-ต้นกล้ายอดที่ 9-
่บ่ายพันสรพาลูกคนโตไปล้างแผลที่สถานีอนามัยหมู่บ้านตามใบนัด ต้นกล้ารู้สึกอารมณ์ดีอย่างบอกไม่ถูกที่จะได้ไปเจอหมอทิมผู้ใจดีเด็กน้อยตั้งใจไว้ว่าวันนี้จะปรึกษาพี่หมอเื่ควายเสียหน่อย
“ล้างแผลเสร็จนั่งเล่นรอพ่อข้างในอนามัยก่อนนะลูก พ่อจะรีบทำงานแล้วกลับมารับ” พันสรกำชับลูกใจจริงก็ไม่อยากจะทิ้งลูกไว้ แต่เพราะงานขนปูนเข้ากะทันหันจึงต้องรีบไปทำให้เสร็จ
“ฮะพ่อ” ต้นกล้ารับปากก่อนจะโบกมือเล็กไปมา บายบ่ายพ่อที่ขับรถคันเก่าของลุงนูนออกไป
ทว่า ระหว่างหันหลังเดินเข้าไปในสถานีอนามัยตาเรียวของเด็กน้อยก็รู้สึกเหมือนเห็นก้อนดำ ๆ กลมๆ อยู่ทางหางตาซ้ายทันทีที่ต้นกล้าหันไปก็เห็นเป็เ้าสี่ขา มีสองเขาตัวดำเมี่ยมยืนสะบัดหางกินหญ้าอยู่อย่างสบายใจ
“ควาย ควายตัวเป็เป็” ต้นกล้าพูดกับตัวเองย้ำ ๆก่อนจะรีบจ้ำเท้าสั้นเข้าไปหาควายตัวนั้นอย่างตื่นเต้นนี่เป็ครั้งแรกที่ได้เห็นควายในระยะประชิดขนาดนี้ มันน่ารักผิวเข้มกว่าควายที่เคยเห็นในการ์ตูนเยอะเลย
“น้อนควายทำไมมาอยู่ที่นี่ได้เนี่ย เ้าของแกล่ะ”เ้าตัวพูดด้วยเสียงสองพรางใช้มือลูบบนผิวดำกร้าน ต้นกล้ามองไปรอบ ๆเพื่อมองหาเ้าของที่น่าจะเอามันมาล่ามไว้ให้กินหญ้าแถวอนามัย อย่างน้อยถ้าเจอจะลองอ้อนวอนขอยืมตัวมันไปลงแข่งกีฬาวิ่งควายเสียหน่อย
ทว่า หลังจากพูดจบต้นกล้าก็รู้สึกได้ถึงความเศร้าที่ส่งออกมาจากควายตรงหน้า พอลองมองเข้าไปในตามันก็เห็นคราบน้ำตาแห้งเหมือนมันกำเศร้าอยู่
ความรู้สึกนี้มันอะไรกันนะนี่เ้าควายพยายามจะบอกอะไรฉันงั้นหรอ ต้นกล้าเริ่มไม่เข้าใจสิ่งที่ตัวเองรู้สึก
“เดี๋ยวหนูออกมาเล่นด้วยนะบิวตี้”ว่าแล้วต้นกล้าก็ตั้งชื่อให้ควายตัวนั้นเสียเสร็จสรรพก่อนจะวิ่งเข้าอนามัยเผื่อจะเจอเ้าของมันอยู่ด้านในตึก
“น้องต้นกล้ามาล้างแผลหรอคะ นั่งรอสักครู่ค่ะ”พยาบาลสาวยิ้มทักทาย ตอนนี้ในห้องหมอทิมมีคนไข้คนนึวปรึกษาอยู่ซึ่งนั่งรอไม่นานเขาก็ออกมา พอลองถามจึงรู้ว่าคนนั้นไม่ใช่เ้าของควายต้นกล้าเลยรีบเข้าไปในห้องหมอทิมทันที
“มาตรงเวลาดีนะเด็กดี” หมอทิมที่กำลังเขียนเอกสารบางอย่างอยู่เงยหน้าขึ้นมาทักทายก่อน
“สวัสดีฮะ”
