004 บทเรียนแรก
อพอลโล่ปรายตามองแม่สาวใจร้ายที่นั่งพลิกตัวไปมาบนเก้าอี้เนื้อนุ่มซึ่งนั่งถัดห่างไปจากเขาเพียงสองตัวเก้าอี้แขนเล็กโอบรอบลำขาเสลาที่ยกขึ้นมาแนบทรวงอกราวกับ้าปกป้องตัวเองแม้ร่างกายบอบบางจะเหนื่อยล้าและอ่อนเพลียเพราะการเดินทางอันยาวนานเกือบจะสิบสองชั่วโมงที่ตอนนี้การเดินทางอันแสนทรหดผ่านไปเพียงแค่เจ็ดชั่วโมงกว่าๆยังเกือบจะห้าชั่วโมงกว่าจะเดินทางถึงบ้านของเขาแต่เขายังเห็นประกายในดวงตากลมโตคู่นั้นไม่เคยคิดจะยอมแพ้แม้แต่น้อย
นานแล้วที่เขาไม่เคยจะรู้สึกสนุกสนานและเร้าใจแบบนี้เหมือนกับได้เจอคู่ปรับที่แม้จะไม่สมน้ำสมเนื้อเพราะอีกฝ่ายเป็หญิงส่วนเขาเป็ชายแต่ความใจกล้าและเหี้ยมหาญดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะมีเต็มพิกัด
‘อย่างนี้สิถึงจะสนุก’
ใบหน้าคมคร้ามผุดรอยยิ้มเล็กน้อยบนมุมปากด้านหนึ่งป่านนี้จูปิเตอร์และจูโน่คงจะจัดการเคลียร์เื่งานและเตรียมแผนการต้อนรับผู้หญิงคนนี้ให้เ็ปและแสบสันไว้เรียบร้อยแล้วชายหนุ่มเอนตัวอิงแอบเบาะนุ่มๆยกแขนขึ้นพาดไปตามความยาวของขอบเบาะพร้อมขาแกร่งข้างหนึ่งยกไปพาดอีกข้างกระดิกปลายเท้าเบาๆ
อืม...ประกายเบื่อหน่ายแต้มใบหน้าคร้ามกระด้างการเดินทางเหลืออีกตั้งเกือบจะห้าชั่วโมง นั่งเงียบๆ กับบรรยากาศที่เคร่งเครียดเพราะลูกน้องที่ตามติดมาดูเหมือนว่าจะเอาแต่นั่งจ้องมณีมณฑ์ด้วยท่าทางเกรี้ยวกราดและเคียดแค้นอยากจะหักคอจิ้มน้ำพริก มันชักจะน่าเบื่อแฮะ
อีกอย่างถึงแม้อีกฝ่ายจะอยู่เงียบๆไม่สนใจสิ่งใด แต่รูปลักษณ์บอบบางเหมือนนกน้อยหลงรังที่มีอยู่ในตัวมณีมณฑ์กำลังเรียกร้องความรู้สึกของนักล่าในกายเขาให้เริ่มลุกโชนอย่างที่มันระงับเอาไว้ไม่ได้แล้วอย่างนี้จะอยู่เฉยๆ ได้ยังไง หาอะไรทำดีกว่า เพียงแค่คิดได้อพอลโล่ก็ลุกจากเก้าอี้ที่นั่งเดินไปหยุดยืนหน้าร่างเล็กบาง
เพราะท่านั่งของมณีมณฑ์คือสองเท้าที่ยกขึ้นวางบนเบาะโอบแขนรอบขาเรียว วางคางบนเข่ามน ดวงตากลมโตมีน้ำตาคลอหน่วยและไหลไม่ขาดสายเหม่อลอยไปอย่างไร้จุดหมายปลายทาง
ปลายหางตาของคนที่กำลังเหม่อลอยมีอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่เพราะรู้สึกก็ขัดตาขัดใจทำให้ต้องหันมอง
