บทที่ 38 อุปสรรคของชีอา
ความรู้สึกที่แปลกประหลาดทำให้ยูเมะหยุดชะงักไปชั่วขณะก่อนจะก้าวออกไปอีกก้าวหนึ่งแล้วกรีดแทงกระบี่ออกไปโดยไม่คิดอะไร
คมกระบี่กรีดผ่านเป็นเส้นโค้งเส้นหนึ่งตัดใส่ข้อมือของมอนเตอร์ตัวเขียวที่น่าเกลียด ทำให้มันกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
จากนั้นเพียงพริบตาเขาก็ก้าวถอยออกมาครึ่งก้าวข้อมือพลิกวูบแล้วเสือกแทงออกไปในแง่มุมที่ยากจะป้องกันคมกระบี่ก็กลายเป็นรุ้งขาวทะลวงผ่านลำคอของมอนเตอร์ไป
ชั่วขณะนั้นความคิดของยูเมะก็จมอยู่ในความลึกลับของกระบี่เขาลืมความตั้งใจแรกไปจนหมดสิ้นเขาลืมไปว่าเขาก้าวออกมาเพื่อทำอะไรและควรที่จะถอยหลังกลับไปเพื่อเปิดทางให้ชีอาต่อสู้
โดยไม่รู้ตัวยูเมะก้าวออกไปอีกหลายก้าวด้วยย่างก้าวที่แปลกตา เขารู้สึกแปลกประหลาด ในใจมีความรู้สึกคุ้นเคย แต่ในความคุ้นเคยกลับมีความรู้สึกแปลกหน้าเขารู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นใครอีกคนหนึ่งและเริ่มร่ายเพลงกระบี่ออกไปอย่างเป็นธรรมชาติ
กระบวนท่าที่ยูเมะใช้นั้นเรียบง่ายมากไม่มีความซับซ้อนใดๆ ไม่สวยงามพร่างพราวเหมือนเพลงกระบี่ของชีอามันเป็นเหมือนการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติ แต่ให้ความรู้สึกสอดประสานเป็นหนึ่งราวกับกระบี่คือส่วนหนึ่งของร่างกาย
ความลึกล้ำที่แสดงออกมานั้นทำให้ชีอาตกตะลึงจนลืมทุกอย่างเธอลืมไปแล้วว่าภารกิจนี้เป็นของเธอและการออกล่าในครั้งนี้มีขึ้นเพื่อให้เธอปรับตัวเข้ากับเกมออนไลน์
แม้กระทั่งเมโลดี้ก็ยังหยุดคิดไปชั่วขณะเธอหยุดนิ้วไปโดยไม่รู้ตัวและมองดูยูเมะที่ก้าวออกไปราวกับกำลังเดินเล่นในสวนก้าวหลบซ้าย บ่ายออกขวา เยื้องย่างไปราวกับกำลังเดินเล่นมือที่ถือกระบี่กลับทิ่มแทงออกไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทุกครั้งที่ออกกระบวนท่าจะเกิดรุ้งขาวเส้นหนึ่ง
บางครั้งเป็นเส้นตรงบางครั้งเป็นเส้นโค้ง บ้างก็เป็นวงกลม บ้างก็ดูเหมือนการปาดราวกับกำลังใช้กระบี่ต่างพู่กันฟาดน้ำหมึกบนหน้ากระดาษ
การเคลื่อนไหวของยูเมะนั้นแปลกประหลาดจนทำให้สองสาวตกตะลึงไปโดยสมบูรณ์พวกเธอนิ่งเงียบไปนานจนกระทั่งการต่อสู้จบลง
มอนเตอร์สิบกว่าตัวถูกฆ่าตายด้วยเวลาเพียงไม่กี่อึดใจพวกมันตายโดยที่ไม่สามารถตอบโต้อะไรได้เลย ทำไม่ได้แม้กระทั่งหลบกระบี่ของยูเมะปัดป้องก็ยังทำไม่ได้ ราวกับพวกมันเป็นหุ่นฟางที่วางเอาไว้ให้เดินเข้าไปฟัน
หลังจากการต่อสู้จบลงยูเมะก็ยืนนิ่งอยู่แบบนั้นนานหลายนาทีโดยไม่เคลื่อนไหวความคิดของเขาเต็มไปด้วยความสับสน เขารู้สึกแปลกหน้าต่อสิ่งที่ตัวเองทำแต่อีกความรู้สึกหนึ่งก็คุ้นเคยจนสามารถทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ
