ตอน 4 ความแตก
"จิ่นหยวน... ข้าขอพูดกับเ้าอย่างตรงไปตรงมา "
"ข้าโจวหว่านโหลวชมชอบเ้าั้แ่เห็นเ้าครั้งแรกเมื่อ 10 ปีก่อน เ้าจำได้หรือไม่ว่าสถานที่แห่งนี้เป็สถานที่ที่เราพบกันครั้งแรก เพียงแต่หลายปีมานี้ข้าไร้ความสามารถ โง่เขลา ไม่กล้าเอ่ยความในใจต่อเ้า กระทั่งข้ามีความจำใจที่จะต้องแต่งฮูหยินเข้าจวน...ข้ากับแม่นางชุนกวงเยว่มิได้อะไรเกินเลย... ั้แ่แต่งนางเข้าจวนมา ข้าไม่เคยร่วมเตียงกับนาง แม้กระทั่งคืนแต่งงาน ข้าก็คิดถึงเพียงเ้า ไม่ยอมร่วมหอกับนาง...เพียงเท่านี้เ้าจะเชื่อข้าได้หรือไม่ว่าในหัวใจของข้ามีแต่เ้า"
"ข้าเคยขอร้องท่านพ่อให้แต่งเ้าให้ข้า...แต่ท่นพ่อบอกว่าเ้ามีศักดิ์เป็ถึงองค์หญิงสูงส่งหว่าชุนกวงเยว่ เกรงว่าจะแต่งเ้าเป็อนุไม่ได้"
"เพียงแค่เ้ายินยอมเป็อนุ ข้าจะทูลขอท่านพ่อให้ขอร้องต่อฝ่าา"
"จิ่นหยวนของข้า เ้ายินยอมสละยศศักดิ์ทำเพื่อข้าหรือไม่"
จิ่นหยวนยังไม่ทันได้ตอบกลับใดๆ... แม่นางชุนกวงเยว่ที่ยืนแอบดูอยู่ที่มุมมืด ได้ยินคำพูดที่แสนแหลมคมของสามีทิ่มแทงลงบนหัวใจของนาง เ็ปคล้ายหอกนับพันเล่มพุ่งตรงใส่นาง... ขาทั้งสองข้างของนางไร้เรี่ยวแรง อ่อนลง นางล้มลงกับพื้น...
"ใครน่ะ เสียงใครน่ะ ออกมาซะดีๆ ไม่งั้นข้าจะตัดหัวเ้าซะ"
หว่านโหลวได้ยินเสียงคนร้องไห้ออกมา จึงค่อยๆเดินไปดูพบว่าผู้ที่อยู่ในมุมมืดนั้นไม่ใช่ผู้ใด แต่เป็ฮูหยินของตน..
เขาใมาก
"ฮูหยินท่านมาทำอะไรที่นี่"
นางตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"หากข้าไม่ตามท่านมาจนถึงที่นี่ ข้าคงจะไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วในใจของท่านไม่เคยมีข้าเลย ท่านแต่งกับข้าเพียงแค่ผลประโยชน์เท่านั้น... ข้าจะหย่ากับท่านซะ"
พูดจบ นางรีบวิ่งกลับไปขึ้นรถม้าที่หน้าวังหลวงกลับจวนสกุลโจว... ร้องไห้เขียนหนังสือหย่าทั้งน้ำตา....
เมื่อเขียนหนังสือหย่านางส่งมอบให้หว่านโหลว และออกเดินทางกลับสกุลชุนในคืนนั้น...
หว่านโหลวทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะหันกลับไปหาเหยาจิ่นหยวนที่ยืนมองตนที่ริมสระบัว หรือจะหันไปหาฮูหยินชุนกวงเยว่ที่ยืนร้องไห้ตรงหน้าของตน... สิ่งที่หว่าโหลวเลือกคือ..เดินกลับไปที่อุทยานหลวง...ชมการร่ายรำของสาวงาม ดื่มเหล้าอย่างหนักเพื่อลบเลือนเื่เลวร้ายพวกนี้... หลังจากงานเลี้ยงเริ่มไปได้ครึ่งค่อนคืน...ท่านแม่ทัพใหญ่เจาฝูก็เดินทางมาร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้
เขาเห็นทุกคนในอุทยานได้รับความรื่นเริ่งดื่มกินอย่างสนุกสนาน เขาก็เพียงพอใจ... เขาดื่มกับขุนนางเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
สุยเสิ่นอ๋าว (แม่ทัพเล็กผู้ติดตามท่านแม่ทัพใหญ่เจาฝู)เอ่ยถามว่า
"ท่านแม่ทัพใหญ่เจาฝู เหตุใดท่านไม่ดื่มให้เมามายเช่นพวกเขา วันนี้นับเป็วัยฉลองความเหน็ดเหนื่อยของเหล่าพี่น้อง"
"สุยเสิ่นอ๋าว... ท่านถามได้ดี ข้าเป็ถึงท่านแม่ทัพใหญ่ ข้าย่อมต้องดูฉลทุกคนให้พ้นภัย แม้กระทั่งในคืนนี้ คนร้ายมีอยู่ทั่วทุกมุมมืด ดังนั้นข้าไม่ควรละเลย ไม่ควรดื่มจนไร้สติ...ทางที่ดีดื่มเพียงเล็กน้อยเท่านั้น"
"ถือว่าท่านเป็เยี่ยงอย่างแก่ข้าแล้ว ข้าขอดื่มให้ท่านหนึ่งจอก"
"เอาล่ะ เ้าไปดื่มเถอะ ไม่ต้องติดตามข้า วันนี้ข้าจะไปตรวจครวามเรียบร้อยรอบวังสักหน่อย"
ในคืนนั้นเองบ่าวรับใช้ของจวนสกุลโจวก็นำเื่ไปรายงานโจวเหล่าสางที่ห้องหนังสือ
"เรียนนายท่าน ฮูหยินน้อยกลับมาจากงานเลี้ยง กลับเข้าจวนเพียงผู้เดียว บ่าวเห็นว่านางมีน้ำตาอาบทั้งใบหน้า กลับเข้าจวนไม่ทันไรก็รีบร้อนขึ้นรถม้าออกไปพร้อมกับหีบใบใหญ่... บ่าวเกรงว่าจะเกิดเื่..."
