ตอน 1 รากฐาน
ยุคสมัยที่แผ่นดินจีนปกครองโดยกษัตริย์ ผู้กล้าที่เป็นักรบ กลายเป็บรรพบุรุษเหลือเพียงิญญา ต่อสู้เพื่อดินแดน่ชิงนับพันปี
บัดนี้จีนแผ่นดินใหญ่ ถูกแบ่งออกเป็ 4 แคว้น มี 4 จักรพรรดิเป็ใหญ่ ประกอบด้วย
ต๋งจิง แคว้นเหนือ / เฉียนเหลียง แคว้นตะวันออก / หยางเป่ย แคว้นใต้ / และโฮ่วฉิน แคว้นตะวันตก ที่มีผิงหยางเป็เมืองหลวง ปกครองโดยจักรพรรดิฮั่นอู่ผู้ล่วงลับ
บัดนี้โฮ่วฉินไร้ผู้ปกครอง ฏหลายฝ่าย ตระเตรียมชิงตัวไท่จื่อ เืเนื้อเชื้อไขเดียวที่มีความสำคัญต่อราชสำนัก
ภายภาคหน้าเขาคือผู้สืบทอดบัลลังก์ เป็ฮ่องเต้พระองค์ใหม่ รัชทายาทยังเยาว์เพียงนี้ เหมาะแก่การชักใยของขุนนางชั่ว
*องค์รัชทายาท หรือ ที่เรียกกันว่า ไท่จื่อ*
*พระนามว่า องค์ชายน้อย ชวนเฉวียนอั่ง *
*บุตรของจักรพรรดิและหวงกุ้ยเฟย (พระสนมเอก) *
ตามกฎวังอันดี...ที่สืบทอดกันมา ฮ่องเต้ให้กำเนิดโอรส เปรียบเสมือนได้รับอำนาจจาก์เพื่อบรรดาลให้ปกครองประชาชน ตามหลักการ โอรสคนแรกจะเป็ผู้ถูกเลือก ให้รับตำแหน่งสืบทอดบัลลังก์ มีสิทธิปกครองใน่พระพรรษา 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ระหว่างนี้จะสามารถดำรงอยู่ได้เพียงยศไท่จื่อเท่านั้น จำต้องให้ผู้อื่นสำเร็จราชการแทน เช่น ขุนนางใหญ่ผู้มีอิทธิพลในราชสำนัก หรือบุคคลที่ได้รับการยอมรับจากคนหมู่มาก หรือที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือผู้ยึดอำนาจ ชักใยเื้ั ส่วนใหญ่จะเป็จำพวกขุนนางชั่วที่ตักตวงอำนาจไว้เสียเอง
นั่นจึงเป็เหตุผลว่า... ทำไมไท่จื่อน้อยเป็ชิ้นส่วนสำคัญนักในการยึดอำนาจของฏ เพียงแค่ควบคุมไท่จื่อให้อยู่ใต้อาณัติ ก็ไม่ต่างอะไรกับการได้กุมอำนาจไว้ในเงื่อมมือ เป็นายเหนือหัวเสียเอง
**********
ณ ตำหนักใหญ่แห่งวังหลวง
เตียงบรรทมรองรับร่างไร้ิญญาของฮ่องเต้ แม้แต่ดอกไม้ไว้ทุกข์สักกลีบยังไม่มี... ม่อกงกงเ้าเล่ห์จงใจปกปิดแม้กระทั่งฮองเฮา (พระนาม หลีจิ้งเยว่)
“ฝ่าาเพคะ... เหตุใด วันที่อากาศดีเช่นนี้ตำหนักใหญ่ปิดทึบ มิสู้ออกไปจิบชาชมนกเป็เพื่อนหม่อมฉันเถิด “ฮองเฮาเสด็จเข้าเฝ้าฝ่าาในยามเช้าเฉกเช่นทุกวัน
ม่อกงกงรีบออกไปรับหน้า เพราะกลัวว่าแผนการที่กำลังเร่งดำเนินการยึดครองอำนาจจะผิดเพี้ยน
“ฮองเฮาลำบากเสด็จมาด้วยตัวเอง ฝ่าาทรงทราบต้องประทับใจแน่ "
"แต่บัดนี้...อาการประชวรของฝ่าาที่มีมาแรมปี ไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นนั้น คงไม่เหมาะที่จะััลมเย็นนอกตำหนัก” กงกงเฒ่าหัวไว กล่าวล่อลวงฮองเฮาให้ตายใจ
ทว่าฮองเฮาผู้นี้ก็ไม่ได้โง่เขลาเพียงนั้น ปกตินางเข้าเฝ้าฝ่าาทุกค่ำเช้า เพื่อเยี่ยมอาการประชวร นางรู้อยู่แล้วว่าฝ่าาคงไกลตเต็มที เพราะผู้ที่วางยาฝ่าา คือนางมิใช่อื่นไกล
