เช้าวันถัดมา ท้องฟ้าเหนือเมืองปลอดโปร่งดุจผืนผ้าสีครามที่ไร้รอยด่าง แสงอรุณสาดส่องผ่านกระจกสูงของสถาบันนักล่าัพื้นฐานแห่งที่เจ็ด กระทบพื้นหินอ่อนภายในห้องโถงใหญ่จนเกิดเงาสะท้อนอ่อนละมุน บรรยากาศภายในซ่อนความคาดหวังอันหนักแน่นเอาไว้ในทุกอณู
นักเรียนที่สำเร็จการศึกษากว่าสองร้อยชีวิตทยอยก้าวเข้าสู่ห้องโถงอย่างเป็ระเบียบ
ชุดเครื่องแบบของสถาบันสะอาดเรียบร้อย แถบตราสัญลักษณ์บนอกสะท้อนประกายวาววับ ทุกคนยืนเรียงแถวอย่างมั่นคง ร่างกายตั้งตรง ดวงตาเปล่งแสงแห่งความมุ่งหมาย ไม่มีเสียงพูดคุยจอแจ มีเพียงเสียงลมหายใจที่ผสานกันเป็จังหวะเดียว
ท่ามกลางฝูงชน หวงเยี่ยยืนอยู่แถวหน้า สีหน้าของเขาสงบนิ่ง
เมื่อเสียงก้าวเท้าหนักแน่นดังขึ้นจากด้านหลังเวที ทุกสายตาพลันหันไปยังต้นเสียง
อาจารย์ใหญ่เหยี่ยนลี่ก้าวขึ้นสู่แท่นเบื้องหน้า ร่างอ้วนท้วมของเขาเคลื่อนไหวอย่างมั่นคง แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะดูอ่อนโยน ทว่าแววตากลับเปี่ยมด้วยความจริงจังและความภาคภูมิ
เขายืนอยู่กลางเวที ปล่อยให้ความเงียบปกคลุมอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยคำพูดออกมาในทันที
“ขอแสดงความยินดีกับการสำเร็จการศึกษาจากสถาบันนักล่าัในวันนี้!”
“วันที่พวกเ้าทั้งสองร้อยกว่าชีวิตได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง และยืนอยู่บนจุดเริ่มต้นของเส้นทางที่ยิ่งใหญ่”
ดวงตาของเขากวาดมองเหล่านักเรียนทีละคน ราวกับ้าจดจำใบหน้าทุกใบไว้ในความทรงจำ
“ในหมู่พวกเ้า.. หวงเยี่ยคือผู้ที่ได้ก้าวล้ำเหนือสหายร่วมรุ่น มิใช่เพียงด้วยพลังหรือพร์ แต่ด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่เคยสั่นคลอน”
เมื่อชื่อของเขาถูกกล่าวออกมา เสียงกระซิบบางส่วนแทรกขึ้นแล้วเงียบลงในทันที
ขณะที่ตัวของหวงเยี่ยไม่ได้ขยับตัว เพียงยืนตรงอย่างสงบ รับคำกล่าวด้วยสีหน้าอันเรียบเฉย
“จงจำไว้ว่าการเป็ผู้แข็งแกร่งที่สุดในรุ่น เป็เพียงก้าวแรกของการเป็ตำนาน!”
ประโยคนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของหลายคน
ความภาคภูมิที่เคยพองโต พลันถูกแทนที่ด้วยความตระหนักถึงเส้นทางอันยาวไกลเบื้องหน้า
“ข้าอาจารย์ใหญ่เหยี่ยนลี่ ขอให้เปลวไฟแห่งความฝันในใจพวกเ้าทุกคนยังคงลุกโชน!”
“ขอให้คมดาบไม่หม่นมัวแม้เผชิญความมืดมิด ขอให้หัวใจไม่หวั่นไหวแม้ยามต้องเผชิญัที่น่าสะพรึงที่สุดในโลก!”
“เส้นทางเบื้องหน้าจะเต็มไปด้วยเื เหงื่อ และการสูญเสีย แต่ก็เป็เส้นทางเดียวกันกับเกียรติยศ ชื่อเสียง และตำนานที่ไม่มีวันดับสูญ!”
“จงออกไปสร้างชื่อของตนเองให้ก้องไปทั่วฟ้าดิน จงพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าเหล่านักล่าัรุ่นนี้คือผู้ที่จะเปลี่ยนชะตาของยุคสมัย!”
“ขอให้โชคชะตานำพาพวกเ้าไปสู่จุดสูงสุดแห่งพลัง และขอให้วันหนึ่ง.. เื่ราวของพวกเ้ากลายเป็ตำนานที่ผู้คนกล่าวขานชั่วนิรันดร์!”