เธอมองชายผ้าสีขาวๆที่เคลื่อนไหวอยู่เป็เท้าของใครบางคนที่ขยับเป็จังหวะเพียงแค่เห็นปลายเท้ามณีมณฑ์ก็รู้แล้วว่าไอ้เ้าของรองเท้าสีขาวเป็ใครแทนที่จะไล่มองต่อมณีมณฑ์กลับเลือกที่จะเบือนหน้าออกไปมองลอดกระจกสีขาวใสไปด้านนอก
เครื่องบินเจ็ทที่สามารถบรรจุคนได้ถึง18 คนมีห้องหับส่วนตัวให้นอนพักผ่อน เรียกได้ว่าเป็เหมือนกับบ้านขนาดกะทัดรัดที่พร้อมด้วยความสะดวกสบายทุกอย่างเท่าที่คนมีเงินจะหามาใช้ได้บินผ่านปุยเมฆสีขาวเทาที่สามารถจินตนาการในรูปแบบต่างๆได้อย่างไม่น่าเบื่อเลย ถ้าหากว่าเธอมาด้วยความเต็มใจ แต่ในตอนนี้เธอไม่อยู่ในอารมณ์นั้นไม่รู้ว่าเมื่อถึงจุดหมายปลายทางแล้วเธอจะต้องเจอกับสิ่งเลวร้ายใดที่รอคอยอยู่เธอจะทนมีชีวิตอยู่รับมันได้หรือเปล่าริมฝีปากอิ่มและเย็นชืดขบกัดจนแทบจะปริได้เื
หือ...ยายคนเืเย็นทำเมินไม่สนใจเขาเสียด้วยเขาคงต้องเรียกความสนใจ
อพอลโล่ผุดยิ้มที่มุมปากเขาดึงมือที่สอดไว้ในกระเป๋ากางเกงแสลกขายาวสีขาวยื่นออกมาจับเส้นผมบนศีรษะทุยที่มันยุ่งเหยิงเพราะ้ากลั่นแกล้งมณีมณฑ์ เขาหัวเราะกลั้วคอเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังไม่สนใจแต่ยกมือขึ้นปัดอย่างรำคาญ เขายื่นมือไปอีกครั้งและคราวนี้จุดหมายปลายทางอยู่ที่ไหล่กว้าง
มณีมณฑ์รำคาญกับการกระทำของคนที่จับตัวเธอมาเธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะหันหน้าขาวซีดมามองอีกฝ่ายทีละน้อยอย่างเบื่อหน่าย
มณีมณฑ์เบะปากดวงตากลมโตไล่มองเท้าที่ใส่รองเท้าสีขาวขึ้นไปตามกางเกงแสลกที่ก็เป็สีขาวกายแข็งแกร่งที่ยังคงสเต๊ปเดิมคือเสื้อเชิ้ตเนื้อดีสีขาวอีกเช่นเคย ส่วนของปลายแขนที่สอดอยู่ในกางเกงพับขึ้นเล็กน้อยด้านหน้าไม่ยอมกลัดกระดุมเสื้อให้เรียบร้อยเปิดให้อกกว้างกำยำที่พอไล่สายตาจากขอบกางเกงและเข็มขัดหนังสีขาวจะได้เห็นไรขนเส้นเล็กสีน้ำตาลเข้มจนเกือบจะดำบนกล้ามเนื้อท้องล่ำสันและแข็งแกร่งไม่รกรุงรังเหมือนกับลิงอุรังอุตังแต่เป็ในแบบเล็กน้อยน่ามองไปจนถึงกล้ามเนื้อบนอกกว้าง
ดวงตากลมโตเบิกกว้าง น้ำลายเหนียวๆไหลติดลำคอเมื่อเห็นร่างกายแข็งแกร่ง ผู้ชายตรงหน้ามีเสน่ห์เป็อย่างมากไม่ใช่เพียงแค่รูปกายที่พร้อมจะปกป้องคุ้มครองคนในปกครองให้ปลอดภัย ใบหน้าที่แม้จะมีไรหนวดเครารกครึ้มและดวงตาก็ดุกร้าวแต่ทุกสัดส่วนบนหน้ากลับรับกันอย่างเหมาะเจาะประกอบกับความร่ำรวย...
