4
คนงาน
ดยุคฮาร์ลาน ฟอลคอนเดินเข้ามาที่ท้องพระโรงด้วยท่าทางอันน่าเกรงขาม สีหน้าของชายสูงอายุเรียบตึง ดวงตาสีเขียวมรกตซีดฉายแววไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด เขาสวมเสื้อทูนิคสีเขียวเข้มประดับลายปักรูปพืชพรรณ คลุมทับด้วยเสื้อขนสัตว์ตัวบางสีดำประดับขอบสีทอง สัญลักษณ์เหยี่ยวบนเข็มกลัดประดับบนอกซ้าย เหล่าข้าทาสบริวารที่ยืนอยู่ตามทางเดินเหลือบมองเขาเล็กน้อย แต่ไม่วายยังมีเสียงหัวเราะคิกคักดังเข้ามา
“ฝ่าา” เขาหยุดเดินก่อนโค้งหัวเพียงเล็กน้อย
“ท่านเพิ่งเดินทางมาจากลาคอส เหตุใดจึงไม่พักผ่อนเสียก่อนล่ะ” ประมุขไมนีเซียกล่าวทักทายยิ้มแย้ม
“ข้าไม่เหน็ดเหนื่อยถึงขั้นนั้น และข้าจำเป็ต้องพูดเื่นี้กับฝ่าาเป็การส่วนตัว” ด้วยอำนาจของตระกูลใหญ่ แม้จะมีเื่ฉาวโฉ่ผู้คนก็ยังต้องเกรงใจ มาร์คัสปัดมือให้คนอื่นๆ รีบออกจากท้องพระโรง ชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีน้ำเงินที่ยืนข้างเขาโค้งหัวก่อนจะปลีกตัวจากไป
“ข้าทำเพื่อท่านเลยนะ ดยุคฟอลคอน” จนถึงวันนี้มาร์คัสยังคงอารมณ์ดีอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ความปีติฉายชัดบนใบหน้าจนแทบลืมไปว่าชายสูงอายุตรงหน้าเป็ใคร
“ท่านให้วาจาว่าจะส่งร่างหลานชายข้ากลับสู่บ้านเกิดของเขา วันนี้ก็ผ่านมาห้าวันแล้ว ข้ายังไม่เห็นร่างของเขาเลย” ฮาร์ลานกล่าวเสียงหนัก หากอารมณ์ขององค์าาที่ปรากฏอยู่เป็เื่ที่ร่างของอคีล่าหายไป เขาคงหมดศรัทธาที่มีต่อตระกูลกีรินด์
“ท่านแน่ใจหรือว่าบ้านของเขาอยู่ที่ลาคอส”
“ที่กล่าวเช่นนี้ ทรงหมายความว่าอย่างไร” ชายสูงอายุหรี่ตามองผู้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ การปะาและนำหัวของเฮนรี่ไปเสียบประจานก็ถือว่ามากพอแล้ว “อคีล่าไม่ข้องเกี่ยวกับเื่ที่ลูกชายข้ากระทำ เขาไม่เกี่ยวอะไรเลย ร่างของเขาควรจะได้นำกลับไปฝังที่ลาคอส”
“ดยุคลืมอะไรหรือเปล่า” ฮาร์ลานไม่ชอบดวงตาสีน้ำเงินที่กำลังเยาะเย้ยเขาอยู่ ท่าทางที่เสแสร้งว่าเื่ที่พูดเป็เื่จริงจังทั้งที่แววตากำลังกลั้นความน่าขันเอาไว้ ช่างเืเย็น โป้ปดยิ่งนัก “อคีล่าหลบหนีภารกิจจากดินแดนคนแคระมา และเขาไม่ควรเสนอตัวเพื่อช่วยเหลือเฮนรี่ด้วยซ้ำ” มาร์คัสส่ายหน้าช้าๆ “ความชั่วร้ายย่อมต้องดับสูญ ท่านไม่เห็นด้วยหรือ จากนี้ไปจะไม่มีผู้ใดกล้าแข็งข้อเช่นเฮนรี่ และอคีล่าก็เป็ตัวอย่างที่ดีในเื่ที่ไม่ควรยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือผู้กระทำความผิดที่ไม่น่าให้อภัยเช่นนี้”
“บุตรเพียงห่วงใยบุพการี เหตุใดฝ่าาจึงมองเป็อย่างอื่น” ดยุคฮาร์ลานกล่าวอย่างเ็ป “ข้ายืนมองหลานชายของข้าตายในมาเรน่า ข้ามองบุตรชายของข้าถูกตัดหัวท่ามกลางเสียงะโโห่ร้องเย้ยหยัน” ในตอนนั้นอาลิซ่าเป็ลมล้มพับ แต่เขาที่เป็ผู้นำตระกูลฟอลคอนต้องยืนมองด้วยสายตาที่เ็ปและเสียใจ เหล่าวงศาคนาญาติไม่มีใครเข้าใจ มีแต่ความเสียใจจอมปลอมที่แสดงออกมา