เสียงของเหยี่ยนลี่ทิ้งท้ายอย่างหนักแน่น
“จงเชื่อมั่น! เพราะเส้นทางของพวกเ้า มันล้วนอยู่ในกำมือของพวกเ้าเอง!”
ประโยคสุดท้ายสะท้อนก้องอยู่ในห้องโถงราวกับระฆังศักดิ์สิทธิ์ที่เพิ่งถูกตี
ความเงียบปกคลุมอีกครั้ง เป็ความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงสั่นะเืทางอารมณ์
นักเรียนหลายคนรู้สึกเหมือนเืในกายกำลังเดือดพล่าน
บางคนเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นน้ำตาที่เอ่อคลอ บางคนปล่อยให้หยาดน้ำใสไหลอาบแก้มโดยไม่ปิดบัง
เสียงสูดลมหายใจสะอื้นดังแ่เบาอยู่มุมหนึ่ง ขณะที่อีกมุมหนึ่งมีแววตาที่เปล่งประกายดุจไฟลุกโชน
สำหรับบางคน นี่คือการปิดฉากชีวิตวัยเยาว์ที่เต็มไปด้วยการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง
สำหรับอีกหลายคน นี่คือการเปิดประตูสู่โลกกว้างที่เต็มไปด้วยอันตรายและโอกาสในคราวเดียวกัน
หลังถ้อยคำของอาจารย์ใหญ่เหยี่ยนลี่สิ้นสุดลง
ทว่าไม่นานนัก ความเงียบอันเปี่ยมด้วยความคาดหวังก็ค่อยๆเข้ามาแทนที่ บรรยากาศคล้ายถูกดึงตึงขึ้นอีกครั้ง
อาจารย์ใหญ่หันมามองหวงเยี่ย ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“นักเรียนหวงเยี่ยซื่อจื่อ!”
“ขึ้นมากล่าวคำปิดท้ายพิธี!”
คำสั่งนั้นเรียบง่ายและเปี่ยมด้วยความหมาย
สายตากว่าสองร้อยคู่หันไปยังชายหนุ่มผมสีฟ้าครามในคราวเดียวกัน เส้นผมของเขาเป็ประกายราวกับคลื่นทะเลยามต้องแสงอรุณ ใบหน้าสง่าและงดงามแฝงความสุขุมที่เกินวัย ร่างสูงโปร่งก้าวออกจากแถวอย่างมั่นคง ทุกฝีก้าวสงบนิ่ง ไม่รีบร้อน ไม่ลังเล
เขาก้าวขึ้นสู่เวที หยุดยืนเคียงข้างอาจารย์ใหญ่ชั่วครู่ ก่อนจะขยับไปยืนกลางแท่น สายตาคมลึกทอดมองไปยังนักเรียนกว่าสองร้อยชีวิตที่เคยร่วมฝึกฝน ฝ่าฟันบททดสอบ และเผชิญความเป็ความตายมาด้วยกันตลอดสองปีที่ผ่านมา
เขาสูดลมหายใจลึก แล้วเปิดปากกล่าวด้วยน้ำเสียงชัดเจน
“สหายร่วมรุ่นทุกคน..”
“วันนี้พวกเราไม่ใช่เพียงผู้จบจากสถาบันนักล่าัพื้นฐาน แต่คือผู้ที่ผ่านการทดสอบของเื ไฟ และความตายมาด้วยกัน”
“ตลอดเวลาที่ผ่านมา ข้า ‘หวงเยี่ย’ อาจเป็ผู้ที่ก้าวนำหน้า แต่หากไม่มีทุกคนเดินเคียงข้าง เส้นทางนี้คงว่างเปล่าไร้ความหมาย!”
หลายคนเบิกตาขึ้นเล็กน้อย บางคนเม้มริมฝีปากแน่น
“พวกนายทุกคนต่างมีเปลวไฟของตนเอง บางคนลุกโชนดั่งสุริยัน บางคนสงบนิ่งดั่งจันทรา”
“แต่ไม่ว่าเปลวไฟนั้นจะเป็เช่นไร.. มันล้วนมีคุณค่า และคู่ควรกับการจารึกในโลกใบนี้!”