มณีมณฑ์เชื่อว่าอีกฝ่ายจะต้องร่ำรวยมหาศาลถึงได้มีเครื่องบินส่วนตัวลำใหญ่ขนาดนี้เรียกได้ว่าลักษณะของชายหนุ่มตรงหน้าเป็แบบฉบับที่ดึงดูดผู้หญิงให้เข้าหาแต่ก็คงจะเป็คนอื่น ไม่ใช่เธอ เพราะในหัวใจเธอยังมีศรวัณอยู่แต่ถึงจะอย่างนั้นก็อดที่จะใจสั่นไม่ได้เมื่อได้มาอยู่ใกล้ผู้ชายที่เป็ที่ใฝ่ฝันของผู้หญิงหลายคนจนต้องรีบหาข้อเสียของอีกฝ่ายกลบเกลื่อนความรู้สึกแปลกๆ ในหัวใจ
เธอยังจำรสััร้อนผ่าวที่ได้รับได้เป็อย่างดีมันทำกายนี้มีราคีคาว เพราะความที่ไม่เคยได้ใกล้ชิดผู้ชายที่มีเสน่ห์แบบนี้หัวใจสาวก็เลยหวั่นไหว ทำให้เธอต้องหาเื่ไม่ดีของอีกฝ่ายมาติ...
ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ ตาดุยังกับเสือจมูกก็ใหญ่โตจนเกินไป ใช่...มีปากนั่นด้วย หนาเกินไป แล้วยังจะมีหนวดและเครารกครึ้มอีกดูเหมือนคนเถื่อนที่อยู่ในป่า
แต่งตัวอย่างกับมหาโจรแต่กลับใส่เสื้อสีขาวล้วน คงอยากจะเป็เทพบุตรทั้งที่ความจริงแล้วเป็พญามารต่างหากละ มารที่ทำร้ายผู้หญิงอ่อนแอลวนลามทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจรวมถึงกักขังหน่วงเหนี่ยวให้ไม่มีอิสรภาพ คอยดูนะหนีรอดเมื่อไหร่ จะเอาคืนให้เจ็บทีเดียวที่มา
มณีมณฑ์ขบเม้มริมฝีปากจนราบเรียบพลางยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนใบหน้าเพื่อลบร่องรอยจากจุมพิตที่มันยังคงทาบอยู่บนกายและในความรู้สึกแต่ทำยังไงก็ไม่ลบเลือนมันออกไปไม่ได้เสียที จนตอนนี้รู้สึกแสบไปทั้งหน้าแล้วยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะจากคนที่ยืนเก็กท่าทำอย่างว่าหล่อเสียเต็มประดาอยู่ตรงหน้าก็ยิ่งหงุดหงิดและรำคาญใจ
ร่างตรงหน้าใหญ่จนข่มร่างเล็กบอบบางจนดูเหมือนกับว่าเธอเป็แค่มดแต่อีกฝ่ายเป็ช้างมณีมณฑ์มนไม่ได้ที่ตัวเองจะเป็รองฝ่ายตรงข้าม จึงลุกขึ้นจากเก้าอี้ เท้ามือกับสะเอวคอดกิ่ว“คุณมีอะไร ทำไมถึงไม่ปล่อยให้ฉันนั่งอย่างสงบ”
“เธอเป็นักโทษจะให้นั่งสบายๆ ได้ยังไงกัน” อพอลโล่ตอบกลับเขาทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ฝั่งตรงกันข้ามพร้อมยกเท้าวางบนเก้าอี้ตัวที่มณีมณฑ์นั่งเมื่อครู่บนใบหน้าคมมีรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมและสนุกสนาน
“นั่งนานไปหน่อยรู้สึกเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวยังไงก็ไม่รู้ นวดให้หน่อยสิ”
“ฉันไม่ใช่หมอนวด”มณีมณฑ์ตอบกลับทันควันอย่างไม่ชอบใจ
“เมื่อก่อนไม่ใช่แต่ตอนนี้เธอมาอยู่กับฉัน เธอต้องเป็ให้ได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็หมอนวดหรือแม้กระทั่งโสเภณี”
ดวงตาสีสนิมคมกริบและกร้าวแข็งไล่มองจากศีรษะจรดปลายเท้าก่อนจะไล่กลับขึ้นไปอีกครั้งพร้อมจ้องเข้าไปในดวงตากลมโต
“รอฉันหมดความ้าแล้วค่อยโละไปให้ลูกน้องตามแต่ว่าใครจะพอใจรับเธอไปใช้บริการบำรุงบำเรอแต่ที่จะขาดไม่ได้ ไม่ว่าเธอจะไปอยู่กับใครก็คือ...”