มาร์คัสถอนหายใจ “ข้าเสียใจกับเื่ที่เกิดขึ้น แต่อคีล่าไปดีแล้ว ไม่ว่าร่างของเขาจะอยู่ที่ไหน หากดวงิญญาของเขาภักดีต่อชาวโลหิตสีแดง เขาก็คงจะรู้ว่าบ้านของเขาอยู่ที่ไหน เว้นเสียแต่ว่าเขาอยากไปกับเฮนรี่” ฮาร์ลานมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าที่อยากเชื่อว่ากษัตริย์นอกจากจะไม่ทำตามวาจาของตนแล้ว ยังโกหกหน้าตาเฉยเหมือนทองไม่รู้ร้อน ไม่มีคำกล่าวขอโทษ ‘เสแสร้ง’ เป็คำที่เขาอยากจะะโใส่มาร์คัส กีรินด์เดี๋ยวนี้
“…ไมนีเซียและเยเรนมีพื้นที่เกษตรกรรมมากพอหรือไม่ ฝ่าา” ชายสูงอายุมีท่าทีอ่อนข้อลง แต่แววตาที่เ็ปฉายชัดว่าความอดทนกำลังหมดลง
มาร์คัสเอนหลังลงบนพนักบัลลังก์ทอง ที่วางแขนทองคำสลักเป็รูปหัวัและฝังอัญมณีสีแดงก่ำเอาไว้ในดวงตา มือที่สวมแหวนทองแทบทุกนิ้วลูบไล้หัวัที่พนักด้านขวา เขาทอดมองอีกฝ่ายที่ยืนอยู่ต่ำกว่าอย่างไม่รู้สึกใด น้ำเสียงที่กล่าวตอบไม่ได้รู้สึกละอายหรือเกรงใจแม้แต่น้อย “…แล้วลาคอสมีัหรือเปล่าล่ะ”
“ไอ้หัวแดงนี่มาจากไหนวะ” ท่ามกลางแสงแดดอันร้อนระอุ คนงานคนหนึ่งที่เดินมาจาก้าก็พูดจาเชิงถากถางใส่อคีล่า
“ท่านลำดับที่สี่พามาฝากตัวไว้น่ะ” หัวหน้าคนงานที่ขุดดินอยู่ข้างเขาเอ่ยตอบอย่างขอไปที
“ข้ารู้อยู่แล้ว ข้าไม่ได้พูดกับหัวหน้าสักหน่อย”
“เออ ก็ข้าจะตอบ ถ้าเ้าว่างมากก็ใช้แรงอ้าปากไปลงที่แรงแขนหน่อยก็คงดี” ปีศาจที่ชื่อรินเด เวสเนอร์ ไล่ลูกน้องของตนออกไปจากบริเวณ ก่อนเงื้อจอบขุดดินอย่างรวดเร็ว อคีล่าเพียงขุดดินไปเงียบๆ นี่ก็เป็เวลาสองอาทิตย์แล้วที่เขาเอาแต่ก้มหน้าก้มตาขุดเหมืองกับคนงานพวกนี้ ไม่ใช่ว่าเขายอมจำนนต่อโชคชะตา หากไม่ใช่เพราะโซ่เหล็กอันใหญ่ที่ล่ามขาขวาเอาไว้ ป่านนี้เขาคงหนีไปแล้ว
และอีกเหตุผลหนึ่งที่เขาไม่กล้าคิดหนีก็คือแม่องค์หญิงั์ตาสีม่วงที่คอยมาจับดูเขาทุกวัน ไม่รู้ว่านางเป็อะไรจึงต้องทำเช่นนั้น คนทำงานตากแดดจนเหงื่อไคลไหลย้อยมันน่าดูตรงไหน จะว่าชื่นชอบในตัวเขาก็ไม่ใช่ เพราะเขารู้ดีว่าสายตาของหญิงสาวที่มีต่อชายเป็อย่างไร จนวันหนึ่งเขาตัดสินใจถามนางออกไปตรงๆ
“เ้ามาที่นี่ทำไม ดูก็รู้ว่าข้าหนีไปไหนไม่ได้” เขาหยุดทำกิจกรรมและจ้องมองอย่างคาดโทษ ร่างบางที่ยืนนิ่งอยู่จึงขยับตัวเดินเข้ามาใกล้ ริมฝีปากที่เหยียดตรงตอบเขาเสียงเนือย
“เื่ของข้า อีกเดี๋ยวข้าก็เลิกไปเอง อันที่เ้าควรขอบคุณข้าที่ทำให้ตัวเองไม่ถูกรุมทึ้งมากกว่าจะทำสีหน้าไม่พอใจใส่ข้า” บางวันก็มาในชุดเต็มยศ ทำเอาพวกคนงานแทบทำงานไม่ได้ ความงามของนางนั้นก็น่ามอง ทว่าความน่ากลัวนั้นมีมากกว่า ไม่มีใครเลยที่จะมององค์หญิงแดนปีศาจด้วยสายตาเ้าชู้ เขาเองก็ด้วย
วันนี้นางยังไม่มา อาจจะรอให้ถึงตอนเย็นกระมัง...
