บทที่ 20 เมิ่งจิง
เจียงผิงอันประจันหน้าเด็กสาวตัวน้อยผู้ทระนง เขาจำใจยกดาบ
เมิ่งจิงยกดาบขึ้นสู้ แผดเสียงร้องตวาด “ตั้งใจหน่อย!”
เคร้ง!
ครั้นอาวุธทั้งสองพุ่งปะทะ ดาบในมือเจียงผิงอันก็กระเด็นหลุดจากมือทันที
เดิมทีเจียงผิงอันไม่คิดประลองจริงจัง ทว่าเวลานี้...เขาเบิกตากว้างมองแขนขวาของตนเองด้วยสายตาสับสน แทบไม่อยากเชื่อ
แขนขวาของเขาสั่นกระตุกอย่างแรง อาการชาแผ่ซ่านไปทั่วท่อนแขน ไม่อาจควบคุมไปชั่วขณะ
เจียงผิงอันเงยหน้ามองเด็กสาวตรงหน้า ถามเสียงจริงจังว่า “นี่คือวิชาดาบอะไร?”
โดยทั่วไป เวลาที่แขนถูกกระเทือนจนเจ็บจะมีสาเหตุมาจากฝ่ายตรงข้ามใช้พลังรุนแรงเกินไป
ทว่าดาบสองเล่มนี้เป็ดาบทั่วไป หากปะทะกันด้วยพลังที่รุนแรง ดาบต้องหักอย่างแน่นอน แต่นี่… ดาบกลับยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์
ดาบถูกกระเทือนจนหลุดกระเด็น แขนรู้สึกเจ็บแปลบ อีกฝ่ายต้องใช้วิชาดาบบางอย่างเป็แน่จึงเกิดผลเช่นนี้
เขาได้คำตอบจากเสียงพูดคุยของพวกทหารที่ชมการประลองอยู่ข้าง ๆ
“ไม่เสียแรงที่คุณหนูเป็ผู้มีพร์ล้ำเลิศ สำเร็จวิชาดาบสะท้านขั้นที่สองแล้ว”
“นั่นสิ อายุเพียงแค่สิบสี่ปีก็สามารถฝึกถึงขั้นนี้ได้ ในการประลองคัดเลือกอัจฉริยะครั้งนี้ คุณหนูจะต้องติดอันดับต้น ๆ เป็แน่!”
“ดูท่าทางเด็กหนุ่มคนนี้ก็ไม่เท่าไหร่นี่นา”
พวกทหารมองเมิ่งจิงด้วยสายตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความชื่นชมนับถือ
พวกเขาเริ่มสงสัยคำพูดของผู้เฒ่าหลี่ คิดไปว่าเด็กหนุ่มอาจจะเก่งก็จริง แต่เทียบกับคุณหนูแล้ว อย่างไรเสียก็ยังต่างชั้นกันมาก
“วิชาดาบสะท้าน?” เจียงผิงอันกุมแขนที่ยังชาไม่หาย “เป็วิชาดาบที่ร้ายกาจมาก”
เดิมทีเขาตั้งใจว่าจะประมือด้วยพอเป็พิธีเพื่อให้คุณหนูพอใจ
แต่เมื่อเห็นความร้ายกาจของวิชาดาบนี้แล้ว ความอยากเอาชนะพลันถูกจุดประกายขึ้นในหัวใจ เขาอยากประลองอย่างจริงจังดูสักตั้ง
“สู้ให้เต็มที่สิ หากว่าเ้าเอาชนะข้าได้ ข้าจะมอบคัมภีร์วิชาดาบสะท้านให้เ้า”
เมิ่งจิงไม่เชื่อว่าคนอายุรุ่นราวคราวเดียวกับตนคนนี้จะสามารถเอาชนะตนได้
ได้ยินมาว่าในอดีตอีกฝ่ายเป็แค่ชาวนาเท่านั้น ชาวนาจะสู้บุตรสาวของแม่ทัพเช่นนางได้อย่างไร?