เขายื่นมือไปคว้าร่างเล็กบางที่ก้าวถอยไปด้านหลังมานั่งบนตักกว้าง“คนรับใช้หรือแม้แต่คนรองมือรองตีนฉันและทุกคนที่บ้านฉัน”
มณีมณฑ์สะอึกกับคำพูดที่ได้ยินเธอหมายจะฟาดปากคนพูดเพื่อให้เขารู้ว่า ตัวเองปากเสีย พ่นแต่วาจาเหม็นเน่าออกมาแต่กลับถูกอีกฝ่ายจับแขนเรียวมัดไพล่ไปด้านหลังด้วยมือเพียงข้างเดียว
“คิดจะตบหน้าฉันมันไม่ง่ายอย่างที่เธอคิดหรอกนะ” มือข้างที่ว่างสอดกระชับลำตัวกลมกลึงและเคลื่อนไหวไปวนเวียนป้วนเปี้ยนอยู่ที่ทรวงสล้างอวบอิ่ม
“ปล่อยฉันนะไอ้คนเฮงซวยฉันรอดไปได้เมื่อไหร่ คุณตายศพไม่สวยแน่”
เห็นมณีมณฑ์ไม่ยอมแพ้ และยังคิดจะสู้กับเขาอีกอพอลโล่รู้สึกพอใจไม่น้อย เขาถึงกับหัวเราะเสียงดังลั่น
“เธอยังคิดว่าจะหนีรอดจากเงื้อมมือของฉันอีกหรือผึ้งเธอดูสิ ตอนนี้เธออยู่ไหน หน้าก็ท้องฟ้าหลังก็ท้องฟ้า...พอถึงบ้านฉัน หลังก็ทะเลหน้าก็พวกผู้ชายที่หื่นกระหายที่ล้วนแล้วแต่เกลียดชัง พร้อมที่จะห้ำหั่นให้เธอต้องได้รับทุกข์ทรมานจนไม่อยากที่จะมีชีวิตอยู่แต่ทำยังไงก็ตายไม่ได้ ต้องทนทุกข์ทรมาน ตายทั้งที่มีลมหายใจอยู่”
ในชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งคงจะไม่มีอะไรร้ายแรงไปกว่าการถูกข่มเหงทั้งร่างกายและจิตใจต้องนอนกับผู้ชายหลายคนโดยไม่เต็มใจ อยากจะตายก็ตายไม่ได้ จะมีชีวิตอยู่ก็ต้องหวาดกลัวจนไม่กล้าเอาหน้าหนาๆยิ่งกว่าพื้นกระเบื้องปูบ้านออกไปอวดใครเขาอีก
“ไม่มีผู้ชายคนไหนชอบผู้หญิงที่ผ่านมือผู้ชายคนอื่นมาหรอกนะแล้วยิ่งผ่านมาร่วมสิบคนอย่างเธอด้วยละก็...” เขาหัวเราะใส่หน้ามณีมณฑ์ที่ตอนนี้เริ่มซีดเผือดลงทีละน้อย...ปากสีซีดที่แตกแห้งขบเม้มเข้าหากันในดวงตากลมโตแม้จะยังฉายแววถือดี แต่ก็ปกปิดความหวาดกลัว วิตกกังวลเอาไว้ไม่มิด
“ถึงฉันจะเป็คนไม่ถือเื่พรหมจรรย์ของผู้หญิงก็ยังอดรังเกียจไม่ได้แล้วศรวัณละ มันคงจะ...” อพอลโล่ละคำพูดเอาไว้ให้มณีมณฑ์คิดด้วยตัวเองแต่คิดอีกทีไม่ดีกว่า ให้คิดเองเดี๋ยวอีกฝ่ายก็คิดเข้าข้างตัวเอง สู้บอกไปเลยดีกว่า
“ไอ้ศรวัณต้องรังเกียจร่างกายที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบคาวโลกีย์ของเธอร่างกายที่เคยถูกผู้ชายมากหน้าหลายตาจับต้องจนหย่อนยาน”
