ตอนที่3 ลูกใครกันหนอ
“ฉันเข้ามาอยู่ร่างนี้เพราะมีชื่อเหมือนกันนี่เอง แม่ตั้งอีกชื่อให้ว่าอู๋เหยาเองหรอกหรือ?”
ณิชาเริ่มเชื่อมโยงเื่ราวทั้งหลายเข้าด้วยกันเธอพบว่าการที่ตนเองและร่างเก่ามีชื่อเหมือนกันอาจเป็เหตุผลที่ว่าทำไมตนเองถึงเข้ามาอยู่แทนที่ร่างนี้ได้
จากนั้นเอี้ยวตัวหยิบหยกกลมแบนสีเขียวเข้มมีรูตรงกลางที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงโดยมีเชือกหนังเก่าร้อยไว้ออกมาดูด้วยความสนใจ ก่อนที่จะห้อยคอไว้เหมือนกับเป็สิ่งของสำคัญสำหรับตนเอง
“นี่เป็หยกของแม่งั้นหรือ? แม่ชื่อเทียนเจียวมิ่งแสดงว่าหากฉัน้าตามหาญาติทางแม่ ก็ต้องตามหาจากคนตระกูลเทียนใช่ไหม?”
เธอถามตัวเองด้วยความสงสัยและกังวลเนื่องด้วยตระกูลเทียนในประเทศจีนคงมีเป็พันเป็หมื่นอาจหลายแสนหลายล้านด้วยซ้ำไปเพราะประเทศดังกล่าวมีประชากรเป็จำนวนมาก
“เอ!แล้วร่างเก่าไปท้องกับใครตอนไหนละทีนี้?”
ณิชาพึมพำด้วยความสงสัยเธอหยิบโทรศัพท์จากโต๊ะข้างเตียงขึ้นมาตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์สื่อสารที่ทันสมัยบนโลกนี้ทว่าล้าหลังเป็อย่างมากสำหรับดาวเอเอส
เธอพบว่าโทรศัพท์มีฟังก์ชันการทำงานหลากหลายแบบทั้งโทรติดต่อกับผู้คนระยะใกล้ไกล ถ่ายรูป วาดรูป ปฏิทิน นาฬิกาปลุกและอีกหลากหลายหน้าที่ เธอตรวจสอบการทำงานแต่ละอย่างด้วยความสนใจซึ่งเธอพบว่าความรู้ตนสามารถเจาะระบบเพื่อตรวจสอบเชิงลึกได้อย่างง่ายดายเป็ทักษะพื้นฐานของเอสเปอร์ที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีจากดาวเอเอส
‘ไม่เลวแฮะอย่างน้อยฉันก็พอจะใช้โทรศัพท์แฮ็กเข้าไปตรวจสอบอะไรได้บ้าง? หวังว่าข้อมูลจะยังมีเหลือให้ฉันตรวจดูได้อยู่นะ’
ณิชาคิดอย่างกังวลขณะเริ่มพิมพ์คำสั่งเจาะระบบตรวจสอบกล้องวงจรปิดซึ่งมีอยู่ไม่มากนักในโรงแรมที่จัดงานเลี้ยงแต่งงานเนื่องจากความทรงจำของร่างเก่ามีแค่คืนแต่งงานคืนเดียวเท่านั้นที่เธอได้ร่วมหลับนอนกับชายผู้ซึ่งคิดมาตลอดว่าเป็สามีตนเอง โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าชายคนนั้นไม่ใช่สามีมิหนำซ้ำเธอตื่นขึ้นมาในห้องพักบนโรงแรมคนเดียวโดยที่ไม่มีชายปริศนาหรือสามีนอนข้างกายสร้างความสับสนงุนงงให้กับเธอเป็อย่างยิ่ง
“อะไรกัน?! ไม่มีข้อมูลอะไรเลยหรือ?! แล้วฉันนอนห้องไหนกันแน่? คืนนั้นฉันนอนกับใคร? ต้องเป็นังน้องสาวตัวดีแน่ๆ เลย”
