเปิดดูก็มีไฟสถานะขึ้นมา ผมเองก็สับสนอยู่บ้างแต่ก็ชั่งมันเถอะ ผมรีบกดปุ่มเร่งความร้อนเพื่อคาดหวังไว้ว่านั้นจะทำให้น้ำเตือนเร็วขึ้น