สองคนยกมือไหว้กันก่อนตัวจ้อยจะวิ่งไปนั่งบนเก้าอี้ตรงหน้าหมอแล้วถามเื่ที่ตัวเองสงสัย
“พี่ทิมฮะเ้าบิวตี้มาอยู่ที่นี่ได้ไง เมื่อวานหนูไม่เห็นเลย”
“บิวตี้?”คนหน้าหล่อ เลิกคิ้วเข้มขึ้น
“เอ่อ หนูหมายน้องควายที่ล่ามไว้ข้างตึกอ่ะฮะ หนูให้มันชื่อบิวตี้” คำตอบของต้นกล้าเล่นเอาหมอทิมหลุดขำตั้งชื่อควายซะน่ารักเลยนะเด็กคนนี้
“ฮ่า ฮ่า เ้านั่นวิ่งควายแพ้เมื่อปีก่อน พอปีนี้เ้าของได้ควายตัวใหม่มาก็เลยขายมันทิ้ง พี่สงสาร เลยไถชีวิตมันมา”
“โหพี่หมอใจดีจัง”
“พี่แค่ติดนิสัยชอบช่วยเหลือสัตว์มาจากใครบางคนหน่ะ”น้ำเสียงหมอแ่ลงในคำพูดสุดท้ายตัวต้นกล้าเองก็รู้สึกชื่นชมน้ำใจหมอ เพราะเป็คนชอบช่วยเหลือสัตว์เหมือนกัน
ถ้าหมอทิมเป็คนซื้อควายมาแสดงว่าตอนนี้หมอทิมเป็เ้าของควายตัวนั้นเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“ผมขอตั้งชื่อมันว่าบิวตี้ได้มั้ยฮะ”เด็กน้อยน้ำเสียงออดอ้อน
“ได้สิคนตัวเล็กว่าไง คนตัวโตก็ว่างั้น” หมอจ้องหน้าน้องด้วยความเอ็นดู“แต่ตอนนี้ต้องล้างแผลกันก่อนนะครับคนเก่ง” ว่าแล้วหมอก็เปิดผ้าก๊อชที่พันเข่าของขาเล็กอยู่ออกล้างแผลด้วยแอลกอฮอล์อย่างเบาแรง แผลของต้นกล้าแห้งเร็วกว่าที่คิดไม่ได้บวมช้ำเท่าที่คาดการณ์เอาไว้
ร่างกายเด็กคนนี้แข็งแรงจริงๆ
หลังจากล้างแผลเสร็จก็มีคนไข้ผู้หญิงมาปรึกษาหมอต่อ ทำให้ต้นกล้าต้องออกมาก่อนหนูน้อยฆ่าเวลาที่ต้องรอพ่อด้วยการเล่นกับเ้าบิวตี้ราวกับเป็เพื่อนใหม่คนหนึ่ง
“บิวตี้เคยแข่งวิ่งควายด้วยหรอ เท่ห์ะเิเลยสินะ” ต้นกล้ายืนคุยกับควายแก้เหงาคนที่เหงาน่าจะเป็บิวตี้มากกว่าความรู้สึกมันกำลังร่ำร้องเรียกหาเ้าของเดิมทั้งที่รู้ตัวเองว่าโดนทิ้งเสียแล้ว
ฉันสงสารแกจัง ต้นกล้าคิดแล้วรู้สึกโมโหจนคิดอะไรบางอย่างออก
“ปีนี้ไปแก้มือกันนะ หนูจะทำให้บิวตี้ชนะให้ได้เลย” ว่าแล้วต้นกล้าก็หันซ้ายหันขวาพอเห็นว่าไม่มีใคร มือเล็กก็แกะเชือกที่ล่ามกับเสาออกปล่อยให้บิวตี้กลายเป็อิสระโดยที่แขนเล็กก็จับเชือกไว้
“หนูขอขี่หน่อยนะฮะ”ร่างเล็กพยายามปีนขึ้นไปบนหลังบิวตี้ด้วยความทุลักทุเล ทำให้หล่นลงมาก้นกระแทกกับพื้นหญ้าอยู่หลายรอบแต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ ปีนขึ้นไปจนรู้เทคนิค จะต้องนั่งกลางหลังของมัน ห้ามจับเขาแต่ให้จับเชือกที่ที่ล่ามจมูกมันอยู่แทน