ณิชาถามตัวเองด้วยความสงสัยและใเธอพบว่าข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์ที่ควรเก็บรวบรวมข้อมูลจากกล้องวงจรปิดทุกแห่งของโรงแรมจะยังมีอยู่ถึงแม้ว่าจะมีอายุเกินหนึ่งเดือนแล้วก็ตามซึ่งเธอมั่นใจว่าความรู้ที่ตนมีอยู่จะสามารถพิมพ์คำสั่งค้นหาได้
อย่างไรก็ตามโรงแรมดังกล่าวมีการทำความสะอาดฮาร์ดดิสก์ทุกเดือนทำให้ข้อมูลที่เธอควรจะตรวจพบกลับไม่ปรากฏออกมาให้เห็นแต่อย่างใด ประการสำคัญคือณิชาไม่รู้เลยว่าฮาร์ดดิสก์ที่เก็บข้อมูลจากกล้องวงจรปิดในคืนแต่งงานถูกสับเปลี่ยนโดยใครบางคนไปั้แ่คืนนั้นแล้ว ฉะนั้นไม่ว่าเธอหรือใครล้วนไม่สามารถตรวจพบหรือติดตามร่องรอยความผิดปกติของคืนนั้นได้
“ซวยละสิ!แล้วฉันจะรู้ได้ยังไงว่าใครเป็พ่อของลูก?แหล่งข้อมูลสำคัญดันมาหายไปแบบนี้”
ณิชาถอนหายใจด้วยความกลัดกลุ้มเธอพบว่าพลังงานตนเองที่เร่งพิมพ์คำสั่งเพื่อสืบค้นข้อมูลสำคัญในการติดตามหาร่องรอยพ่อของลูกนั้นกลับถูกบางสิ่งที่ลึกลับสูบหายเข้ากลีบเมฆไปโดยไม่รู้ตัวทำให้เธอรู้สึกอ่อนเพลียมากกว่าปกติจนรู้สึกผิดสังเกต
“เอ๊!เกิดอะไรขึ้นกับฉัน? แค่ใช้ความเร็วในการพิมพ์คำสั่งก็เหนื่อยขนาดนี้เลยหรือ?”
เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อพยายามฟื้นฟูความแข็งแกร่งกลับคืนมาทว่าเธอทำได้แค่ต้องนอนพักนิ่งๆ เพื่อลดการใช้พลังงาน ราวเกือบครึ่งชั่วโมงต่อมาถึงได้รู้สึกดีขึ้น เวลานี้เธอหยุดเื่การค้นหาพ่อของลูกไว้ชั่วคราวเพราะรู้สึกมืดแปดด้าน
จากนั้นหันมาทดสอบทักษะเอสเปอร์ปัญทักษ์ที่คาดว่าน่าจะมีติดตัวมาบ้างซึ่งพบว่าทักษะเดิมที่ควรมีห้าทักษะ ไม่ว่าจะเป็ทักษะต่อสู้ ทักษะสะกดจิตทักษะมือกล ทักษะล่องหน และทักษะอัสนี เวลานี้ไม่มีเหลืออยู่เลยสักทักษะแม้แต่พลังจิตก็อ่อนด้อยจนเธอคิดว่าจะต้องเริ่มฝึกฝนใหม่ในเร็ววัน
“บ้าจริง!ฉันไม่เหลือทักษะอะไรเลยหรือ? นั่นเป็ไพ่ลับของฉันเชียวนะ”
ณิชาบ่นให้ตัวเองด้วยความเสียใจและเสียดายทว่าเธอไม่คิดท้อแท้ ถึงแม้ว่าจะไม่มีทักษะเอสเปอร์ใดติดตัวมาด้วยอย่างน้อยเธอสามารถฝึกฝนทักษะสะกดจิตให้กลับคืนมาได้อย่างแน่นอนทว่าอาจล่าช้ากว่าที่คาดคิดไว้เพราะมีพลังลึกลับคอยสูบพลังเอสเปอร์และเืเนื้อเธออยู่ลับๆซึ่งทำให้เธอรู้สึกอ่อนเพลียจนแทบหมดเรี่ยวแรงไปดื้อๆ
อย่างไรก็ตามณิชาไม่รู้เลยว่าสิ่งที่กำลังสูบพลังของเธออยู่นั้นคือลูกที่กำลังจะถือกำเนิดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าซึ่งเป็เอสเปอร์ที่เก่งกาจเหนือจินตนาการโดยที่เธอไม่คาดคิด
