บรรยากาศภายในตำหนักเมฆาเร้นที่พังทลายพลันเงียบสงัดลงจนน่าขนลุกเสียงลมหายใจที่หอบถี่ของหลินหยวนกลายเป็เสียงที่ดังที่สุดในห้วงเวลานี้
เหนือศีรษะของเขา 'เ้าสำนักเมฆาคล้อย' ลอยเด่นตระหง่านอยู่กลางอากาศชุดคลุมสีขาวของเขาสะบัดพลิ้วอย่างไร้ที่มาของลมแววตาที่จ้องมองลงมานั้นว่างเปล่าและเย็นเยียบประดุจมองดูเศษฝุ่นที่ไร้ค่า
เพียงแค่เ้าสำนักขยับนิ้วชี้เบาๆแรงกดดันมหาศาลมหาศาลที่เรียกว่า 'อาณาเขติญญา'พลันพุ่งเข้ากดทับร่างของหลินหยวนจนเข่าทั้งสองข้างกระแทกพื้นหินแตกละเอียดเสียงกระดูกลั่นเกรียวกราวราวกับจะแหลกสลายลงในทุกวินาที
"เ้าคิดว่า...พลังเพียงหยิบมือที่ได้จากอัฐิของคนตาย จะสามารถสั่นคลอนรากฐานของข้าได้งั้นหรือ?"น้ำเสียงของเ้าสำนักราบเรียบ ทว่ากลับสั่นะเืไปถึงดวงิญญา
"ความโง่เขลาของเ้าคือการทำลาย 'ภาชนะ' ของข้า...แต่มันก็ดี เพราะร่างกายที่ผ่านการวิวัฒนาการด้วยอัสนีเช่นเ้าย่อมเป็ส่วนผสมที่ยอดเยี่ยมกว่าผู้าุโฉีนับหมื่นเท่า"
[วิเคราะห์สถานะวิกฤต:แรงกดดันระดับข้ามขอบเขติญญา]
[สถานะร่างกาย:กระดูกแตกร้าว 60%, พลังปราณแห้งขอด]
[คำเตือน:หากไม่ทำการตอบโต้ภายใน 5 ลมหายใจิญญาจะถูกสกัดออกเพื่อทำเป็หัวใจเทวะดวงใหม่!]
หลินหยวนกัดฟันจนเหงือกชุ่มไปด้วยเืแววตาสีม่วงของเขาที่เคยส่องสว่างบัดนี้เริ่มพร่ามัว ทว่าลึกลงไปในจิตใต้สำนักความแค้นที่ถูกสั่งสมมาั้แ่ชาติก่อนจนถึงวินาทีที่ถูกตราหน้าว่าเป็ปศุสัตว์พลันะเิออกเป็เปลวไฟแห่งการทำลายล้าง
'เนตรวิวัฒนาการ...ข้าขอแลกทุกอย่าง! แม้แต่ดวงิญญา... จงเปิดใช้งาน 'โหมดสังหารพระเ้า'เดี๋ยวนี้!'
[ตรวจสอบเงื่อนไข:ยอมรับการแลกเปลี่ยนด้วยอายุขัย 30 ปีและดวงิญญาส่วนหนึ่ง]
[สถานะ: เปิดใช้งาน 'วิถีสูญสิ้น' — บีบอัดเศษศิลาอัสนีบาตเข้าสู่แก่นิญญาโดยตรง!]
เปรี้ยง!!!!