“ไม่!” เพียงแค่รับรู้ว่าจะถูกศรวัณมองอย่างรังเกียจเดียดฉันท์ ไม่อยากจะเข้าใกล้หัวใจก็เหมือนกับถูกกรีดยับ เหมือนกับมีเข็มพิษนับร้อยนับพันทิ่มตำจนหายใจไม่ออกศีรษะทุยส่ายไปมา
“ไม่! คุณคงไม่ทำแบบนั้นกับฉันจริงๆ ใช่ไหม” มณีมณฑ์ถามอย่างมีความหวังแต่เหมือนกับถูกหินร่วงหล่นใส่ ขับรถไปชนต้นไม้จนสั่นะเืไปหมดทั้งกาย
“ฉันตั้งใจว่าเมื่อไปถึงบ้านคืนแรก...ฉันจะเป็คนเปิดบริสุทธิ์ของเธอ ทำให้รู้ว่าระหว่างผู้หญิงกับผู้ชายไม่ได้มีเพียงแค่ความรักอันสวยงาม แต่มันจะมีความน่าเกลียด น่ากลัวถ้าผู้หญิงคนนั้นต้องนอนกับคนที่ตัวเองไม่ได้รัก” อพอลโล่ตอบเสียงเรียบเฉย
ตอนแรกเขาก็ไม่ได้คิดว่าจะมีอะไรกับผู้หญิงตรงหน้าหรอกนะแต่เมื่อตอนที่ได้ััร่างกายนั้นก็รับรู้ถึงความบริสุทธิ์และไม่ประสาอีกทั้งความหวานหอมที่ได้รับเลยทำให้อยากจะชิมรสหวานๆ สักหน่อยก่อนจะโยนเศษซากไปให้กับลูกน้องที่พร้อมจะมอบความเป็ผัวให้พร้อมกับบันทึกภาพเอาไว้ประจานเสร็จจากเขาแล้วก็จะเป็พวกลูกค้าในบ่อนที่คงจะชอบถ้าจะมีบริการเป็ผู้หญิงมาให้นอนฟรีๆไม่ต้องเสียเงิน
“ฉันเบื่อก็จะโยนเนื้อในที่ยังไม่เน่าเฟะให้ลูกน้องกัดกินจนหมดสิ้นความหวานแล้วเมื่อนั้น...ก็จะโยนผู้หญิงโสโครกอย่างเธอกลับไปให้ไอ้ศรวัณ แต่ฉันก็เดาได้นะไอ้เ้านั่นจะต้องรังเกียจ ขยะแขยงจนไม่อยากจะมองหน้าเธอด้วยซ้ำ”
“มะ...ไม่คุณคงจะไม่ทำอย่างที่พูดจริงๆ ใช่ไหม ฉะ...ฉันขอร้อง อย่าทำอย่างที่พูดเลยนะคุณจะให้ฉันทำอะไร ฉันพร้อมจะทำ ขะ...ขอร้องนะคุณ อย่าทำร้ายฉันเลย”มณีมณฑ์ขอร้องอีกฝ่ายเสียงสั่นเทา ใครบ้างจะไม่กลัวที่ถูกจับมาอย่างไม่ทันจะรู้ตัว ถูกข่มขู่ด้วยถ้อยคำหยาบคายและดูถูกิ่แคลนอีกทั้งพฤติกรรมที่ได้รับก็ส่อไปในทางที่จะทำทุกอย่างให้เธอหวาดกลัวจนเป็บ้าได้ยิ่งดี
อพอลโล่หัวเราะเสียงดังลั่น“เธอกลัวเป็ด้วยหรือผึ้ง แล้วทำไมตอนที่ทำร้ายคนอื่นถึงไม่คิดผลของมันบ้างพอเขาเอาคืนถึงได้มาอ้อนวอน เสียใจด้วยนะ ผู้หญิงร่านอย่างเธอเจอแบบนี้ก็สมควรแล้ว”เขาสอดมือไปด้านหลังจับลำคอระหงให้โน้มมาหา ใบหน้าคมคร้ามโน้มไปจนพบกับผิวเนื้อนุ่มหอมด้วยกลิ่นกายสาวของอีกฝ่าย
“แต่นี่...เป็ความผิดครั้งแรกของฉันนะแล้ว...แล้วฉันก็สำนึกผิดแล้ว ฉันสำนึกผิดจริงๆ นะ ไม่ได้พูดเพื่อให้นายสงสารหรือเพราะจะเอาตัวรอด”
ถ้าเป็คนอื่นเขายังพอเชื่ออยู่บ้างแต่กับผู้หญิงตรงหน้าเนี่ย...บอกเลยว่าไม่!