“เห็นทีฉันคงต้องใช้เงินที่ได้มาและเงินเก็บที่มีอยู่ไปตั้งต้นใหม่ที่ประเทศจีนดีกว่าอยู่ที่นี่ต่อไปในขณะที่ตั้งท้องแถมถูกหย่าอีกด้วยนังจิ้งจอกคงได้หาทางกำจัดฉันแน่ๆ ที่สำคัญฉันก็อ่อนแอเกินไปที่จะต่อสู้กับใครได้บางทีฉันอาจไปตามหาญาติทางแม่ด้วย อยากรู้จริงๆ ว่าญาติฉันจะอยู่ที่ไหน? เื่พ่อของลูกก็เอาไว้ก่อนละกัน”
ณิชาตัดสินใจวางแผนชีวิตตนเองในอนาคตอย่างมั่นใจพลางนึกสงสัยถึงที่อยู่ของญาติทางแม่ซึ่งเธอมีข้อมูลเกี่ยวกับแม่อยู่น้อยนิด
ณิชาคิดทบทวนแล้วเปรียบเทียบผลดีผลเสียของการดำเนินชีวิตต่อไปในประเทศไทยกับประเทศจีนเธอพบผลการวิเคราะห์ดังนี้
“หากฉันอยู่ในประเทศไทยต่อไปคงไม่พ้นถูกบีบบังคับให้กลับบ้านแล้วไปทำหน้าที่เป็คนรับใช้สองแม่ลูกเหมือนเช่นเคย ที่สำคัญคือลูกในท้อง อาจไม่สมบูรณ์หรือการคลอดมีปัญหาได้เฮ้อ! ความผิดพลาดในคืนแต่งงานนั้น สงสัยจะเป็ฝีมือของน้องสาวตัวดีแน่ๆฉันถึงได้ตั้งท้องแบบนี้ แต่ฉันจะไม่ทำลายชีวิตของลูกแน่นอน”
ณิชาพึมพำกับตัวเองพร้อมกับลูบหน้าท้องด้วยความรักใคร่กับชีวิตหนึ่งที่กำลังถือกำเนิดขึ้นมาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าถึงแม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าชายปริศนาเป็ใคร ทว่าเด็กในท้องไม่ได้มีความผิดใดฉะนั้นเธอจึงมอบความรักที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักอันบริสุทธิ์ในฐานะแม่คนหนึ่ง
“ถ้าฉันตัดสินใจไปใช้ชีวิตที่เมืองจีนแล้วถือโอกาสตามหาญาติทางแม่ด้วย น่าจะดีกว่าทนอยู่ที่นี่”
ณิชาพูดกับตัวเองเหมือนเป็การตัดสินใจไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ประเทศจีนแทนการอยู่ในประเทศไทยเพราะที่นี่ไม่มีความทรงจำที่ดีต่อร่างเดิมแม้แต่ความรักที่ควรได้รับจากพ่อก็มีเพียงน้อยนิด ส่วนความรักจากแม่เลี้ยงและน้องสาวสุดที่รักของเธอยิ่งไม่ต้องพูดถึงให้เสียเวลา
“ฉันจะไปตามหาญาติดีกว่าอยู่ที่นี่พ่อก็ฟังความแต่สองแม่ลูกเท่านั้น ฉันก็เป็แค่ลูกติดที่ไม่มีใคร้าหากต้องต่อสู้กับสองแม่ลูกในเวลาที่ฉันอ่อนแอ มันสิ้นเปลืองพลังงานเกินไปไปที่จีนนั่นแหละดีที่สุดแล้ว”
ณิชาพยักหน้าให้กำลังใจตนเองพลางคิดอย่างมีความหวังในการติดตามหาญาติของแม่พบสักคน ประการสำคัญคือเธอไม่สามารถพึ่งพาพ่อตนเองในประเทศไทยได้อีกต่อไป
“เฮ้อ! ตกลงว่าเด็กที่อยู่ในท้องเป็ลูกของใครกันหนอ?ทำไมยัยเมย์ถึงได้โหดร้ายกับเธอนัก?แต่ไม่ต้องกังวลหรอกนะ ฉันจะเลี้ยงดูให้เป็อย่างดีเองเอสเปอร์อย่างฉันจะทำเื่แค่นี้ไม่ได้เชียวหรือ?อุตส่าห์ได้มีโอกาสเกิดใหม่ทั้งที ก็จะทำหน้าที่เป็แม่แทนเธอเองละกัน”