สายฟ้าสีดำสนิทที่แฝงด้วยกลิ่นอายแห่งความว่างเปล่าะเิออกมาจากร่างกายของหลินหยวนแรงะเินั้นรุนแรงจนสามารถดีดแรงกดดันของเ้าสำนักให้กระเด็นออกไปได้ชั่วขณะ
ิัของหลินหยวนบัดนี้กลายเป็สีดำขลับประดุจโลหะิญญามีอักขระสีแดงฉานไหลเวียนไปทั่วร่างดุจเส้นเืที่กำลังเดือดพล่าน
เขายันกายลุกขึ้นยืนช้าๆแม้ร่างกายจะพังทลายลงทุกวินาทีแต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมากลับดูิ่์อย่างถึงที่สุด
หลินหยวนยกมือขึ้นคว้าอากาศเบื้องหน้าพลันปรากฏดาบเล่มใหญ่ที่ทำจาก 'สายฟ้าทมิฬ' ซึ่งสามารถสลายกฎเกณฑ์ทุกอย่างในโลกใบนี้ได้
"เ้าสำนัก..."หลินหยวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ซ้อนทับกันนับพันเสียง "วันนี้...ข้าจะทำให้เ้าได้รู้ซึ้งถึงคำว่า 'สูญสิ้น' อย่างแท้จริง!"
เ้าสำนักเมฆาคล้อยเป็ครั้งแรกที่เปลี่ยนสีหน้าแววตาที่เคยราบเรียบพลันฉายแววแห่งความหวาดหวั่นออกมาเพียงเสี้ยววินาที
เขาไม่คาดคิดว่า 'มดปลวก' ตัวนี้จะกล้าเดิมพันด้วยิญญาเพื่อเข้าสู่ขอบเขตพลังที่ต้องห้ามเช่นนี้!
สายฟ้าทมิฬที่พุ่งทะยานออกจากร่างของหลินหยวนบิดเบี้ยวและเกรี้ยวกราดราวกับอสูรที่หลุดจากกรงขังบรรยากาศรอบตัวเขาเย็นเยียบลงจนถึงจุดเยือกแข็ง
ทว่าในความหนาวนั้นกลับแฝงด้วยพลังงานที่แผดเผาจิติญญาเ้าสำนักเมฆาคล้อยดวงตาหดแคบลงใบหน้าที่เคยสุขุมพลันปรากฏริ้วรอยแห่งความโกรธแค้น
เขาไม่เพียงไม่ถอยหลบแต่กลับวาดมือผ่านอากาศ สร้าง 'มหาค่ายกลเงาจันทร์สังหาร'ขึ้นมาปกคลุมทั่วชั้นบรรยากาศ
"เ้ามดปลวกที่ริอาจแตะต้องพลังของเทพเ้า...จงดับสูญไปพร้อมกับความโอหังของเ้าซะ!"
เ้าสำนักสะบัดมือแสงจันทร์เทียมสีนวลที่แฝงด้วยไอสังหารนับพันสายพุ่งเข้าหาหลินหยวนดุจห่าฝนทว่าในโหมด 'สังหารพระเ้า' ประสาทััของหลินหยวนก้าวข้ามขีดจำกัดของเวลาไปแล้วเขาขยับกายเพียงนิด ร่างทั้งร่างก็สลายกลายเป็ละอองสายฟ้าทมิฬหลบเลี่ยงการโจมตีเ่าั้ได้อย่างง่ายดายก่อนจะไปปรากฏกายอยู่เบื้องหน้าของเ้าสำนักในระยะประชิด
ฉัวะ!
ดาบสายฟ้าทมิฬฟาดฟันลงมาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าการมองเห็นเ้าสำนักรีบเรียก 'เกราะปราณนพเก้า' ขึ้นมาต้านทาน
ทว่าอำนาจของวิชาสลายิญญาที่ถูกอัดฉีดด้วยอายุขัยของหลินหยวนกลับทรงพลังเกินกว่าที่เกราะปราณระดับทั่วไปจะรับไหวเกราะหินอ่อนที่แข็งแกร่งที่สุดของสำนักพลันปริร้าวและแตกกระจายเป็เศษเสี้ยวในพริบตา
[สถานะโหมดสังหารพระเ้า:คงเหลือ 120 วินาที]
[คำเตือน:ความร้อนในแก่นิญญาพุ่งสูงเกินพิกัด ระบบเริ่มทำการเผาผลาญความทรงจำบางส่วนเพื่อเป็พลังงานสำรอง]
"อัก...!"เ้าสำนักกระเด็นถอยหลังไปหลายสิบก้าว เืสีทองจางๆ ซึมออกมาจากมุมปากแววตาของเขาบัดนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่ไม่อาจปิดบัง
"เป็ไปไม่ได้...พลังของเ้า... มันคือความว่างเปล่าที่กลืนกินแม้แต่กฎเกณฑ์ของวิถีเซียน!"