“บทเรียนแรกที่เธอต้องจำนะผึ้งอย่าริอ่านขัดใจฉัน” ชายหนุ่มกดใบหน้าที่เต็มไปด้วยไรหนวดรกครึ้มเพราะไม่ได้โกนมาั้แ่รู้ข่าวเื่นิศามณีถูไถบนแก้มนวลจนมันมีสีแดงระเรื่อขึ้นก่อนจะเคลื่อนปากไปประกบบนเรียวปากนุ่มขบกัดอย่างไม่คิดจะถนอมคนตัวเล็ก
“อือ...”มณีมณฑ์พยายามเอนกายและดึงใบหน้าหนี เพราะขาไม่ถูกมัด เธอจึงพยายามกระทืบไปบนเท้าใหญ่เต็มแรงแต่กลับยิ่งทำให้ตัวเองถูกรัดแน่นเข้าไปอีก
ยิ่งอีกฝ่ายพยายามขัดขืนมากเท่าไหร่ยิ่งทำให้อพอลโล่สนุกสนานมากขึ้นเท่านั้นเขาขบกัดกลีบปากอวบอิ่มใช้แรงที่มากกว่าเปิดปากนุ่มเพื่อส่งลิ้นเข้าไปกวาดไล้ทั่วโพรงปากนุ่มมือก็บีบนวดลำตัวกลมกลึงก่อนสอดเข้าไปลูบไล้ผิวกายบริเวณสะเอวคอดกิ่วก่อนจะเคลื่อนไปปทุมถันกลมกลึง
ดวงตากลมโตเบิกกว้างศีรษะทุยส่ายหนีแต่กลับถูกมือขึ้นแกร่งจับตรึงท้ายทอยจนเคลื่อนไม่ได้มณีมณฑ์ได้แต่ทุบตีลำตัวกว้างสลับผลักบ่ากว้างให้ถอยห่างหากััที่ไม่เคยประสบมาก่อน ทำให้รับมือไม่ถูก ยิ่งถูกล่อลวงด้วยััที่มีแต่งความร้อนก็ไม่รู้จะทำตัวยังไงดี
เท้าเล็กที่ไม่มีรองเท้าติดมาขยับเคลื่อนถูไถจิกลงไปบนพื้นพรมหนานุ่ม เพราะป่วนปั่นไปหมดมือที่ทุบอกกว้างก็เริ่มจะหมดแรงทุบตีได้แต่จับบ่ากว้างเพราะร่างกายที่มันเริ่มอ่อนระทวยด้วยเปลวเพลิงปรารถนาที่โอบล้อมรอบกาย
“เธอนี่มัน...ปลุกอารมณ์ง่ายและร้อนเร็วจังเลยนะผึ้งแต่เสียใจด้วย ฉันยังไม่ได้มีอารมณ์พอจะกินเธอ มันน่าเกลียดเกินไปที่จะนอนกับผู้หญิงร่านราคะอย่างเธอบนเครื่องบินแล้วก็ต่อหน้าลูกน้องด้วย”
ทั้งที่ความจริงแล้วเพียงแค่แตะต้องผิวเนื้อหวานหอมของมณีมณฑ์ความ้าของเขาก็ลุกพรึบอย่างกับไฟที่มันไหม้กองฟาง เขาผลักร่างเล็กจนตกก้นกระแทกพื้น
ยิ้มหยามเหยียดแต้มที่มุมปากหนาดวงตาที่มองมณีมณฑ์ทั้งเหยียดหยามดูถูกิ่แคลน
“ถ้าไอ้ศรวัณมีเวลาว่างมากกว่านี้สักหน่อยป่านนี้เธอกับมันคงจะเล่นชู้กันอย่างมีความสุขบนเตียงนอนในม่านรูดที่ไหนสักแห่งแล้วใช่ไหมผึ้งเพราะแค่ฉันแตะต้องนิดหน่อย เธอก็พร้อมจะนอนแบบให้อย่างไม่อายเลย”
