ร่างของเอมที่เริ่มจางลงเมื่อค่ำวาน กลับมาเข้มชัดอีกครั้งในเช้าวันใหม่
เธอยืนอยู่ข้างนัท ขณะทั้งสองมองออกไปยังแสงแดดที่สาดลงบนเมือง
“ดูเหมือนระบบจะเริ่ม ‘ยอม’ ให้ฉันอยู่ได้นานขึ้น” เอมพูดเบา ๆ ขณะปล่อยให้ลมพัดเส้นผม
“ไม่ใช่ยอม... แต่กำลัง เรียนรู้จากเรา” นัทตอบ สีหน้าจริงจัง
ในอาคาร Dreamscapes Inc.การประชุมเปลี่ยนไปจากเดิม — ไม่ใช่การ “ควบคุมความฝัน” อีกต่อไป แต่คือการอภิปรายเื่ การอยู่ร่วมกันของสองโลก
ผู้ก่อตั้งเดินช้า ๆ ไปยังแผงควบคุมกลาง ก่อนจะพิมพ์คำสั่งบางอย่างลงไป
“ั้แ่วันนี้ พนักงานฝันที่ถูก Anchor รักษาความทรงจำไว้ได้ จะไม่ถูกลบออกจากระบบจนกว่า Anchor จะ ‘ยอมปล่อยมือ’ ด้วยตัวเอง”
“เราจะไม่บังคับลืม... เราจะรอฟังคำว่า ‘พอแล้ว’ จากหัวใจของเขาเอง”
เสียงในห้องประชุมเงียบกริบ — ไม่มีใครค้าน
ขณะเดียวกัน นัทและเอมเดินไปยังสถานที่พิเศษอีกแห่งหนึ่ง
สถานีรถไฟเล็ก ๆ นอกเมือง ที่เอมเคยมาชมดาวก่อนเสียชีวิต และเป็สถานที่เดียวในโลกที่ “ฝันของเธอ” ไม่เคยเอ่ยถึง
“ฉันไม่เคยพาคุณมาในฝัน... เพราะมันคือที่ที่ฉันจากไปจริง ๆ” เอมพูดขณะมองปลายรางที่ทอดไกล
เธอหยิบแผ่นพับใบหนึ่งออกมา — แผ่นที่เธอเคยถือไว้ในวันที่ตาย
นัทจำมันได้ทันที
“นี่คือ...” “ใบจองตั๋วที่ฉันยังไม่ได้ใช้... วันที่เราเคยนัดจะไปทะเล แต่ฉันหายไปก่อน”
เขาไม่พูดอะไรนอกจากจับมือเธอแน่น
“คุณคิดว่าเรายังจะไปกันได้ไหม?”
ฝั่ง Dreamscapes เกิดปรากฏการณ์ใหม่ที่ไม่เคยบันทึกไว้“โซนฝันคงตัวระดับ 5” ปรากฏขึ้นในโลกจริง — โซนที่ Anchor และิญญาสามารถมีปฏิสัมพันธ์ได้อย่างเสถียร โดยไม่สร้างแรงกดดันต่อระบบ
ชื่อโซนนั้นคือ Dreamshell Sector 01และผู้สร้างโซนนั้นมีเพียงสองคน — นัทและเอม
ค่ำวันนั้น ทั้งสองนั่งข้างกันบนหาดเงียบ ๆ คลื่นซัดเบา ลมเย็นพัดพาเสียงหัวเราะของเอมที่เขาไม่เคยได้ยินในโลกจริงมาก่อน
“คุณรู้ไหม ฉันไม่อยากเป็แค่ความทรงจำของคุณอีกแล้ว”
นัทหันมามอง
“เพราะคุณคือ... ความจริงเดียวที่ผมไม่เคยลืม”
แต่ที่สำนักงานใหญ่ของ Dreamscapes…มีสัญญาณอีกหนึ่งอย่างที่พวกเขาเพิ่งพบ
Anchor รายอื่นเริ่มตื่นขึ้นิญญาอีกหลายดวงเริ่ม “รักษารูป” ไว้ในโลกจริง
“เขาไม่ได้เปลี่ยนแค่กฎของบริษัท...” “เขากำลังเปลี่ยนวิธีที่มนุษย์ที่จดจำความรัก”