เมื่อได้ยินเช่นนั้น โจวเหล่าสางไม่เป็อันทำอะไร เกิดอาการร้อนใจ เดินวนไปวนมาที่หน้าจวนรอโจวหว่านโหลวกลับมาอธิบาย....
จนกระทั่งรุ่งเช้า งานเลี้ยงจบลง โจวหว่านโหลวถูกนำขึ้นรถมากลับมาส่งที่จวนพร้อมกับสภาพที่เมามายไร้สติ
ยิ่งทำให้โจวเหล่าสางโกรธมาก
"บุตรชายของข้าผู้นี้ช่างโง่เขลา พวกเ้านำตัวเขาเข้าไปในเรือนก่อน"
"หากตื่นนอนให้รีบแจ้งให้มาพบข้า....ตอนนี้ข้าจะต้องรีบเดินทางไปที่จวนสกุลชุน"
ณ จวนสกุลชุน
"เสนาบดีโจวเหล่าสาง...เหตุใดเป็ท่านที่เดินทางมาที่จวนของข้าด้วยตัวเอง... เป็ลูกชายของท่านที่สร้างเื่ใหญ่อะไรถึงขั้นทำให้ลูกข้าหนีกลับมากลางดึก"
"ไอ๊หย๊า เหล่าชุน เป็เื่เข้าใจผิดเล็กๆน้อยๆของหนุ่มนสาว หวังว่าผู้ใหญ่อย่างเ้าและข้าจะปล่อยให้เป็เื่ของพวกเขา ... เ้าไม่ต้องกังวล หว่านโหลวลูกข้าจะมาหานางแน่"
"นางเป็ถึงฮูหยินของสกุลโจว... มีเื่ไม่พอใจอันใดก็ควรจะพูดคุยกับข้าที่เป็นายท่านสกุลโจว ครั้งนี้นับว่าบุตรสาวของท่านก็ทำไม่ถูกต้อง"
"หากผู้ใดรู้เข้า ถือว่าสองสกุลอับอายแล้ว"
"ที่ท่านพูดมาก็มีส่วนถูกต้องอยู่บ้าง... งั้นข้าจะปล่อยให้เป็เื่ของพวกเขาก็แล้วกัน"
"ดีๆ เหล่าชุน ท่านไม่ถือโทษหว่านโหลวของข้าก็เพียงพอแล้ว"
"วันนี้ก่อนกลับจวน ข้ามีของฝากติดมือมาฝากเ้า เป็เหล้าดีที่หมัก 3 ปี เป็ของหายากที่สุดในเมืองหลวง"
"ดี ดี ขอบคุณท่านโจวเหล่าสาง...งั้นข้าเหล่าชุนขอไม่ส่งท่านนะ"
ณ จวนสกุลโจว
ผ่านไปหลายชั่วยาม... หว่านโหลวตื่นขึ้น บ่าวก็รีบรายงานให้เขารีบเข้าพบโจวเหล่าสาง (นายท่านสกุลโจว)
"มีเื่ด่วนอันใด เ้าถึงต้องรีบร้อนให้ข้าไปพบท่านพ่อ"
"ท่านดูเถิด ฮูหยินฝากสิ่งนี้ให้ท่าน"
บ่าวในเรือนยื่นจดหมายหย่าให้หว่านโหลว
"นี่มันจดหมายหย่า นางเขียนให้ข้าด้วยตัวเองหรือ ตอนนี้นางอยู่ไหน"
"เรียนคุณชาย... ฮูหยินน้อยั้แ่กลับมาจากงานเลี้ยงวังหลวง นางก็รีบร้อนออกไปจากจวนในกลางดึก... เื่นี้ท่านยังไม่รู้หรือ"
"เ้าเป็บ่าว ถามอะไรโง่ๆ ข้าเพิ่งจะรู้สึกตัวจากอาการมึนเมา ย่อมไม่ได้สนใจว่านางจะไปที่ใด"
"แย่แล้ว ท่านพ่อต้องไม่พอใจแน่ ให้ท่านพ่อรู้เื่ทั้งหมดนี้ไม่ได้"
หว่านโหลวรีบลุกขึ้นแต่งตัวไปห่โจวเหล่าสางที่ห้องหนังสือ
ทันทีที่เขาโผล่หน้าเข้าไป...โจวเหล่าสางก็เดินมาตบหน้าลูกชายอย่างไม่ลังเล
"เสียแรงที่เ้าเป็ผู้สืบทอดสกุลโจวเพียงผู้เดียว เ้าช่างเลอะเลือนนัก ทำให้ฮูหยินของตนเสียใจถึงขั้นหนีออกจากจวนในกลางดึก"