ใบหน้านวลนิ่วด้วยเจ็บที่ก้นกบและแผ่นหลังซึ่งไปกระแทกกับมุมหนึ่งของขอบโต๊ะที่แม้ว่าจะไม่แหลมคมมากแต่แรงเหวี่ยงก็ทำให้เธอรู้สึกเจ็บได้ไม่น้อย แต่ก็ไม่สู้คำพูดดูถูกเหยียดหยามไม่ได้ฟันขาวขบกัดกลีบปากอวบอิ่มจนฮ้อเื เ็ปและเคียดแค้น อยากจะะโใส่คนตรงหน้าออกไปว่าถึงเธอจะรักศรวัณแค่ไหน แต่ก็ไม่เคยคิดจะปล่อยตัวปล่อยใจให้อีกฝ่ายเชยชมได้ง่ายๆ
“ไม่ต้องมาสำออยลุกมานวดฉันได้แล้ว” อพอลโล่บอกเสียงแข็งกร้าว เขาเอนกายอิงเบาะนุ่มสองมือสอดไขว้และวางไว้ด้านหลังศีรษะ หนังตาหนาหลุบลงเหมือนจะตัดขาดการมองเห็นทุกอย่างแต่ก็ยังมีเสียงพูดส่งไปถึงมณีมณฑ์
“เอ๊ะ...หรือที่เธอยังไม่ลุกมานวดให้ฉันเพราะเปลี่ยนใจคิดเป็นางบำเรอของฉันบนเครื่องบินนี้เลย ก็ได้นะ โต๊ะกินข้าวว่างอยู่พอแก้ขัดใช้แทนเตียงได้ มันคงจะเร้าใจทำให้เธอชอบได้ไม่น้อยนะ”
ถ้าความโกรธเป็ลมมันคงพุ่งเป็ไฟออกทางใบหูแล้ว หากสิ่งที่มณีมณฑ์ทำได้ก็คือ...กำหมัดไว้จนแน่นข่มกัดฟันบนกลีบปากจนแทบจะมีเืไหลซิบออกมาพลางกะพริบตาปกปิดโทสะที่อัดแน่นอยู่ในใจ พร้อมกับพยายามหายใจให้เป็ปกติก่อนจะพยายามลุกขึ้นด้วยน้ำตาที่มันเอ่อล้นคลอเบ้า
ไม่ยอมแพ้หรอกนะ ยังไงก็ต้องเอาตัวหนีรอดจากไอ้บ้านี่และพรรคพวกให้ได้แต่ตอนนี้...ต้องอดทน ทำตามคำสั่งไอ้บ้านี่ไปก่อน รอเวลาเอาคืน
มณีมณฑ์วางมือบริเวณที่ถูกกระแทกพลางยันตัวลุกขึ้นยืน แล้วเดินไปหาคนตัวใหญ่ ทาบมือลงไปบนกล้ามเนื้อแข็งแกร่ง กดลงไปอย่างกระแทกกระทั้นด้วยการกดเล็บบนเนื้อหนาและดึงขึ้นมา
“โอ๊ย! ทำอะไรของเธอเนี้ย” อพอลโล่จับมือเรียวแล้วบีบอย่างแรง
เจ็บ...จนน้ำตาร่วงหล่นแต่มณีมณฑ์ก็กัดฟันไม่ยอมร้องออกมา
“บอกแล้วว่านวดไม่เป็ก็อยากจะให้นวดเองนี่ ช่วยไม่ได้ อีกอย่างเจ็บนิดเจ็บหน่อย ก็ร้องโอดโอยเหมือนควายถูกเชือดคุณก็สำออยเหมือนกันแหละน่า” เอาสิเมื่อกี้ว่าเธอมา ตอนนี้เธอขอเอาคืนบ้าง