“ระวังตัวหน่อยล่ะ เ้านั่นมันอันธพาล เวลาข้าไม่อยู่ก็อย่าไปทำให้มันขัดหูขัดตา ไม่อย่างนั้นเ้าจะเจ็บตัวโดยไม่จำเป็” อคีล่านึกค่อนขอดในใจ ข้าไม่กลัวหรอก
รินเดเป็หัวหน้าปีศาจที่คุมงานคนงานในเหมืองมรกตแห่งนี้ เขาเป็คนที่คอยดูแลอดีตมนุษย์ผ่านคำสั่งของไมเคิลอีกที เมื่อนึกถึงใบหน้าของปีศาจนักรบตนนั้นที่ทำให้เขาต้องตกอยู่ในสภาพนี้ อคีล่าก็ออกแรงขุดอย่างรวดเร็ว ดินที่แดนปีศาจขุดยากเสียยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้น แม้จะมีพละกำลังเพิ่มขึ้น ทว่ามันก็ยังไม่พอ ตอนนี้ชายหนุ่มทั้งร้อนทั้งหิวกระหาย ชั่วชีวิตไม่แคยต้องมาตรากตรำทำงานกลางแดดและฝุ่นดินเช่นนี้ พวกปีศาจบ้านั่นรู้ว่าเขาเป็บุตรชายของตระกูลฟอลคอน แต่ก็ไม่ยอมปล่อยเขาไป อคีล่าไม่อยากยอมรับว่าตนเองปลายเป็ปีศาจไปแล้ว จิตสำนึกของเขายังก้ำกึ่งและเลือกที่จะเมินเฉยต่อความจริงในบางครั้ง
รินเดเหลือบมองชายผมสีเพลิงที่ก้มหน้าทำงานไม่พูดไม่จา สีหน้าราวกับโกรธแค้นอะไรบางอย่างนั้นเขาไม่แปลกใจเลย ท่านลำดับที่สี่บอกเขาแล้วว่าพ่อหนุ่มคนนี้เคยเป็มนุษย์และกลายมาเป็ปีศาจ ทั้งสีผมและต่างหูสีดำนั่น ปีศาจที่อายุแปดสิบปีแล้วอย่างเขารู้ดีว่ามันคือสัญลักษณ์ของอะไร
เื่ของหญิงสาวทายาทของตระกูลคาโรเลียซที่หายไป... รินเดสลัดความคิดออกอย่างรวดเร็ว ไม่น่าใช่ เขาพร่ำบอกตนเองเช่นนั้น แม้ชายหนุ่มคนนี้จะเคยเป็มนุษย์ แต่เขาก็ไม่อยากเอาความโกรธแค้นระหว่างเผ่าพันธุ์ไปลงที่เขา เพราะยิ่งมองดูก็ยิ่งน่าสงสาร ราวกับเด็กน้อยที่กำลังหลงทางไม่มีผิด
“เ้าไปพักก่อนไหม” เขาแตะลงที่ไหล่ของอคีล่า แต่ชายหนุ่มรุ่นลูก หรืออาจจะเป็รุ่นหลานก็ปัดมือเขาออก แผ่นหลังที่ชื้นเหงื่อขยับขึ้นลงเพราะเ้าตัวโหมงานหนักมากเกินไป
“…ไม่ ข้าไม่เหนื่อย” คำตอบห้วนสั้นอย่างเคย เหมือนวันแรกที่มาไม่มีผิด รินเดส่ายหน้าเบาๆ พลางเหลือบมองข้อเท้าขวาของชายหนุ่มที่เป็แผลถลอกน่ากลัว เห็นได้ชัดว่าจิตใจไม่เคยปล่อยวางเื่อยากกลับแดนมนุษย์
“ข้าไม่อยู่ หวังว่าเ้าจะไม่ถูกใครหาเื่นะ” อคีล่ายังคงยืนหอบอย่างไม่สนใจ “เฮ้ย! พวกเ้าเร่งขุดกันหน่อย เดี๋ยวพวกอัศวินมันไม่ได้ดั่งใจจะขี่ัมาขู่เอานะ!” เขาหันไปะโใส่กลุ่มคนงานก่อนหันมากำชับอคีล่าให้ขุดไปเรื่อยๆ ตามทิศทางที่เขาบอก