"เ้าบอกเหตุผลแก่ข้ามา หากเหตุผลของเ้าฟังดูไม่น่าเชื่อถือข้าย่อมต้องลงโทษเ้า"
"เ้าเองก็รู้ดีว่าสกุลชุนสำคัญกับสกุลโจวของเราขนาดไหน"
"เป็หว่าโหลวที่โง่เขลา หว่านโหลวจะไปตามนางกลับมาเดี๋ยวนี้ ท่านพ่อโปรดระงับโทสะ"
"เอาล่ะเ้ารีบไปตามนางกลับมา ข้าต้องแบกหน้าของข้าไปขอโทษจวนสกุลชุนแทนเ้าแต่เช้าแล้ว"
ในที่สุด โจวหว่านโหลก็นั่งรถม้าไปตามฮูหยินถึงจวนสกุลชุน พานางกลับจวนได้สำเร็จ
ชุนกวงเยว่เห็นว่า โจวหว่านโหลวผู้เ็ายินยอมมาตามขอโทษนางถึงจวน นางก็ยินดีจะใจอ่อนยอมกลับไปที่จวนสกุลโจวเช่นเดิม...
ณ วังเฉวียนสือ หลังวังหลวง
องค์หญิงสาวเหยาจิ่นหยวนได้เห็นเหตุการณ์ของคืนนั้น ก็คิดได้ว่าสภาพของฮูหยินโจวน ชุนกวงเยว่น่าเห็นใจและน่าสมเพชนัก นางคิดพึมพำกับตัวเอง
"ข้าหน้ามืดให้กับความรักมาเนิ่นนาน เกือบที่ข้าจะยอมลดยศของตัวเองไปเป็อนุของหว่านโหลว นับว่าไม่ให้เกียรติตัวเองเป็ที่สุด ข้าจะไม่มีวันมีสภาพที่น่าสมเพชเช่นนั้นเป็อันขาด..."
"เอาเถอะในเมื่อเ้าและข้ามีใจต่อกัน แต่์ไม่ส่งเสริมก็อย่าได้ฝืนเลย วันนี้ข้าไตร่ตรองดีแล้ว ข้าขอตัดท่านออกจากหัวใจของข้า โจวหว่านโหลว ไว้ข้าชดเชยให้ท่านชาติหน้าเถอะ"
และแล้วเหยาจิ่นหยวนก็คิดได้เสียที กลับมาเดินทางในเส้นทางที่ถูกต้อง ไร้ความทุกข์ ไร้ความกังวล เปี่ยมไปด้วยอิสระ และสันโดษที่ตัวเองปรารถนา
ณ ท้องพระโรง
ถึงเวลาที่ฝ่าาเรียกขุนนางทั้งหมดเข้าเฝ้าว่างานราชการแผ่นดิน
"เมื่อคืนพวกเ้า ขุนนางทั้งหลายของข้าต่างเอมอิ่มกับงานเลี้ยงฉลองครั้งนี้ ก็เพียงเพื่อให้พวกท่านได้ผ่อนคลายสักหน่อย"
"เรียนฝ่าา เป็โชคดีของพวกเรา ที่ได้ท่านแม่ทัพใหญ่เจาฝู ผู้เก่งกาจมานำรบ..."
"งั้นท่านแม่ทัพใหญ่เจาฝู...เ้าก้าวออกมารายงานสถานการณ์รบความสำเร็จในครั้งนี้เกิด"
ท่านแม่ทัพใหญ่เจาฝู....ก้าวออกมาจากแถวที่ขุนนางยืนเรียงกันนับร้อยคน ออกมาอย่างสง่าผ่าเผยรายงานความสำเร็จในครั้งนี้ให้ทุกคนได้ยินโดยทั่วกัน
ในขณะเดียวกัน ฝ่าาก็ทรงปลื้มปีติ ใบหน้าอิ่มเอมไปด้วยรอยยิ้ม
"การสำเร็จครั้งนี้ นับว่าเป็การช่วยเหลือคนทั่วทั้งแคว้น...เ้า้าสิ่งใดเป็รางวัลจงเอ่ยมา ข้าจะมอบมันให้เ้าอย่างสาสม..."
"ขอบพระทัยฝ่าา ข้าหลานเจาฝูไม่้าสิ่งใดตอบแทน การได้รับใช้ฝ่าาและบ้านเมืองนับว่าเป็สิ่งที่หลานเจาฝูปรารถนาสูงสุดแล้ว"