“รับกระบวนท่าของข้า” เจียงผิงอันตวัดดาบเข้าจู่โจมอย่างจริงจัง
“ยังเร็วไม่พอ!” เมิ่งจิงตวาด พลันยกดาบเข้าปะทะ
ฉับพลันนั้น นางพบว่าดาบตรงหน้ากลายเป็เงาไปเสียแล้ว ไม่รู้ว่าดาบที่แท้จริงเคลื่อนผ่านดาบของนางมาั้แ่เมื่อใด เวลานี้กำลังมุ่งตรงมาที่นางแล้ว!
“ดาบมายา!” หลี่อวิ๋นเทียนร้องอุทานออกมา สุราน้ำเต้าในมือลอยค้างกลางอากาศ
เพื่อหลบการโจมตี เมิ่งจิงถอยร่นอย่างรวดเร็ว ในดวงตางดงามฉายแววตื่นตะลึง “ไม่เลวเลย รับมือ!”
พูดจบ นางก็พุ่งกลับไปจู่โจมด้วยความเร็วที่เพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง
เจียงผิงอันยกดาบขึ้นตั้งรับ
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
ดาบสองเล่มปะทะกันอย่างรวดเร็ว สะเก็ดไฟแตกกระเซ็นไปรอบด้าน
การปะทะกันในแต่ละครั้ง เจียงผิงอันรู้สึกได้ว่าแขนของตนสั่นะเืจนรู้สึกตื้อชา ดาบแทบหลุดกระเด็น
เด็กสาวคนนี้ร้ายกาจมาก
ทหารนายหนึ่งเห็นหลี่อวิ๋นเทียนทำหน้าตื่นตระหนก จึงถามขึ้นมาด้วยความสงสัย “ผู้เฒ่าหลี่ เด็กหนุ่มคนนี้ร้ายกาจก็จริง ใช้วิชาดาบมายาเป็ั้แ่อายุยังน้อย แต่ก็ไม่ได้แกร่งถึงขนาดนั้นนี่”
พวกเขาไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดหลี่อวิ๋นเทียนเห็นเจียงผิงอันแสดงกระบวนท่าดาบมายาแล้วถึงต้องตะลึงปานนี้
ด้วยความสามารถของคุณหนู ต่อให้อีกฝ่ายใช้วิชาดาบมายาเป็ ก็ไม่อาจเอาชนะคุณหนูได้
หลี่อวิ๋นเทียนกรอกสุราเข้าปากอึกหนึ่ง ไม่ได้ตอบอันใด ทว่าความตื่นตะลึงในสายตายังคงไม่เลือนหาย
ตามที่ได้รับรายงาน เจียงผิงอันเก็บวิถีแห่งการฝึกตนมาได้ จึงก้าวเดินสู่หนทางฝึกิญญา
หากว่าเจียงผิงอันใช้วิชาดาบผู้ฝึกิญญาที่ร้ายกาจ เขาคงไม่รู้สึกตื่นตะลึงมากเพียงนี้
แต่ที่สำคัญคือ วิชาดาบมายาเป็วิชายุทธ์ผู้ฝึกกายาของทหารในอำเภอผิงสุ่ย!
่เวลาที่เจียงผิงอันได้เรียนรู้วิชายุทธ์นี้อาจไม่นานมาก
ที่น่ากลัวที่สุดคือ ตลอดการต่อสู้ เจียงผิงอันไม่ได้ใช้พลังิญญา แต่ใช้เพียงวิชากายาต่อสู้กับคุณหนู!
หรือว่ารายงานที่ได้มามีความผิดพลาด? อันที่จริงเจียงผิงอันเดินสู่หนทางผู้ฝึกกายา?
แต่ไม่น่าจะเป็เช่นนั้น ตอนที่รักษาาแบนร่างของเจียงผิงอัน เห็นชัด ๆ ว่าในร่างมีคลื่นพลังของขอบเขตก่อปราณขั้นห้า
หรือว่าจะเป็… ผู้ฝึกยุทธ์และิญญาควบคู่กัน!