“อยากให้ฉันนวดให้ดูก่อนไหม”อพอลโล่เคลื่อนมือไปตามลำแขนเสลาแ่เบา อย่าง้าบอกมณีมณฑ์รู้ว่า วิธีการนวดของเขาเป็แบบไหน
“ไม่ต้อง! ฉันนวดให้คุณแล้ว นวดอย่างดีเลย” มณีมณฑ์กัดฟันพูด ด้วยจับน้ำเสียงหื่นกระหายและเซ็กซี่เร่าร้อนและรอยยิ้มเต็มไปด้วยเลศนัยของชายตรงหน้าได้กายเล็กขยับหนีมือที่ยื่นมาโอบรอบกายกลมกลึงอย่างเร็ว
โธ่เว้ย! แพ้อีกแล้ว มณีมณฑ์ได้แต่กัดฟันกรอด ขณะวางมือบนแผ่นหลังกว้าง...
แม้ปากจะบอกว่ารักศรวัณ หากแต่การใกล้ชิดกับผู้ชายที่เธอยังไม่เห็นหน้าตาอย่างชัดเจนแต่อย่างหนึ่งที่รู้ได้คือ อีกฝ่ายเป็คนมีเสน่ห์การใกล้ชิดอย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน แม้จะทำให้กลัวแต่ก็ทำให้รู้สึกแปลกๆหัวใจมันเต้นไม่เป็จังหวะ เหมือนจะทะลุออกจากอกทุกครั้งที่ถูกัั
มันแปลก เธอควรจะไม่ชอบใจและรังเกียจที่ถูกผู้ชายคนอื่นซึ่งไม่ใช่คนที่เธอพอใจด้วยแตะต้องร่างกายแต่กลับไม่ใช่เลยสักนิด บางครั้งเธอรู้สึกอบอุ่นเสียด้วยยซ้ำ
มณีมณฑ์สะบัดศีรษะไล่ความคิดบ้าๆ ออกจากสมองของตัวเองใบหน้ารูปหัวใจแดงระเรื่อเพราะอับอายกับความคิดของตัวเอง เธอรีบนำเื่อื่นมาดึงความสนใจของอีกฝ่าย
“ฉันจะนวดให้ดีเลยละคะคุณอยู่เฉยๆ ละกัน” หญิงสาวกัดฟันพูดเสียงลอดไรฟันขณะกำหมดแล้วระดมทุบไปบนกว้างแรงๆ ก่อนจะรีบเปลี่ยนแปลงท่าที เมื่อมือใหญ่ทาบทับบนมือเล็กปลายนิ้วยาวร้อนระอุไล้วนบนหลังมือแ่เบา
“อยู่เฉยๆ ได้ไหม ฉันนวดไม่ถนัด”มณีมณฑ์บอกเสียงขุ่นเขียว พลางรีบขยำนวดบ่ากว้างเต็มแรง แต่อีกฝ่ายก็เล่นแง่ใส่เล่นเอาคนที่ตั้งใจนวดถึงกับโกรธจนลมแทบจะออกทางหู
“ถามจริงกินข้าวหรือว่ากินลม ทำไมถึงได้ไม่มีแรงเอาเสียเลยหรือต้องให้ฉันนวดเธอบนโต๊ะกินข้าว จะได้รู้ว่าไอ้การนวดผู้ชายมันต้องทำยังไง”
แหม...อีตาั์ใหญ่ ขู่ได้ขู่ดีนะอยากมีอะไรเอามาทุบให้หัวแตกเือาบเสียจริง มณีมณฑ์ขยำนวดเต็มๆแรงด้วยใบหน้าบึ้งตึง