‘เกิดบ้าอะไรขึ้น..ทำไมเราถึงได้’
ยูเมะคิดอย่างไม่เข้าใจ ไม่ว่าคิดยังไงเขาก็ไม่สามารถหาเหตุผลมาอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นได้นอกจากความเป็นไปได้อย่างหนึ่งที่เขาไม่เคยคิดถึง
ความเป็นไปได้นั้นก็คือตัวเขาที่ไปยังต่างโลกนั้นได้เปลี่ยนไปใช้กระบี่การเปลี่ยนนี้เป็นอะไรที่ยากจะยอมรับได้เพราะเขาไม่คิดว่าตัวเองจะทำอะไรแบบนั้นในเมื่อเขาฝึกดาบมาตลอดชีวิต
แต่ถึงจะอยากปฏิเสธยังไงเขาก็ไม่สามารถปฏิเสธความรู้สึกในตอนนี้ได้ เขาจึงทำได้เพียงถอนหายใจก่อนจะได้สติกลับมาแล้วมองไปยังชีอากับเมโลดี้ที่มองมายังเขาด้วยความสงสัย
“ขอโทษ ผมลืมตัวไปหน่อย”
ยูเมะยิ้มน้อยๆ พลางกล่าวขอโทษ ทำให้สองสาวได้แต่ยิ้มรับเป็นคำตอบชีอามีท่าทีเหมือนอยากจะถามอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายเธอก็ไม่ได้ถามและมองข้ามความผิดปกตินี้ไปโดยไม่พูดอะไร
จากนั้นพวกเขาก็ออกล่าต่อมอนเตอร์ฝูงต่อไปถูกส่งไปให้ชีอาจัดการ หากเกิดปัญหายูเมะก็จะออกไปช่วยแก้ไขเขาไม่ได้ลงมือจัดการจนลืมตัวเหมือนตอนแรกอีก อย่างมากก็ฆ่าไป 1 – 2 ตัวเพื่อสร้างช่องว่างให้ชีอาได้ตั้งหลัก
ขณะที่เมโลดี้ก็สนับสนุนอยู่ด้านหลังเธอบรรเลงเพลงด้วยท่วงทำนองที่อ่อนหวานแต่ผลลัพธ์ของการสนับสนุนกลับทำให้ยูเมะกับชีอารู้สึกเดือดพล่านถึงขีดสุด
ผลลัพธ์ที่แปลกประหลาดนี้เกิดขึ้นได้ภายในเกมเท่านั้นทั้งนี้ก็เพราะสกิลบัพและพลังธรรมชาติที่เมโลดี้ใช้นั้น เป็นสกิลของคนเถื่อนการบัพด้วยเสียงเพลงของคนเถื่อนนั้น โดยมากจะเน้นไปที่ขวัญกำลังใจและความบ้าคลั่ง
มันจึงไม่แปลกที่น้ำเสียงที่อ่อนหวานและท่วงทำนองที่อ่อนโยนจะให้ผลลัพธ์ที่ทำให้ยูเมะกับชีอาเดือดพล่านแบบนี้
แต่ถึงจะขัดแย้งจนต้องส่ายหน้าทว่ายูเมะก็ไม่ได้คิดว่ามันไม่ดี เขายังยิ้มน้อยๆฟังเพลงของเมโลดี้อย่างเพลิดเพลิน ชีอาเองก็ชมอยู่หลายคำแม้ว่าเธอจะไม่ได้มีสมาธิฟังมากเท่าไหร่ก็ตาม
เหตุผลที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะชีอากำลังยุ่งอยู่กับการต่อสู้สมาธิเกือบทั้งหมดของเธอถูกใช้ไปกับการต่อสู้กับมอนเตอร์ตรงหน้า
ก็อบลินเขียวมอนเตอร์อมนุษย์ที่อ่อนแอที่สุดของเกมดินแดนเทพเจ้าแห่งการต่อสู้มอนเตอร์ที่น่าจะจัดการได้ไม่ยาก แต่มันกลับเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้ชีอาต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการฆ่าพวกมัน
ความพยายามที่เธอทุ่มลงไปนั้นเกรงว่าแม้แต่ตัวเธอเองก็คงคิดไม่ถึงเธอไม่คิดว่าตัวเองจะต้องพยายามถึงขนาดนี้เพียงเพื่อฆ่ามอนเตอร์ตัวหนึ่ง