เมื่อหลี่อวิ๋นเทียนคิดเช่นนี้ หัวใจของเขาพลันเต้นแรงอีกครั้ง
หากเลือกได้ เขายอมเชื่อว่ารายงานมีความผิดพลาด เพราะหากรายงานไม่ผิดพลาด....คนคนนี้ก็น่ากลัวเกินไปแล้ว
เมื่อหนึ่งเดือนก่อน เจียงผิงอันใช้อุบายเอาชนะชุยเซียว หนึ่งเดือนผ่านไปถึงขั้นสามารถประจันหน้ากับคุณหนูได้!
อีกทั้งยังเป็ผู้ฝึกตนในสองสายควบคู่กัน!
เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นได้ มีเหตุผลเพียงสองข้อเท่านั้น หากไม่ใช่เพราะเด็กหนุ่มมีพร์ที่ดีพอ ก็ต้องเป็เพราะเด็กหนุ่มมีทุนทรัพย์ที่มากพอ
หลี่อวิ๋นเทียนพยายามประเมินเจียงผิงอันไว้สูงแล้ว แต่เวลานี้กลับพบว่ายังคงประเมินต่ำเกินไป
เห็นเจียงผิงอันถูกไล่บี้จนถอยร่นไปเรื่อย ๆ ทหารทั้งหลายจึงรู้ว่าผลการประลองคงใกล้จะออกมาแล้ว
รอยยิ้มบนใบหน้าเมิ่งจิงยิ่งกว้างและเด่นชัดมากขึ้น “ข้า เมิ่งจิง ยังคงเป็อัจฉริยะอันดับหนึ่งของอำเภอเหลียนซานอยู่ดี! ดาบสุดท้าย!”
นางส่งพลังสะท้านไปที่แขน จากนั้นตวัดดาบในมือ
เจียงผิงอันใช้วิชาดาบมายาตอบโต้กลับ
“ไม่มีประโยชน์หรอก! ข้ามองกระบวนท่าของเ้าออกหมดแล้ว!” ดาบของเมิ่งจิงข้ามผ่านเงาตรงไปหาเจียงผิงอัน
ในเวลานี้เอง จู่ ๆ นางก็รู้สึกเย็นวาบที่คอ ดาบในมือหยุดชะงัก
รอยยิ้มบนใบหน้าจิ้มลิ้มของเมิ่งจิงแข็งค้าง ก้มหน้ามองดาบที่พาดอยู่บนคอ
ทหารทั้งหลายที่เตรียมตัวจะโห่ร้องแสดงความยินดีต่างก็นิ่งค้าง เสียงจุกอยู่ที่คอ มองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างคาดไม่ถึง
“เ้า… สำเร็จวิชาดาบมายาขั้นที่สองแล้ว!”
เมิ่งจิงจ้องหน้าเจียงผิงอันเขม็ง
“ใช่” เจียงผิงอันตอบรับเบา ๆ
หลังจากที่ฝึกเคล็ดปราณโลหิตขั้นที่สองสำเร็จ พลังของเขาเพิ่มขึ้นมาก ควบคุมดาบได้แกร่งขึ้น จึงเป็ธรรมดาที่สามารถใช้วิชาขั้นที่สองออกมาได้
“ข้าไม่ยอมแพ้! ประลองใหม่!” เมิ่งจิงผลักดาบของอีกฝ่ายทิ้งด้วยความไม่พอใจ
“คุณหนู พอได้แล้ว” หลี่อวิ๋นเทียนหัวเราะน้อย ๆ พลางเดินเข้ามา
“ไม่ได้! เมื่อครู่ข้าประมาทไป หากข้ารู้ว่าหมอนี่สำเร็จวิชาดาบมายาขั้นที่สอง ข้าจะเตรียมตัวให้ดีกว่านี้!”
