บทที่ 7
"ลื้อกับอาพะแพงจะแต่งงานกันเหรอ ดี!! ดีมาก!!...ฮ่า ๆ" เสียงชายกลางคนพูดด้วยน้ำเสียงยินดีที่ลูกน้องมือขวาเข้ามาแจ้งข่าวดีว่าเขาจะแต่งงานกับแฟนสาวที่คบกันมานานถึง 7 ปี พลางจ้องมองไปยังชายหนุ่มก็อดหวนคิดถึงวันที่บอดี้การ์ดหนุ่มยังคงเป็เพียงเด็กน้อยคนหนึ่ง ที่ตนรับอุปการะมาหลังจากที่เขาสูญเสียพ่อแท้ ๆ ไปจากการปฏิบัติหน้าที่คุ้มกันผู้เป็นาย ซึ่งต่อมาเด็กคนนี้ก็เลือกที่จะเดินตามรอยพ่อแท้ ๆ ของเขา นั่นคือการเป็บอดี้การ์ดแถมยังมีฝีมือดีไม่น้อยไปกว่าพ่อของเขาเลย
“วันนี้ผมก็เลยอยากจะมาขอให้นายท่านช่วยเป็เถ้าแก่ให้ผมหน่อยครับ” ชายหนุ่มพูดพลางยิ้มให้กับเ้านายด้วยแววตาที่มองเขาไม่ต่างจากพ่อแท้ ๆ
“ได้สิ..แล้วจะให้อั๊วไปสู่ขออาพะแพงวันไหนล่ะ?”
“ผมคิดว่าน่าจะรอให้ผู้ช่วยของนายน้อยคีย์รินกลับมาก่อนน่าจะดีกว่าน่ะครับ ผมไม่อยากทิ้งหน้าที่ไปกลางคัน”
“เอาอย่างนี้มั้ยล่ะ..เดี๋ยวอาก้องกลับมาจากลาพักร้อน อั๊วจะให้อีไปทำหน้าที่แทน...ให้ฝ่ายนั้นรอนาน ๆ มันน่าเกลียดนะอาโจ” นายท่านเสนอแนวทางเพื่อที่จะได้ดำเนินงานมงคลให้เร็วขึ้น ด้วยหากชักช้าเกรงว่าอาจจะมีปัญหากับพ่อแม่ฝ่ายหญิงได้ ซึ่งบอดี้การ์ดหนุ่มเองก็ตอบรับกับผู้เป็นายอย่างว่าง่ายด้วยเพราะตนได้ขอให้ท่านมาเป็เถ้าแก่ให้จึงไม่อยากขัดใจ
ซึ่งหลังจากนั้นเพียง 2 วัน หลังจากที่บอดี้การ์ดคนที่จะมาแทนโจในก็กลับมาจากลาพักร้อน จึงมีการเปลี่ยนคำสั่งให้โจออกจากการทำหน้าที่เป็ผู้ช่วยค่อยดูแลคีย์ริน และให้เขากลับมาทำงานที่ตระกูลใหญ่แทน
**********
#บ้านพ่อแม่พะแพง
“ต้องขอบคุณนายท่านด้วยนะคะ ที่อุตส่าห์มาเป็ผู้ใหญ่ให้ฝ่ายตาโจ” เสียงสาวใหญ่ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็แม่ของแฟนสาวบอดี้การ์ดหนุ่มเอ่ยขอบคุณ นายท่านหรือที่วันนี้เขามารับบทเป็เถ้าแก่ในการสู่ขอแฟนสาวให้ลูกบุญธรรมอย่างโจ
“ไม่เป็ไรครับ อาโจอีก็เหมือนลูกผม พอเขาตัดสินใจจะแต่งงานผมก็อดไม่ได้ที่อยากจะทำหน้าที่พ่อแทนพ่อของอี”
