ตอนที่ 15 ตั้งชื่อว่าอันซินกรุ๊ป (1)
หาก์ให้โอกาสอีกครั้ง กู้อันซินต้องคิดทบทวนเื่การเก็บหลิงเย่ว์กลับบ้านให้ดีแน่นอน!
เธอไม่้าะโออกจากพื้นที่ปลอดภัยเหมือนอย่างในตอนนี้
เวลานี้เธอรู้สึกสับสนวุ่นวายมาก
เมื่อหลิงเย่ว์เห็นเธอร้องไห้ฉับพลัน ดวงตาก็ฉายแววใแวบหนึ่ง
เขามองกู้อันซินอย่างจริงจัง แต่ก็ยังไม่รู้วิธีปลอบโยนผู้หญิง จึงได้แต่ใช้แววตาลองปลอบประโลมดู
น้ำตาของกู้อันซินทำให้เขาทำตัวไม่ถูก
“ชาติที่แล้วฉันต้องเป็หนี้นายแน่!” กู้อันซินเดินผ่านเขาไป
นี่เป็คำพูดที่พูดด้วยความโกรธ
แต่อันที่จริงมันทำร้ายศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย โดยเฉพาะคนที่รักศักดิ์ศรีของตัวเองมากๆ อย่างหลิงเย่ว์
ดูเหมือนเขาจะถูกมองว่าเป็ตัวภาระ...
หลิงเย่ว์มองแผ่นหลังของกู้อันซินก่อนจะก้มมองตัวเอง ริมฝีปากบางของหลิงเย่ว์เม้มแน่น ความหงุดหงิดในใจขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
หลังจากนั้นไม่กี่นาที กู้อันซินก็เดินออกมาจากห้องน้ำ เขายื่นผ้าขนหนูแห้งให้เธอ
กู้อันซินใเมื่อเห็นหลิงเย่ว์มอบผ้าขนหนูให้ตนเอง ช็อกอยู่นานก็ยังไม่กล้าหยิบ
วันนี้เขาเป็อะไรหรือเปล่า เ้าพ่อผู้ไม่เคยทำงานทำการอะไรเลยรู้จักส่งผ้าขนหนูให้คนอื่นด้วย...
หลิงเย่ว์เห็นเธอไม่รับผ้าขนหนูสักทีก็หมดความอดทน จึงโยนใส่มือเธอ
เขาไม่คุ้นเคยกับการปรนนิบัติคนอื่น
หลิงเย่ว์หันรถเข็นและพูดว่า “ฉันไม่คุ้นเคยกับการติดหนี้คนอื่น ในเมื่อเื่นี้เกี่ยวข้องกับฉัน ฉันก็จะรับผิดชอบเอง เธอมานี่”
กู้อันซินถือผ้าขนหนู ชะงักไป ไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไร
หลิงเย่ว์เปิดโน้ตบุ๊กและเปิด ‘เกม’ ที่เล่นประจำขึ้นมา เงยหน้ามองกู้อันซิน “เธอยังจำเพื่อนของฉันที่เจอในร้านกาแฟเมื่อวานนี้ได้ไหม”
กู้อันซินพยักหน้า เธอจะลืมเพื่อนที่ดูหล่อเหลามีเสน่ห์ขนาดนั้นได้อย่างไร
“เขาแซ่เซียว กำลังวางแผนทำเครือบริษัทและจ้างฉันเป็ที่ปรึกษาด้านการพัฒนา เกมนี้ฉันพัฒนาให้บริษัทของเขา”
น้ำเสียงของหลิงเย่ว์ทุ้มต่ำ สีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยเสน่ห์แบบผู้ใหญ่ที่ไม่อาจมองข้ามได้
กู้อันซินจ้องมอง อึ้งไปสักพัก
“เธอฟังฉันอยู่หรือเปล่า” หลิงเย่ว์ขมวดคิ้วแล้วตำหนิเมื่อเห็นเธอเหม่อลอย
กู้อันซินรีบตอบ หน้าแดงระเรื่อ “ฟัง ฉัน...ฟังอยู่ แต่นายบอกเื่นี้กับฉันทำไม ฉันไม่ได้สนใจงานของนายนะ!”
แต่ในความเป็จริง เธอดีใจมาก ที่แท้เขาก็ไม่ได้ไร้ข้อดี ยังพัฒนาเกมให้คนอื่นได้ด้วย
“ในเมื่อเธอไม่อาจอยู่รอดในวงการวาดการ์ตูนได้แล้ว ส่วนบอสเซียวก็ขาดนักออกแบบโฆษณา ความสามารถของเธอน่าจะทำได้ เพื่อชดเชยให้เธอ ฉันจะแนะนำเธอให้เขา” หลิงเย่ว์พูด
“นักออกแบบโฆษณาเหรอ” กู้อันซินอ้าปากค้าง เมื่อครู่ยังรู้สึกหัวเดียวกระเทียมลีบเพราะตัวภาระอย่างหลิงเย่ว์อยู่เลย แต่ไม่ทันไรเขาก็กลายเป็ที่พึ่งพิงไปแล้ว
เพียงไม่นานก็ช่วยเธอแก้ปัญหาความอยู่รอดได้
“อืม” หลิงเย่ว์พยักหน้า สายตาจริงจัง “ธุรกิจพัฒนาซอฟต์แวร์ไม่อาจแยกออกจากทีมออกแบบโฆษณาได้ ทางเขาก็เปิดรับสมัครคนอยู่พอดี ฉันแค่ให้โอกาสเธอ ส่วนสุดท้ายจะได้อยู่ต่อหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความสามารถของเธอเอง”
ความจริงแล้วเพียงเขาเอ่ยปาก กู้อันซินไม่จำเป็ต้องมีความสามารถใดๆ ก็เข้าบริษัทเพื่อรับเงินเดือนสูงได้
แต่หลิงเย่ว์รู้จักกู้อันซินมาหนึ่งเดือนกว่าแล้ว จึงเข้าใจนิสัยของเธออยู่บ้าง
เธอรักศักดิ์ศรีมาก ถ่อมตนแต่ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ มอบงานที่ต้อง “พึ่งความสามารถของตัวเอง” ให้เธอนั้นดีกว่าการให้ทานเธอโดยตรงเยอะ
ตามที่คาดไว้กู้อันซินหวั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด
แต่หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง กู้อันซินก็ส่ายหน้า
“ขอบคุณนายมาก แต่ความถนัดและความสนใจของฉันคือหนังสือการ์ตูนกับอนิเมะ ฉันไม่้าละทิ้งความชอบและความฝันหากไม่จนปัญญาจริงๆ!”
พูดจบเธอก็รู้สึกโล่งใจ