แต่มันก็เป็นเรื่องจริงทำให้ชีอารู้สึกอึดอัดแทบจะสบถออกมาในฐานะของผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญเธอไม่อยากยอมรับเลยว่าเธอจะสู้ได้แย่ขนาดนี้
ปัญหาของชีอานั้นเกิดขึ้นจากอะไรตัวเธอเองก็ไม่เข้าใจ เธอรู้สึกเหมือนร่างกายไม่ยอมฟังคำสั่งการเคลื่อนไหวแต่ละครั้งก็มีการเคลื่อนไหวที่เกินจำเป็นเกิดขึ้นบ่อยมาก
ส่วนเกินที่ไม่จำเป็นนี้สะสมรวมกันทำให้การเคลื่อนไหวของเธอรวนเรจนผิดปกติส่งผลให้กระบวนท่าที่ใช้ออกมาขาดความแม่นยำไป
ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งนี้ทำให้ยูเมะเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจด้วยความเข้าใจที่เขามีต่อชีอา เขาไม่คิดว่าเธอจะเป็นมือใหม่ได้ขนาดนี้
แต่เมื่อคิดดูดีๆการเคลื่อนไหวของเธอก็ดูไม่เหมือนมือใหม่นัก ไม่ว่าจะเป็นความรวดเร็วปฏิกิริยาตอบสนองหรือการตัดสินใจ ทั้งหมดนั้นเป็นอะไรที่สมบูรณ์มาก
ทว่าทันทีที่ออกกระบวนท่าจู่โจม เธอจะผิดพลาดไปอย่างน่าประหลาดการหลบหลีกบางครั้งก็สะดุดติดขัดจนเสียจังหวะไปอย่างที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น
ท่าทางที่ผิดปกตินี้ทำให้ชีอาต้องใช้สมาธิมากกว่าที่ควรจะเป็นทำให้สีหน้าของเธอเลวร้ายลงทุกขณะ
‘ปัญหาด้านอินเทอร์เน็ตหรอ ไม่สิจะมีปัญหาแบบนั้นได้ยังไง แต่ว่า..การเคลื่อนไหวของเธอดูแปลกๆ แฮะ’
ยูเมะครุ่นคิดอยู่นานแต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าอะไรทำให้การเคลื่อนไหวของชีอาเกิดความผิดปกติแบบนี้
แต่หลังจากเฝ้ามองอยู่นานสองนานเขาก็เหมือนจะคิดอะไรบางอย่างได้ เขาจึงแนะนำให้ชีอาปิดระบบสนับสนุนการต่อสู้ดู
“ให้ปิดระบบสนับสนุนการต่อสู้หรือคะ”
“ครับ ผมอยากให้คุณชีอาลองปิดดูก่อนบางที..ปัญหาที่คุณชีอาเจออยู่อาจจะหายไปก็ได้”
แม้จะยังไม่เข้าใจ แต่ชีอาก็ทำตามที่ยูเมะแนะนำเธอฟังคำอธิบายของเขาแล้วปิดระบบสนับสนุนการต่อสู้ทั้งหมดลงจากนั้นก็ค้นหามอนเตอร์ฝูงต่อไปแล้วเริ่มสู้อีกครั้ง
คราวนี้การเคลื่อนไหวของชีอาเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิงมันกลายเป็นความสมบูรณ์แบบ ทุกการเคลื่อนไหวรวดเร็วเฉียบคมและแม่นยำการจู่โจมทุกครั้งทรงพลังจนสามารถปลิดชีพมอนเตอร์ได้ไม่ยาก
เมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลงชีอาก็นิ่งอึ้งอยู่นาน ก่อนจะหันกลับไปมองยูเมะราวกับต้องการถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น
“ดูเหมือนว่าสิ่งที่ผมคิดจะเป็นเรื่องจริง ถ้าผมเดาไม่ผิดปัญหาน่าจะมาจากความเคยชินนะครับ”
“ความเคยชินหรือคะ”
“ครับ บางทีคุณชีอาอาจจะไม่คุ้นเคยกับเกมออนไลน์เท่าไหร่ คุณเลยควบคุมตัวละครเหมือนกับกำลังควบคุมร่างกายของตัวเองเพราะแบบนี้มันจึงมีความซับซ้อนจนผิดปกติ”
