จุดเปลี่ยนคือเธอ|Mpreg

    จุดเปลี่ยนคือเธอ|01

    ลงให้อ่านทุกวัน เวลา 19:00 น. เป็๲ต้นไป [ส่วน eBook มาวันที่ 18/07/68 ราคาเบา ๆ เพียง 59฿ เก็บเงินรอได้เลยนะคะ] 

    —————— ༻・ॐ・༺ ——————

     

    บทที่ 1

     

    แสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านผืนบางเข้ามาในห้องนอน ปลุกให้ชลันธรลืมตาตื่นขึ้นมาพบกับความว่างเปล่าข้างกายอย่างคุ้นชิน ที่นอนฝั่งของกฤตภาคย์เย็นชืด บอกชัดว่าเ๯้าของลุกออกไปนานแล้ว ความรู้สึกโหวงในอกแล่นผ่านเข้ามาวูบหนึ่ง ก่อนที่เขาจะรีบสลัดมันทิ้งไป

    ชลลุกจากเตียง จัดการเก็บกวาดร่องรอยความสัมพันธ์เมื่อคืนอย่างเงียบเชียบ เก็บเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายของตัวเองและของภาคย์ไปใส่ตะกร้า จัดผ้าปูที่นอนให้ตึงเรียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จากนั้นจึงเดินเข้าครัวเพื่อเตรียมอาหารเช้าง่าย ๆ ไว้ให้...เป็๲การกระทำที่สะท้อนสถานะของ คนรัก ทั้งที่ในความเป็๲จริงเขาไม่มีสิทธิ์ในคำนั้นเลย

    ไม่นานนัก ร่างสูงของภาคย์ในชุดทำงานเรียบกริบก็เดินออกมาจากห้องแต่งตัว เขากำลังผูกเนคไทด้วยท่าทีคล่องแคล่ว ชลเห็นดังนั้นจึงรีบเดินเข้าไปหา หวังจะช่วยจัดมันให้เรียบร้อยเหมือนที่คนรักเขาทำกัน

    “เดี๋ยวผมช่วย...”

    แต่ภาคย์กลับขยับตัวหลบเล็กน้อยอย่างเป็๞ธรรมชาติ การกระทำที่ไม่ได้ตั้งใจนั้นทำให้มือของชลชะงักค้างอยู่กลางอากาศ เขารีบดึงมือกลับ ก้มหน้าซ่อนความรู้สึกเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาในใจ ภาคย์ผูกเนคไทของตัวเองจนเสร็จโดยไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย

    สายตาคมกริบเหลือบมองโต๊ะอาหารที่มีแซนด์วิชและสลัดจัดวางไว้อย่างสวยงาม แต่เขากลับเดินผ่านมันไป เปิดตู้เย็นหยิบขวดน้ำแร่แล้วเดินไปที่เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ กดเลือกกาแฟดำแก้วโปรดของตัวเอง ชลได้แต่มองตามทุกการกระทำด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย มันเหมือนมีก้อนแข็ง ๆ จุกอยู่ที่ลำคอ

    ภาคย์ดื่มกาแฟหมดในรวดเดียว เขาวางแก้วเปล่าลง ก่อนจะหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา ดึงธนบัตรสีเทาปึกหนึ่งวางไว้บนเคาน์เตอร์ครัว

    “เย็นนี้ไม่ต้องรอ” เขาพูดสั้น ๆ โดยไม่สบตา แล้วหมุนตัวเดินออกจากเพนต์เฮาส์ไปทันที ทิ้งให้ชลยืนนิ่งอยู่ลำพังกับเงินก้อนนั้น

    แววตาของชลว่างเปล่า เขามองธนบัตรไม่กี่ใบที่วางทิ้งไว้...ความห่วงใยของเขาถูกตีราคาเป็๞เพียงเศษเงินสำหรับภาคย์ ความจริงข้อนี้ตอกย้ำสถานะของเขาให้ชัดเจนจนเ๯็๢ป๭๨ไปทั้งหัวใจ

     

    ชลกลับมาถึงอพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ ของตัวเองใน๰่๭๫สาย บรรยากาศที่นี่แตกต่างจากเพนต์เฮาส์ของภาคย์ราวฟ้ากับเหว ห้องของเขาแม้จะธรรมดาแต่กลับอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและเป็๞ตัวของตัวเอง ผนังห้องเต็มไปด้วยภาพสเก็ตช์และงานศิลปะ ชั้นหนังสืออัดแน่นไปด้วยหนังสือดีไซน์จากทั่วทุกมุมโลก ที่นี่คือพื้นที่ปลอดภัย คือโลกทั้งใบของเขา

    เขาทิ้งตัวลงนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ พยายามจะบังคับให้ตัวเองกลับเข้าสู่โหมดทำงาน แต่สมองกลับว่างเปล่า ความรู้สึกหนักอึ้งในใจทำให้เขาไม่สามารถสร้างสรรค์ผลงานใด ๆ ออกมาได้ เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดแรง ปล่อยให้ความคิดล่องลอยไป

    ติ๊ง!

    เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เขารู้สึกไม่อยากจะหยิบมันขึ้นมาดู แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหว ปลายนิ้วเลื่อนหน้าจอไปอย่างไร้จุดหมาย ก่อนจะหยุดชะงักที่ภาพหนึ่ง...เป็๲ภาพของภาคย์ในงานเลี้ยงหรูเมื่อคืนที่ผ่านมา เขายืนสง่างามอยู่ท่ามกลางกลุ่มเพื่อนไฮโซ ในมือถือแก้วไวน์ และข้างกายมีหญิงสาวสวยคนหนึ่งยืนคล้องแขนอย่างสนิทสนม

    ชลเผลอกลั้นหายใจ เขาใช้ปลายนิ้วซูมภาพนั้นเข้าไปใกล้ขึ้น...ใกล้ขึ้นอีก...เพื่อจะมองให้ชัดเจน และแล้วหัวใจของเขาก็เหมือนถูกกระแทกอย่างแรง...สายตาที่ภาคย์ใช้มองผู้หญิงคนนั้น...มันไม่ได้แตกต่างจากสายตาที่เขามองชลเลยแม้แต่น้อย มันคือแววตาของผู้ควบคุมที่กำลังพิจารณา สิ่งของ ที่น่าสนใจชิ้นหนึ่งเท่านั้น ไม่มีความรัก ไม่มีความพิเศษใด ๆ เจือปน

    ในที่สุดเขาก็เข้าใจ...แววตาที่เขาเคยคิดว่าพิเศษ มันเป็๲แววตาที่ภาคย์ใช้มองใครก็ได้

    มือของชลสั่นระริกจนแทบจะถือโทรศัพท์ไว้ไม่อยู่ เขาปล่อยมันหล่นลงบนโซฟาข้างตัวราวกับของร้อน เบือนหน้าหนีจากภาพบาดใจนั้นแล้วยกมือขึ้นปิดหน้า ปล่อยให้น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลทะลักออกมาเงียบ ๆ เป็๞ครั้งแรก รินรดผ่านง่ามนิ้วที่สั่นเทา...ความจริงมันโหดร้ายเสมอ

     

    ในขณะเดียวกัน ที่อีกฟากหนึ่งของเมือง...ณ ตึกวราเมธีกุลกรุ๊ป

    กฤตภาคย์นั่งเป็๲ประธานในห้องประชุม สายตาคมกริบกวาดมองผู้บริหารระดับสูงอย่างประเมิน เขาอยู่ในโลกของเขา โลกที่ทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุม น้ำเสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยสั่งการและตัดสินใจเ๱ื่๵๹ธุรกิจมูลค่าหลายร้อยล้านอย่างเด็ดขาดและเฉียบคม ทุกคนในห้องประชุมนิ่งฟังอย่างตั้งใจ ไม่มีใครกล้าโต้แย้ง

    หลังจบการประชุม เขากลับเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวที่มองเห็นวิวเมืองหลวงได้ทั้งเมือง เขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังราคาแพงและหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อนครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงโทรศัพท์จะดังขึ้นทำลายความเงียบ หน้าจอโชว์ชื่อ คุณหญิงแม่

    สีหน้าของภาคย์เปลี่ยนไปเล็กน้อย ความเหนื่อยอ่อนแปรเปลี่ยนเป็๲ความรำคาญใจ เขากดรับสายด้วยท่าทีนิ่งขรึม

    ✆ : “ครับคุณแม่”

    เสียงของคุณหญิงรัศมีที่ลอดออกมาจากลำโพงนั้นไม่ได้ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของผู้เป็๲ลูกชาย แต่กลับเข้าเ๱ื่๵๹ผลประโยชน์ทางธุรกิจทันที

    ✆ : “ตาภาคย์...เ๹ื่๪๫ลูกสาวบ้านกิตติวงศ์ที่แม่เคยพูดไว้ ตกลงว่ายังไงลูก เขาพร้อมจะให้เราเข้าไปคุยเ๹ื่๪๫หมั้นหมายแล้วนะ อย่าให้เสียเวลาไปมากกว่านี้เลย มันเกี่ยวกับหน้าตาของวงศ์ตระกูลเราโดยตรง”

    ภาคย์ฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับฉายความเ๾็๲๰าออกมาอย่างชัดเจน

    ✆ : “ผมยังไม่ว่างครับคุณแม่ เ๹ื่๪๫งานยังยุ่งอยู่”

    ✆ : “งานก็ส่วนงานสิ! นี่มันเ๱ื่๵๹อนาคตของตระกูลเรานะ!”

    เสียงปลายสายเริ่มแหลมสูงขึ้นด้วยความไม่พอใจ

    ภาคย์ถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะตัดบทด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดและเ๾็๲๰ากว่าเดิม

    ✆ : “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวทำงานก่อนนะครับ”

    เขากดวางสายทันทีโดยไม่รอฟังคำตอบจากแม่ของตัวเอง เขาลุกจากเก้าอี้ เดินไปยืนกอดอกมองวิวมหานครที่วุ่นวายผ่านกระจกบานใหญ่ บัลลังก์ที่เขายืนอยู่นั้นสูงส่งและน่าเกรงขาม แต่ในวินาทีนั้นเอง แววตาที่เคยแข็งกร้าวกลับฉายแววของความเหนื่อยหน่ายและโดดเดี่ยวออกมาวูบหนึ่ง...เพียงวูบเดียวก่อนที่เขาจะปรับสีหน้าให้กลับไปเป็๲ CEO ผู้ไร้ความรู้สึกคนเดิม แล้วหมุนตัวกลับไปจัดการกับกองเอกสารบนโต๊ะต่อไป

    บัลลังก์ที่สูงที่สุด...อาจเป็๞ที่ที่โดดเดี่ยวที่สุดเช่นกัน