"วิถีเซียนของพวกเ้าน่ะเหรอ?"หลินหยวนเอ่ยด้วยเสียงที่ไร้อารมณ์ราวกับเทพเ้าที่กำลังพิพากษา
"มันก็แค่เปลือกนอกที่เน่าเฟะที่พวกเ้าสร้างขึ้นมาปกปิดสันดานสัตว์ร้ายเท่านั้น!"
เขาชูมือขึ้นฟ้าเมฆาเบื้องบนเริ่มหมุนวนเป็หลุมดำขนาดั์ สายฟ้าสีดำนับหมื่นเส้นถูกรวบรวมไว้ที่ปลายดาบบรรยากาศรอบด้านเริ่มบิดเบี้ยวจนมองเห็นรอยแยกของมิติเป็ทางยาว
เ้าสำนักรู้ดีว่าหากโดนการโจมตีครั้งต่อไปนี้เขาอาจจะไม่มีโอกาสได้แม้แต่จะกลับไปจุติใหม่
"ในเมื่อเ้า้าความพินาศ...ข้าก็จะมอบให้!" เ้าสำนักคำรามพร้อมกับล้วงเอา 'หัวใจเทวะ'ที่เป็ก้อนเนื้อเต้นตุบตับสีโลหิตออกมาจากอกเสื้อพลังงานหยินที่รุนแรงที่สุดะเิออกมาเพื่อต้านทานความว่างเปล่าของหลินหยวน
การปะทะกันของสองขั้วอำนาจทำให้ตำหนักเมฆาเร้นที่พังทลายอยู่แล้วแหลกสลายกลายเป็ผุยผงในพริบตา พื้นดินแยกออกเป็เหวลึกที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง
หลินหยวนกระอักเืสีดำออกมาคำโตแต่ดวงตาสีม่วงของเขายังคงจ้องเขม็งไปที่หัวใจดวงนั้นด้วยเจตนาสังหารที่เข้มข้นที่สุด!
กลิ่นอายแห่งความตายบิดเบี้ยวจนกลายเป็พายุหมุนวนอยู่รอบกายหลินหยวนพลังงานความว่างเปล่าสีดำสนิทจากโหมดสังหารพระเ้าเริ่มกัดกินแขนทั้งสองข้างของเขาจนเห็นเส้นเืสีม่วงทองที่กำลังเดือดพล่านทว่าแววตาของเขากลับนิ่งสงบอย่างน่าประหลาด มันคือความสงบก่อนที่จักรวาลจะแตกสลาย
"ในเมื่อเ้าเรียกหาหัวใจเทวะ...ข้าก็จะให้เ้าเห็นว่าหัวใจที่ไร้ซากศพหล่อเลี้ยง มันก็เป็เพียงก้อนเนื้อที่เน่าเฟะเท่านั้น!"
หลินหยวนกู่ร้องพร้อมกับแทงดาบสายฟ้าทมิฬลงไปที่พื้นดินเบื้องหน้าพลังงานทั้งหมดที่เขาแลกมาด้วยอายุขัยพุ่งทะลวงลงสู่รากฐานของสำนักเมฆาคล้อยมุ่งตรงเข้าหาตำแหน่งของ 'หัวใจเทวะ' ที่แท้จริงซึ่งซ่อนอยู่ใต้ดินลึกนับพันเมตร
[วิชาลับสูงสุด:อัสนีดับสูญ—หมื่นสังสารวัฏ!]