“งั้นวันนี้นายท่านกับตาโจอยู่ทานข้าวด้วยกันที่นี่ก่อนนะครับ ผมให้คนเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว” เสียงชายอีกคนซึ่งเป็พ่อของพะแพงเอ่ยชวนทั้งเ้านายหรือพ่อบุญธรรมของโจรวมทั้งชายหนุ่มให้ร่วมทานมื้อเย็นด้วยกันที่นี่ ซึ่งนายท่านเองก็ตอบตกลงพลางชวนพ่อแม่ฝ่ายสาวคุยสัพเพเหระกันอย่างสนุกสนาน แล้วบอกให้ว่าที่บ่าวสาวไปเดินเล่นที่สวน ด้วยเพราะคิดว่าอยากให้หนุ่มสาวได้ใช้เวลาด้วยกัน
**********
#สวนหลังบ้าน
“เราขอบคุณเธอมากนะที่ยอมตามใจพ่อกับแม่ เื่แต่งงาน” และเมื่อทั้งคู่ได้ออกมาเดินเล่นกันที่สวน ว่าที่เ้าสาวก็เอ่ยขอบคุณแฟนหนุ่ม
“ไม่หรอก...จริง ๆ เราก็คิดมาสักพักแล้วเหมือนกัน” พะแพงยิ้มดีใจพลางเข้าสวมกอดชายหนุ่มอย่างรักใคร่ ซึ่งโจเองก็กอดเธอไว้ด้วยเช่นกัน แต่อีกใจเขาเองก็ยังกังวลอยู่ลึก ๆ เพราะด้วยหน้าที่ที่เขาต้องรับผิดชอบ ณ ตอนนี้มันใหญ่ขึ้น ก็ได้แต่หวังว่าเ้าหล่อนจะเข้าใจ
หลังจากทานมื้อเย็นที่บ้านของว่าที่เ้าสาวเสร็จ บอดี้การ์ดหนุ่มก็ขับรถเพื่อพาผู้เป็นายกลับบ้าน ซึ่งในระหว่างทางพวกเขาต่างก็พูดคุยกันในหลาย ๆ
“เออ...อาโจ ลื้ออยากลาออกจากอั๊วมั้ย?”
“ครับ?” ทันทีที่เ้านายเอ่ยถามบอดี้การ์ดหนุ่มก็ถึงกลับชะงักด้วยเพราะไม่คาดคิดว่านายท่านของเขาจะถามคำถามนี้ขึ้นมา
“บ้านอาพะแพงก็เหมือนจะมีกิจการอยู่นะ อั๊วคิดว่ายังไงทางนั้นก็คงอยากให้ลื้อไปช่วยลูกสาวเขาดูแลกิจการ”
“คงไม่ละครับ ผมเคยคุยเื่นี้กับทั้งสองท่านแล้วว่าผมอยากทำงานอยู่กับนายท่านต่อไปเรื่อย ๆ เพราะผมเห็นนายท่านเหมือนพ่อเลยอยากคอยดูแลปกป้องนายมากกว่าครับ”
“ฮะ ๆๆ ลื้อนี่มันจริง ๆ เลยนะ” หลังจากที่บอดี้การ์ดหนุ่มได้บอกเหตุผลที่เขาไม่เคยคิดจะลาออก และไปช่วยกิจการบ้านพ่อแม่ฝ่ายหญิงหลังแต่งงาน ก็ทำเอาผู้เป็นายแอบซึ้งใจในความกตัญญูของเขา
**********
#บ้านตระกูลกิจเจริญ
เมื่อส่งนายขึ้นบ้านเรียบร้อยร่างสูงก็พาตัวเองกลับมายังห้องพักเพื่อที่จะเตรียมตัวพักผ่อน แต่เมื่อเข้าห้องมาก็ต้องแปลกใจที่ไฟในห้องนอนเขาถูกเปิดทิ้งไว้ ตามมาด้วยเสียงน้ำไหลจากห้องน้ำทำให้เขาต้องค่อย ๆ ย่องไปดูเพราะคิดว่าอาจเป็โจร
“มึงเป็ใคร!!” ทันทีที่เดินไปยังหน้าห้องน้ำ ประตูก็ถูกเปิดออกเข้าจึงเข้าชาร์ตคนที่กำลังเดินออกมาทันที
“โจ...พ...พี่โจ แค่ก ๆ นี่..นี่น้องเอง” ซึ่งก็เป็ลูกพี่ลูกน้องคนสนิทของเขานั่นเองที่เป็โจรเข้ามา หากแต่เขาไม่ได้เข้ามาเพื่อขโมยของ แค่จะมาค้างด้วยเพื่อพูดคุยกันตามภาษาพี่น้องเนื่องจากเขาได้ทราบข่าวจากคีย์รัวว่าพี่ชายตัวเองกำลังจะแต่งงาน