“สำเร็จ” ต้นกล้าร้องออกมาอย่างดีใจเมื่อบิวตี้ไม่ได้ขัดขืนในตอนที่ตัวจ้อยขึ้นบนหลัง ภารกิจขโมยควายจึงเริ่มขึ้นได้ “ไปบ้านหนูกันเลยฮะพี่บิวกี้ ลุย”เขาออกคำสั่งแล้วเ้าบิวตี้สี่เท้าก็เดินไปตามเส้นทางที่ต้นกล้าบอกในเวลาตะวันเริ่มตกดิน
ต้นกล้าขี่บิวตี้เดินเลียบถนนที่ไม่ได้ราดคอนกรีตไปเรื่อย ๆตามเส้นที่สมองน้อยจะจำได้ว่าเป็ทางกลับบ้านปกติแล้วคุณต้นกล้าเมื่อชาติก่อนนั้นจะนั่งเฉพาะรถหรูแค่เอ่ยปากบอกสถานที่ให้คนขับรถพาไป ไม่ต้องใส่ใจ ไม่ต้องจดจำไม่ต้องสังเกตอะไรเลย
แต่ตอนนี้มันต่างไปวิถีชีวิตยากจนที่บ้านนอกทำให้ต้นกล้าได้ัักับธรรมชาติมากมาย แม้กระทั่งตอนนี้จากสองข้างทางที่เคยเป็ตึกอัดแน่นกันเต็มไปหมดในเมืองหลวง ก็กลายเป็พื้นที่สีเขียวจากป่าไร่ และสวนของชาวบ้าน เขาชอบที่จะซึมซับธรรมชาติแบบนี้ั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้เลย
ซู้ด !!
ต้นกล้าสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดอย่างสบายใจ เงยหน้ามองท้องฟ้าสีส้มเข้มที่มีฝูงนกกำลังบินกลับรังพร้อมส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้วเรียกหากันไปมา
แต่แล้วโมเมนต์แห่งความสุขก็โดนช็อตฟีล เมื่อเ้าสี่ขาพาคนที่ขี่อยู่วิ่งลงไปข้างทางซึ่งเป็บ่อโคลนเล็ก ๆ
“บิวตี้!!!!” ต้นกล้าร้องเสียงหลง
ผลั่ก!! ร่างเล็กหล่นลงไปเกลือกกลิ้งในโคลนดำพร้อมกับเ้าควายสี่ขาอย่างไม่ทันตั้งตัว
“ทำอะไรเนี่ย”คนตัวเล็กรีบลุกขึ้นโวยวาย ตีมือเบา ๆลงบนิักร้านที่กำลังเกลือกกลิ้งโคลนอย่างมีความสุขหนำซ้ำมันยังตีหางยาวไปมาจนโคลนกระเด็นติดขึ้นไปถึงหัวของต้นกล้าที่รีบยกมือขึ้นมาปิดหน้ากลัวโคลนจะเข้าปาก
เ้าควายบ้า ทำฉันสกปรกหมดเลย
ถึงจะคิดอย่างนั้นแต่จากความรูัสึกโกรธ กลับเปลี่ยนเป็ความรู้สึกเอ็นดูเมื่อต้นกล้ารับรู้ได้ว่าบิวตี้กำลังมีความสุข สุดท้ายเด็กน้อยก็ใจอ่อน บรรเลงโคลนตมในมือในลูบถูไถไปที่ผิวหยาบอย่างกับนวดผ่อนคลายให้มัน
เด็กชายรอให้ควายตัวใหญ่เล่นจนหนำใจก็พากันเดินทางต่อจนถึงบ้านอย่างปลอดภัย
.
.
