บทที่ 3: เส้นทางในเงามืด และการตัดสินใจของนักล่า
เสียงคำรามของอสูรจากภายนอกดังสะท้อนอยู่ในโกดังร้างราวกับเสียงกลองแห่งความตาย หลินเฟิงยืนนิ่งอยู่หลังประตูเหล็กที่ผุพัง เหงื่อเย็นเยียบไหลซึมออกมาจากแผ่นหลังของเขา
ภาพฝูงอสูรที่เดินเพ่นพ่านอยู่ด้านนอกยังคงติดตาตรึงใจ เขาเข้าใจในทันทีว่าการออกไปเผชิญหน้ากับพวกมันในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตาย
"ต้องหาที่ซ่อน... ที่ที่ปลอดภัยกว่านี้..." เขาพึมพำกับตัวเอง
สายตาของเขากวาดมองไปทั่วโกดังร้างอีกครั้งอย่างละเอียดถี่ถ้วนกว่าเดิม แสงจันทร์สีเืที่ส่องผ่านช่องลมเล็กๆ ทำให้เขามองเห็นบางสิ่งที่ไม่ทันสังเกตในตอนแรก... ที่มุมหนึ่งของห้อง ใต้กองเศษผ้าขี้ริ้วเก่าๆ มีแผ่นเหล็กสี่เหลี่ยมผืนผ้าแผ่นหนึ่งวางปิดอยู่บนพื้น มันดูไม่เข้ากับพื้นคอนกรีตโดยรอบเลยแม้แต่น้อย
หลินเฟิงค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ เขาก้มลงปัดเศษผ้าและฝุ่นออกอย่างระมัดระวัง เผยให้เห็นห่วงจับที่ทำจากเหล็กเส้นซึ่งถูกซ่อนเอาไว้
"ทางลับ?" หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นด้วยความหวัง
เขาสอดนิ้วเข้าไปในห่วงจับและรวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มีออกแรงดึงขึ้น แผ่นเหล็กหนักอึ้งค่อยๆ ขยับเปิดออกอย่างเชื่องช้าพร้อมกับเสียงเสียดสีที่ชวนให้ใจหายใจคว่ำ โชคดีที่เสียงคำรามของอสูรภายนอกดังกลบเสียงของเขาจนหมดสิ้น
เบื้องใต้แผ่นเหล็กคือความมืดมิดและบันไดที่ทอดตัวลงไปด้านล่าง มีเพียงกลิ่นอับชื้นและกลิ่นดินโชยขึ้นมา มันอาจจะเป็ทางไปสู่ห้องใต้ดิน... หรืออาจจะเป็รังของอสูรอีกชนิดหนึ่งก็ได้
มันคือการเดิมพัน แต่การอยู่ที่นี่ต่อไปก็ไม่ต่างอะไรกับการรอความตาย
หลินเฟิงตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว เขามองกลับไปยังประตูเหล็กเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนจะหยิบน้ำยาสารอาหารอีกขวดขึ้นมาดื่มเพื่อฟื้นฟูร่างกายให้พร้อมที่สุด จากนั้นจึงค่อยๆ หย่อนตัวลงไปในความมืด ปิดแผ่นเหล็กตามหลังอย่างแ่เบา ตัดขาดตัวเองจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง
ความมืดมิดสมบูรณ์แบบเข้าปกคลุม หลินเฟิงยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งเพื่อปรับสายตา เขาใช้ทักษะ 'ประเมิน' กับสภาพแวดล้อมรอบตัว แต่สิ่งที่ระบบแสดงขึ้นมามีเพียงคำว่า 'ไม่ทราบ'
เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเดินหน้าต่อไป มือข้างหนึ่งกำท่อนเหล็กไว้แน่น อีกข้างหนึ่งใช้คลำผนังที่เย็นเฉียบและชื้นแฉะเพื่อนำทาง เขาเดินลงบันไดไปอย่างช้าๆ ทีละก้าว... ทีละก้าว...
หลังจากเดินลงมาได้ประมาณสิบกว่าขั้น เท้าของเขาก็ัักับพื้นเรียบ ที่นี่คือห้องใต้ดินจริงๆ มันเป็ห้องขนาดเล็กและว่างเปล่า แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ... มันเงียบสงบ ไม่มีเสียงของอสูรเล็ดลอดเข้ามาได้เลย
หลินเฟิงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เขาทรุดตัวลงนั่งพิงผนัง ความเหนื่อยล้าทั้งทางร่างกายและจิตใจถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง เขาเพิ่งทะลุมิติมาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง แต่กลับต้องเผชิญหน้ากับความเป็ความตายมาแล้วถึงสองครั้ง
"ต้องแข็งแกร่งขึ้น... ต้องแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วกว่านี้..." เขากำหมัดแน่น
เขาเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาดูอีกครั้ง ค่าประสบการณ์ของเขาอยู่ที่ (7/10) ขาดอีกเพียง 3 แต้มก็จะเลเวลอัปแล้ว การเลเวลอัปน่าจะทำให้ค่าสถานะของเขาเพิ่มขึ้นอย่างก้าวะโ และนั่นคือสิ่งที่เขา้ามากที่สุดในตอนนี้
เขาเหลือบมองน้ำยาสารอาหารขวดสุดท้ายในช่องเก็บของ มันคือหลักประกันชีวิตชิ้นสุดท้ายของเขาในตอนนี้
"พรุ่งนี้... ทันทีที่ฟ้าสาง ข้าจะออกไปล่า" เขาตัดสินใจอย่างแน่วแน่ "ข้าจะไม่อยู่เฉยๆ รอความตายอีกต่อไป"
ในความมืดมิดของห้องใต้ดิน ดวงตาของหลินเฟิงทอประกายแห่งความมุ่งมั่นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ในโลกใบเก่า เขาเป็เพียงพนักงานออฟฟิศธรรมดาที่ใช้ชีวิตไปวันๆ แต่ในโลกใบใหม่นี้... ในโลกที่ความอ่อนแอหมายถึงความตาย สัญชาตญาณดิบแห่งการเอาตัวรอดได้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์
เขาไม่ใช่พนักงานออฟฟิศ 'หลินเฟิง' อีกต่อไปแล้ว
เขาคือ 'นักล่า'
หลินเฟิงหลับตาลง พยายามพักผ่อนเพื่อเก็บแรงไว้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เสียงหัวใจของเขาเต้นเป็จังหวะสม่ำเสมอ ก้องกังวานอยู่ในความเงียบงันของห้องใต้ดิน เป็ดั่งเสียงนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลัง... รอคอยแสงอรุณแรกแห่งการเริ่มต้นล่าอย่างแท้จริง
***อ่านจบแล้วเม้มแนะนำกันได้นะครับจะปรับปรุงแก้ไข***