ณิชาถามตัวเองเหมือนกับถามร่างเก่าพร้อมกับลูบหน้าท้องด้วยความรู้สึกหลากหลายเธอคิดว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะตามหาความจริงว่าพ่อของลูกเป็ใครในตอนนี้ เพราะเธอจะต้องหาอาชีพและสร้างความมั่งคั่งให้ตนเองก่อนอย่างน้อยต้องมีเงินมากพอที่จะคลอดลูกได้อย่างปลอดภัยรวมถึงมีเงินมากพอที่จะเลี้ยงดูลูกหลังคลอดให้เติบโตขึ้นมาอย่างไม่ลำบากเกินไป
“เห็นทีต้องให้เพื่อนคนเก่งช่วยเหลือซะแล้ว”
ณิชาเหลือบมองกระเป๋าเสื้อผ้าใบโตของตนเองที่ตั้งวางอยู่มุมหนึ่งของห้องพักคนป่วยเป็เสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวที่เธอรวบรวมออกมาจากบ้านของอดีตสามีถ้าจะพูดให้ถูกต้องคือถูกขับไล่ออกมาจากบ้านที่เคยเป็เรือนหอมากกว่าภายหลังจากหย่าขาดกับอดีตสามีที่อำเภอเรียบร้อยโดยมีน้องสาวแสนร้ายกาจช่วยขับไล่เธออีกแรง
“โชคดีที่กระเป๋ายังอยู่ที่นี่จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปเก็บของใช้อีก” เธอพูดกับตัวเองอย่างพึงพอใจในความพร้อมที่มีในเวลานี้
……….
เหตุการณ์ก่อนที่ณิชาจะประสบอุบัติเหตุเกิดขึ้นภายหลังจากที่เธอไปทำเื่หย่าขาดจากอดีตสามีที่อำเภอเรียบร้อย โดยธีรภาพขับรถพาเธอกลับมาถึงคฤหาสน์หลังงามซึ่งเคยเป็เรือนหอของเธอกับอดีตสามี
พลันมีรถสปอร์ตหรูสีแดงของสุพิชชาเข้ามาจอดเทียบพร้อมกับเดินลงมาส่งเสียงแสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมาว่า
“พี่เหยาคะ ในเมื่อพี่หย่ากับพี่แทนแล้วก็ไม่ควรอยู่บ้านหลังนี้อีก ให้ฉันช่วยเก็บของดีไหม?”
สุพิชชาปราดเข้าไปเกาะแขนของธีรภาพเพื่อแสดงความเป็เ้าของซึ่งเป็่เวลาที่เธอรอคอยมานานเกือบสองเดือน ั้แ่ที่พี่สาวกับแฟนหนุ่มของตนแต่งงานกันถึงอย่างไรเธอก็ได้วางแผนทำลายพี่สาวลงได้อย่างสมบูรณ์จึงไม่จำเป็ต้องแสดงท่าทางใจดีมีน้ำใจอีกต่อไป
“มะ.....ไม่เป็ไรฉันเก็บเองได้”
ณิชากำหมัดแน่นด้วยความโมโหทว่าในใจยังรู้สึกเกรงกลัวน้องสาว พลางตอบกลับน้องสาวด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักเธอสะกดกลั้นความเ็ปเสียใจไว้ในส่วนลึกของจิตใจ แล้วพยายามทำตัวให้เข้มแข็งโดยไม่ปล่อยให้มีหยดน้ำตาไหลออกมา
จากนั้นณิชาหันหลังเดินเข้าบ้านเพื่อไปเก็บเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวโดยไม่ได้สนใจท่าทางออดอ้อนออเซาะของน้องสาวตนเองกับอดีตสามีแม้แต่น้อยเธอรู้สึกหัวใจแตกสลายั้แ่เมื่อวานที่เธอฟื้นจากการเป็ลมหมดสติโดยไม่รู้ตัว
……….