“เส้นทางข้างหน้าจะไม่ง่าย พวกเราอาจต้องแยกย้ายกันไปคนละทิศ บางคนจะกลายเป็ตำนาน บางคนอาจล้มลงระหว่างทาง”
“แต่ข้าขอเพียงอย่างเดียว อย่าให้วันที่พวกเรายืนอยู่ ณ ที่แห่งนี้ กลายเป็เพียงความทรงจำที่เลือนหาย”
“อย่าให้ความกล้าในวันนี้ ถูกความกลัวในวันข้างหน้ากลืนกิน”
ห้องโถงเงียบสนิท ไม่มีเสียงกระซิบ ไม่มีเสียงขยับตัว
“หากวันหนึ่งพวกเราได้กลับมาพบกันอีก..”
“ข้าหวังว่าจะไม่มีใครต้องก้มหน้าให้โชคชะตา และทุกคนจะสามารถยืนหยัดด้วยชื่อของตนเองได้อย่างภาคภูมิ”
“จงออกไปและเขียนตำนานของทุกคน ให้โลกต้องจดจำว่าครั้งหนึ่งพวกเราเคยยืนอยู่ร่วมกัน ณ จุดเริ่มต้นนี้!”
“แล้วข้าจะรอวันที่ทุกคนกลับมายืนเคียงข้างกันอีกครั้ง ไม่ใช่ในฐานะนักเรียน แต่ในฐานะนักล่าัผู้ยิ่งใหญ่ เหมือนกันทุกคน”
เมื่อประโยคสุดท้ายหลุดออกมา เสียงปรบมือก็ปะทุขึ้นราวกับคลื่นพายุ
นักเรียนนับไม่ถ้วนส่งเสียงคำรามก้อง บางคนะโเรียกชื่อของหวงเยี่ยอย่างสุดเสียง
“หวงเยี่ย!”
“เ้าชายน้อย!”
“เ้าชายน้อย!”
เสียงเรียกสมญานามดังสนั่นไปทั่วห้องโถง สะท้อนผนังและเพดานจนแทบสั่นะเื
บางคนชูหมัดขึ้นฟ้า บางคนตบไหล่เพื่อนข้างกายด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความฮึกเหิม
เหยินเฟยยืนอยู่กลางฝูงชน พยักหน้ารับอย่างหนักแน่น แววตาเต็มไปด้วยความยอมรับโดยไร้ความอิจฉา
เย่ิเองก็ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสะท้อนประกายชื่นชมอย่างไม่ปิดบัง
คำอวยพรของหวงเยี่ยเป็คำประกาศที่ปลุกจิติญญาของคนทั้งรุ่นให้ตื่นขึ้น
บนเวที อาจารย์ใหญ่เหยี่ยนลี่มองภาพตรงหน้าแล้วหัวเราะด้วยความพึงพอใจ ทว่าอีกมุมหนึ่งของห้องโถง อาจารย์หวังเจี้ยนยืนมองอย่างเงียบๆ ดวงตาของชายวัยกลางคนที่สั่งสอนหวงเยี่ยมาตลอดสองปีเต็มไปด้วยความภาคภูมิที่ไม่อาจปิดบัง
เขาจำภาพเด็กหนุ่มที่เพิ่งก้าวเข้าสู่สถาบันในวันแรกได้อย่างชัดเจน
จำการฝึกฝนที่หนักหน่วง การล้มลงแล้วลุกขึ้นใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
วันนี้เด็กหนุ่มคนนั้นยืนอยู่บนเวทีด้วยท่วงท่าที่สง่างาม พร้อมคำพูดที่ทำให้คนทั้งห้องโถงลุกขึ้นตอบรับอย่างพร้อมเพรียง
หยาดน้ำใสเอ่อคลออยู่ที่หางตาโดยไม่รู้ตัว
หวังเจี้ยนยกมือขึ้นปาดเบาๆ ก่อนจะเผยรอยยิ้ม แล้วกล่าวออกมาด้วยเสียงที่มีเพียงคนใกล้เคียงเท่านั้นจะได้ยิน
“ไปเถอะหวงเยี่ย.. เ้าคือผู้มีเจตจำนงระดับาา เส้นทางในภายภาคหน้าของเ้า มันได้เปิดกว้างขึ้นแล้ว!”
บนเวที หวงเยี่ยโค้งศีรษะเล็กน้อยให้แก่ทุกคน ก่อนจะก้าวถอยกลับลงจากแท่น เสียงเรียกชื่อยังคงดังก้องไม่ขาดสาย
เช้าวันนั้น ห้องโถงใหญ่ได้กลายเป็จุดเริ่มต้นของตำนานบทใหม่ที่จะต้องถูกจารึกเอาไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ตลอดกาล สมญานามแห่งตำนานที่ในอนาคตจะถูกเรียกขานกันว่าพฤกษาิญญาะ นักล่าัที่ยิ่งใหญ่มากที่สุด หวงเยี่ยซื่อจื่อ