ตอนที่สิบสาม ดุจดั่งเจียงไท่กง
“บิดาของข้าเป้นคนซื่อสัตย์และตรงไปตรงมาภายใต้การแก้ไขปัญหาและการตัดสินความอย่างยุติธรรมของท่านประดุจดั่งจีฟาพบเจอเจียงไท่กง ฉีหวนกงได้ใช้งานก่วนจ้งข้อให้พวกเราเตรียมรับยุคสมัยใหม่ที่เรืองรองของราชวงศ์ฮั่นประดุจหยาดพิรุณรดพื้นดินให้ชุ่มฉ่ำน้ำฝนที่ตกลงมาทันใจดับความทุกข์ยากของประชาทั่วแผ่นดิน ราชสำนักปรองดองขุนนางทำหน้าที่ของขุนนาง ประชาเคารพกฎหมายข้าวของวางไว้ที่พื้นดินไม่มีใครลักขโมย”
ผมพล่ามตามแนวทาง
New era speech
คำปราศรัยของยุคสมัยใหม่
ว่าหากเราจะมายึดครองเอ๊ยปกครองบ้านเมืองนั้นความหวังคือสิ่งสำคัญหากเสียความหวังประชาชนอาจจะกระด้างกระเดื่องนอกจากที่ผมจะโทษทุกอย่างให้เป้นความผิดของขันทีและขุนนางเก่าแล้วแม้แต่ฮ่องเต้ก็ด้วย
ผมพยายามจะสร้างภาพตนเองและคณะนายทหารที่ยึดอำนาจนี้ว่าคือวีรบุรุษของปวงชนที่เข้ามาเพื่อแก้ปัญหา
ซึ่งไม่ใช่เื่แปลกอาณาจักรในส่วนเนื้อร้ายทางใต้ที่จับชาวแดนจงหยวนของเราไปหลายพันคนอย่างเสียมหลอกก๊กก็มีการยึดอำนาจจากทางทหารหลายครั้ง
โดยมีข้ออ้างว่ารัฐบาลทุจริตประพฤติมิชอบ
สร้างภาพให้ทหารคือวีรบุรุษ
ประชาชนก็ยังคงเชื่อกัน
เพราะหากว่ากล่าวตามความสัตย์
ยุคสมัยที่เรายึดถือกฎระเบียบ ศีลธรรมกฎหมายและจารีตนั้นเริ่มเลือนหายไปแล้ว
ทำให้เราต้องตัดสินกันด้วยกำลังนั่นคือที่มาของกลียุคที่ประชากรแดนจงหยวนหายไปหลายสิบล้านคนและาต่อเนื่องยาวนานหลายสิบปี
มันคือมิคสัญญียุคอย่างแท้จริงที่ทุกคนมองผู้คนรอบข้างเป็เหยื่อที่ตนเองต้องล่า
ดังนั้นคำโกหกคือสิ่งสำคัญ
ภาพลวงตาคือสิ่งสำคัญ
เราต้องทำให้ประชาชนเชื่อว่ากฎหมายยังศักดิ์สิทธิ์
ความยุติธรรมยังมีจริง
เพราะหากประชาชนเลิกเชื่อในสิ่งเหล่านี้สังคมจะวุ่นวายได้
ผู้ปกครองชนชั้นสูงอาจจะมองว่าประชาชนโง่เขลา
แต่หากประชาชนฉลาดขึ้นมาจนหมดความอดทนไม่มีใครต้านทานพลังของประชาชนที่โกรธแค้นจับอาวุธขึ้นต่อสู้ล้มล้างไอ้พวกศักดินาล้าหลังได้
อย่างที่ท่านเหมาไท่จู่ได้พิสูจน์มาแล้วว่าพลังประชาชนนั้นเข้มแข็ง
แบบแผนเก่าของไอ้พวกศักดินาล้าหลังจะต้องถูกล้มล้างไปในที่สุด
ตั๋งโต๊ะหัวเราะฮา ฮา ฮา อย่างดีใจ
แสดงถึงความไม่ถนัดทางการเมืองและไม่คิดจะถ่อมตนเลยแม้แต่น้อย
“ลูกเราก็ชมบิดาเกินเลยไป ฮา ฮา ฮา”
แต่นั่นก็ดีแสดงความไม่มีเล่ห์เหลี่ยมทางการเมืองของตั๋งโต๊ะอาจจะทำให้หลายๆคนยังสบายใจมากกว่า