สาเหตุที่ทำให้ชีอาเคลื่อนไหวแปลกๆ นั้นเกิดขึ้นเพราะระบบสนับสนุนต้องเข้าใจว่าชีวิตจริงกับเกมออนไลน์นั้นต่างกันแม้ว่ามันจะให้ความรู้สึกที่เหมือนจริงมากขนาดไหน
มันก็ยังมีความแตกต่างอยู่ในระดับหนึ่งสำหรับผู้เล่นที่เป็นคนปกติที่ไม่ได้ฝึกฝนศิลปะการต่อสู้จนชำนาญความแตกต่างนี้คงไม่มากนักและคงไม่ก่อให้เกิดปัญหาอะไร
เนื่องจากคนปกตินั้นไม่ได้ควบคุมร่างกายและการเคลื่อนไหวของตัวเองโดยละเอียดการเคลื่อนไหวส่วนใหญ่นั้นเป็นไปตามธรรมชาติ
แต่กับผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้ที่มีความชำนาญแล้วมันจะต่างกัน คนเหล่านี้มีความสามารถในการควบคุมร่างกายที่ละเอียดอ่อนและแม่นยำการเคลื่อนไหวนี้แฝงไว้ด้วยความซับซ้อน
เพียงแค่การก้าวเดินการเคลื่อนไหวก็มีรูปแบบการเคลื่อนไหวที่ซับซ้อนแฝงไว้มากมายซึ่งการเคลื่อนไหวที่ซับซ้อนนี้เมื่ออยู่ในชีวิตจริงมันคงไม่มีปัญหาเพราะมันเกิดจากความเคยชินที่บ่มเพาะผ่านร่างกาย
แต่กับเกมออนไลน์ที่ตัวละครถูกสร้างขึ้นจากข้อมูลแล้วมันต่างกันโดยสิ้นเชิงยิ่งเมื่อมีระบบสนับสนุนที่จะตอบสนองต่อคำสั่งของผู้เล่นด้วยแล้ว มันก็ยิ่งเด่นชัด
ความซับซ้อนที่แฝงอยู่ในความเคยชินนั้นถูกขยายด้วยระบบสนับสนุน ทำให้การเคลื่อนไหวของชีอาเกิดความผิดปกติขึ้นมันทำให้เธอรู้สึกราวกับร่างกายไม่ฟังคำสั่งเพราะคำสั่งของเธอซับซ้อนเกินไปนั่นเอง
เมื่อปิดระบบสนับสนุนลงปัญหาทั้งหมดก็หายไป ชีอาสามารถต่อสู้ได้อย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ติดขัดใดๆ
แต่การปิดระบบสนับสนุนก็ได้สร้างปัญหาใหม่ขึ้นมาแทนซึ่งทำให้ชีอาพูดไม่ออก ยูเมะก็ได้แต่ยิ้มฝืนโดยไม่รู้ว่าควรจะช่วยเหลือยังไง
“ใช้สกิลยากมากเลยค่ะชูร่า”
การใช้สกิลของชีอากลายเป็นยากลำบาก ทั้งยังมีอัตราความสำเร็จที่ต่ำมากเพราะเธอไม่คุ้นเคยกับสกิลมากพอที่จะใช้สกิลโดยไม่มีระบบสนับสนุน
“เรื่องนี้มัน..ผมคิดว่าคงจะช่วยอะไรไม่ได้แล้วละครับคงต้องขอให้คุณชีอาพยายามฝึกให้ชินเอง”
ยูเมะได้แต่ยิ้มฝืนๆ ให้กับชีอาที่กำลังหงุดหงิดเพราะใช้สกิลไม่ได้อย่างที่เธอต้องการสุดท้ายเธอก็เลิกพยายามใช้สกิลและหันไปใช้กระบวนท่าจากเพลงกระบี่ที่เธอชำนาญต่อสู้แทน
การต่อสู้ด้วยวิธีนี้มีประสิทธิภาพที่น้อยมากความเสียหายที่เธอทำได้นั้นอยู่ในขั้นที่เลวร้ายเพราะการโจมตีรูปแบบนี้มีค่าเท่ากับการโจมตีแบบธรรมดาค่าความเสียหายจึงต่ำ
นอกจากนั้นชีอายังไม่ได้ออกจากหมู่บ้านเริ่มต้นสกิลเสริมกำลังที่เธอใช้ได้จึงมีแค่สกิลปราณที่เรียบง่าย ซึ่งสกิลนี้เองก็ไม่ทำงานเพราะปิดระบบสนับสนุนด้วยเช่นกันทำให้ค่าสถานะของเธอลดลงต่ำจนต่อสู้ได้ลำบาก