“ม่อกงกง... จะทำสิ่งใด จงเลือกข้างให้ดี มิเช่นนั้น จากจะได้ยืดไหล่ชูคอ คงจะเป็เสียหัวก็เป็ได้” คำพูดฮองเฮาเพียงประโยคเดียว ทำให้กงกงเฒ่าฉุกคิดและตาสว่าง
ระหว่างที่เขากำลังยืนเหม่อทวนประโยคอยู่นั้น ฮองเฮาไม่รีรอ บุกเปิดประตูตำหนักใหญ่ให้เปิดอ้า ย่างเท้าเข้าหาพระศพฝ่าาที่เตรียมบวมอืด
“ไอ๊หย๊า แย่แล้วสิ แย่แล้ว” กงกงเหงื่อไหล่ซ่ก ทำตัวไม่ถูก บ่นพึมพำลนลาน ตาเหลือกโลน
“กงกง... หากอยากเป็ใหญ่ในวัง จงเชื่อฟังและคอยช่วยเหลือ อยู่ข้างข้า ถึงวันที่ข้าได้เป็ไทหวงไทเฮา ไม่ว่าสิ่งใด ล้วนบัญชา” ฮองเฮาเล่นเล่ห์ ยื่นข้อเสนอแสนหอมหวานให้ตาเฒ่าผู้ละโมบมาก
ม่อกงกงตกหลุมพรางอย่างง่ายดาย เขาวาดฝันไปไกลว่าอำนาจนี้จะได้ร่วมครองกับนาง จึงน้อมคำนับอ่อนยวบลง หมอบกรานแทบนิ้วเท้า ต่อหน้าพระพักตร์ฝ่าาผู้ล่วงลับ
“หึ... ฮะ ฮ่า” ฮองเฮาหัวเราะอย่างร้ายกาจ ก่อนจะเสด็จจากไป เพื่อชิงตัวชวนเฉวียนอั่ง ไท่จื่อน้อยผู้น่าเห็นใจ
“พระนางช่างแผนสูงและน่าหวาดกลัวจริงๆ สตรีเช่นนาง หากจะทำสิ่งใด ล้วนไตร่ตรองมาดีแล้ว” กงกงพึงพินิจน์ตามหลัง เบิ่งตามองขบวนเสด็จของนางจากไปจนลับหูลับตา
**********
ณ ตำหนักฮวาเหมี่ยนอวี่ (เรือนประทับหวงกุ้ยเฟย พระสนมเอก)
“เสด็จแม่ เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ เหตุใดข้าต้องมาอยู่ที่นี่กับท่าน” องค์ชายชวนเฉวียนอั่ง วัย 8 ขวบ เสียงพูดเจี้อยแจ้ว ร่าเริง เอ่ยถามมารดาด้วยความไร้เดียงสา หารู้ไม่ว่าวังหลวงนั้นมีภัยรอบด้าน
“โถ่เอ๋ยลูกข้า เ้าช่างไร้เดียงสานัก “กุ้ยเฟยลูบหลังหัวเล็กๆ ของเขาอย่างอ่อนโยน ด้วยแววตาห่วงแหนไม่มีที่สิ้นสุด
“เฉวียนเอ่อร์ ฟังแม่ให้ดี หากไร้เงาของมารดา เ้าต้องเรียนรู้ที่จะเป็ผู้ใหญ่ หนักแน่น เด็ดเดี่ยวท่ามกลางกลุ่มหมอก” คำพูดของนางมีเลศนัย ปริศนากลเชาว์ซ่อนเงื่อนให้ฉุกคิด
“เสด็จแม่... ไม่มีผู้ใดทำอะไรท่านได้ทั้งนั้น ข้าจะดูแลปกป้องท่านจวบจนผมขาว “ชวนเฉวียนอั่งโอบกอดมารดาอย่างอบอุ่น อายุน้อยเพียงเท่านี้ ช่างรู้ความ ช่างพูดช่างเจรจานัก
การกระทำเช่นนั้นยิ่งทำให้บ่าวหวงแหน เอ็นดูนายน้อยจับใจ
หลังจากสองแม่ลูกพูดจาไพเราะเสนาะหูจบลง นางมารร้ายอย่างหลีจิ้งเยว่ ถือยศฮองเฮา บุกเข้าออกตำหนักฮวาเหมี่ยนอวี่ตามใจชอบ
เสียงประตูไม้เสียดสีกับฟูก หลายสายตาจับจ้องไปยังเบื้องหน้า เป็ฮองเฮาเสด็จพร้อมนางกำนัลสามคน
สีหน้าหยิ่งผยองนั้น ชัดแจ้งแก่เหตุว่านางเสด็จมาเพราะการใด
“หึ... นึกไว้อยู่แล้วเชียวว่าพวกเ้าสองแม่ลูกต้องอยู่ที่นี่…” น้ำเสียงแหลมปรี้ดของนาง พูดเพียงแค่ไม่กี่ประโยคก็ชวนให้ปวดเสียดหนักในหู