เปรี้ยง!!!!
สายฟ้าสีดำขนาดั์ะเิออกจากใต้ดินทะลวงผ่านตำหนักและขุนเขาจนทุกอย่างแหลกสลายกลายเป็จลพลังแห่งความว่างเปล่าเข้าปะทะกับพลังหยินของหัวใจเทวะอย่างรุนแรงจนเกิดรอยแยกมิติขนาดั์ขึ้นกลางสำนัก
แรงอัดอากาศมหาศาลมหาศาลทำให้ร่างของเ้าสำนักที่กำลังถือหัวใจอยู่ถึงกับหน้าตาบิดเบี้ยวิัสีขาวสะอาดเริ่มปริแตกและเหี่ยวเฉาลงในพริบตาเมื่อแหล่งพลังงานหลักของมันถูกสายฟ้าทมิฬตัดขาด
"ม่ายยยยยย!รากฐานของข้า! ความเป็ะของข้า!" เ้าสำนักแผดเสียงร้องอย่างโหยหวนร่างของเขาถูกแรงะเิฉีกกระชากจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม
[วิกฤตการณ์:แก่นิญญาของโฮสต์กำลังจะแตกสลาย]
[สถานะ:เนตรวิวัฒนาการทำการดึงพลังงานสำรองสุดท้าย—ทำการ 'เสียสละดวงตาข้างขวา'เพื่อสร้างเกราะมิติลี้ภัย]
[คำเตือน: โฮสต์จะสูญเสียการมองเห็นด้านขวาและเข้าสู่สภาวะจำศีลลึก!]
หลินหยวนรู้สึกเหมือนดวงตาข้างขวาถูกคีมร้อนๆบ่งออกมา ความเ็ปนั้นรุนแรงจนเขาแทบสิ้นสติทว่าในจังหวะที่สำนักเมฆาคล้อยกำลังจะถล่มลงสู่ก้นบึ้งของรอยแยกมิติ
แสงสีม่วงจางๆจากเนตรวิวัฒนาการได้ห่อหุ้มร่างที่สะบักสะบอมของเขาไว้และเหวี่ยงเขาเข้าสู่รอยแยกมิติที่เกิดขึ้นจากการปะทะกันของพลังงาน
ภาพสุดท้ายที่หลินหยวนเห็นก่อนที่สติจะดับวูบไปคือภาพของเ้าสำนักเมฆาคล้อยที่กำลังกรีดร้องท่ามกลางเปลวเพลิงสีดำที่กำลังมอดไหม้ทุกสิ่งทุกอย่างให้กลายเป็ความว่างเปล่า
แรงะเิจากการปะทะกันของมหาอำนาจสองขั้วส่งผลให้มิติรอบด้านปริแตกดุจแผ่นกระจกที่ถูกค้อนั์ทุบทำลายร่างของหลินหยวนถูกเหวี่ยงกระชากผ่านอุโมงค์แห่งแสงสีหม่นที่เต็มไปด้วยพายุกาลเวลา
ความเ็ปจากการสูญเสียดวงตาข้างขวาและอายุขัยที่ถูกเผาผลาญไปเกือบครึ่งค่อนชีวิตทำให้สติของเขาดับวูบลงท่ามกลางเสียงกรีดร้องสุดท้ายของเ้าสำนักเมฆาคล้อยที่ค่อยๆเลือนหายไปในความว่างเปล่า
...เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่อาจทราบได้...
ััแรกที่หลินหยวนได้รับคือความเย็นเยียบของหยดน้ำที่ตกลงบนใบหน้ากลิ่นดินปืนและกลิ่นคาวเืที่เคยคละคลุ้งจางหายไป
แทนที่ด้วยกลิ่นอายของป่าดิบชื้นและมนต์ขลังบางอย่างที่เขาไม่เคยััมาก่อนเขาพยายามขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งแต่ความเ็ปแปลบปลาบที่เบ้าตาขวาทำให้เขาต้องครางออกมาอย่างทรมาน
"อึก..."