อคีล่ามองตามรินเดที่เดินช้าอย่างมนุษย์ขึ้นไปตามทางลาด จากที่เขาสังเกต ปีศาจพวกนี้ไม่มีความสามารถเท่าเทียมพวกนักรบ ปีศาจทุกตนไม่ได้มีเวทมนตร์เช่นเดียวกัน เหมือนเขาจะได้ยินว่ามีห้าเวท พวกคนงานเหล่านี้มีเพียงเวทเดียว ซึ่งคนงานพวกนี้ล้วนแต่เป็ผู้ใช้คาถาดิน และดูเหมือนไม่มีคนงานคนไหนที่เสกโกเล็มได้ อดีตมนุษย์คิดคำนวณไว้แล้วว่าหากต้องมีเื่ เขาก็ยังมีพละกำลังที่อาจเอาชนะปีศาจพวกนี้ได้เช่นกัน
จอบแหลมกระทบเข้ากับก้อนมรกต อคีล่าแซะเอามันออกมาพลางคิดว่าหากเอามรกตไปให้พวกั รับรองว่าพวกมันจะพ่นไฟได้อย่างยอดเยี่ยม ชายหนุ่มเหลือบมองรอบๆ ผนัง แสงเรืองรองสีเขียวฉายชัดเต็มไปหมด เป็เื่ดีที่เหมืองนี้ของพวกปีศาจไม่ใช่เหมืองทอง ไม่อย่างนั้นคงต้องลำบากขนดินไปละลายน้ำ ชายหนุ่มโยนก้อนมรกตที่ยังไม่ได้เจียระไนลงตะกร้า
แสงจากด้านนอกถูกบดบังจากเงาของใครบางคน ปีศาจร่างสูงกำยำยืนกอดอกมองเขาด้วยแววตาที่เปล่งประกาย รอยยิ้มที่ชั่วร้ายนั้นทำให้อคีล่าขยะแขยง เอาอีกแล้ว บ้าเอ้ย เขาสบถในใจอย่างหัวเสีย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนมาหาเื่เขา แต่ทุกครั้งที่มีเื่ รินเดจะอยู่ใกล้ๆ เสมอ แต่วันนี้เขาไม่อยู่
“เ้ามาจากส่วนไหนของดินแดน เ้าผมแดง”
“มาจากไหนมันสำคัญด้วยรึ” เขาตอบห้วนๆ ก่อนตั้งหน้าตั้งตาขุดต่อ แต่ไอ้คนอันธพาลก็กระชากหลังคอก่อนผลักเขาติดผนังอย่างรุนแรงจนกลุ่มดิน้าร่วงลงมาบางส่วน
“พูดจาห้วนชะมัด ลองได้กินหมัดข้าสักหมัดหน่อยคงหาย” เสียงะโโห่ร้องและผิวปากดังเข้ามา คงจะเป็ไอ้พวกนั้นที่ยุให้ไอ้ปีศาจคนนี้มาหาเื่เขา ร่างของอคีล่าถูกเหวี่ยงออกมาด้านนอก เขากัดฟันนิ่วหน้า เพราะเ็ปที่ข้อเท้าด้านขวาที่ดึงลากโซ่ตรวนมานาน แผลถลอกของพวกปีศาจหายเร็วกว่ามนุษย์ ทว่าเขามันดื้อด้านจึงทำให้แผลหายช้าเสียเอง
“วอลลักซ์! กระทืบมันเลย!” อคีล่าจ้องมันไม่วางตาก่อนลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล เขารู้สึกขัดใจโซ่ตรวนที่ทำให้เขาขยับตัวไม่ดีเท่าที่ควร