ทว่าชีอาก็พยายามอย่างเต็มที่โดยมียูเมะกับเมโลดี้คอยสนับสนุน
แม้ว่าวิธีนี้จะยุ่งยากไปบ้างแต่ถ้าเทียบกับการแก้ไขความเคยชินที่ฝังลึกแล้ว มันยังง่ายกว่ามากหลังจากต่อสู้ไปได้สักระยะ ชีอาก็เหมือนจะจับเคล็ดลับบางอย่างได้เธอจึงส่งกระบี่ออกไปได้รุนแรงขึ้น กระบวนท่าที่ใช้ก็เรียบง่ายกว่าเดิมและยังใช้สกิลออกมาได้หลายครั้ง
ประสิทธิภาพของสกิลอาจจะไม่สมบูรณ์นักแต่ก็ยังเป็นสกิลกระบี่ทำให้ความเสียหายที่เธอสร้างได้สูงขึ้นจนสามารถจบการต่อสู้ลงได้เร็วมากยิ่งขึ้น
หลังจากผ่านการต่อสู้ไปเกือบครึ่งคืนทั้งสามก็ตัดสินใจหยุดล่าและกลับเข้าหมู่บ้านไปพัก พวกเขาสามคนแยกย้ายกันไปชีอานั้นตัดสินใจที่จะฝึกเพิ่มอีกสักหน่อย เธอจึงกลับไปยังโรงฝึกของหมู่บ้านเพื่อฝึกฝนการใช้สกิล
ส่วนยูเมะกับเมโลดี้นั้นพวกเขาสองคนก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะทำอะไรเป็นพิเศษทั้งสองจึงเช่าบ้านพักอยู่ในหมู่บ้านเพื่อใช้เป็นสถานที่นอนในคืนนี้
แม้ว่าบรรยากาศภายในหมู่บ้านเริ่มต้นจะธรรมดาจนหาความพิเศษไม่ได้แต่มันก็มีเสน่ห์ในแบบของมันความสงบเงียบราวกับหมู่บ้านในชนบทนี้นับเป็นบรรยากาศที่หาได้ยากยิ่งเช่นกัน
ยูเมะกับเมโลดี้จึงไม่รังเกียจที่จะอาศัยอยู่ในบ้านหลังน้อยราวกับคู่สามีภรรยาคู่หนึ่ง
ทั้งสองยังคงเลือกที่จะเช่าบ้านพักแบบคู่รักเหมือนเดิม แม้จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าปกติมากแต่ทั้งสองก็ไม่ได้สนใจ เมื่อเทียบกับรายได้จากการขายวัตถุดิบจากบอสที่ฆ่าได้แล้วการพักในห้องพักแบบคู่รักหนึ่งคืนก็ไม่นับเป็นอะไรนัก
เมื่อเข้ามาอยู่ในห้องพักกันสองคนยูเมะก็ผ่อนคลายมากกว่าเดิม เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ ดื่มเหล้าด้วยความผ่อนคลายอีกมือก็หยิบกับแกล้มที่เมโลดี้ปรุงให้โดยใช้ครัวในบ้านพัก
ทั้งสองทำราวกับคู่สามีภรรยาจริงๆยูเมะนั่งเฉยๆ ปล่อยให้เมโลดี้ปรนนิบัติตนเองเหมือนเป็นภรรยาคนหนึ่ง ตั้งแต่ทำอาหารทานกันแบบง่ายๆเพื่อเสพสุขกับรสชาติของมื้ออาหารก็ไปถึงการอาบน้ำที่ทั้งสองเข้าไปอาบพร้อมกันด้วยใบหน้าขัดเขิน
แม้ว่าครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าของกันและกันแต่เมื่อสัมผัสได้ถึงเจตนาในดวงตาของกันและกัน ทั้งสองก็หน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อย
โดยไม่จำเป็นต้องให้เมโลดี้เป็นคนขอยูเมะก็ยกมือขึ้นกดตกลงเพื่อปลดข้อจำกัดสุดท้ายทันที
เมโลดี้ที่หน้าแดงระเรื่อก็ยกมือขึ้นกดตกลงเช่นกันสองหนุ่มสาวที่มีจิตใจตรงกันก็ก้าวเข้ามาประชิดกันแล้วสวมกอดกันอย่างแนบแน่นก่อนจะเริ่มบทรักที่วาบหวานด้วยจูบที่ดูดดื่ม