เขายันกายลุกขึ้นอย่างยากลำบากทัศนวิสัยที่เหลือเพียงครึ่งเดียวทำให้เขารู้สึกวิงเวียนภาพตรงหน้าคือป่ารกชัฏที่มีต้นไม้ขนาดั์สูงเทียมเมฆใบไม้ของมันเรืองแสงสีฟ้าอ่อนๆ ประดุจดวงดาว หลินหยวนรีบสำรวจร่างกายตนเองทันที
[สถานะโฮสต์:าเ็สาหัสระดับวิกฤต]
[ความเสียหาย:ดวงตาขวาเสียสภาพถาวร, อายุขัยคงเหลือ 12 ปี, รากฐานปราณแตกสลาย 70%]
[หมายเหตุ:ระบบเนตรวิวัฒนาการเข้าสู่ 'โหมดประหยัดพลังงานขั้นสูงสุด'เพื่อรักษาชีวิตโฮสต์... ข้อมูลส่วนใหญ่ถูกปิดล็อก]
หลินหยวนหัวเราะออกมาอย่างขมขื่นเสียงของเขาแหบพร่าและแก่ชราลงอย่างเห็นได้ชัด
"สิบสองปีงั้นรึ...แลกกับการถล่มนรกนั่นให้ราบคาบ ก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว"
เขาลองโคจรปราณดูช้าๆพลังอัสนีม่วงที่เคยเกรี้ยวกราดบัดนี้เหลือเพียงประกายไฟจางๆที่วิ่งวนอยู่รอบแก่นิญญาที่ร้าวราน
ทว่าสิ่งที่แปลกไปคือ 'ความว่างเปล่า' ในร่างของเขากลับดูสุขุมและลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิมราวกับว่าการสูญเสียครั้งนี้ได้หล่อหลอมให้วิชาสลายิญญาก้าวเข้าสู่ขอบเขตใหม่ที่เหนือคำบรรยาย
เขามองไปที่มือที่เหี่ยวหย่นของตนเองก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ ป่าที่แปลกตา บัดนี้ไม่มีสำนักเมฆาคล้อยไม่มีผู้าุโฉี และไม่มีศิษย์พี่จ้าวอีกต่อไปมีเพียงชายตาเดียวผู้แบกรับคำสาปแห่งกาลเวลาที่ต้องเริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ในดินแดนที่เขาไม่รู้จัก
"เ้าสำนัก...หากเ้ายังไม่ตายในรอยแยกมิตินั่น ข้าสัญญาว่าครั้งหน้า...ข้าจะไม่เหลือแม้แต่เถ้ากระดูกให้เ้าได้สั่งเสีย"
หลินหยวนหยัดกายขึ้นยืนอย่างมั่นคงแม้ร่างกายจะพังทลาย แต่เจตจำนงสังหารในดวงตาข้างซ้ายกลับลุกโชนยิ่งกว่าเดิม
เขาออกเดินมุ่งหน้าไปตามแสงสีฟ้าของป่าเร้นลับเริ่มต้นตำนานบทใหม่ในฐานะ 'จักรพรรดิอัสนีตาเดียว'ผู้ที่จะสั่นะเืทั้งใต้หล้าเพื่อทวงคืนสิ่งที่สูญเสียไป
***********************************
สงวนลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ (และฉบับเพิ่มเติม)
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือเผยแพร่เนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของนิยายเื่ "เนตรวิวัฒนาการพลิกวิถีลวง์"
โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็ลายลักษณ์อักษรจากเ้าของลิขสิทธิ์หากฝ่าฝืนจะดำเนินคดีตามกฎหมายสูงสุด
ลิขสิทธิ์เป็ของ : พิมภัสสร