“เด็กๆ ขับไล่พวกมันออกไปให้พ้น ข้า้าเสวนากับกุ้ยเฟยเพียงลำพัง” ฮองเฮาสั่งสาวใช้ส่วนตัว ขับไล่คนของกุ้ยเฟยออกห่างจากตำหนัก
“ฮองเฮา ทำเช่นนี้ไม่เหมาะสมกับฐานะยศใหญ่ของท่าน อย่าได้ทำอะไรที่ไร้เกียรติต่อหน้าไท่จื่อเลย “หวงกุ้ยเฟยผู้ถูกรังแกร่างกายและจิตใจไม่หยุดเว้น ั้แ่เข้าวังหลวงมา ไม่มีวันไหนที่นางไม่ถูกฮองเฮากลั่นแกล้งสั่งสอน เพียงเพราะนางเป็ที่โปรดปรานที่สุดในเหล่าบรรดานางสนมทั้งเจ็ด
...ยกเท้าเหยียบวังเพียง 1 วัน ได้รับยศใหญ่ เป็หวงกุ้ยเฟยเทียมฮองเฮา
...ผ่านไป 1 เดือน ทรงครรภ์ให้ฝ่าาเห่อหนัก มิหนำซ้ำบุตรที่นางคลอดยังเป็พระโอรส
...มีหรือที่เมียใหญ่ผู้ชูคอเคียงฝ่าามานับสิบปี จะใจกว้างผูกมิตรชิดเชื้อได้ง่ายดายปานนั้น
“หุบปากไปซะ นังสนมชั้นต่ำ !!! ถึงขั้นชิงตัวไท่จื่อน้อยมาหลบที่ตำหนักของตน คิดเหรอว่าจะพ้นเงื่อมมือข้าได้”
“แสดงว่า... เ้าคงรู้ข่าวคราวของฝ่าาแล้วสินะ... “
“คนในวังไว้ใจไม่ได้จริงๆ ประตูมีตา หน้าต่างมีช่อง ข้าคิดว่าเื่นี้มีเพียงข้ากับกงกงที่ล่วงรู้ก่อนผู้ใด ที่แท้ข่าวการตของฝ่าากำลังแพร่ออกไป “ฮองเฮายืนนิ่งครุ่นคิดสักครู่
“ช่างเถอะ... รู้แล้วก็ดี ข้าจะได้ไม่ต้องเปลืองแรงอธิบายแก่เ้า” ฮองเฮาเริ่มแผลงฤทธิ์เดช เข้าประชิดตัวหวงกุ้ยเฟย ง้างฝ่ามือ จิกไปบนหนังหัวกระชากออกแรงลากดึงนางเยี่ยงผักปลา กระทั่งเส้นผมหลุดติดมือเป็กำ ถึงขนาดนั้นนางก็ยังปล่อยให้ตนเองเปล่งเสียงร้องออกมาสักแอะ เพื่อแสดงความเข้มแข็งต่อหน้าบุตร
“หยุดนะ เอามือสกปรกของท่านออกไป” ชวนเฉวี่ยนอั่งสุดปวดใจ ตะเบ็งเสียงเล็กๆ ต่อกรฮองเฮาอย่างกล้าหาญ
ถึงแม้ไท่จื่อน้อยจะออกหน้าปกป้องมารดา ก็เป็เพียงแมงวี่แมลงวันตอมหูเท่านั้น ฮองเฮาทำหูทวนลมเมินเฉยไม่สนใจอย่างอื่น
นางจงใจมาเยือนถึงตำหนักฮวาเหมี่ยนอวี่ก็เพื่อเอาชีวิตหวงกุ้ยเฟย ให้ตนได้เป็สตรีทรงอำนาจเหนือผู่อื่นในวังเร็วขึ้น
อีกทั้งนาง้าเป็มารดาที่แท้จริงของไท่จื่อน้อยอย่างถูกต้องตามธรรมเนียมแต่เพียงผู้เดียว
"ต่อจากนี้ ไท่จื่อต้องเชื่อฟังข้า..."
“ตายซะเถอะกุ้ยเฟย!!! อย่าอยู่เป็ตัวขัดลาภยศของข้าเลย” ฮองเฮาผู้ใจจืดใจดำเตรียมลงมือ
“ไม่นะ !! อย่าทำร้ายเสด็จแม่ของข้า นังแม่มดชั่ว!!! “นี่เป็ครั้งแรกที่ไท่จื่อน้อยผู้เพียบพร้อมด้วยกริยามารยาท พูดจาหยาบคาย
...เขาไม่อาจรีรอให้สถานการณ์ที่เลวร้ายนี้ดำเนินไป โดยที่มารดาถูกรังแกอยู่ฝ่ายเดียว
เฉวียนอั่งวิ่งเข้าพุ่งชนอย่างจัง ทำฮองเฮาเกือบเสียหลักล้มลง ไม่เพียงเท่านั้นเด็กน้อยแยกเขี้ยวขบฟัน กัดข้อแขนของนางจนได้เื