“โอโห่!! จะมาทำไมโทรมาบอก”
“แบตมือถือหมดน่ะ เพิ่งชาร์จนี่ไง...เกือบตายแล้วมั้ยเนี่ยกู” ปุณพูดพลางเอามือลูกคอตัวเองเบา ๆ เนื่องจากเมื่อครู่ถูกล็อกคอด้วยแขนที่มีแต่กล้ามของพี่ชายเขา
“ว่าแต่จะแต่งงานทั้งที น้องนุ่งนี่ไม่คิดจะบอกก่อนเลยหรือไง นี่ถ้าไอ้คีย์บอก..คงได้รู้วันงานเลยมั้ยครับพี่ชาย”
“เดี๋ยวคีย์รัวก็ไปบอกมึงอยู่แล้วไง”
“อืม ก็จริง”
“แล้วเป็ไง่นี้เห็นแฟนมึงบ่นว่าเรียนหนักน่าดู”
“มากจริง ไม่คิดเลยว่ากว่าจะเป็ทนายได้มันลำบากขนาดนี้” ชายผิวขาวตัวสูงและดูเด็กกว่าคนพี่บ่นอุบอิบ เนื่องจากเขาตัดสินใจที่อยากจะสร้างฐานะให้เท่าเทียมกับอดีตเ้านาย แต่ปัจจุบันคือแฟนหนุ่ม ทำให้เขากลับไปเรียนต่อด้านนิติศาสตร์เพื่อจะสอบตั๋วทนายให้ได้ ซึ่งโจเองก็เห็นด้วยที่ปุณจะเลือกทางนั้นด้วยเพราะเขาทั้งคู่เป็เด็กกำพร้าสิ่งที่จะสามารถทำให้พวกเขาดูไม่ด้อยไปกว่าใครก็คงจะมีเพียงการศึกษาและงานดี ๆ นี่แหละ
“เอาน่าท่องไว้เพื่อเมีย สู้ ๆ ไอ้ปุณ ฮ่า ๆๆ”
“เพื่อเมีย!! ฮุ้ว!! ว่าแล้วไปหาเมียที่ตึกใหญ่ดีกว่า”
“อ่าว! ไหนบอกจะนอนนี่ไง?”
“เปลี่ยนใจละ ไปตามหากำลังใจดีกว่า” พูดจบคนน้องก็รีบตรงไปยังประตูเพื่อจะเปิดออกแล้วไปคนที่ให้กำลังใจเขาตอนนี้ทันที ทำเอาคนพี่ส่ายหน้าพลางหัวเราะที่น้องชายเอาแต่หลงเมียจนลืมพี่อย่างเขาไปสนิท
ครืดด...ครืดด
มือถือของโจที่วางไว้ข้างชั้นวางทีวีมีอาการสั่นไหว ทำให้ตัวเครื่องกระทบกับชั้นวางและเกิดเสียงชวนให้เ้าของต้องเดินไปหยิบดูว่าใครที่เป็คนโทรเข้ามา ซึ่งหน้าจ่อนั้นขึ้นชื่อ ‘นายน้อยคีย์ริน’ เป็ผู้โทรหาเขานั่นเอง
“ครับ?”
‘ไงคุณเ้าบ่าว...วันนี้เป็ไงบ้างเฮีย ยัยนั่นเลิกวีนละป่ะ?’ คีย์รินเอ่ยถามโดยมิวายแอบแขวะแฟนสาวของบอดี้การ์ดหนุ่มด้วยเพราะเ้าตัวหมั่นไส้ที่นางชอบเป็นางวีน คือชอบวีนใส่คนพี่เวลาที่เขาไม่มีเวลาให้
“หึ..ก็ดี...ว่าแต่โทรหาเฮียมีอะไรหรือเปล่า หรือไอ้ก้องไปก่อเื่อะไรไว้?” ชายหนุ่มรีบกลับคนน้องเพราะเกรงว่าลูกน้องที่ส่งให้ไปทำหน้าที่แทนจะก่อเื่
‘เปล่า ๆ รินแค่เหงา ๆ อะเลยโทรหา อยากเซ็กส์โฟนด้วย’
โปรดติดตามตอนต่อไป..