เหตุการณ์เกิดขึ้นในเช้าวานนี้ซึ่งเธอกำลังปรุงอาหารเช้าในครัวโดยเป็อาหารปกติที่เคยทำให้สามีกินทว่าเธอรู้สึกเหม็นเนื้อหมูขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุจึงรู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมาทันทีทันใด แล้วเกิดอาการหน้ามืดเป็ลมหมดสติ
ครั้นณิชาฟื้นขึ้นมาในโรงพยาบาลพร้อมกับเผชิญข่าวร้ายจากปากน้องสาวตนเองที่ตั้งใจเข้ามาเยี่ยมและเยาะเย้ยว่า
“พี่สาวคนดีของฉันไปท้องกับใครหรือคะ?ไม่ใช่พี่แทนแน่ๆ เพราะคืนแต่งงานของพี่ รวมทั้งคืนต่อๆ มา พี่แทนอยู่กับฉันตลอด”
สุพิชชากระซิบเบาๆข้างใบหูของณิชา ก่อนเงยหน้าส่งรอยยิ้มหวานเยาะเย้ยให้กับณิชาอย่างตั้งใจ
ด้านณิชากำลังอึ้งตะลึงตัวแข็งทื่อที่ได้รับรู้ข้อมูลที่เป็ดั่งข่าวร้ายสำหรับเธอเหมือนเธอถูกสายฟ้าฟาดเข้าใส่จนทำให้สมองเธอมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นปัจจุบันทันด่วน ไม่ว่าจะเป็เื่ที่ตนเองท้องเื่ที่น้องสาวมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับสามีตนเอง ล้วนเป็เื่ที่เธอไม่คาดคิดทั้งสิ้นเธอไม่รู้ว่าตนเองควรแสดงความรู้เช่นไรเธอรู้แต่ว่าตอนนี้ตนเองสับสนกับข่าวที่ได้รับรู้มา
ครั้นธีรภาพเดินเข้ามาในห้องคนป่วยเขาพบท่าทางนิ่งตะลึงเหมือนกับช็อกของภรรยาทว่าอารมณ์โมโหที่เขารับรู้ข้อมูลมาจากหมอทำให้เขาตวาดเสียงดังลั่นใส่ภรรยาตนเองว่า
“เหยาผมดูแลคุณไม่ดีหรือไง? แล้วไปท้องกับใครั้แ่ตอนไหน?แบบนี้มันหยามหน้าผมเกินไปแล้วนะ”
สุพิชชารีบปราดเข้าไปเกาะแขนแฟนหนุ่มพลางพูดห้ามปรามอย่างเข้าใจในความรู้สึกเดือดดาลของเขาว่า
“พี่แทนคะอย่าไปต่อว่าพี่เหยาเลยค่ะ ถึงยังไงเื่ก็เลยเถิดมาขนาดนี้แล้วเมย์ว่าควรที่จะหย่ากันนะคะ เมย์กับพี่แทนจะได้คบหากันอย่างเปิดเผยเสียที หรือพี่แทนจะรับเป็พ่อของลูกในท้องพี่เหยาคะ?”
“ไม่แน่นอนนั่นไม่ใช่ลูกของพี่ หากเหยาอาการดีขึ้นแล้ว พวกเราไปหย่ากันเถอะ”
ธีรภาพยิ้มน้อยๆพลางตบมือแฟนสาวที่เกาะแขนเขาอยู่อย่างเอาใจก่อนหันหน้าไปบอกภรรยาตนเองด้วยความโกรธแค้น เขาไม่สามารถยอมรับเป็พ่อของเด็กในท้องภรรยาตนได้ซึ่งเขาไม่เข้าใจด้วยซ้ำไปว่าภรรยาไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับชายอื่นเมื่อใดเนื่องด้วยเธออยู่บ้านและทำหน้าที่ดูแลบ้านตลอดเวลาหลังแต่งงานยกเว้นว่าจะนอกใจเขาก่อนแต่งงานเท่านั้น