“ไม่ได้!!พ่อไม่รู้หรอกนะ ว่าลูกไปเอาควายตัวนี้มาจากไหน แต่พ่อจะไม่ยอมให้ลูกขี่มันอีกแน่ๆ” พันสรโวยหลังจากหาลูกที่อนามัยไม่เจอแล้วกลับมาหาที่บ้านซ้ำยังเห็นลูกชายคนโตกำลังอาบน้ำกับควายอย่างมีความสุขจนน้ำเกือบหมดโอ่ง “เด็ก 5 ขวบตัวเล็กนิดเดียว จะเอาควายอยู่ได้ยังไง”
เพรีที่กำลังป้อนอาหารบดให้ใบข้าวได้แต่นั่งมองสองพ่อลูกทะเลาะกัน
“นะฮะพ่อหนูขี่บิวตี้ได้สบาย ๆ ไม่ต้องห่วง”ต้นกล้าไม่ละทิ้งความพยายาม การวิ่งควายครั้งนี้สำคัญมากจริง ๆเขาอยากหาเงินมาจุนเจือครอบครัวให้ได้มากที่สุด
“ไม่ได้ พ่อจะแน่ใจได้ยังไงว่าหนูจะไม่เป็อะไร” พันสรยืนยันคำเดิมก่อนจะหันไปมองหน้าเพรีใหเห้ช่วยพูดห้ามลูกแต่เพรีก็เลือกที่จะทำเป็ไม่รู้ไม่เห็น ในความคิดเพรีแล้วถึงจะเป็ห่วงกลัวลูกจะเจ็บตัว เธอไม่ห้ามถ้าต้นกล้าจะแข่งวิ่งควาย แต่ในสายตาเธอต้นกล้าไม่ใช่เด็กที่อ่อนแอคนเดิมอีกแล้ว
“หนูจะไม่เป็ไรจริงๆฮะบิวตี้มันน่ารักและเชื่องมาก”
“ความก็เชื่องทุกตัวแต่มันก็ไม่มีอะไรยืนยันได้ว่ามันจะมันจะเชื่อฟังเด็กอย่างหนู” สิ้นคำพูดพันสรต้นกล้าถึงกับคิ้วกระตุก เด็กนิ้วทิ้งขันในมือลงในโอ่ง
“เดี๋ยวหนูจะทำอะไรให้พ่อดู” ต้นกล้าพูดออกมาอย่างมั่นใจ ก่อนจะก้มหยิบกิ่งไม้เล็ก ๆที่หล่นอยู่ข้างโอ่งขึ้นมาโบกสะบัดราวกับตัวเองเป็พ่อมด
“นอนนั่ง ยิ้ม” ต้นกล้าออกคำสั่งให้บิวตี้ทำตามพรางโบกสะบัดไม้กายสิทธิ์ เ้าบิวตี้ก็ทำตามทุกอย่างราวกับถูกฝึกมาเป็อย่างดีมันฉีกปากจนเห็นฟันที่มีเศษหญ้าติดอยู่ครบทุกซี่หลังจากที่ต้นกล้าสั่งให้ยิ้ม
ใบข้าวที่โดนแม่อุ้มอยู่หัวเราะร่าชอบใจใหญ่“เจ่ง ๆ ปี๋กล้าเจ่งจัง” คนน้องชม
ทางด้านพันสรกับเพรีที่เห็นภาพตรงหน้าก็ได้แต่นิ่งเหวอไม่เคยจะรู้มาก่อนว่าควายของชาวบ้านแถวนี้จะทำตามคำสั่งได้ ต้นกล้าโชว์ไม้เด็ดอีกหนึ่งอย่างที่พันสรต้องอึ้งเขาปีนไปนั่งกลางหลังบิวตี้โดยไม่มีวี่แววว่าจะตก ถ้าบิวตี้เป็หมาต้นกล้าคงให้มันยืนสองขาแล้วะโไปกอดพันสรแล้ว
การกระทำเบื้องหน้าของต้นกล้ากับควายตัวใหม่ทำให้พันสรไปต่อไม่เป็แม้แต่เขาที่เป็ผู้ใหญ่เองยังทำแบบลูกไม่ได้แล้วจะเอาหน้าที่ไหนไม่ห้ามเ้าตัวเล็กกัน
“พรุ่งนี้ไปล้างแผลครั้งสุดท้ายถ้าแผลลูกหายทัน พ่อจะให้ลงวิ่งควาย” พันสรยอมอนุญาตโดยที่ยังมีข้อแลกเปลี่ยนต้นกล้ายิ้มร่า เพราะหมอทิมบอกแล้วว่าแผลของเขาค่อนข้างแห้งไว
“ได้เลยฮะพ่อ” เ้าตัวจ้อยวิ่งไปกอดพ่อด้วยความดีใจ นั่นทำให้พันสรเปียกไปด้วยอีกคน
***