เมิ่งจิงไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ของตนเอง ั้แ่เล็กจนโตนางไม่เคยแพ้ใครมาก่อน
“บนสนามยุทธ์ที่แท้จริง ไม่มีใครให้เวลาเ้าได้เตรียมตัวหรอก ยิ่งไปกว่านั้น เจียงผิงอันยอมอ่อนข้อให้เ้าแล้ว ความแข็งแกร่งของเขาอย่างน้อยน่าจะอยู่ในระดับนายกองขั้นหนึ่งแล้ว”
หลี่อวิ๋นเทียนพินิจดูเจียงผิงอันอย่างละเอียด แน่นอนว่าเขามองความแข็งแกร่งของเจียงผิงอันออก
หากว่าเป็ผู้ฝึกยุทธ์ระดับนายกองขั้นสอง โดนวิชาดาบสะท้านจู่โจมติดต่อกันหลายครั้งเช่นนี้ ดาบคงกระเด็นหลุดจากมือไปนานแล้ว ไม่มีโอกาสได้ร่ายกระบวนท่าดาบมายา
เพราะฉะนั้นอย่างน้อยร่างกายของเจียงผิงอันต้องแข็งแกร่งในระดับนายกองขั้นหนึ่งแน่นอน
ได้ยินคำกล่าวของหลี่อวิ๋นเทียน เมิ่งจิงกับทหารรอบ ๆ ถึงกับตาโต
เด็กหนุ่มอายุสิบสี่ปีคนนี้อยู่ระดับเดียวกับนายกองขั้นหนึ่งแล้ว?
น่ากลัวถึงเพียงนี้!
“ข้ายังไม่ยอมแพ้อยู่ดี”
เมิ่งจิงกัดฟันแน่น “ร่างกายของข้าก็สามารถแข็งแกร่งเท่านายกองขั้นหนึ่งได้เช่นกัน! เป็เพราะท่านพ่อคนเดียวที่ไม่ยอมให้ข้าฝึก ข้าจะไปฝึกเดี๋ยวนี้...”
โป๊ก!
หลี่อวิ๋นเทียนเคาะหัวเมิ่งจิงเบา ๆ
“คุณหนู อย่าใช้อารมณ์ พรุ่งนี้คุณหนูต้องไปร่วมการแข่งขันคัดเลือกอัจฉริยะระดับท้องถิ่นอีก เก็บแรงไว้เถิด”
“แต่...”
“ไม่มีอะไรต้องแต่อีก ไม่เช่นนั้นข้าจะบอกท่านแม่ทัพ” หลี่อวิ๋นเทียนขู่
บนใบหน้าเล็ก ๆ ของเมิ่งจิงเต็มไปด้วยความคับข้องใจ
“เจียงผิงอันอย่างนั้นหรือ เตรียมตัวได้เลย เมื่อข้ากลับมาจากการแข่งขัน ข้าจะกลับมาเหยียบเ้า!”
นางสะบัดดาบของตัวเองหนึ่งที จากนั้นจึงเดินออกไปด้วยความโกรธ ผมหางม้าสะบัดไปมาอย่างแรง
เมื่อเดินไปใกล้พวกทหาร นางก็หยุดเดิน “ข้าขอเตือนไว้ก่อน อย่าเอาเื่ในวันนี้เที่ยวไปพูดโพนทะนา ไม่อย่างนั้นพวกเ้าได้เจ็บตัวแน่!”
เมิ่งจิงยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ไหวและไม่้าให้คนอื่นรู้ด้วยว่าตนเองพ่ายแพ้ต่อคนอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน
ทหารเ่าั้กลัวจนรีบรับคำอย่างแข็งขันว่าจะไม่นำเื่นี้ไปพูด
จนถึงตอนนี้พวกเขายังไม่อยากจะเชื่อว่าคุณหนูผู้ไม่เคยพ่ายใคร ยามนี้ต้องตกเป็ฝ่ายพ่ายแพ้เข้าจนได้!
ทั้งยังพ่ายแพ้ต่อเด็กหนุ่มผู้มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกันอีก!
เมิ่งจิงหันกลับไปจ้องเจียงผิงอันด้วยสายตาเคียดแค้น เมื่อจดจำใบหน้านี้จนขึ้นใจแล้ว นางจึงเดินจากไป
หลี่อวิ๋นเทียนโบกมือเบา ๆ เพื่อสั่งให้ทหารคนอื่น ๆ สลายตัว จากนั้นจึงเดินกลับไปที่ห้องพร้อมกับเจียงผิงอัน
“เ้าเป็ผู้ฝึกิญญายุทธ์เช่นนั้นหรือ?”