ตอนที่ 8ในที่สุดข้าก็แข็งแกร่ง
หยางโฮ้วกัดฟันกรอดไม่สามารถพูดอะไรได้ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นทีละน้อยทั้งร่างสั่นไหวด้วยความเ็ปอย่างรุนแรง เวลาที่ผ่านไปเพียงครู่แต่มันกับเป็เวลาที่ยาวนานมากสำหรับเขา
ความทรมาณเริ่มแทรกซึมเข้าถึงตำแหน่งใต้สะดือและดูเหมือนกับว่าตำแหน่งนี้จะคอยดึงดูดพลังปราณจากทุกส่วนให้มารวมตัวกันที่นี้ด้วยความร้อนที่ไม่ลดน้อยลง พร้อมทั้งยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากกลางหน้าอกไหลไปตามเส้นเื เส้นลมปราณ และไปยังช่องท้องส่วนล่าง
ถึงจะเป็เช่นนั้นแต่เขาก็มิอาจย่อท้อดวงตาแทบแตกสลาย เขาขบฟันแน่น และใบหน้าเปลี่ยนแปลงคล้าย “จางจุนชิว” ที่บวมเปล่งกลายเป็สีแดงม่วง
อวัยวะภายในถูกเผาไหม้อย่างต่อเนื่องหยางโฮ้วรู้สึกเหมือนร่างกายของเขาจะะเิอยู่รอมร่อร่างของเขาสั่นไหวราวกับเต้นระบำ
ความมุ่งมั่นอันแรงกล้าแรงกล้ากระจายออกจากร่างของเขาร่างกายเปรียบดั่งอาวุธที่ถูกหลอม ผิวเปลี่ยนเป็สีแดงมากขึ้นเรื่อย ๆราวกับถึงเวลาที่เหมาะสม
เขารู้สึกเหมือนกำลังใกล้จะถูกหลอมละลายสมบูรณ์ทันใดนั้นพลันรู้สึกได้ถึงความร้อนรุนแรงที่หายไปอย่างฉับพลัน เปลวเพลิงสีทองอ่อนๆ แผ่รัศมีออกมาตามผิวกายราวกับทวยเทพ และค่อย ๆ จางหายไปในที่สุด
“ตุ๊บ!”
มือทั้งสองข้างหวดทุบลงไปที่พื้นยันตัวแอ่นขึ้นด้วยท่านอนหงายพลันสูดลมหายใจเข้าอย่างบ้าคลั่งราวกับพึ่งรอดจากการจมน้ำ เขาอ้าปากนิ่งค้างไม่สามารถขยับเขยื้อนส่วนใดได้ แม้กระทั่งนิ้วมือของเขาเอง
กระบวนการทุกอย่างเสร็จสิ้น…พลังมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ภายในเือสูร มีความรุนแรงเกินกว่าจะจินตนาการได้ทว่าด้วยความลึกลับของเคล็ดวิชาของเขาสามารถแปรเปลี่ยนพลังอันบ้าคลั่งนั้นให้กลายเป็เปลวเพลิงสีทองอ่อนและถูกบรรจุไว้ภายในร่างกายของเขาทั้งกระบวนการดั่งกล่าวยังทำให้พละกำลังของเขาเกิดการพัฒนาแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ความแข็งแกร่งที่เกิดขึ้นอย่างก้าวะโเช่นนี้มีเพียงแค่คำว่าน่าหวาดกลัวเท่านั้นที่จะสามารถพรรณนาออกมาได้!
ภายในอกของเขาสั่นไหวด้วยความตื่นเต้นปัญหาทั้งหลายที่ทำให้เขาลำบาก ก็สามารถแก้ไขได้เสียที ั์ตาของ
หยางโฮ้วแดงซ่านจนอดที่จะกู่ก้องร้องต่อฟ้าออกมาไม่ได้
ในที่สุดข้าก็แข็งแกร่ง!
กึก! กร๊อบ!
ปรากฏเสียงลั่นของกระดูกทั่วร่างอวัยวะภายในทั้งห้าพลันสั่นไหว กล้ามเนื้อทั่วร่างขยายตัวอย่างต่อเนื่องราวกับกระดูกสันหลังของลูกัที่คืนสภาพรอสำแดงฤทธิ์เดชอันยิ่งใหญ่
ตู้ม…!
ผืนดินสั่นะเืด้วยแรงหมัดของหยางโฮ้วที่บรรจงทุบลงไปที่พื้นอย่างรุนแรง ใบไม้รอบด้านต่างหลุดลอยปลิวว่อนบนกายของเขาปรากฏประกายไฟสีทองแผ่พุ่ง อุณหภูมิโดยรอบพลันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
“อ๊ากกกก!” หยางโฮ้วขบกรามแน่นอย่างอดกลั้น ภายในใจเต็มไปด้วยโทสะหากไม่ใช่เพราะวิชาหล่อกายาเพลิงอสูรที่ทำให้เขาสามารถหลอมกลั่นเปลวเพลิงอสูรได้แล้วละก็ป่านนี้เขาก็คงได้กลายเป็ผุยผงไปแล้ว
“พวกเ้ารอข้าก่อนเถอะ!” เฟยหลงค่อยๆ ลุกยืนขึ้นอย่างช้า ๆด้วยั์ตาที่ไร้ความเมตตา ก่อนที่จะกล่าวกับตนเองว่า“ข้าจะตอบแทนพวกเ้าอย่างสาสม คนอย่างข้าหยางโฮ้วจะไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบเด็ดขาด”
หยางโฮ้วพยายามควบคุมอารมณ์โกรธที่กำลังเชี่ยวกรากเขาสูดลมหายใจเข้าลึก “วิชาในขั้นแรก ข้าจำเป็ต้องดูดกลืนเือสูรต่อไปเรื่อย ๆจนกว่ามันจะอยู่ในสภาวะอิ่มตัว ขั้นตอนนี้จะทำให้ขั้นพลังกายของข้าค่อย ๆเริ่มแข็งแกร่งขึ้น ดังนั้นตอนนี้ข้าควรจะต้องคิดหาวิธีที่จะได้มาซึ่งเือสูรที่แข็งแกร่งมาก่อน
หยางโฮ้วขบคิดไปเรื่อยหลังจากนั้นเขาก็กล่าวออกมาด้วยความสงสัย“กระบี่ที่ถูกพ่อของเขาตีขึ้นมันจะเป็อาวุธล้ำค่าขนาดนั้นจริง ๆ หรือแท้จริงแล้วพ่อของเขาเอามันมาจากไหนกันแน่นะ?"